[ฉบับปี 2019] 22 ที่ชมซากุระทั่วญี่ปุ่น !! ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ห้ามพลาด !

[อัพเดตล่าสุด 7 มี.ค. ! พยากรณ์ซากุระแม่นยำยิ่งขึ้น !] ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นทุกๆ ปี แน่นอนว่าจะต้องมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเพื่อชื่นชม ‘ซากุระ’ แสนงดงาม ทางเราจึงได้รวบรวมข้อมูลครบครันไว้ที่บทความนี้แล้ว ! มาญี่ปุ่นช่วงไหนดีเพื่อชมซากุระ ? เรามีแผนผังพยากรณ์ซากุระปี 2019 ไว้ให้คุณแล้ว แล้วจะไปที่ไหนดี ? เราก็ได้คัดเลือกจุดชมซากุระที่ดีที่สุดจากทั่วทั้งญี่ปุ่นไว้ให้คุณแล้ว ! แน่นอนว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกด้วย ลองเข้ามาอ่านกันก่อนได้เลย !

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

‘ฮานามิ’ คืออะไร ?

ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ผู้คนนับล้านต่างก็พากันรวมตัวกันที่สวน ริมแม่น้ำ และภูเขาในญี่ปุ่นเพื่อชม ‘ดอกซากุระ’ แสนสวยงาม ซึ่งในปีหนึ่งๆ จะบานเต็มที่เพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น และนี่คือหนึ่งในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เรียกว่า ‘ฮานามิ’ (花見) แปลตรงตัวได้ว่า ‘ชมดอกไม้’ โดยในญี่ปุ่นยุคสมัยใหม่นี้ ผู้คนส่วนมากมักรวมตัวกับเหล่าเพื่อนฝูงหรือครอบครัว นั่งปิกนิกกันใต้ต้นซากุระนั่นเอง

ต้นซากุระจะผลิดอกบานเต็มที่เป็นเวลาสั้นๆ โดยจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ตั้งและสภาพอากาศ ดังนั้นคุณจึงควรหาข้อมูลก่อนออกเดินทางเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้เพลิดเพลินกับฮานามิอย่างแน่นอน ทีมงาน Tsunagu Japan ของเราจึงได้สรุปพยากรณ์ซากุระตามสถานที่ต่างๆ ไว้ให้คุณแล้ว !

*ข้อมูลข้างต้นเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า อาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

สารบัญ

  1. ฮอกไกโด (Hokkaido・北海道)

  2. ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku・東北)

  3. ภูมิภาคคันโต (Kanto・関東)

  4. ภูมิภาคชูบุ (Chubu・中部)

  5. ภูมิภาคคันไซ (Kansai・関西)

  6. ภูมิภาคชูโกคุ (Chugoku・中国)

  7. ภูมิภาคชิโคคุ (Shikoku・四国)

  8. ภูมิภาคคิวชู (Kyushu・九州)

 

1. ฮอกไกโด (Hokkaido・北海道)

 

Goryokaku Park (ฮาโกดาเตะ, ฮอกไกโด)

สวนโกเรียวคาคุ (Goryokaku Park) คือที่ตั้งของซากป้อมปราการดาวห้าแฉกโกเรียวคาคุอันแสนโด่งดัง ในทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิช่วงสิ้นเดือนเมษายน สวนทั้งสวนจะถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวและชมพูจากต้นซากุระหลากหลายชนิดกว่า 1,600 ต้น 

เหล่าต้นซากุระนั้นอยู่รอบๆ ป้อมปราการดาวห้าแฉก ดูราวกับว่าป้อมปราการนั้นสร้างจากดอกไม้เลยทีเดียว คุณสามารถชื่นชมวิวมุมสูงสุดตระการตาได้จากจุดชมวิวสังเกตการณ์บน ‘หอคอยโกเรียวคาคุ’ (ค่าเข้า 900 เยน) หรือคุณจะเช่าเรือ (2,000 เยน สำหรับสองท่าน 50 นาที) แล้วชมวิวสวนจากคูน้ำก็ได้เช่นกัน

Maruyama Park (ซัปโปโร, ฮอกไกโด)

สวนมารุยามะ (Maruyama Park) ตั้งอยู่ที่ขอบทิศตะวันออกของป่ามารุยาม่า เป็นจุดชมซากุระยอดนิยมในซัปโปโรมานานนับศตวรรษ สวนแห่งนี้มีแลนด์มาร์กสำคัญของซัปโปโรอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าฮอกไกโดและสวนมารุยาม่า ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมอื่นๆ หรือกีฬา เช่น เทนนิส เบสบอล และอื่นๆ ได้อีกด้วย

ที่นี่มีต้นซากุระประมาณ 160 ต้น ซึ่งบริเวณนี้เองที่จะคลาคล่ำไปด้วยเหล่าผู้เยี่ยมชมที่ต่างก็มาปิกนิกในฤดูแห่งฮานามิ จุดที่ทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมมากก็คือทำเลที่ตั้งแสนสะดวก เพียงแค่ 5 นาที จากใจกลางเมืองซัปโปโรโดยรถไฟฟ้าใต้ดินเท่านั้นเอง ! 

 

2. ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku・東北)

Hirosaki Park (ฮิโรซากิ, อาโอโมริ)

สวนฮิโรซากิ (Hirosaki Park) แสนใหญ่โตแห่งนี้คือที่อยู่ของต้นซากุระประมาณ 2,600 ต้น กว่า 52 สายพันธุ์ รวมถึง ’Somei-yoshino’ สายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ! คุณสามารถถ่ายรูปต้นซากุระแสนงดงามที่มี ‘ปราสาทฮิโรซากิ’ เป็นพื้นหลัง และสัมผัสบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

ในยามค่ำคืน จะมีการฉายไฟไฟยังเหล่าต้นซากุระ เกิดเป็นทิวทัศน์อันน่าตื่นตะลึง ภาพของปราสาทฮิโรซากิกับซากุระอันเฉิดฉายยามค่ำคืนนั้นเรียกได้ว่าห้ามพลาดเป็นอันขาด !
นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลประจำปีจัดขึ้นในช่วงที่ดอกซากุระบานอีกด้วย สำหรับปีนี้คือช่วง 20 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2019 นั่นเอง

Takamatsu Park (โมริโอกะ, อิวาเตะ)

สวนทาคามัตสึ (Takamatsu Park) จุดชมซากุระเลื่องชื่อจากต้นซากุระมากมายรอบๆ ทะเลสาบ ที่นี่มีทางเดินเท้ารอบๆ บ่อน้ำยาว 1.4 กิโลเมตร คุณจึงสามารถมาเดินเล่นผ่อนคลายพร้อมกับชื่นชมทิวทัศน์แห่งฤดูใบไม้ผลิอันงดงามได้

จุดที่ขอแนะนำเป็นพิเศษคือทิวทัศน์จากริมฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ่อน้ำ ข้างๆ รูปปั้นอนุสรณ์สถานสันติภาพที่คุณจะได้ตื่นตาไปกับภาพของต้นซากุระพร้อมๆ กับภูเขาอิวาเตะ นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลซากุระก็ยังมีโคมไฟประดับยามค่ำคืน สร้างสีสันและภาพสะท้อนบนผืนน้ำ เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาด

Nishi Park (เซนได, มิยากิ)

สวนนิชิ (Nishi Park) เป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเซนได และยังเป็นจุดชมซากุระอันดับต้นๆ ของเมืองอีกด้วย มีผู้คนมากมายรวมตัวกันที่นี่เพื่อทำกิจกรรมฮานามิ จึงเป็นอีกที่ที่ควรไปเยือนสำหรับใครที่กำลังค้นหาแหล่งดูซากุระที่คึกคักในเซนได

สวนนี้มีต้นซากุระประมาณ 200 ต้น และยังมีโคมไฟห้อยระย้าระหว่างแต่ละต้น สร้างบรรยากาศที่ทำให้ดูเป็นญี่ปุ่นมากขึ้นไปอีก

 

3. ภูมิภาคคันโต (Kanto・関東)

 

Meguro River (เมกุโระ, โตเกียว)

‘เมกุโระ’ เป็นหนึ่งในย่านชมซากุระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโตเกียว แน่นอนว่ามีจุดชมซากุระยอดนิยมมากมายในเมกุโระ แต่ที่โด่งดังเป็นพิเศษหรือวิวเลียบ ‘แม่น้ำเมกุโระ’ (Meguro River) ยาวกว่า 8 กิโลเมตร ผ่านใจกลางเมืองไปจนถึงอ่าวโตเกียว มีต้นซากุระประมาณ 800 ต้น เรียงรายริมสองฝั่งแม่น้ำ เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมถนนสีชมพูใจกลางเมืองในฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อตกเย็น เหล่าต้นไม้ใกล้สถานี Naka-Meguro จะถูกส่องไฟด้วยโคมไฟมากมาย โคมไฟสีแดงขาวสะท้อนบนผิวน้ำ รวมกับต้นซากุระที่ส่องประกายนั้นเป็นวิวยามค่ำคืนที่งดงามลืมไม่ลงอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลซากุระจัดขึ้นใกล้ๆ ซึ่งมีแผงขายอาหารริมแม่น้ำมากมาย คุณสามารถลิ้มลองขนมหลากชนิด รวมถึง sparkling wine สีชมพูหวานแหวว ถ้าโชคดีคุณอาจจะได้รับชิรุโคะ (ซุปถั่วแดงหวาน) ฟรีๆ ใกล้สถานีเมกุโระอีกด้วย ! 

Ueno Park (อุเอโนะ, โตเกียว)

Hanami - Ueno-koen

manganite/Flickr

สวนอุเอโนะ (Ueno Park) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของโตเกียว และยังเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของโตเกียวอีกด้วย ย้อนกลับไปในยุคสมัยเอโดะ (1603 - 1868) ที่นี่เริ่มเป็นสถานที่ชมซากุระ และยังคงความงดงามมาจนปัจจุบัน เห็นได้จากฝูงชนมากมายที่มาพร้อมกับผืนผ้าใบ อาหาร และเครื่องดื่มนานาชนิด มุ่งหน้าไปยังสวนแห่งนี้เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลใต้ต้นซากุระนั่นเอง

ที่นี่มีต้นซากุระกว่า 800 ต้น เลียบลานเดินเล่นใจกลางสวน ประดับประดาด้วยโคมไฟกว่าหนึ่ง 1,000 โคม ที่จะส่องประกายในยามค่ำคืน ที่นี่จึงคึกคักไปด้วยกลุ่มเพื่อนฝูงและครอบครัวทั้งกลางวันและกลางคืน 

บริเวณริมบ่อน้ำจะมีผู้คนบางตาลงเล็กน้อย ทีนี่คุณสามารถถีบเรือเป็ดซึ่งเป็นอีกวิธีชมซากุระที่สนุกไม่แพ้กัน รอบๆ เองก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ เพลิดเพลินได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว

Gongendo Park (ซัตเตะ, ไซตามะ)

มีดอกไม้นานาชนิดเบ่งบานที่ ‘สวนกงเกนโดะ’ (Gongendo Park) แห่งนี้ตลอดทั้งปี และแน่นอนว่าซากุระเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่นี่มีอุโมงค์ซากุระ 1,000 ต้น เรียงยาวกว่า 1 กิโลเมตร เคียงข้างกับสวนต้นเรพแสนกว้างใหญ่ เป็นภาพของสีเหลืองและชมพูที่ตัดกันได้อย่างลงตัว

ในช่วงเทศกาลซากุระนั้นจะมีแผงขายอาหารกว่า 100 แผงเรียงรายตลอดท้องถนน และมีการประดับโคมไฟส่องสว่างยามค่ำคืนจนถึง 4 ทุ่ม ที่ถนนคนเดินตั้งแต่แนวแถวต้นซากุระไปจนถึงสะพานโซโตโนะ มีผู้คนหลั่งไหลจากทั่วญี่ปุ่นมาชื่นชมทิวทัศน์งดงามนี้ จึงมักจะมีปัญหาการจราจรติดขัด ขอแนะนำให้คุณเดินทางมาด้วยระบบขนส่งมวลชนจะดีกว่า

 

4. ภูมิภาคชูบุ (Chubu・中部)

 

Lake Kawaguchi (คาวากุจิโกะ, ยามานาชิ)

คุณอาจจะคุ้นเคยกับภาพของภูเขาไฟฟูจิและซากุระอันน่าทึ่ง ณ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Lake) แห่งนี้ โดยว่ากันว่าชายฝั่งทางเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะนั้นเป็นจุดถ่ายรูปซากุระกับภูเขาไฟฟูจิที่ดีที่สุดนั่นเอง

อีกวิธีชมซากุระแนะนำ คือการเดินเลียบทางเดินรอบๆ ทะเลสาบ นอกจากนี้ยังมีการประดับไฟยามค่ำคืนที่ต้นซากุระบางส่วน และยังมีเทศกาลซากุระจัดขึ้นใกล้กับ Amphi Hall of Kawaguchiko Stellar Theater อีกด้วย

Nagoya Castle (นาโกย่า, ไอจิ)

อีกที่ที่เราขอแนะนำคือ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) สัญลักษณ์แห่งนาโกย่า ทัศนียภาพสุดตระการตาของปราสาทและซากุระนั้นดึงดูดผู้คนมากมายมาเนิ่นนาน

ที่นี่มีต้นซากุระประมาณพันต้น รวมกว่า 10 สายพันธุ์ รวมถึง Gyoiko ซากุระพันธุ์พิเศษที่มีดอกเป็นสีเขียว และบานค่อนข้างช้า คือตั้งแต่กลางเดือนเมษายนไปจนถึงปลายเดือนเมษายน นอกจากนี้ก็ยังมีสายพันธุ์ทั่วไปเบ่งบานอยู่ เช่น Somei-yoshino และ Shidare-zakura (พันธุ์ที่ดอกห้อยระย้าลงมา) ส่วนการฉายไฟยามค่ำคืนก็มีเช่นกันในช่วงบานเต็มที่ (ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน) 

Garyu-zakura (ทาคายาม่า, กิฟุ)

"กะริว (Garyu)" แปลได้ตรงตัวว่า "มังกรโน้มตัว" และต้นซากุระอายุ 1,100 ปี ต้นนี้ถูกขนานนามเช่นนี้ก็เพราะว่ามันดูเหมือนมังกรที่กำลังโน้มตัวลงมานั่นเอง กะริวซากุระมีความสูง 20 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขาเหนือจรดใต้ยาวกว่า 30 เมตร และยังได้รับการยกย่องเป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติ (Natural Monument) โดยรัฐบาลอีกด้วย 

ดูเผินๆ อาจจะเห็นว่ามีสองลำต้น แต่อันที่จริงแล้วมันคือต้นไม้ต้นเดียวโดดๆ ลำต้นที่สองนั้นคือกิ่งก้านที่หนักเกินไปและตกลงมานั่นเอง บริเวณของต้นไม้ที่เชื่อมสองส่วนนี้ไว้ด้วยกันซึ่งกล่าวกันว่าเป็น ‘ลำตัว’ ของมังกรนั้น ได้ถูกทำลายโดยพายุไต้ฝุ่นเมื่อปี 1959 และผ่านมานานนับหลายปีแล้วที่ต้นไม้ต้นนี้ได้รับความเสียหายหลายคราจากพายุไต้ฝุ่น รวมถึงดินคุณภาพต่ำที่ทำให้รากอ่อนแอลง แต่ด้วยการดูแลรักษาอย่างดี มันจึงยังคงตั้งตรงอย่างสง่างามมาจนปัจจุบัน 

 

5. ภูมิภาคคันไซ (Kansai・関西)

 

Nara Park (นารา, นารา)

สวนนารา (Nara Park) ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา และวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่นวัดโทไดจิ แม้ว่าฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม แต่ฤดูซากุระบานเองก็สวยงามไม่แพ้กัน ด้วยต้นซากุระกว่า 1,700 ต้น ที่บานสะพรั่ง แต่งแต้มทั้งสวนด้วยสีชมพูแสนงดงามนั่นเอง

มาที่นี่แล้วก็ต้องห้ามพลาดชมกวางน้อยที่กำลังแทะเล็มหญ้าใต้ต้นซากุระ ! รับรองว่าภาพซากุระกับกวางแสนน่ารักนั้นจะตราตรึงในความทรงจำไปตลอดแน่นอน คุณยังสามารถซื้อขนม* มาให้เหล่ากวางตัวน้อยขณะชมซากุระสีชมพูอ่อนได้อีกด้วย

*กรุณาซื้ออาหารกวางที่วางขาย ณ ร้านค้าทางการของสวน รายได้ส่วนหนึ่งจะถูกใช้ในการสนับสนุนการอนุรักษ์กวาง

Maruyama Park (เกียวโต, เกียวโต)

มีสวนมารุยาม่าสองแห่งในญี่ปุ่น หนึ่งแห่งในฮอกไกโด และอีกแห่งในเกียวโตนั่นเอง สำหรับที่เกียวโตนี้จะโด่งดังจากต้น shidare-zakura ที่ถูกเรียกกันว่า ‘Weeping cherry tree แห่งกิอง*’ เมื่อเข้าสู่ฤดูแห่งซากุระ ผู้คนจากทั่วทั้งญี่ปุ่น (รวมถึงต่างประเทศ) ต่างก็มาเยือนที่สวนแห่งนี้เพื่อชื่นชมต้นซากุระเก่าแก่ต้นนี้บานสะพรั่ง

*Weeping cherry tree คือต้นซากุระที่ดอกมีลักษณะห้อยระย้าลงมา

ที่นี่มีต้นซากุระประมาณ 680 ต้น รวมถึงต้น shidare-zakura อันเก่าแก่ ที่จะถูกฉายไฟยามค่ำคืนในช่วงบานเต็มที่ และในเวลาเดียวกันนั้น ที่สวนจะมีงานเทศกาลยามค่ำคืนที่คุณสามารถลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมมากมายใต้ต้นซากุระบานสะพรั่ง เพลินได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลยทีเดียว

Mint Museum (โอซาก้า, โอซาก้า)

ข้างๆ พิพิธภัณฑ์โรงกษาปณ์ (Mint Museum) จะมีถนนทอดยาวเรียงรายด้วยต้นซากุระแสนงดงาม ซึ่งในหนึ่งปีจะเปิดให้ชมเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ถนนเส้นนี้ยาว 560 เมตร มีต้นซากุระประมาณ 350 ต้น กว่า 130 สายพันธุ์ ภาพด้านบนนี้ถ่ายให้เห็นถนนเส้นนี้จากที่ไกลๆ แต่ที่คุณอาจจะยังไม่เห็นคือผู้คนจำนวนมหาศาลที่มาเยี่ยมเยียนที่นี่ในทุกปี ที่นี่เป็นถึงจุดชมซากุระยอดนิยมอันดับ 8 นับจากทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว !

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ถนนเส้นนี้จะให้ทัศนียภาพที่งดงามไปอีกแบบ ด้วยโคมไฟส่องประกาย ขับให้ซากุระเป็นสีแดงเข้มสวยงามรามกับต้องมนตร์ ให้บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก

 

6. ภูมิภาคชูโกคุ (Chugoku・中国)

 

Kikko Park (อิวะคุนิ, ยามากุจิ)

สวนคิกโคะ (Kikko Park) ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานไม้คินไท (Kintai Bridge) ชื่อดัง สวนแห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ที่ชมซากุระที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น มีต้นซากุระกว่า 18 ชนิด กระจัดกระจายทั่วทั้งสวน รวมกว่า 3,000 ต้น ซึ่งคุณสามารถทอดสายตาชมวิวพร้อมฉากหลังเป็นน้ำพุแสนสวยได้

สวนแห่งนี้ยังคงร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ไว้มากมาย สังเกตได้จากที่พักอาศัยของซามูไร Mekatake, ต้นไม้มากมายที่ปลูกในสมัยเอโดะ, ศาลเจ้าคิกโคะ, และสะพานคินไท โดยที่พักอาศัยได้รับการยกย่องให้เป็นทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และสะพานได้รับการจัดลำดับเป็นหนึ่งในสามสุดยอดสะพานของญี่ปุ่น เรียกได้ว่าสิ่งให้ชื่นชมมากมายนอกเหนือไปจากต้นซากุระ

Tsuyama Castle (Kakuzan Park) (สึยามะ, โอคายาม่า)

ปราสาทสึยามะ (Tsuyama Castle) ในสวนคะคุซัน (Kakuzan Park) จัดเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นตะวันตก และยังเป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับทัศนียภาพอันแสนงดงามของกำแพงหินสูง 10 เมตร และต้นซากุระกว่า 1,000 ต้น ทั่วทั้งสวน 

ป้อมปราการปราสาทได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อปี 2004 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปี คุณจะได้ชื่นชมปราสาทที่เป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ ในช่วงฤดูซากุระบาน สวนแห่งนี้จะเปิดจนถึง 4 ทุ่ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและเด็กกว่าไม่เสียค่าเช้าชม ผู้ชมทั่วไปตั้งแต่นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไปเก็บค่าเข้าชมท่านละ 300 เยน

Senkoji Park (โอโนะมิจิ, ฮิโรชิม่า)

Onomichi, Hiroshima / 尾道の春

Cheng Yang, Chen/Flickr

สวนเซนโคจิ (Senkoji Park) ตั้งอยู่บริเวณครึ่งทางบนภูเขาเซนโคจิ (Mt. Senkoji) ซึ่งสูง 144.2 เมตร และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอโนะมิจิ บนภูเขาแห่งนี้มีต้นซากุระบานสะพรั่งมากกว่า 10,000 ต้น โดยคุณสามารถเดินปีนเขาขึ้นไป หรือจะนั่งรถกระเช้าขึ้นไปเพียง 3 นาที ก็ได้

นอกจากทิวทัศน์ซากุระแสนงดงามแล้ว โอโนะมิจิยังโด่งดังด้วยวิวสุดแสนตระการตาของทะเลเซโตะใน รวมถึงเนินเขาและวัดมากมาย นอกจากนี้เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่เหล่ากวีต่างก็ชื่นชอบ เป็นที่มาของฉายา ‘เมืองแห่งภาพยนตร์และผลงานประพันธ์’ หากคุณได้เดินไปตาม ‘เส้นทางแห่งการประพันธ์’ (Path of Literature) คุณจะพบกับก้อนหินมากมายที่สลักแสดงผลงานของเหล่านักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งงานเหล่านั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากทิวทัศน์อันสวยงามของที่นี่นั่นเอง 

千光寺公園

Takahisa Kamo/Flickr

ที่นี่ยังมีหอชมวิวซึ่งเป็นสถานที่ออกเดทยอดนิยม ได้รับการขนานนามว่า ‘Lover's Sanctuary’ (ที่หลบภัยแห่งคนรัก) และทิวทัศน์ยามค่ำคืนของที่นี่ก็ยังได้รับการจัดลำดับเป็น 1 ใน 100 สุดยอดวิวกลางคืนของญี่ปุ่นอีกด้วย เมื่อมองจากที่นี่คุณจะมองเห็นวิวแบบพาโนรามาทั้งของตัวเมือง ทะเลเซโตะใน และสวนเซนโคจิ

 

7. ภูมิภาคชิโคคุ (Shikoku・四国)

 

Ritsurin Garden (ทาคามัตสึ, คากาวะ)

栗林公園

Wei-Te Wong/Flickr

สวนริสึริน (Ritsurin Garden) เป็นสวนเก่าแก่กว่า 400 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็น Special Place of Scenic Beauty โดยรัฐบาลญี่ปุ่น และยังได้รับสามดาวจาก Michelin Green Guide Japan อีกด้วย แม้ว่าที่นี่จะโด่งดังที่สุดจากทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง แต่ในฤดูใบไม้ผลิเองก็มีวิวแสนสวยจากซากุระ 230 ต้น ด้วยเช่นกัน

ต้นซากุระ 230 ต้น อาจดูไม่มากเท่าไรนักเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ในบทความนี้ แต่ทั้ง 230 ต้น นี้กระจัดกระจายอยู่ในตำแหน่งที่ลงตัวพอดีกับดีไซน์ของสวน อาทิเช่นต้นซากุระ 2 ต้น ในภาพด้านบน ในช่วงเวลากลางวันอาจจะดูไม่มีอะไรพิเศษ แต่พอตกค่ำแล้ว ไฟประดับจะทำให้เกิดภาพอันน่าทึ่งของสีชมพูที่ตัดกับต้นไม้เขียวขจีต้นอื่นๆ เป็นภาพที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

Kochi Park (โคจิ, โคจิ)

ปราสาทโคจิ (Kochi Castle) เป็นหนึ่งใน 100 สุดยอดปราสาทในญี่ปุ่น ซึ่งมีหอคอยปราสาทที่คุณสามารถทอดสายตามองต้นซากุระ 225 ต้น บานสะพรั่งจากบนนั้นได้ นอกจากนี้วิวปราสาทท่ามกลางเหล่าต้นซากุระนั้นก็สวยงามโดดเด่นไม่แพ้กัน

เมื่อโคจิเข้าสู่ฤดูซากุระแล้วคุณจะทราบได้ทันทีจากเหล่าเสาไฟตะเกียง ที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณยามค่ำคืน ให้วิวทิวทัศน์ซากุระที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับช่วงกลางวัน ในจังหวัดโคจินั้นไม่ได้มีจุดชมซากุระมากมายนัก ที่นี่จึงเป็นที่ท่องเที่ยวที่คุณห้ามพลาดเป็นอันขาดหากได้มาเยือนโคจิในช่วงฤดูซากุระ

 

8. ภูมิภาคคิวชู (Kyushu・九州)

 

Maizuru Park (ฟุกุโอกะ, ฟุกุโอกะ)

ปราสาทฟุกุโอกะ (Fukuoka Castle) ถูกเรียกอีกชื่อว่า ปราสาทไมสุรุ (Maizuru Castle) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางสวนไมสุรุ (Maizuru Park) ในเมืองฟุกุโอกะ สวนแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของฟุกุโอกะ และยิ่งได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นไปอีกในช่วงฤดูแห่งฮานามิ ซึ่งเหล่าต้นซากุระได้แต่งแต้มสีสันของซากปราสาทให้เป็นสีชมพูอันงดงาม

มีการจัด ‘งานเทศกาลซากุระฟุกุโอกะ’ (Fukuoka Sakura Festival) ในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี และในช่วงนี้เองที่ต้นซากุระในสวนไมสุรุจะได้รับการฉายไฟประดับสวยงามอลังการ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแผงลอยขายอาหารในสวน ให้คุณได้เต็มอิ่มไปกับอาหารงานเทศกาลของญี่ปุ่น พร้อมๆ กับเพลิดเพลินไปกับวิวตระการตาของซากุระส่องแสง

Kumamoto Castle (คุมาโมโตะ, คุมาโมโตะ)

ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) เป็นที่รู้จักในฐานะ 1 ใน 3 ปราสาทแสนประทับใจจากทั่วญี่ปุ่น จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้ตลอดปี แต่มันจะสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อต้นซากุระกว่า 800 ต้น บานสะพรั่ง

แม้ว่าในตอนนี้ปราสาทคุมาโมโตะจะอยู่ในระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 แต่นี่ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่คุณควรเยี่ยมสถานที่แห่งนี้เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูนั่นเอง เพราะเหล่าต้นซากุระนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ดังนั้นรับรองได้ว่าคุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมวิวได้อย่างแน่นอน ขอแนะนำให้คุณอยู่ที่นี่นานสักหน่อย เพื่อที่จะได้ชื่นชมทั้งวิวตอนกลางวัน และทิวทัศน์ยามค่ำคืนของต้นซากุระประดับไฟ

Beppu Park (เบปปุ, โออิตะ)

หากคุณอยากชื่นชมดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิหลากหลายชนิดในเวลาเดียวกัน เราขอแนะนำให้คุณไปที่สวนเบปปุ (Beppu Park) ในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ ซึ่งมีทิวทัศน์ของซากุระเคียงข้างดอกทิวลิปสีแดงสด งดงามไม่เหมือนที่อื่นใด

สวนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในเมืองแห่งออนเซน ‘เบปปุ’ ทั้งยังเดินทางสะดวกเพียงเดินเท้า 10 นาที จากสถานีเบปปุเท่านั้น นอกจากซากุระและทิวลิปแสนสวยแล้ว คุณยังสามารถชื่นชมป่าไผ่เขียวขจีได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะกับการหลีกหนีตัวเมืองแสนวุ่นวาย มาเดินเล่นสงบจิตสงบใจเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะเข้าใจวัฒนธรรมฮานามิของญี่ปุ่นอย่างถ่องแท้ และมีลิสต์สถานที่ที่คุณอยากไปเยี่ยมชมอยู่ในใจ หรือจะพิมพ์บทความนี้ออกมาประกอบการเที่ยวรอบญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิก็ดีเช่นกัน

 

หากคุณมีข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา มีไอเดียที่อยากนำเสนอ หรือมีคำถาม หรือข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น สามารถส่งมาได้เลยทาง  Facebook หรือ Twitter ของเรา !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร