ทริปสัมผัสวัฒนธรรมและอาหารของจังหวัดมิเอะ ตั้งแต่ชา Kabuse ไปจนถึงเนื้อวัว Matsusaka

จังหวัดมิเอะของญี่ปุ่นเป็นบริเวณที่ทะเล ภูเขา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมผสมผสานกันอย่างลงตัว แฝงไปด้วยความงามที่ละเอียดอ่อนและแก่นสารทางวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น ตั้งแต่บรรยากาศที่น่าเกรงขามของศาลเจ้า Ise Jingu แสงระยิบระยับจากคลื่นทะเลที่เงียบสงบของอ่าว Ago ไปจนถึงรสชาติที่ลุ่มลึกของเนื้อวัว Matsusaka และความน่าชื่นใจของชา Kabuse นอกจากจะได้ผ่อนคลายไปกับทิวทัศน์และประวัติศาสตร์แล้ว ยังสามารถสัมผัสความอบอุ่นของการท่องเที่ยวผ่านการพูดคุยกับผู้คนในท้องถิ่นได้อีกด้วย ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสัมผัสทริปที่ลุ่มลึกและมีเสน่ห์ ผ่านการเจาะลึกวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมของจังหวัดมิเอะ

* บทความนี้เขียนขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดมิเอะ

จังหวัดมิเอะ

จังหวัดมิเอะตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของเกาะหลักญี่ปุ่น มีทิศตะวันออกติดกับอ่าว Ise และทะเลเปิด Kumano ทั้งยังติดกับจังหวัดไอจิและจังหวัดอื่นๆ รวม 6 จังหวัด เป็นจังหวัดที่ฝังรากไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และทิวทัศน์ธรรมชาติมากมาย โด่งดังเป็นพิเศษจากศาลเจ้า Ise Jingu อุทยานแห่งชาติ Ise Shima การเพาะเลี้ยงหอยมุก และเนื้อวัว Matsusaka แผ่กว้างไปด้วยวิวทะเลที่ยิ่งใหญ่ ภูเขาที่ทอดยาว และทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์มากมาย
จังหวัดมิเอะนี้สามารถเดินทางมาถึงได้โดยนั่งรถไฟสายด่วน Kintetsu ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง จากภายในตัวเมืองนาโกย่าไปลงที่ละแวก Ise Shima ทั้งยังมีรถไฟสายตรงและรถบัสประจำทางให้บริการจากสนามบินนานาชาติ Centrair ช่วยเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ได้ง่ายมาก จังหวัดนี้มีจุดน่าสนใจมากมาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวอย่างไม่ต้องรีบร้อน ตั้งแต่แบบ 2 วัน 1 คืนไปจนถึงแบบ 4 วัน 3 คืน ในบทความนี้เราจะขอแนะนำทริป 4 วัน 3 คืนที่ช่วยให้ดื่มด่ำสถานที่ที่มีเสน่ห์ของมิเอะได้อย่างเต็มที่

Day1

Gozaisho Ropeway : สัมผัสทริปกลางเวหาพลางชมทิวทัศน์ตามฤดูกาลที่แผ่กว้างอยู่ด้านล่าง

Gozaisho Ropeway เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดมิเอะที่ตั้งอยู่ใน Yunoyama Onsen สามารถดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของสี่ฤดูกาล มีเสน่ห์เป็นบรรยากาศที่ต่างไปตามฤดูกาล ได้แก่ ยามะซากุระในฤดูใบไม้ผลิ พืชพรรณสีเขียวในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และวิวหิมะในฤดูหนาว
ระหว่างทริปกระเช้าลอยฟ้านี้ คุณจะได้ชมทิวทัศน์ภูเขาและสีสันพืชพรรณที่เปลี่ยนไปตามระดับความสูง เป็นทิวทัศน์จากหินผาและเมฆหมอกที่ราวกับภาพเขียนเลยทีเดียว นอกจากนี้ ระหว่างทางยังมีหอคอยเหล็กสีขาวที่สูงถึง 61 เมตร เป็นจุดไฮไลท์น่าตื่นตามากๆ

บนยอดเขามีร้านอาหารที่ครบครันไปด้วยเมนูหลากหลาย ตั้งแต่เมนูท้องถิ่นอย่าง Ise Udon และเกี๊ยวซ่าขนาดยักษ์ ไปจนถึงของหวานที่ได้รับแรงบันดาลจากหอคอยเหล็กสีขาว ล้วนแต่เป็นเมนูน่ารักๆ ที่จะช่วยให้ทริปของคุณเป็นที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

หลังจากนั่งกระเช้าลอยฟ้ามาลงที่สถานี Sanjo Koen ก็ยังมี Gozaisho Sanjo Lift ให้เพลิดเพลินไปกับทริปกลางเวหาอย่างต่อเนื่อง สามารถชมวิวพาโนราม่าอันยิ่งใหญ่ของอ่าว Ise และเทือกเขา Suzuka จากยอดเขาที่สูง 1,212 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ยอดเขานี้อยู่บนเส้นแบ่งจังหวัดของมิเอะและชิงะ หากสภาพเอื้ออำนวยก็จะสามารถมองเห็นทะเลสาบ Biwa ที่อยู่ไกลออกไป เหมาะกับทั้งการท่องเที่ยวแบบใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง และการท่องเที่ยวแบบสบายๆ โดยเข้าพักที่ย่านออนเซ็น Yunoyama พลางดื่มด่ำเสน่ห์ของออนเซ็นและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของจังหวัดมิเอะ

Kabusecha Cafe : สัมผัสชาหอมๆ และความอบอุ่นของชาวมิเอะที่บ้านเรือนโบราณ

Kabusecha Cafe ตั้งอยู่บนบริเวณเชิงเขา Suzuka เป็นคาเฟ่ชา Kabuse ที่รีโนเวทมาจากบ้านโบราณและบริหารโดยบริษัทชา Marushige ให้บริการอย่างสะดวกสบายราวกับได้หลงเข้าไปในละครดราม่าญี่ปุ่น แผ่กว้างไปด้วยบรรยากาศที่ดูอบอุ่นจากเสื่อทาทามิ ระเบียงเอนกาวะ และโทรทัศน์แนวย้อนยุค

ชา Kabuse หมายถึงชาที่ปลูกขึ้นโดยนำผ้าสีดำไปคลุมต้นชาที่เพิ่งเก็บเกี่ยวใหม่ๆ เป็นระยะเวลา 14 วัน มีจุดเด่นเป็นรสชาติที่นุ่มลื่นและขมน้อย คอร์สของคาเฟ่นี้ที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคือ Nomikurabe Zen ซึ่งจะให้คุณเลือกชา 3 ขนิด จากนั้นก็ลองชิมชาและเดาชนิดของชาให้ถูก โดยอ้างอิงจากคำอธิบายที่เขียนไว้บนเมนู บางชนิดก็ให้รสหวานชื่นใจราวกับข้าวโพดและถั่วเขียวญี่ปุ่น บางชนิดก็มีรสสัมผัสนุ่มลื่นพลางแฝงรสขมอ่อนๆ ช่วยให้คุณสัมผัสได้ถึงความหลากหลายและละเอียดอ่อนของชา Kabuse ทั้งยังเสิร์ฟพร้อมกับมูชชาที่นุ่มลื่นและขนมญี่ปุ่นกรุบกรอบที่เรียกว่า Arare ช่วยให้กลิ่นหอมของชาชัดเจนยิ่งขึ้น

เจ้าของร้านได้สอนวิธีชงชาหลากหลายชนิดและบอกเล่าเคล็ดลับเกี่ยวกับชาในชีวิตประจำวันให้กับเรา ยกตัวอย่างเช่น การนำใบชาไปทำเป็นเทมปุระ และการนำใบชาที่ชงแล้วไปราดด้วยพอนสึรสยูซุเพื่อทำเป็นเมนูเครื่องเคียงที่ให้รสชาติสดชื่น
หลังจากนั้นก็ได้พาเราไปชมทุ่งชาที่อยู่บนเชิงเขา Suzuka ช่วยให้เข้าใจว่ารสหวานที่มีเสน่ห์ของชา Kabuse นี้ เกิดขึ้นภายใต้ธรรมชาติที่เงียบสงบและความเอาใจใส่ของผู้คนมากมาย

ISE MATCHA CAFE : ดื่มด่ำความลุ่มลึกของ Ise Matcha สูตรโฮมเมดที่เมือง Suzuka

บริษัท Ise Matcha ตั้งอยู่ในเมือง Suzuka เป็นสวนชา Tencha ที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว้างขวางเป็นอันดับต้นๆ ของท้องถิ่น ได้ทำการผลิตชามัทฉะโดยใช้เตาอบอิฐที่เรียกว่า Tencha Ro จำนวน 6 เครื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทำให้เกิดเป็น Ise Matcha ที่มีจุดเด่นเป็นกลิ่นหอม รสชาติ และรสสัมผัสที่เข้มข้น

ISE MATCHA CAFE ตั้งอยู่ติดกับโรงงานนี้ เป็นคาเฟ่ที่จะให้คุณได้ลิ้มรสเครื่องดื่มจากใบชาแรกเก็บเกรดเอ
เมนูที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคือ มัทฉะพาร์เฟต์ มัทฉะซอฟต์ครีม รวมถึงเครื่องดื่มแปลกใหม่ที่ผสมผสานกาแฟเอสเปรสโซเข้ากับมัทฉะและบราว์ชูการ์ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนก็ล้วนมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังมีสีสันน่ารับประทานอีกด้วย เนื่องจากร้านนี้มีขนาดค่อนข้างเล็ก จึงเน้นจำหน่ายแบบเทคเอาท์เป็นหลัก เหมาะมากสำหรับการซื้อมัทฉะเข้มข้นคุณภาพสูงไปลิ้มรสระหว่างการเดินทาง

VISON : รีสอร์ทอาหารอร่อยที่ตอบโจทย์ได้ทั้งร่างกายและจิตใจ

VISON เป็นรีสอร์ทคอมเพล็กซ์ที่ผสมผสาน "อาหาร" และ "ศิลปะ" เข้าด้วยกัน มีหน้าตาราวกับเมืองขนาดย่อมๆ ตั้งแต่ภายนอกไปจนถึงภายในของอาคารตกแต่งในดีไซน์เรียบง่ายที่ดูหรูหรา ให้ความสวยงามราวกับภาพเขียนในทุกมุมมอง สามารถสัมผัสบรรยากาศราวกับอยู่ในเมืองเล็กๆ ของประเทศสเปนเลยทีเดียว

ภายในพื้นที่รีสอร์ทมีร้านอาหารหลายร้าน ร้านที่เราเลือกไปรับประทานมื้อค่ำในครั้งนี้มีชื่อว่า Mendi เชฟ Nakatake ที่เป็นหัวหน้าครัวของร้านนี้เคยอาศัยอยู่ในเขตภูเขา Basque ของสเปน และได้นำประสบการณ์ดังกล่าวมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสเต็กที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทิวทัศน์ภูเขาน้อยใหญ่ของจังหวัดมิเอะ
เมนูคอร์สของร้านนี้ประกอบไปด้วยสลัด ซุป และอาหารทะเลที่ปรุงขึ้นอย่างละเอียดอ่อน มีเมนูหลักเป็นเนื้อวัว Mikumano ซึ่งเป็นวัวคุโรเกะของจังหวัดมิเอะที่หารับประทานได้ยากมาก มีความอ่อนนุ่มอย่างยิ่ง ส่วนไขมันก็รับประทานง่ายราวกับละลายในปาก เป็นเมนูที่น่าประทับใจมากๆ

หลังมื้อค่ำก็สามารถไปผ่อนคลายได้ที่ Honzoyu ออนเซ็นสมุนไพรจากสูตรที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยมิเอะและบริษัทยา Rohto มีการใช้สมุนไพรตามฤดูกาลที่หาได้จากภายในรีสอร์ทและสวนสมุนไพรใกล้เคียง ช่วยให้สามารถเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละฤดูกาล ภายในบริเวณมีการจัดแสงไฟให้ส่องสะท้อนกับผิวน้ำ ทำให้เกิดเป็นบรรยากาศชวนผ่อนคลายอย่างยิ่ง
การเข้าพักที่ VISON นี้จะให้คุณได้ดื่มด่ำอาหารอร่อย เพลิดเพลินออนเซ็น เดินเล่นในพื้นที่อันกว้างขวาง และชมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวในยามค่ำคืน รับรองว่าจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน

Day2

VISON : สัมผัสประสบการณ์อาหารที่หลากหลาย

ก่อนที่จะทำการเช็คเอาท์ เราขอแนะนำให้เดินเล่นภายในบริเวณเพื่อสัมผัสกับการเป็น "ขุมทรัพย์อาหารอร่อย" ของ VISION แห่งนี้
จากโซนโรงแรมไม่ไกลนักมี San Sebastian Dori ซึ่งเป็นถนนอาหารอร่อยที่เรียงรายไปด้วยเมนูจากวัตถุดิบของละแวกมิเอะ นอกจากพ่อครัวจากร้านในญี่ปุ่นแล้ว ยังมีบาร์ชื่อดังจาก San Sebastian ของสเปนมาเปิดสาขาอีกด้วย ทั้งยังมีร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักมากๆ

ส่วนโซน Wa VISION ก็อัดแน่นไปด้วยร้านสินค้าเฉพาะทางและเวิร์คช็อปของวัตถุดิบดั้งเดิมอย่างมิโซะ โชยุ ซุปคัตสึโอะบุชิ และสาหร่ายคอมบุ บริเวณนี้มีวัฒนธรรมอาหารและเวิร์คช็อปแฮนด์เมดให้ลองสัมผัสประสบการณ์ เป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณช่างฝีมือและวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ให้คุณทำถุงดาชิจากวัตถุดิบ 24 ชนิดด้วยตัวเอง สามารถสัมผัสกับความสนุกสนานจากการผสมผสานวัตถุดิบด้วยตัวเอง

ส่วน Marche VISION ก็เป็นตลาดขายตรงที่โดดเด่นด้านความหลากหลาย สามารถลิ้มรสผักผลไม้และอาหารทะเลสดใหม่ รวมถึงเลือกซื้อสินค้าลิมิเต็ดของ VISION และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดมิเอะ นอกจากนี้ก็ยังมีโซน Atelier VISION ที่ประกอบไปด้วยแกลลอรี่ เวิร์คช็อปงานปั้น และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องครัวด้านวัฒนธรรมอาหารจากทั่วโลก เป็นโซนที่สามารถชื่นชมความสวยงามของเครื่องครัวและงานศิลปะพื้นบ้านจากหลากหลายยุคสมัยและแหล่งที่มา
VISON เป็นที่พักที่จะให้คุณได้ดื่มด่ำความหลากหลายด้านอาหารไปพร้อมๆ กับศิลปะและวัฒนธรรม ช่วยให้เข้าใจความวิเศษและลุ่มลึกของอาหารและวัตถุดิบได้มากยิ่งขึ้น

Ise Jingu : รากเหง้าทางจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นที่ควรไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง

Ise Jingun ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น "รากเหง้าทางจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น" ศาลเจ้าประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปีนี้ได้เป็นที่พึ่งทางจิตใจของคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน บริเวณศาลเจ้าล้อมรอบไปด้วยป่าศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขาม ให้บรรยากาศเงียบสงบที่ช่วยผ่อนคลายและเยียวยาจิตใจของผู้คนที่แวะมาเยี่ยมชม
ถนนซันโดของศาลเจ้านี้ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และบรรยากาศที่เงียบสงบ หากทำการโค้งคำนับหนึ่งครั้งก่อนลอดซุ้มประตูโทริอิที่อยู่บริเวณทางเข้า ก็จะช่วยให้สัมผัสได้ถึงความเคารพของคนญี่ปุ่นที่มีต่อธรรมชาติและทวยเทพ

Okage Yokocho : จุดวิวสวยและอาหารอร่อยที่น่าแวะมาหลังสักการะศาลเจ้า Ise Jingu

Okage Yokocho ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้า Ise Jingu เป็นย่านการค้าบรรยากาศเก่าแก่ที่เรียงรายไปด้วยสิ่งก่อสร้างสไตล์ย้อนยุค เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นพลางดื่มด่ำกลิ่นอายของวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม

ย่านนี้นอกจากจะเรียงรายไปด้วยร้านของฝากและร้านสินค้าแฮนด์เมดมากมายแล้ว ยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการลิ้มรสเมนูอร่อยท้องถิ่นอีกด้วย สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินชิมเมนูอร่อยมากมาย โดยมีเมนูห้ามพลาดเป็นน้ำแข็งไส Akafuku Gori ที่วางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เป็นน้ำแข็งไสรสมัทฉะที่ใส่โมจิและไส้ถั่วแดงสูตรพิเศษไว้ภายใน ให้รสชาติลุ่มลึกและน่าชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหารมากมายตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Isuzugawa เป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับการดื่มด่ำวิวสวยและอาหารอร่อยไปพร้อมๆ กัน ร้านที่เราเลือกใช้บริการในครั้งนี้มีชื่อว่า Tofuya เป็นร้านเฉพาะทางของเมนูปลาไหลและเต้าหู้โฮมเมด ตัวอาคารมีสไตล์ญี่ปุ่นเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดยกลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบข้าง เต้าหู้ของร้านนี้ทำขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ มีให้เลือกหลากหลายชนิด เช่น Yosedofu ที่มีรสชาติเข้มข้น และเต้าหู้ตามฤดูกาลที่มีสวนผสมจากวัตถุดิบของฤดูกาลนั้นๆ ร้านนี้มีเมนูประจำร้านเป็นปลาไหลที่เพาะเลี้ยงในญี่ปุ่น ได้รับความชื่นชอบอย่างยิ่งจากรสสัมผัสที่ละเอียดอ่อน
บริเวณริมแม่น้ำ Isuzugawa นี้มีบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล หากได้ชมวิวดังกล่าวพลางรับประทานอาหารที่ปรุงขึ้นอย่างเอาใจใส่แล้ว จะช่วยให้สัมผัสถึงเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ise รวมถึงความสวยงามและละเอียดอ่อนที่แฝงอยู่ภายในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

Mikimoto Pearl Island : ชมวัฒนธรรมดั้งเดิมและการเพาะเลี้ยงหอยมุกของญี่ปุ่น

Mikimoto Pearl Island ตั้งอยู่ในจังหวัดมิเอะ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยงหอยมุกของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นเทคนิคที่คิดค้นขึ้นโดยคุณ Mikimoto Kokichi ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกให้การเพาะเลี้ยงหอยมุกของญี่ปุ่นขึ้นไปสู่เวทีระดับโลก
คุณสามารถศึกษาขั้นตอนการเพาะเลี้ยงหอยมุกได้อย่างละเอียด ช่วยให้รู้ว่าไข่มุกที่ส่องประกายสวยงามเติบโตขึ้นในทะเลได้อย่างไร ทั้งยังได้เข้าใจถึงเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ของการเพาะเลี้ยงไข่มุกและแนวคิดของคุณ Mikimoto Kokichi อีกด้วย

ภายในเกาะนี้มีการจัดแสดงหลากหลายประเภท เช่น คำอธิบายขั้นตอนการเพาะเลี้ยงหอยมุก ภาพถ่ายในอดีต และอุปกรณ์เลี้ยงหอยมุกที่ใช้กันมาแต่โบราณ แค่มองดูก็ช่วยให้เข้าใจถึงขั้นตอนและเทคนิคการเพาะเลี้ยงหอยมุกได้แล้ว
นอกจากการจัดแสดงทั่วไปแล้วก็ยังมีการสาธิตโดยนักเก็บหอยที่เรียกว่า Ama อีกด้วย เป็นการแสดงเทคนิคการเก็บหอยแบบดั้งเดิมที่ดำน้ำลงไปโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ สามารถทัศนศึกษาการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญและมีเอกลักษณ์ของ Ama ได้อย่างใกล้ชิด เป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจงานศิลปะจากหอยมุก ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่น การเรียนรู้ที่ Mikimoto Pearl Island ก็จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแน่นอน

Toba Seaside Hotel : ประสบการณ์อาหารและที่พักสุดหรูหราพร้อมวิวสวยๆ ของอ่าว Toba

Toba Seaside Hotel ตั้งอยู่บนชายฝั่งริมอ่าว Toba เป็นที่พักในฝันของผู้ที่อยากดื่มด่ำเสน่ห์ของเรียวกังญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ โรงแรมนี้ประกอบไปด้วย 3 อาคาร ได้แก่ Migiwakan, Nozomikan, และ Misakitei โดยมีห้องพักให้เลือกถึง 12 แบบ
อาคารทุกหลังมาพร้อมกับโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ สามารถแช่น้ำพลางชมอ่าว Toba สีฟ้าใสได้อย่างทั่วถึง เป็นทิวทัศน์ทะเลสวยๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ช่วยให้เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

มื้ออาหารยอดนิยมของที่นี่คือบุฟเฟ่ต์สุดอลังการในธีมอาหารทะเลสดใหม่ มีเมนูให้เลือกหลากหลาย นอกจากจะใช้วัตถุดิบของจังหวัดมิเอะอย่างเต็มที่แล้ว ยังเสิร์ฟเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกาะรอบนอกของเมือง Toba ช่วยให้สามารถเพลิดเพลินไปกับเมนูจากหลากหลายพื้นที่
ตั้งแต่ซาชิมิแล่สด เทมปุระทอดใหม่ เทปปันยากิ นาเบะ ไปจนถึงพาร์เฟ่ต์ที่คุณสามารถตกแต่งได้ด้วยตัวเอง อัดแน่นไปด้วยความเอาใจใส่แบบเรียวกังและรสชาติสดใหม่ที่สมกับเป็นจังหวัดแห่งของอร่อย ช่วยดื่มด่ำมนต์เสน่ห์ของมิเอะได้อย่างเต็มที่

Day3

Toba Aquarium : แวะทักทายนากทะเล ดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

Toba Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สามารถเดินชมภายในได้อย่างอิสระโดยไม่มีการกำหนดเส้นทางไว้ ซึ่งเป็นสไตล์ที่มีอยู่น้อยมากในญี่ปุ่น
นอกจากสัตว์หายากอย่างพะยูนและนากทะเลแล้ว ภายใน Toba Aquarium ยังมีสัตว์และพืชทะเลกว่า 1,200 สายพันธุ์จากทะเลเปิด Kumano และอ่าว Ise ที่เป็นอ่าวขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น
เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเขตทะเลรอบๆ ประเทศญี่ปุ่น

อีเวนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษของพิพิธภัณฑ์นี้คือ "โชว์ให้อาหารนากทะเล" ที่ผู้เลี้ยงจะทำการให้อาหาร พลางเช็คการเคลื่อนไหวและสุขภาพของนากทะเล
ปัจจุบัน Toba Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เลี้ยงนากทะเลไว้ นอกจากจะได้ชมความน่ารักน่าเอ็นดูของนากทะเลแล้ว ยังช่วยให้รู้สึกห่วงใยนากทะเลที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ และตระหนักถึงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเลอีกด้วย

ภายในอาคารเรียงรายไปด้วยเครื่องกาชาปอง บูธถ่ายสติ๊กเกอร์ และสินค้าออริจินัลน่ารักๆ มากมาย ส่วนร้านอาหารก็มีเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตทางทะเล อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความขี้เล่นมากมาย
พิพิธภัณฑ์นี้ได้ความความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวและผู้คนในพื้นที่ ไม่ว่าจะแวะมาตอนไหนก็มีผู้คนมากมาย อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่แสนคึกคัก

Satoumian : ลิ้มรสอาหารทะเลหรูหราพลางสัมผัสวัฒนธรรม Ama อย่างใกล้ชิด

Satoumia ตั้งอยู่ในเมือง Shima เป็นสถานที่ที่จะให้คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม Ama ของจังหวัดมิเอะอย่างลึกซึ้ง
สถานที่นี้มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น การลองสวมชุด Ama พลางถ่ายรูปที่ระลึก และการเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและเครื่องแต่งกายของ Ama ทั้งยังสามารถนั่งล้อมเตาไฟไปกับ Ama ซึ่งจะย่างอาหารทะเลสดใหม่ให้คุณรับประทาน พลางบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ผู้ให้บริการเราในครั้งนี้คือคุณ Kitamura ซึ่งเป็น Ama ที่เกษียณแล้ว เธอได้ต้อนรับเราอย่างอบอุ่นด้วยรอยยิ้มที่สดใส บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเก็บอาหารทะเลและมุมมองมากมายที่เกี่ยวกับทะเล พลางย่างอาหารทะเลสดใหม่อย่างกุ้ง Ise หอย Awabi และหอย Sazae ให้เรารับประทาน อบอวลทั่วบริเวณไปด้วยกลิ่นหอมๆ และให้รสสัมผัสที่พิเศษอย่างยิ่ง
นอกจากจะได้ดื่มด่ำอาหารทะเลอร่อยๆ แล้ว ยังได้สัมผัสถึงความอ่อนโยน แข็งแกร่ง และเร้าร้อนของเหล่า Ama อย่างใกล้ชิด

Kashikojima Espana Cruise : ทริปเรือหรูที่จะให้คุณดื่มด่ำความสวยงามของชายฝั่งทรงริอา

Kashikojima Espana Cruise เป็นเรือชมวิวที่จะให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับวิวอ่าว Ago ซึ่งเป็นชายฝั่งทรงริอาที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติ Ise Shima เนื่องจากเป็นทริปที่ล่องไปตามทะเลส่วนใน จึงมีคลื่นน้อยและนั่งสบาย ภายในเรือตกแต่งอย่างอลังการ สามารถสั่งชาและของว่าง และเพลิดเพลินไปกับอาฟเตอร์นูนทีบนผิวน้ำที่หรูหรา
ทริปเรือนี้ยังเหมาะสำหรับการใช้บริการเป็นครอบครัว เด็กๆ สามารถถ่ายรูปคู่กับหุ่นที่อยู่บนด่านฟ้าเรือ และสนุกไปกับบรรยากาศการผจญภัยราวกับกำลังอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Pirates of the Caribbean

ในระหว่างทริปคุณจะได้ชมชายฝั่งทรงริอาอันยิ่งใหญ่และแพเพาะเลี้ยงหอยมุก ช่วยให้เพลิดเพลินจุดเด่นของจังหวัดมิเอะทั้งด้านภูมิประเทศและวัฒนธรรมได้อย่างพร้อมๆ กัน
ทริปรอบเย็นเป็นช่วงที่เราขอแนะนำมากที่สุด แสงสลัวจากพระอาทิตย์ตกดินจะสาดส่องลงผิวทะเล ย้อมชายฝั่งและตัวเรือให้กลายเป็นสีแดง เป็นทิวทัศน์น่าหลงใหลและโรแมนติก ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่น่าจดจำให้กับทริปของคุณ
ทริปเรือนี้ผสมผสานการท่องเที่ยว ความรู้ และความสนุกสนานไว้อย่างลงตัว เป็นวิธีที่เหมาะมากสำหรับการสัมผัสวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และทิวทัศน์ที่สวยงามของ Ise Shima

Kashikojima Hojoen : ประสบการณ์ออนเซ็นหรูหราพร้อมทิวทัศน์สวยงามของอ่าว Ago

ระหว่างทริป Koshikojima Espana Cruise ของอ่าว Ago คุณจะสามารถมองเห็น Hojoen ที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่บนยอดเขา เป็นที่พักที่นายกรัฐมนตรี Abe Shinzo เคยมาเข้าพักระหว่างการประชุม Ise Shima G7 ในปี 2016 แสดงให้เห็นถึงความเป็นทางการที่ยอดเยี่ยมของที่นี่
ทันทีที่เดินเข้าไปก็จะพบกับล็อบบี้ที่กว้างขวาง ผสมผสานแสงไฟทรงตารางสีขาว พรมสีแดง สวนญี่ปุ่น และงานศิลปะทรงน้ำตกอันยิ่งใหญ่ไว้อย่างลงตัว ดูอลังการและแฝงไปด้วยความหรูหรา ราวกับฉากในภาพยนตร์เลยทีเดียว
บริเวณทางเดินไปสู่ห้องพักมีหน้าต่างเรียวยาวติดตั้งไว้ สามารถมองเห็นวิวอ่าว Ago ที่เข้ากับวิวสวนญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว สมบูรณ์แบบราวกับภาพเขียนน้ำมันเลยทีเดียว

ห้องพักทุกห้องมาพร้อมกับวิวทะเล แผ่กว้างไปด้วยทิวทัศน์สุดอลังการจากเกาะน้อยใหญ่บนผิวทะเลที่นิ่งสงบ ทิวทัศน์นี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามแสงอาทิตย์ยามเช้าและยามเย็น ให้บรรยากาศที่ต่างไปโดยสิ้นเชิงกับทิวทัศน์ที่มองเห็นจากเรือชมวิว
Hojoen ครบครันไปด้วยออนเซ็นธรรมชาติและออนเซ็นกลางแจ้ง สามารถดื่มด่ำวิวสวยๆ ได้ระหว่างการแช่น้ำ ส่วนมื้ออาหารก็อลังการไปด้วยอาหารทะเลหลากหลายที่คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่มาปรุงขึ้นอย่างประณีตบรรจง ช่วยให้การเข้าพักของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก

Day4

จุดชมวิวบนยอดเขา Asama : ขอพรด้านความรักและผ่อนคลายไปกับวิวท้องฟ้าสวยๆ

ละแวก Ise มีเพลงพื้นบ้านเก่าแก่ที่กล่าวไว้ว่า "หากมาสักการะศาลเจ้า Ise Jingu แต่ไม่ได้ปีนเขา Asama ก็ถือว่าเป็นการสักการะเพียงครึ่งเดียว"
กรณีที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล ก็ขอแนะนำให้วิ่งบนทางด่วน Ise Shima Skyline และมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา Asama ระหว่างทางมีทิวทัศน์สวยงาม เมื่อถึงยอดเขาก็จะได้เพลิดเพลินไปกับวิวพาโนราม่าจากแนวเขาและอ่าว Ise อันยิ่งใหญ่ หากสภาพอากาศเอื้ออำนวยก็จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและสนามบิน Centrair ที่อยู่ไกลออกไป เป็นทิวทัศน์กว้างขวางที่น่าชื่นใจมากๆ

จุดชมวิวนี้มี "ตู้ไปรษณีย์กลางเวหา" ติดตั้งไว้ เป็นตู้สำหรับส่งโปสการ์ดบอกเล่าเรื่องราวในการเดินทางหรือความในใจให้กับคนสำคัญ ส่งผลให้บริเวณนี้มีชื่อเสียงในฐานะ "แดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก" ด้วยเช่นกัน

ข้างๆ จุดชมวิวนี้ยังมีบ่อแช่เท้าติดตั้งไว้ สามารถแวะมาเยียวยาความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง พลางชื่นชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่

บริเวณนี้มีเมนูห้ามพลาดเป็นซอฟต์ครีมเข้มข้น ให้รสหวานและมีสีขาวเนียน ราวกับก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างขวาง เหมาะมากสำหรับเป็นเมนูปิดท้ายการเดินทางด้วยรถยนต์

Gyugin Honten : ร้านเก่าแก่จากยุคเมจิที่มีเนื้อวัว Matsusaka ให้ลิ้มลอง

Gyugin Honten ก่อตั้งขึ้นในปีเมจิ 35 (ค.ศ. 1902) เป็นร้านเก่าแก่ที่เสิร์ฟเนื้อวัว Matsusaka ที่เป็นหนึ่งในสามสุดยอดวากิวของญี่ปุ่น ตัวอาคารดูเก่าแก่และมีบรรยากาศที่เงียบสงบ อัดแน่นไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบญี่ปุ่น เป็นร้านชื่อดังที่คอยดึงดูดเหล่านักชิมให้มาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
เมนูห้ามพลาดของร้านนี้คือ Sukiyaki เนื่องจากเจ้าของร้านจะทำการปรุงให้ตั้งแต่ต้นจนจบ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะย่างเนื้อวัวไม่ถูกวิธี เมนูนี้มีรสหวานอมเค็มที่เป็นเอกลักษณ์ ปรุงรสชาติโดยใช้เพียงน้ำตาลและโชยุ Shimozu ซึ่งเป็นโชยุแบรนด์ดังของท้องถิ่นที่มีประวัติศาสตร์กว่า 150 ปี

เจ้าของร้านจะทำการปรุงเนื้อให้คุณลองรับประทานก่อนหนึ่งชิ้น จากนั้นก็ใส่ผักและเต้าหู้ลงไป และทำการปรุงเนื้อให้คุณรับประทานอีกครั้ง เนื้อจะถูกปรุงในน้ำซุปที่เข้มข้นและรับประทานง่าย ช่วยดึงรสสัมผัสอ่อนนุ่มสุดพิเศษจากการมีเส้นไขมันที่ละเอียดอ่อนและตัดผ่านกันน้อยของเนื้อวัว Matsusaka ออกมาได้อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะในกรณีที่รับประทานโดยจุ่มลงในไข่ดิบนั้น เนื้อจะอ่อนนุ่มและหวานเด่นชัดมากขึ้น ทิ้งรสชาติอร่อยๆ ไว้ในช่องปากอย่างยาวนาน หลังรับประทานเสร็จก็สามารถราดไข่ที่เหลือลงบนข้าว กลายเป็นเมนูที่เรียกว่า Tamokokake Gohan เหมาะมากสำหรับการปิดท้ายมื้ออาหารที่หรูหรานี้
หากคุณไม่ชอบรับประทานรสหวาน ก็สามารถเลือกรับประทานแบบ Shabu Shabu ที่ปรุงด้วยพริกไทยและโชยุรสอ่อนได้ด้วย
นอกจากนี้ ใกล้กับ Gyugin Honten ยังมีร้านในเครือเดียวกันที่เสิร์ฟเมนูตะวันตก ห่างออกไปโดยเดินไม่ไกลนักก็มีร้านอุด้งให้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม หากต้องการสัมผัสเนื้อวัว Matsusaka ในรูปแบบที่ดั้งเดิมและได้รับความนิยมมากที่สุด Sukiyaki ของร้านนี้ก็เป็นเมนูที่เราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง

Chayuzen Cha-Jyu : ปิดท้ายการเดินทางด้วยชา Ise อันยอดเยี่ยม

หลังจากได้ขลัดเกลาประสาทรับรสผ่านทริปอาหารอร่อยเป็นระยะเวลา 4 วัน ก็ได้เวลาเดินทางไปที่ Chayuzen Cha-Ju ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้าย และปิดท้ายทริปของคุณอย่างหรูหราด้วยชา Ise แสนอร่อย

คุณ Tsukamoto ผู้เป็นเจ้าของร้านรุ่นที่ 6 ได้นำทางเราไปสู่โลกแห่งชาด้วยการอธิบายที่เข้าใจง่าย หากได้ลองชิมและเปรียบเทียบใบชาจากแหล่งผลิต สายพันธุ์ และวิธีเพาะปลูกที่แตกต่างกัน ก็จะช่วยให้สัมผัสความแตกต่างได้อย่างเด่นชัด และเข้าใจถึงเสน่ห์และคุณภาพที่อัดแน่นอยู่ในใบชาของจังหวัดมิเอะ
ใบชาที่เรารู้สึกว่ามีกลิ่นหอมเป็นพิเศษคือ Kirari 31 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ของจังหวัดมิเอะ เป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าที่ช่วยให้ตระหนักว่า "ชาของญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่มัทฉะเท่านั้น"

หลังจากสัมผัสจุดเด่นของชาหลายๆ ชนิดแล้ว ก็สามารถทำชาเบรนด์สูตรออริจินัลของคุณเองได้โดยเลือกสี ความหวาน และความขมตามชอบ
ใบชาขนาด 30 กรัมนี้อัดแน่นไปด้วยกลิ่นหอมที่ไม่มีใครเหมือน เป็นของระลึกจากการเดินทางที่สามารถเพลิดเพลินได้อย่างยาวนาน

ความทรงจำจากทริปมิเอะ : ภูเขา ทะเล ผู้คน และกลิ่นหอมจากใบชา

หากคุณยังไม่มีจุดหมายปลายทางในใจสำหรับทริปญี่ปุ่นครั้งถัดไป จังหวัดมิเอะนี้ก็เหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสการท่องเที่ยวแบบสบายๆ
จังหวัดนี้ห่างไกลจากความวุ่นวายแบบเมืองใหญ่ คอยเยียวยารสสัมผัส ประสาทสัมผัส และหัวใจของผู้ที่แวะเยี่ยมชมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และความอ่อนโยนของผู้คน คุ้มค่าที่จะดื่มด่ำในทุกๆ วินาที ตั้งแต่ทิวทัศน์ภูเขาและทะเลอันยิ่งใหญ่ ไปจนถึงกลิ่นหอมๆ จากใบชา

มนต์เสน่ห์ชูบุ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ช้อปปิ้งญี่ปุ่นแบบประหยัดสุดคุ้ม! ดูคูปองส่วนลดที่นี่เลย

เกี่ยวกับนักเขียน

Dawn
Dawn Cheng