ที่เที่ยว-วิธีเที่ยวอุทยานแห่งชาติโอกินาว่า ดื่มด่ำธรรมชาติกึ่งเขตร้อนอันยิ่งใหญ่!

"โอกินาว่า" ล้อมรอบไปด้วยทะเลสวยงามที่มีแนวปะการังแผ่กว้าง เป็นที่ตั้งของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหายากและป่าไม้ไม่ผลัดใบกึ่งเขตร้อนใหญ่อันดับ 1 ของญี่ปุ่น มีกิจกรรมให้เพลิดเพลินหลากหลาย ตั้งแต่เดินเขา พายเรือแคนู ดำน้ำชมปะการัง ไปจนถึงชมสัตว์ป่า นอกจากนี้ยังไม่มีความเสี่ยงในการติดโควิด-19 มากนักเนื่องจากเป็นพื้นที่เปิด ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 3 อุทยานแห่งชาติที่มีธรรมชาติแบบโอกินาว่าให้คุณดื่มด่ำอย่างหนำใจ!

โอกินาว่า

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น

อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น (国立公園) เป็นจุดท่องเที่ยวที่รัฐบาลทุ่มโปรโมทอย่างสุดตัว กว่าจะถูกยอมรับให้เป็นอุทยานแห่งชาติได้จะต้องผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านความสวยงามตามธรรมชาติหรือความสะดวกในการเข้าชม แม้จะเป็นพื้นที่ที่ดูแลโดยรัฐบาล แต่ภายในอุทยานก็มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากกำหนดขอบเขตโดยไม่สนใจสิทธิถือครองที่ดิน  ถือเป็นจุดเด่นที่ต่างกับสหรัฐอเมริกาซึ่งรัฐบาลจะบริหารทรัพยากรและถือครองพื้นที่เกือบทั้งหมด


อุทยานแห่งชาติญี่ปุ่นเป็นจุดท่องเที่ยวที่จะให้ให้คุณเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ตามธรรมชาติพลางสัมผัสกับออนเซ็น การปีนเขา กิจกรรมต่างๆ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของพื้นที่นั้นๆ

ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำไฮไลท์และวิธีเที่ยวอุทยานแห่งชาติ 3 แห่งของโอกินาว่า มารู้จักกับจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ และวางแผนทริปโอกินาว่าของคุณกันเถอะ!

"อุทยานแห่งชาติยันบารุ" ป่ากึ่งเขตร้อนบ้านของยันบารุคุอินะ

พื้นที่: 17,331 เฮกตาร์ (เฉพาะภาคพื้นดิน) / ผู้ใช้บริการต่อปี: ประมาณ 836,000 คน

อุทยานแห่งชาติยันบารุ (やんばる国立公園) เป็นอุทยานที่มีระบบนิเวศหลากหลายให้สัมผัสในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ไม่ผลัดใบกึ่งเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ผาทะเลที่เกิดขึ้นจากหินปูน ภูมิประเทศแบบคาสต์ หรือป่าชายเลน

นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของยันบารุคุอินะ (ヤンバルクイナ) นกที่บินไม่ได้เพียงสายพันธุ์เดียวของญี่ปุ่น สามารถพบเห็นได้เฉพาะในเขตยันบารุบริเวณภาคเหนือของโอกินาว่าเท่านั้น เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1981

อุทยานนี้มีจุดยอดฮิตเป็นไดเซคิรินซัง (大石林山) ภูเขาหินที่มีพืชกึ่งเขตร้อนขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น ตำนานท้องถิ่นเล่าว่าที่นี่เป็นสถานที่สำหรับสวดมนต์ และยังเป็นสถานที่แรกที่เทพธิดาได้สร้างขึ้นด้วย

อุทยานนี้มีกิจกรรมให้ทำมากมายโดยใช้ธรรมชาติกึ่งเขตร้อนเป็นเวที ไม่ว่าจะเป็นพายเรือแคนูในป่าชายเลน เดินเขา หรือชมสัตว์ป่า คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างใกล้ชิดสุดๆ เลยทีเดียว

"อุทยานแห่งชาติเครามะโชโท" สัมผัสกิจกรรมในทะเลที่ใสเกินบรรยาย

พื้นที่: 3,520 เฮกตาร์ (เฉพาะภาคพื้นดิน) / ผู้ใช้บริการต่อปี: ประมาณ 231,000 คน

หมู่เกาะเครามะ (慶良間諸島) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองนาฮะไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 30 เกาะและหินโสโครกจำนวนมาก

ส่วน อุทยานแห่งชาติเครามะโชโท (慶良間諸島国立公園) เป็นอุทยานที่มีอาณาเขตเกือบทั้งหมดอยู่ในทะเล โดยแบ่งเป็นภาคพื้นดิน 3,520 เฮกตาร์และภาคทะเล 90,475 เฮกตาร์

น้ำทะเลที่ใสเป็นพิเศษของอุทยานนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "Kerama Blue" นอกจากจะมีแนวปะการังหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นแล้ว ยังเป็นที่วางไข่และขยายพันธุ์ของวาฬหลังค่อมและเต่าทะเลอีกด้วย

สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ จากเกาะหลักโอกินาว่า โดยนั่งสปีดโบ๊ทจากท่าเรือเมืองนาฮะประมาณ 35 - 50 นาที เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกิจกรรมทางทะเลอย่างการดำน้ำ ชมปะการัง รวมถึงชมวาฬในฤดูหนาว

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน เกาะซามามิ (座間味島) จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ถ้าใครต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดก็ขอแนะนำเกาะอากะ (阿嘉島) ซึ่งคนจะน้อยกว่าแม้แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมที่เป็นไฮซีซั่น

ภายในชุมชนของเกาะเกรุมะ (慶留間島) เป็นที่ตั้งของ "ทาคารายะ (高良家)" บ้านพื้นเมืองโอกินาว่าที่สร้างขึ้นในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 อันเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของญี่ปุ่น

"อุทยานแห่งชาติอิริโอโมเตะอิชิกากิ" ชมบ้านเมืองเก่าแก่และสิ่งมีชีวิตหายากน่าหลงใหล

พื้นที่: 40,653 เฮกตาร์ (เฉพาะภาคพื้นดิน) / ผู้ใช้บริการต่อปี: ประมาณ 2,414,000 คน

อุทยานแห่งชาติอิริโอโมเตะอิชิกากิ (西表石垣国立公園) เป็นอุทยานที่อยู่สุดปลายทิศใต้ของญี่ปุ่น ภายในมีป่าไม้ไม่ผลัดใบกึ่งเขตร้อนที่แทบไม่ถูกรุกรานจากมนุษย์ และป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ระหว่างเกาะอิชิกากิ (石垣島) กับเกาะอิริโอโมเตะ (西表島) มีกลุ่มก้อนของปะการังกว่า 360 สายพันธุ์เรียงราย เป็นแนวปะการังที่หลากหลายที่สุดในญี่ปุ่น และยังเหนือกว่าเกรตแบร์ริเออร์รีฟอันโด่งดังอีกด้วย

ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของละแวกยาเอะยามะ (八重山) เป็นรากฐานที่คอยสนับสนุนการใช้ชีวิตของผู้คน เมื่อผู้คนรับเอาธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันก็จะปลูกฝังให้เกิดความเคารพต่อธรรมชาติตามไปด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง เกาะน้อยใหญ่ในบริเวณนี้จึงยังมีวัฒนธรรมโบราณ เช่น เพลงพื้นบ้านและเทศกาลต่างๆ สืบสานต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนบ้านหลังคาอิฐแดงแบบโบราณที่สามารถหาชมได้ในเกาะทาเคโทมิ 

แม้ว่าในปัจจุบันเราจะไม่สามารถเดินทางได้อย่างอิสระเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ในอนาคตเมื่อสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้แล้ว ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะผ่อนคลายที่อุทยานเหล่านี้ดูสักครั้ง ทริปอุทยานโอกินาว่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรม พืช และสัตว์ที่หาไม่ได้ในที่อื่น รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจแน่นอน!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร