แนะนำวิธีเที่ยวอุทยานแห่งชาติในโทโฮคุ - แช่ออนเซ็น ชมวิวธรรมชาติ

“ภูมิภาคโทโฮคุ” ครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ อาโอโมริ อิวาเตะ อาคิตะ มิยากิ ยามากาตะ และฟุกุชิมะ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ด้านมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นชายฝั่งเว้าแหว่งที่มีเวิ้งน้ำสลับซับซ้อน จุดเด่นเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีย่านออนเซ็นอยู่ เช่น ซุคายุออนเซ็น และนิวโทออนเซ็น นอกจากนี้ภูมิภาคโทโฮคุยังตั้งบนละติจูดสูง จึงมีอุณหภูมิต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในฤดูหนาวจะมีหลายพื้นที่มีหิมะตกหนา และมีทิวทัศน์เฉพาะตัว เช่น “จุเฮียว” หรือระเบียงหิมะได้ ในครั้งนี้ เราจะมาแนะนำอุทยานแห่งชาติที่เปี่ยมไปด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของโทโฮคุกัน!

โทโฮคุ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น

อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทางรัฐทุ่มโปรโมทอย่างเต็มที่ กว่าจะได้รับการยอมรับเป็นอุทยานก็ต้องผ่านเงื่อนไขที่เข้มงวดหลายอย่าง เช่น ความสวยงามของธรรมชาติ หรือความสะดวกในการเช้าชม แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่บริหารโดยรัฐ แต่การกำหนดเขตจะไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิการถือครองที่ดิน ดังนั้นจึงยังมีประชากรอาศัยอยู่ได้ นับเป็นจุดเด่นที่ต่างจากอุทยานของสหรัฐอเมริกาที่รัฐจะถือครองพื้นที่และบริหารทรัพยากรเกือบทั้งหมด

ที่อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น เราจะได้ชื่นชมวิวธรรมชาติที่ถูกดูแลรักษาเป็นอย่างดี พลางสนุกไปกับออนเซ็น การปีนเขา กิจกรรมต่างๆ วัฒนธรรม ไปจนถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่นั้นๆ
 
ในบทความนี้ เราจะขอแนะนำไฮไลท์และวิธีเที่ยวอุทยานแห่งชาติ 3 แห่งในภูมิภาคโทโฮคุ มาเรียนรู้ลักษณะเด่นของแต่ละพื้นที่ และปวางแผนทริปโทโฮคุของคุณกันดีกว่า!

“อุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมังไท” สัมผัสเสน่ห์ออนเซ็นและทิวทัศน์ที่สรรค์สร้างโดยภูเขาไฟ!

พื้นที่: 85,534 เฮกตาร์ (เฉพาะภาคพื้นดิน) / ผู้ใช้บริการต่อปี: 4.585 ล้านคน

อุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมังไท (十和田八幡平国立公園) มีพื้นที่คาบเกี่ยว 3 จังหวัด ได้แก่ อาโอโมริ อาคิตะ และอิวาเตะ แบ่งออกเป็นเขตโทวาดะ-ฮัคโคดะที่ประกอบไปด้วยภูเขาฮัคโคดะ (八甲田山) ทะเลสาบโทวาดะ (十和田湖) และธารน้ำโออิราเซะ (奥入瀬渓流) และเขตฮาจิมังไทที่ประกอบไปด้วยที่ราบสูงฮาจิมังไท (八幡平) ภูเขาอาคิทาโคมะกะดาเคะ (秋田駒ヶ岳) และภูเขาอิวาเตะ (岩手山)


เขตโทวาดะ-ฮัคโคดะมีไฮไลท์เป็นทะเลสาบโทวาดะที่ดูสวยงามมีมนต์ขลัง ธารน้ำโออิราเซะที่โด่งดังเป็นพิเศษในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับฤดูไม้ผลัดใบ และภูเขาฮัคโคดะที่มีชื่อเสียงจาก "จุเฮียว" (ต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง)

อีกด้านหนึ่ง เขตฮาจิมังไทเป็นเขตภูเขาไฟอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น มีทะเลสาบปากภูเขาไฟอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ฮาจิมังนูมะ (八幡沼) นอกจากนี้ในเขตโกโชกาเคะ (後生掛) และทามากาวะ (玉川) ยังมีปฏิกิริยาภูเขาไฟคุกรุ่นให้รับชมอย่างใกล้ชิด จนได้ชื่อว่าเป็น "พิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟ"

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ฮาจิมังไทก็จะได้รับความนิยมจาก "ระเบียงหิมะ" ที่มาจากการเก็บกวาดหิมะบนทางหลวงในเขตภูเขา เกิดเป็นแนวกำแพงหิมะสูง 7 - 8 เมตรให้ชมไปพร้อมๆ กับจุเฮียวนั่นเอง

นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นเขตภูเขาไฟ อุทยานแห่งนี้ยังมีเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งคือออนเซ็น ที่ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า "โทจิ" (湯治) ซึ่งเป็นการเข้าพักระยะยาวในย่านออนเซ็นเพื่อแช่ออนเซ็นรักษาร่างกาย ซึ่งในโทโฮคุก็ยังมีให้เห็นอยู่มาก  ที่พักโทจิในแต่ละพื้นที่มีคุณสมบัติที่ต่างกันไป รับรองว่าจะช่วยเยียวยาร่างกายของคุณได้อย่างแน่นอน

“อุทยานแห่งชาติซันริคุฟุคโค” เรียนรู้ความงดงามและความโหดร้ายของท้องทะเล

พื้นที่: 28,539 เฮกตาร์ (เฉพาะภาคพื้นดิน) / ผู้ใช้บริการต่อปี: 2.827 ล้านคน

อุทยานแห่งชาติซันริคุฟุคโค (三陸復興国立公園) มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ อาโอโมริ อิวาเตะ และมิยากิ สร้างขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปีเฮเซที่ 25 (ค.ศ. 2013) เพื่อฟื้นฟูเขตซันริคุที่เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ทอดตัวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 250 กิโลเมตร ส่วนเหนือเป็นผาชันสุดยิ่งใหญ่ที่ได้รับขนานนามว่า "แอลป์แห่งท้องทะเล" ส่วนใต้เป็นชายฝั่งทอดยาว มีภูมิประเทศซับซ้อน

ตามคำว่า "ฟุคโค" (復興) ในชื่อซึ่งหมายถึง "การฟื้นฟู" ภายในอุทยานจึงมีสถานที่ที่ข้องเกี่ยวกับภัยพิบัติเป็นจุดเด่น เช่น สวนอนุสรณ์ภัยพิบัตินาคาโนะฮามะ (震災メモリアルパーク中の浜) ที่สร้างอยู่บนซากปรักหักพังจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะ "สนเดี่ยวแห่งปาฏิหาริย์" (奇跡の一本松) ในเมืองริคุเซนทาคาตะของจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งเป็นต้นสนเพียงต้นเดียวที่เหลือรอดอย่างปาฏิหาริย์ ในขณะที่อีกกว่า 7 หมื่นต้นในบริเวณโดยรอบถูกสึนามิพัดโค่นไปทั้งหมด และแม้ว่าในปัจจุบันสนต้นนี้จะแห้งเหี่ยวไปแล้วตามอายุขัย แต่ก็ยังมีการบำรุงรักษาไว้ในฐานะอนุสรณ์สถาน

อุทยานแห่งนี้มีเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งอยู่ที่อาหารทะเลสดใหม่ เนื่องจากมีพื้นที่ครอบคลุมแหล่งเทียบท่าอาหารทะเลชื่อดังของญี่ปุ่นหลายแห่ง เช่น ฮาจิโนเฮะ (八戸) มิยาโกะ (宮古) คามาอิชิ (釜石) โอฟุนาโตะ (大船渡) หรือเคเซนนูมะ (気仙沼) บนทะเลจะมีแพเพาะพันธุ์สัตว์น้ำลอยอยู่ เมื่อถึงฤดูกาลก็จะสามารถลิ้มรสหอยนางรมได้ตามร้านค้าที่อยู่ริมชายฝั่ง

“อุทยานแห่งชาติบันไดอาซาฮิ” ตามรอยผู้ศรัทธาในภูเขาและทะเลสาบอันงดงาม

พื้นที่: 186,389 เฮกตาร์ (เฉพาะภาคพื้นดิน) / ผู้ใช้บริการต่อปี: 6.825 ล้านคน

อุทยานแห่งชาติบันไดอาซาฮิ (磐梯朝日国立公園) มีพื้นที่คาบเกี่ยวจังหวัดยามากาตะ ฟุกุชิมะ และนีงาตะ อาณาเขตครอบคลุมภูเขาจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สามเขาเดวะ (出羽三山) เทือกเขาอาซาฮิ (朝日連峰) เทือกเขาอีเดะ (飯豊連峰) เทือกเขาอาซึมะ (吾妻連峰) ภูเขาบันได (磐梯山) หรืออื่นๆ

มีภูเขาหลายลูกที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ปีนเขาได้อย่างจริงจัง ส่วนเทือกเขาอีเดะและและเทือกเขาอาซาฮิก็เต็มไปด้วยพืชเขตภูเขาสูงและระบบนิเวศคล้ายยุคดึกดำบรรพ์ เช่น ป่าต้นบุนะ (บีชญี่ปุ่น)

บริเวณเทือกเขาอาซึมะและภูเขาบันไดมีจุดเด่นเป็นทิวทัศน์ของภูมิประเทศจากภูเขาไฟอันน่าตื่นตา โดยเฉพาะภาพของทะเลสาบปากภูเขาไฟโกชิคินูมะ (五色沼) ที่รับชมได้จากยอดเขาอิซไซเคียวซัง (一切経山) ก็สวยงามมีมนต์ขลังจนได้รับการขนานนามว่า "ดวงตาของแม่มด" เลยทีเดียว

ถ้าใครไม่อยากปีนเขา เราก็ขอแนะนำภูเขาฮากุโระ (羽黒山) ซึ่งสูงเหนือระดับน้ำทะเล 414 เมตร และเป็นภูเขาที่ได้สามดาวในไกด์จัดอันดับของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก ภูเขาลูกนี้เป็นหนึ่งในสามเขาเดวะซึ่งเป็นประตูสู่ดินแดนของกลุ่มผู้ศรัทธาในภูเขา มีประวัติศาสตร์กว่า 1,400 ปี โดยเป็นลูกที่เตี้ยที่สุดในบรรดาเขาทั้งสาม และจุดน่าสนใจอยู่มาก เช่น เจดีย์ห้าชั้น บันไดหิน 2,446 ขั้น หรือต้นสนใหญ่ที่มีอายุถึง 1,000 ปี

ส่งท้าย

อุทยานแห่งชาติของโทโฮคุเป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับทั้งความโหดร้ายและความสวยงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล ทะเลสาบ รวมไปจนถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อย่างโดจิและความเชื่อในภูเขาที่ฝังลึกอยู่ในญี่ปุ่นมาแต่โบราณ หากอยากหลีกเลี่ยงความแออัดก็สามารถวางแผนท่องเที่ยวโดยเน้นกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการปีนเขาได้ด้วย นำไปเพิ่มเป็นกิจกรรมในทริปญี่ปุ่นครั้งหน้าของคุณได้เลย!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร