สเน่ห์ของซูชิสายพาน ร้านซูชิแสนสะดวกในญี่ปุ่น

ซูชิสายพาน หรือไคเตงซูชิ (回転寿司) เป็นร้านที่คุณสามารถทานซูชิอร่อยๆ ได้ในราคาที่เหมาะสม ในบทความนี้เราจะขอนำเสนอวิธีการปฏิบัติตัวเวลาไปทานซูชิสายพาน รวมไปถึงเคล็ดลับต่างๆ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับซูชิสายพานได้มากยิ่งขึ้น

ทั่วประเทศ

เคล็ดลับ

1. ซูชิสายพานคืออะไร?

4891408766_fe92c06751_z

Emil Olsen/Flickr

ซูชิสายพานคือ ร้านซูชิที่เสิร์ฟซูชิลงบนสายพานที่หมุนวนไปรอบร้าน ปัจจุบันในญี่ปุ่นมีร้านซูชิสายพานอยู่มากกว่า 30,000 แห่งในกรณีที่นับรวมร้านสาขา เป็นร้านที่มีราคาไม่สูง อีกทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวาง จึงสามารถมาทานกันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ๆ ได้

2. เมื่อมาถึงร้าน

4567434372_33ba4e269e_z

Tatsuo Yamashita/Flickr

ในกรณีที่ร้านว่างอยู่ คุณสามารถเดินเข้าไปนั่งที่เคาน์เตอร์หรือโต๊ะได้เลย แต่ในกรณีที่ร้านเต็มไปด้วยคน คุณจำเป็นต้องกดรับบัตรคิวจากเครื่องที่อยู่ในพื้นที่รอคิวก่อน ระยะเวลาในการรอคิวช่วงวันหยุดจะนานเป็นพิเศษถึงขนาดที่ 1 ชั่วโมงยังเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคุณยังสามารถจองที่นั่งผ่านทางออนไลน์ได้เช่นกัน การจองผ่านทางออนไลน์ก่อนออกเดินทางจึงดูรอบคอบที่สุด

3. วิธีการสั่ง

วิธีที่ 1. หยิบจานอาหารที่วางอยู่บนสายพาน

9241103338_d792aca1dd_z

Jere Samuli Perttula/Flickr

ตามที่ชื่อของมันได้บอกไว้ ร้านซูชิสายพานจะมีการเสิร์ฟซูชิไปบนสายพานที่วนไปรอบร้าน เนื่องจากลูกค้าสามารถหยิบซูชิที่วางอยู่บนสายพานได้อย่างอิสระ เมื่อพบของที่อยากทานแล้วให้หยิบโดย "ยกออกมาพร้อมกับจาน" สิ่งที่ควรระวังคือ อย่านำจานที่ทานเสร็จแล้วกลับไปวางไว้บนสายพาน เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาพนักงานไม่สามารถคิดเงินได้

วิธีที่ 2. สั่งจากหน้าจอระบบสัมผัส

7185632077_b70fab16a7_z

PYONKO OMEYAMA/Flickr

ร้านซูชิสายพานเกือบทุกร้านจะมีหน้าจอระบบสัมผัสติดตั้งอยู่ในแต่ละที่นั่ง คุณสามารถใช้หน้าจอเหล่านี้เพื่อสั่งของที่คุณอยากทานได้ ซูชิที่คุณสั่งจะถูกส่งมาทางสายพานโดยมีการทำสัญลักษณ์ว่าเป็นของสั่ง และเมื่อซูชิที่สั่งไว้ใกล้จะมาถึงโต๊ะของคุณ ระบบบนหน้าจอจะทำการแจ้งให้คุณได้ทราบ

วิธีที่ 3. ดูเมนูที่อยู่บนที่นั่งแล้วสั่งแบบปากเปล่า

Exif_JPEG_PICTURE

rc!/Flickr

ในบรรดาร้านซูชิสายพาน บางร้านจะมีเชฟทำซูชิยืนอยู่ที่ฝั่งด้านในของสายพาน เนื่องจากร้านดังกล่าวจะไม่มีหน้าจอระบบสัมผัส เวลาสั่งซูชิคุณจึงต้องสั่งกับเชฟโดยตรง อีกทั้งคุณยังสามารถมองเชฟปั้นซูชิที่คุณสั่งได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

4. เคล็ดลับในการเพลิดเพลินไปกับซูชิสายพาน

เคล็ดลับที่ 1 [หน้าซูชิที่หลากหลาย]

pixta_22160274_s

june./PIXTA

ร้านซูชิสายพานมักจะมีซูชิหน้าต่างๆ ที่หาทานไม่ได้แม้แต่ในร้านซูชิชั้นสูง นอกจากอาหารทะเลแล้ว ของทอด, เทมปุระ, ผักดอง, และแม้กระทั่งเนื้ออบก็ยังถูกนำมาเป็นหน้าซูชิอีกด้วย ถ้าได้ลองซูชิหน้าแปลกๆ เหล่านี้ดูสักครั้งแล้ว คุณอาจจะหลงใหลในรสชาติของมันก็เป็นได้

เคล็ดลับที่ 2 [ไม่ใช่แค่ซูชิเท่านั้น เมนูเส้นก็น่าสนใจเช่นกัน!]

14816373665_e11f2d0141_z

hirotomo t/Flickr

ที่ร้านซูชิสายพานส่วนใหญ่นั้น นอกจากซูชิแล้วคุณยังสามารถทานเมนูประเภทเส้นเช่น โซบะ, ราเมน, และอุด้งได้อีกด้วย ประเภทของซุปเองก็มีอยู่มากมายจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นมิโซะ, โซยุ, ทงคัตสึ, หรือซุปทะเล นอกจากราเมนแล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆ ให้คุณได้ลองทานอีกด้วย อาทิเช่น โซบะเป็ดที่ใช้น้ำซุปจากเป็ดในการทำ และเทมปุระอุด้งที่มีเทมปุระวางอยู่บนชาม

เคล็ดลับที่ 3 [ของหวานที่อร่อยจนน่าตกใจ]

11789907_m

Harald Biebel/123RF

หลังจากทานซูชิแล้วแน่นอนว่าต้องอยากทานของหวานเพื่อล้างปาก ของหวานในร้านซูชิสายพานส่วนใหญ่มักจะมีคุณภาพที่สูงจนน่าตกใจ นอกจากของหวานทั่วไปเช่นไอศครีมและเค้กแล้ว ยังมีขนมญี่ปุ่นและผลไม้ให้ได้ทานอีกด้วย เนื่องจากของหวานจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงการันตีได้ว่าคุณจะไม่เบื่อของหวานของที่ร้านง่ายๆ อย่างแน่นอน

เคล็ดลับที่ 4 [อย่าลืมทานขิงดอง!]

547px-gari_ginger

https://commons.wikimedia.org

ขิงดอง หรือ "การิ (ガリ)" เป็นอาหารที่ทำขึ้นจากการนำขิงสไลด์บางไปดองในน้ำส้มสายชูรสหวาน กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ร้านซูชิทุกร้านจำเป็นต้องมี เป็นอาหารที่มีรสหวานอมเปรี้ยวและมีรสสัมผัสที่เคี้ยวสนุก เนื่องจากร้านซูชิสายพานจะวางขิงดองไว้ตรงแต่ละที่นั่งให้ได้ทานโดยไม่คิดเงิน จึงขอแนะนำให้ลองทานดูสักครั้ง

เคล็ดลับที่ 5 [ซุปที่ทำขึ้นอย่างพิถีพิถัน]

4567483204_8863fc6b50_z

rc!/Flickr

นอกจากความพิถีพิถันในเมนูเส้นและของหวานแล้ว ร้านซูชิสายพานยังแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในน้ำซุปอีกด้วย แม้ว่าเมนูของแต่ละร้านจะแตกต่างกัน แต่ร้านส่วนใหญ่ก็จะมีซุปหลากหลายชนิดให้ได้เลือก อาทิเช่น ซุปที่ทำจากปลาและผัก, ซุปมิโซะใส่สาหร่ายอาโอสะ(ผักกาดทะเล), ซุปที่ทำจากหมูและผัก, และซุปมิโซะใส่ปู

5. วิธีเช็คบิล

7945694578_fe6382991c_z

muzina_shanghai/Flickr

หลังจากที่ทานจนอิ่มท้องแล้ว ให้กดปุ่มเรียกคิดเงินที่อยู่บนเคาน์เตอร์หรือโต๊ะเพื่อเรียกพนักงาน หรือจะเรียกพนักงานโดยตรงเลยก็ได้ ค่าใช้จ่ายจะคิดตามจำนวนจานและภาชนะที่ได้ทานไป ควรจำไว้ว่าในบางร้านสีของจานที่ต่างกันจะหมายถึงราคาที่ต่างกันไปนั่นเอง

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร