12 จุดชมซากุระในฮิโรชิม่า! มรดกโลกตื่นตา ไปจนถึงที่เที่ยวลับ! แต่สวยสุดๆ

"ฮิโรชิม่า" จังหวัดแห่งมรดกโลกอย่างศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ โดมรำลึกปรมาณู และจุดชมทิวทัศน์ทางธรรมชาติอีกมากมาย เป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศ หนึ่งในช่วงที่สวยที่สุดก็ไม่พ้นฤดูที่ซากุระบานเต็มที่! สำหรับบทความนี้เราจะพาคุณไปพบกับสถานที่ชมดอกซากุระอันสวยงาม 12 แห่งที่เราได้คัดสรรมาอย่างดี เตรียมวางแผนเที่ยวได้เลย!

ฮิโรชิม่า

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า [ฮิโรชิม่า]

สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า (広島平和記念公園) เปิดต้อนรับผู้คนมากมายในแต่ละปี โดยตัวสวนมีขนาดกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยต้นซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะกว่า 300 ต้นเรียงรายเบ่งบานกันอยู่ นอกจากนี้ยังมีแท็กซี่ล่องแม่น้ำที่ชื่อว่า "Gangi Taxi" และเรือสำราญล่องแม่น้ำให้สามารถชื่นชมดอกซากุระจากมุมมองอื่นๆ ได้อีกด้วย

สวนแห่งนี้ถูกห้อมล้อมด้วยแม่น้ำ Otagawa และแม่น้ำ Yasudagawa ทำให้สามารถชื่นชมกับทิวทัศน์ริมน้ำไปพร้อมๆ กับดอกซากุระที่กำลังเบ่งบานได้ แถมยังสามารถเดินเล่นไปพร้อมๆ กับชมดอกซากุระได้อีกด้วย นอกจากจะเป็นที่ชมทิวทัศน์ชื่อดังแล้ว ยังเดินทางสะดวกเหมาะสำหรับนักชมดอกไม้มือใหม่มากทีเดียว

ฤดูชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

2. สวนพรรณไม้เขตฮิโรชิม่า [ฮิโรชิม่า]

เขต Saeki ที่ทิศตะวันตกของเมืองฮิโรชิม่า แม้จะตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง แต่ก็เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ เขตนี้เป็นที่ตั้งของสวนพรรณไม้เขตฮิโรชิม่า (広島市植物公園) ที่มีจุดชมวิวท้องทะเลเซโตะใน เต็มไปด้วยต้นซากุระกว่า 70 สายพันธุ์มากกว่า 300 ต้นซึ่งจะบานเต็มที่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่สวนอันกว้างใหญ่ยังประกอบไปด้วยเรือนกระจกใหญ่ เรือนกระจกเพาะปลูกกระบองเพชร รวมไปถึงเรือนเพาะปลูกพันธุ์ไม้ดอก รวมแล้วมีพืชพรรณกว่า 1 หมื่นชนิด มากกว่า 2 หมื่นต้นปลูกอยู่ภายใน เหมาะสำหรับคนชอบต้นไม้มากเลยทีเดียว

ทุกๆ ปีจะมีการจัด "เทศกาล Sakuramatsuri Sakura to Hikari no Yube" โดยจะมีการเปิดไฟให้ชมซากุระในช่วง 16:30 - 21:00 น. ทำให้เราได้สามารถสัมผัสกับบรรยากาศของซากุระในอีกแบบหนึ่งได้

เทศกาลซากุระเป็นที่รู้จักจาก "ทางวงกต Bonbori no Yaezakura Meiro" โดยจะมีการจัดเรียงโคมไฟที่เรียกว่า Bonbori ทำให้มีแสงส่องสว่างไปทั่วบริเวณจุดชมวิวซากุระ นอกจากนี้ ระหว่างงานเทศกาลยังมีอีเวนต์ต่างๆ มากมายรวมถึงมีร้านขายอาหารชั่วคราวอีกด้วย ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง!

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนพฤษภาคม

"เทศกาล Sakura Matsuri" ทุกเสาร์อาทิตย์ในช่วง 28 มีนาคม - 19 เมษายน ปี 2020

"Sakura to Hikari no Yube" 28 มีนาคม, 4 เมษายน, และ 11 เมษายน ปี 2020

(รายละเอียดอีเวนต์: ฉายไฟชมซากุระยามค่ำ และจัดคอนเสิร์ตใต้ต้นซากุระช่วงกลางคืน)

3. สวนสาธารณะ Ebayama [ฮิโรชิม่า]

สวนสาธารณะ Ebayama (江波山公園) เป็นที่โด่งดังจากต้นซากุระ "Hiroshima Ebayama Zakura" ซึ่งได้รับการลงทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของฮิโรชิม่า โดยมีอายุที่คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 160 ปี ความสูงกว่า 14 เมตร โดยทั่วไปดอกซากุระจะมีกลีบเพียง 5 กลีบ แต่สายพันธุ์นี้มีความแปลกประหลาดกว่าสายพันธุ์อื่นเพราะมีกลีบซากุระตั้งแต่ 5-13 กลีบ ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวจากแดนไกลต่างก็พากันมาเที่ยวชม เมื่อบานเต็มที่จะเห็นดอกที่เบ่งบานฟูฟ่องเต็มต้นสวยงาม

ภายในสวนที่บริเวณด้านข้างอาคาร "Hiroshima-shi Ebayama Kishokan" ยังมีการปลูกต้นอ่อนของ "Hisoshima Ebayama Zakura" เอาไว้อีก 3 ต้น เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาดชมเช่นกัน

ในช่วงกลางคืนยังมีการเปิดไฟไลท์อัพให้เห็นภาพที่น่าหลงใหลของ "Hiroshima Ebayama Zakura" และภายในสวนยังมีซากุระสายพันธุ์อื่น เช่น Someiyoshino, Shidarezakura, และอื่นๆ อีก ทำให้คุณสามารถสัมผัสกับค่ำคืนแห่งความเป็นญี่ปุ่นกลางฤดูใบไม้ผลิได้

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

4. สวนสาธารณะ Hijiyama [ฮิโรชิม่า]

สวนสาธารณะ Hijiyama (比治山公園) เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระชื่อดังที่อยู่บนเนินความสูงกว่า 70 เมตร จากน้ำทะเล จากจุดชมวิวจะสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองฮิโรชิม่าและทะเลเซโตะในได้ เมื่อเข้าสู่ฤดูซากุระบาน คุณจะได้พบกับต้นซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino กว่า 1,300 ต้น ในสวนที่บานแข่งกันรับฤดูใบไม้ผลิ

ภายในสวนยังมี "หอสมุดมังงะ" "พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย" และเส้นทางสำหรับเดินเล่นอยู่อีกด้วย จะมาใช้เวลาที่นี่เต็มๆ วันก็คงไม่เบื่อแน่นอน โดยเฉพาะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนั้น บริเวณรอบๆ จะประกอบไปด้วยรูปสลักและผลงานศิลปะอีกมากมายรอให้คนที่สนใจเข้าไปชม

เมื่อเข้าสู่ช่วงชมดอกซากุระจะมีการประดับตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษ ทำให้สามารถชมซากุระยามค่ำคืนได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ที่จุดชมวิวยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของฮิโรชิม่ายามค่ำคืนท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกได้ เนื่องจากอยู่ไม่ห่างจากสถานีฮิโรชิม่านัก แถมยังห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของซากุระอย่างไม่เร่งรีบ

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

5. ศาลเจ้า Mitsuki Hachimangu [มิฮาระ]

เมืองมิฮาระตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดฮิโรชิม่า สามารถเดินทางได้โดยรถไฟชินคันเซ็นเพียง 20 นาที หนึ่งในสถานที่แนะนำของที่นี่ก็คือ ศาลเจ้า Mitsuki Hachimangu (御調八幡宮) ซึ่งมีต้นซากุระสายพันธุ์ Shidarezakura (ซากุระกิ่งก้านห้อยระย้า) และ Edobegan ที่มีอายุกว่า 200 ปีอยู่ถึง 10 ต้นด้วยกัน

นอกจากนี้ยังมีต้นซากุระพันธุ์ Someiyoshino และ Yaezakura อีกรวมกันได้ถึง 1,500 ต้น บริเวณวิหารนั้นถูกสร้างขึ้นในปี 777 และได้ผ่านการซ่อมแซมและต่อเติมเพิ่มในภายหลัง โดยมีตำนานว่าอดีตขุนศึกผู้สามารถรวมแคว้นได้เป็นครั้งแรกอย่าง โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (ปี 1537 - 1598) นั้นได้เป็นผู้ปลูกซากุระลงที่นี่

หากเดินไปอีกหน่อยก็จะพบกับ "สวนสาธารณะ Yahatagawa Shizen" (やはた川自然公園) และ "จุดตั้งแคมป์ Mihara-shi Takazaka Shizen Kyuyoson" (三原市高坂自然休養村) ให้เที่ยวเล่นหลังจากชมดอกไม้เสร็จแล้วได้อีกด้วย

ปัจจุบันก็ยังมีการปลูกต้นซากุระอยู่เรื่อยๆ จึงทำให้สามารถชมซากุระทั้งต้นเก่าและใหม่เติบโตไปด้วยกันได้อย่างจุใจ การเดินทางอาจจะใช้เวลาพอสมควร แต่ก็มีความดั้งเดิมสมเป็นญี่ปุ่นที่เราอยากจะแนะนำให้กับเหล่านักชมดอกไม้ เรียกได้ว่าเป็นจุดท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความชำนาญระดับหนึ่ง

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน

6. เขา Fudekageyama [มิฮาระ]

ภูเขา Fudekageyama (筆影山) อีกหนึ่งจุดชมซากุระในเมืองมิฮาระ มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 311 เมตร ในฤดูชมดอกไม้ต้นซากุระพันธุ์ Someiyoshino กว่า 2,000 ต้นจะบานสะพรั่งไปทั่วสวนสาธารณะแห่งชาติ Setonaikai Kokuritsu Koen (瀬戸内海国立公園) ที่จุดชมวิวบนยอดเขาก็สามารถมองเห็นเกาะต่างๆ ลอยอยู่เหนือทะเลเซโตะใน และเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์แสนสวยที่ถูกย้อมไปด้วยซากุระได้

ซากุระในยามอาทิตย์อัสดงก็เป็นอีกหนึ่งทิวทัศน์ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน ในฤดูชมซากุระที่จุดชมวิวภูเขา Fudekageyama จะมีการเปิดไฟไลท์อัพช่วง 18:00 - 21:00 น. นอกจากนี้ ที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขา Fudekageyama ก็ยังมี "ศาลเจ้า Kojinja" (ที่ตั้ง: Google Map) ซึ่งมีต้นไม้อายุหลายร้อยปีที่มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า "Noboricho no Edohigan" เป็นซากุระต้นยักษ์รอให้คุณไปชมอยู่อีกด้วย

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

7. สวนสาธารณะปราสาทฟุคุยามะ [ฟุคุยามะ]

เมืองฟุคุยามะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดฮิโรชิม่า ใช้เวลาเดินทางจากฮิโรชิม่าด้วยรถไฟชินคันเซ็นเพียง 30 นาที จุดแนะนำอันดับหนึ่งของที่นี่ก็คือ สวนสาธารณะปราสาทฟุคุยามะ (福山城公園) ที่อยู่หน้าปราสาทฟุคุยามะนั่นเอง

ปราสาทแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1622 และมีการปรับปรุงใหม่ในปี 1966 เป็นหนึ่งในจุดชมดอกไม้ตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยมมาก ภายในสวนประกอบด้วยซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino, Yamazakura, Satozakura และอื่นๆ อีกมากมายรวมกันกว่า 500 ต้น ที่จะคอยแต่งแต้มสีสันให้กับตัวปราสาท

ในฤดูที่บานเต็มที่นั้น จะมีการเปิดไฟไลท์อัพตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนถึง 22:00 น. ตัวสวนสาธารณะปราสาทฟุคุยามะเอง ในเวลาปกติจะสวยงามอยู่แล้ว แต่เมื่อมาในฤดูซากุระก็รับรองได้ว่าจะสวยไปอีกระดับเลยทีเดียว การเดินทางจากสถานีก็ง่าย จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากแวะมาเพลิดเพลินไปกับดอกซากุระและปราสาท ทิวทัศน์ที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

8. เกาะมิยาจิมะ [ฮัตสึกะ]

เกาะมิยาจิมะ (宮島) มีชื่ออย่างทางการว่าอิทสึคุชิมะ (厳島) เป็นมรดกโลกอันโด่งดัง มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเยือนตลอดปี โดยเฉพาะช่วงที่ซากุระบานเต็มที่นั้นเป็นช่วงที่ควรแวะมาให้ได้เป็นอย่างยิ่ง ภายในเกาะมีต้นซากุระปลูกเอาไว้ถึง 1,900 ต้น จุดชมดอกไม้ที่นี่ก็มีมากมาย สามารถสัมผัสกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่ย้อมไปด้วยสีแห่งฤดูใบไม้ผลิได้อย่างเต็มที่

ที่เห็นอยู่นี้คือภาพบริเวณรอบๆ ของ "เจดีย์สองชั้น Tahoto" (多宝塔) เป็นจุดเก็บภาพสวยๆ ที่ด้านล่างจะแผ่กว้างไปด้วยต้นซากุระและศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ ไกลออกไปในท้องทะเลสีครามก็จะมีซุ้มโทริอิสีแดงสดตั้งตระหง่านอยู่

ในส่วนของบริเวณเจดีย์ห้าชั้นก็มีดอกซากุระบานสะพรั่งอยู่เช่นกัน ทั้งยังมีเส้นทางเดินเล่นชมธรรมชาติที่เรียกว่า "Uguiisu Hodo" และ "สวนสาธารณะ Omoto" (大元公園) ที่ควรแวะไปให้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะสวนสาธารณะ Omoto ที่จะอยู่ค่อนข้างห่างไกล ทำให้คนน้อยเป็นพิเศษ สามารถเดินชมดอซากุระสวยๆ ได้อย่างสบายๆ

ในช่วงกลางคืนบริเวณสองข้างของทางเดินสู่ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะจะมีการประดับประดาโคมไฟ ให้แสงสว่างที่งดงามดั่งภาพในเทพนิยาย ตัวศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ เจดีย์ห้าชั้น และซุ้มโทริอิเองก็มีการเปิดไฟไลท์อัพเช่นกัน

ช่วงตอนกลางคืนมีคนค่อนข้างน้อยกว่าตอนกลางวัน หากโชคดีคุณอาจได้สัมผัสกับค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิแบบส่วนตัวสุดๆ เลยก็เป็นได้ หากเป็นไปได้เราขอแนะนำให้เข้าพักที่มิยาจิมะ คุณจะได้สัมผัสวิวซากุระและเที่ยวเกาะมิยาจิมะได้อย่างเต็มอิ่มทั้งเช้า กลางวัน และเย็น แต่เนื่องจากการเที่ยวบริเวณนี้ใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาเพียงพอ

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

9. สวนสาธารณะ Senkoji [โอโนะมิจิ]

เมืองโอโนะมิจิ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองมิฮาระและฟุคุยามะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังจากถนนหนทางและทิวทัศน์เมืองแบบโบราณ ใช้เวลาเดินทางจากฮิโรชิม่าโดยนั่งชินคันเซ็นเพียง 30 นาที หนึ่งในจุดแนะนำของบริเวณนี้ก็คือ สวนสาธารณะ Senkoji (千光寺公園) ซึ่งอยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเลที่ 144 เมตร โดยกินพื้นที่ตั้งแต่ส่วนท้องเขาไปจนถึงยอดเขาของภูเขา Senkoji 

สวนแห่งนี้ถูกคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 100 สุดยอดจุดชมซากุระประจำญี่ปุ่น ทิวทัศน์ที่รับชมได้จากจุดชมวิวของที่นี่นั้นสมบูรณ์แบบสุดๆ เลยจริงๆ นอกจากจะได้เห็นเขตเมืองของโอโนะมิจิอย่างทั่วถึงแล้ว ยังสามารถชมความสวยงามของเกาะมากมายในทะเลเซโตะในได้อีกด้วย

เมื่อถึงฤดูดอกไม้บาน ภายในสวนจะปกคลุมไปด้วยซากุระกว่า 1,500 ต้นจากสายพันธุ์ Soemiyoshino, Yaezakura, และอื่นๆ อีกมากมาย ให้บรรยากาศเหมือนดินแดนในเทพนิยายเลยทีเดียว นอกจากนี้ช่วงฤดูซากุระบานก็ยังมีการประดับโคมไฟกระดาษตั้งแต่ 18:00 - 0:00 น. และเปิดไฟไลท์อัพไปจนถึง 6:00 น. อีกด้วย ชมวิวซากุระยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

แสงจากโคมไฟกระดาษและการเปิดไฟไลท์อัพจะคอยส่องระยิบระยับให้ความสว่างภายในสวน ทำให้ช่วงกลางคืนดูสวยงามขึ้นไปอีกขั้น แถมยังโรแมนติกสุดๆ ไปเลยด้วย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบชมซากุระยามค่ำคืนเป็นอย่างมาก

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

10. Sera Kozan Fureai no Sato [เซระ]

อำเภอเซระ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮิโรชิม่า ในจุดที่แทบจะเป็นใจกลางของจังหวัดฮิโรชิม่า ใช้เวลาเดินทางจากเมืองฮิโรชิม่าโดยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง แม้จะใช้เวลาค่อนข้างมากสักหน่อย แต่ก็คุ้มที่จะไปเที่ยว Sera Kozan Fureai no Sato (世羅甲山ふれあいの里) จุดชมดอกไม้อันสวยงามที่มีแนวต้น Shidarezakura ที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น สายพันธุ์อื่นๆ อย่าง Someiyoshino หรือ Yaezakura ก็มีให้เห็นด้วยเช่นกัน คุณสามารถเดินเล่นไปอย่างสบายๆ พลางชมซากุระที่บานเป็นระย้าห้อยลงมาจากต้นได้ที่นี่

ช่วงที่ดอกไม้บานจะมีการจัด "เทศกาลซากุระ" โดยมีข้าวกล่องและของที่ระลึกต่างๆ วางขาย สามารถนั่งรับประทานอาหารกลางวันได้ นอกจากนี้ยังมีการเปิดไฟไลท์อัพเป็นช่วงๆ อีกด้วย การเดินทางต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะต้องนั่งรถไฟต่อหลายต่อ จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความชำนาญอยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นจุดชมซากุระที่ผู้ชื่นชอบ Shidarezakura ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงชมซากุระ: ต้นเดือนเมษายน - ปลายเดือนเมษายน

[เทศกาลซากุระ] 25 มีนาคม - ปลายเดือนเมษายน ปี 2020 (* อาจมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาจัดงานตามช่วงที่ดอกไม้บาน)

11. สวนสาธารณะ Ondo no Seto [คุเระ]

เมืองคุเระตั้งอยู่ติดกับทางตะวันออกเฉียงใต้ของฮิโรชิม่า เดินทางเข้าถึงสะดวกเพียงนั่งรถไฟสายด่วนจากฮิโรชิม่าประมาณ 30 นาที หนึ่งในสถานที่แนะนำของเมืองนี้คือ สวนสาธารณะ Ondo no Seto (音戸の瀬戸公園) ที่ตั้งอยู่บนตีนสะพาน Ondo Ohashi และ Daini Ondo Ohashi เป็นจุดที่สามารถชื่นชมช่องแคบ Ondo no Seto ที่คั่นระหว่างเกาะหลักญี่ปุ่นกับเกาะ Kurahashi ได้

จุดที่ไม่ควรพลาดที่สุดคือบริเวณจุดสูงสุดของสวน "จุดชมวิว Takagarasudai" (高烏台展望台) สามารถรับชมทัศนียภาพที่เชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวของทะเลเปิด Akinada และหมู่เกาะต่างๆ ไปพร้อมๆ กับซากุระได้อีกด้วย

นอกจากภาพของสะพาน Ondo Ohashi สีแดงสดที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับซากุระแล้ว ภายในสวนก็ยังมี "Sakura no Sato" จัดเตรียมเอาไว้ด้วย โดยเป็นสถานที่ซึ่งมีต้นซากุระ 5 สายพันธุ์ราว 1,100 ต้น ให้คุณได้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่ม และในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ก็จะมีต้น Tsutsuji กว่า 5,300 ต้นเบ่งบานออกดอกให้คุณมาชมด้วยเช่นกัน

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

12. ทะเลสาบ Yachiyo (เขื่อน Haji) [อากิทาคาตะ]

เมืองอากิทาคาตะตั้งอยู่บริเวณทางเหนือของจังหวัดฮิโรชิม่า ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟจากเมืองฮิโรชิม่าราว 1 ชั่วโมง บริเวณโดยรอบถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีสถานที่แนะนำก็คือซากุระรอบๆ ทะเลสาบ Yachiyo (八千代湖) (เขื่อน Haji) เป็นจุดชมซากุระอันดับต้นๆ ของจังหวัดฮิโรชิม่าที่มีซากุระกว่า 6,000 ต้น บานสะพรั่งอยู่รอบขอบทะเลสาบ

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางปั่นจักรยานรอบๆ ทะเลสาบที่มีระยะทาง 3.7 กิโลเมตร แถมยังมีจักรยานเช่า (จักรยานทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ 450 เยน, สำหรับเด็ก 250 เยน, จักรยานซ้อนสอง 900 เยน) ให้เช่ายืมได้สูงสุด 4 ชั่วโมงอีกด้วย เช่าจักรยานไปปั่นเพลินๆ ชมดอกไม้รอบๆ ได้อย่างสบายใจเลยล่ะครับ

นอกจากจะเส้นทางของจักรยานโดยเฉพาะแล้ว ยังมีถนนใหญ่ที่เว้นช่องทางไว้ให้จักรยานอยู่อีกด้วย หากนับรวมระยะทางแล้วการปั่นหนึ่งรอบจะได้ถึง 20 กิโลเมตรเลยทีเดียว

อีกจุดที่ขอแนะนำคือ "สวนสาธารณะ Nodogoe" (のど声公園) ซึ่งอยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบ โดยจะมีการประดับโคมไฟกระดาษกว่า 400 ชิ้น ในช่วงชมซากุระ แต่การเดินทางที่นี่ค่อนข้างจะลำบากสักหน่อย จึงควรใช้รถยนต์เช่าเพื่อเดินทางจะดีกว่าครับ

ช่วงชมซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน

 

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ จุดชมซากุระที่นี่มีหลายแบบให้เลือกชมเลยใช่ไหม หลายๆ จุดก็แสดงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮิโรชิม่าได้เป็นอย่างดี ก็เป็นเพราะแต่ละปีมีโอกาสไปชมได้เพียงครั้งเดียวนี่แหละครับ การไปชมดอกไม้ในฤดูกาลของฮิโรชิม่านั้นจึงมีคุณค่าควรแก่การออกไปค้นหาเป็นอย่างยิ่ง!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร