มาเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ สวรรค์หลากสีของจังหวัดนีงาตะกันเถอะ!

“การชมดอกไม้” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตที่เหล่านักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นต่างก็เฝ้ารอคอย ด้วยสีสันอันงดงาม ความมีชีวิตชีวา และความหลากหลายของดอกไม้ที่บานในแต่ละฤดูกาล ทำให้ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นยอดของบรรดาคนรักธรรมชาติและผู้ที่ชอบถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียล วันนี้เราจะพาคุณไปชมสวนดอกไม้สุดตระการตา 3 แห่งในจังหวัดนีงาตะซึ่งบอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาด!

นีงาตะ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

สวนสาธารณะเอจิโกะฮิลล์ไซด์พาร์ค (Echigo Hillside Park)

สวนแห่งนี้มีความกว้างกว่า 4 ตารางกิโลเมตร (2,500ไร่) ตั้งอยู่ในเมืองนีงาตะและเป็นที่นิยมของคนในท้องที่จึงมักจะเต็มไปด้วยผู้คนอยู่เสมอ นอกจากดอกไม้แสนสวยที่มีให้ชมในทุกฤดูกาลแล้ว สวนแห่งนี้ก็ยังมีสนามเด็กเล่น สวนน้ำ และพื้นที่สำหรับเล่นกีฬา ทำกิจกรรมสันทนาการและปิกนิกด้วย

ไฮไลท์ของสวนแห่งนี้อยู่ที่ทุ่งดอกไม้แสนสวยที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล มีทั้งเทศกาลดอกไม้ งานจัดแสดงต่างๆ และทุ่งดอกไม้ โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่สวนเอจิโกะฮิลล์ไซด์พาร์คก็จะมีทุ่งดอกทิวลิปและอาจิไซ(ไฮเดรนเยีย)หลากสีให้ชมไปพร้อมๆ กัน เช่น สีแดง สีขาว สีเหลือง และสีม่วง

และในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ที่นี่ก็มักจะมีการจัด “เทศกาลดอกกุหลาบ” (Rose Festival) ที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ สีสันงดงามอ่อนหวานและมีกลีบดอกที่ดูบอบบางละเอียดอ่อน เรียงตัวกันอย่างซับซ้อนและสวยงาม

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน สวนแห่งนี้ก็จะกลายเป็นทุ่งทานตะวันแสนสวย อีกทั้งยังมีการจัดเทศกาลน้ำพุดนตรีในช่วงกลางคืนของเดือนสิงหาคมด้วย คุณจะได้เพลิดเพลินกับแสงไฟและเสียงดนตรี

ในฤดูใบไม้ร่วง สวนแห่งนี้ก็จะมีดอกคอสมอสหลากสีเบ่งบานไปจนสุดสายตา และเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม และในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์จะมี “Echi Snow World” ที่จะมีกิจกรรมหิมะต่างๆ มากมาย ที่แม้แต่มือใหม่ก็สามารถร่วมสนุกกันได้อย่างสบายใจ เช่น สกี สโนว์บอร์ด เลื่อนหิมะ

ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ดอกกุหลาบคริสต์มาสและบัตเตอร์คัพก็ควรค่าแก่การชมเช่นกัน ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม จะมีการจัดแสดงกระถางในร่ม และกลางแจ้ง แต่จะออกดอกตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน

ในสวนแห่งนี้ยังมีพื้นที่ทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ที่เรียกว่า PLAY AREA ซึ่งคุณสามารถพาครอบครัวมาสนุกกับสวนน้ำได้อีกด้วย ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมแนะนำสำหรับฤดูร้อนเลยทีเดียว

ภายในสวนมีเส้นทางชมธรรมชาติที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามมุมต่างๆ ของสวน เพื่อให้คุณได้หามุมถ่ายรูปสวยๆ กันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ก็ยังมีจุดชมวิวจากมุมสูงที่จะทำให้คุณได้ชมวิวเมืองนีงาตะภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใสได้อย่างเต็มตา ถือเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่ไม่ควรพลาด!

นอกจากนี้ ในสวนก็ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารให้คุณได้ไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย แต่ถ้าอยากลองทำอาหารกันเอง ทางสวนยังมีลานบาร์บีคิวกลางแจ้งไว้ให้บริการอีกด้วย โดยคุณสามารถเช่าอุปกรณ์จากในสวนได้เลย รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน

อุปกรณ์ที่คุณสามารถเช่าได้ ไม่ได้มีเพียงอุปกรณ์สำหรับทำบาร์บีคิวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “รถเด็กเล่น” ที่เด็กๆ สามารถขับได้ เก้าอี้รถเข็น เต๊นท์ ไปจนถึงอุปกรณ์ตีกอล์ฟในสวยสำหรับผู้ที่ถนัดมือซ้ายและมือขวา แต่เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มีจำนวนจำกัด เราจึงขอแนะนำให้ติดต่อสวนเพื่อสอบถามล่วงหน้าด้วย

มาถึงตรงนี้ หลายๆ คนอาจสงสัยว่าสวนกว้างขนาดนี้จะเดินทางในสวนได้อย่างไร แต่บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง เพราะสวนนี้มีรถบัสให้บริการรอบสวนกันอย่างฟรีๆ ด้วย! โดยจะมีป้ายรถบัสอยู่ทั้งหมด 8 จุด ให้บริการทุก 1 ชั่วโมง และการวิ่งรอบสวนแต่ละรอบก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างนั้น คุณก็สามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของฤดูกาลทั้งสี่ได้อย่างเพลิดเพลินด้วย ตามปกติแล้ว รถบัสเหล่านี้ให้บริการในช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น

* รถบัสสามารถจุคนได้เที่ยวละ 21 คน และมีพื้นที่สำหรับรถเข็น 2 คัน

* รถบัสสายสีเขียวที่วิ่งไป - กลับ “เซ็นโจจิกิ” (千畳敷) อาจมีการเปลี่ยนแปลงจุดลงจอด เวลาทำการ และระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของทางสวน

อย่างไรก็ตาม เราขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาดและความปลอดภัยตามมาตรการของทางสวนด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของสัตว์เลี้ยงและสัตว์ให้บริการต่างๆ (เช่น สุนัขนำทาง) ขอให้ใส่สายจูงไว้ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยและเก็บของเสียจากการขับถ่ายทุกครั้ง เพราะหากเกิดอะไรขึ้น เจ้าของสัตว์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในทุกกรณี

เมื่อเที่ยวชมดอกไม้ในสวนกันอย่างจุใจแล้ว คุณก็สามารถไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย เราขอแนะนำ “จุดชมวิวเอจิโกะฮิลล์ไซด์พาร์ค” (Echigo Hillside Park Observation Deck) ที่คุณจะได้ชมวิวมุมสูงของนีงาตะได้อย่างเต็มตา

อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าที่นี่มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ดังนั้นอย่าลืมแพลนทริปให้ตรงกับช่วงเวลาที่มีกิจกรรมน่าสนใจอย่างเทศกาลดอกกุหลาบ งานประดับไฟ และกิจกรรมหิมะแสนสนุกกันดูด้วยนะ!

สวนโกมาโดยามะไฮเดรนเยีย (Gomado-yama Hydrangea Garden)

เมืองทากามิตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดนีงาตะ โดยมีพื้นที่ประมาณ 31.71 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 10,000 คน ภูเขาโกมาโดะในเมืองทากามิแห่งนี้เป็นภูเขาที่มีความสูง 274 เมตร และคุณสามารถเดินไปถึงยอดเขาได้ด้วยเวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้น บนยอดเขาจะมีสวนไฮเดรนเยียโกมาโดะยามะ (Gomado-yama Hydrangea Garden) ซึ่งมีดอกไฮเดรนเยียกว่า 30,000 ดอกบานในช่วงฤดูฝน (ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม)

สวนดอกไฮเดรนเยียของที่นี่มีหลายสี ทั้งสีฟ้า ชมพู ขาว ม่วง อีกทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงพันธุ์จากฝรั่งเศสด้วย! โดยสายพันธุ์ต้องไปดูให้ได้ก็ คือ ในรูปทางด้านซ้ายล่างสีฟ้า “กาคุอะจิไซ” (Gaku Ajisai) ที่ตัวช่อจะบานแค่ขอบรอบๆ ดูราวกับมงกุฏ และในรูปสีม่วง “เซโยอะจิไซ” (Seiyo Ajisai) ที่จะบานฟูฟ่องไปทั้งช่อ

คุณสามารถเดินชมพุ่มไฮเดรนเยียไปตามเส้นทางปีนเขาที่ค่อนข้างสูงชันได้ โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 40 นาที ถึงจะฟังดูเหนื่อยหน่อย แต่หากไปถึงยอดเขาและเห็นทิวทัศน์ของที่ราบเอจิโกะ เกาะซาโดกาชิมะ และเกาะอาวาชิมะ! แล้วล่ะก็ รับรองว่าจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน!

สวนแห่งนี้เปิดทำการตลอดทั้งปี และเปิดทั้งวันโดยไม่มีวันหยุด แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมดอกไฮเดรนเยียคือตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม และจะมีเทศกาลไฮเดรนเยียจะจัดขึ้น และมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การประกวดภาพถ่าย คอนเสิร์ต และที่ Michi-no-Eki Tagami จะมีขายสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ในช่วงนี้เท่านั้น

หากคุณตั้งใจจะมาเดินสวนโดยเฉพาะ เราขอแนะนำให้ใส่เสื้อแขนยาวและรองเท้าผ้าใบ หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะเพราะไม่เหมาะกับเส้นทางเดินเขา และควรพกอุปกรณ์เพิ่มความเย็นต่างๆ หรือเครื่องดื่มที่มีเกลือแร่เพื่อป้องกันการเป็นลมแดดด้วย

นอกจากสวนไฮเดรนเยียสวยๆ แห่งนี้ พื้นที่รอบๆ ยังมีร้านอาหารและบ่อออนเซ็นให้ได้แช่คลายเหนื่อยกันอีกด้วย

โอโนะกาเมะ (Onogame)

โอโนะกาเมะ (ทางด้านซ้ายของรูป) เป็นก้อนหินขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่า 167 เมตรยื่นลงไปในทะเล หินนี้ตั้งอยู่บนเกาะซาโดะซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดนีงาตะ ซึ่งเป็นเกาะในทะเลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยจะอยู่ที่บริเวณ “หาดฟุตัตสึกาเมะ” (Futatsugame Beach) ของแนวชายฝั่งโซโตไคฟุ นับเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับงานศิลปะชิ้นเอกของจนได้รับรางวัล 2 ดาวจาก Michelin Green Guide Japan เลยทีเดียว

ไฮไลท์ของโอโนะกาเมะอยู่ที่ทุ่งดอกไม้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม - ต้นมิถุนายน ที่จะมีดอกเดย์ลิลี่สีเหลืองประมาณ 500,000 ถึง 1,000,000 ดอก บานสะพรั่งจนเต็มพื้นที่ ดูสวยงามราวกับความฝัน โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่แสงสีทองสาดส่องลงบนกลีบดอกไม้ เป็นทิวทัศน์ที่สวยสะกดทุกลมหายใจเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมิถุนายนของทุกปี จะมีการจัดเทศกาล Sado Daylily Festival และมีการแสดงเพลงพื้นบ้าน Sado และ การแสดง “กลองโอนิไดโกะ” (Onidaigo) โดยมีฉากหลังเป็นทะเลสีฟ้าและทุ่งดอกไม้สีเหลือง งานประเพณีที่หายากนี้เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด

หรือถ้าหากคุณต้องการพักค้างคืนที่ใกล้ๆ เกาะซาโดะแล้วล่ะก็ แถวๆ เกาะจะมีเรียวกังเก่าแก่ที่คุณสามารถชมพระอาทิตย์ตกและยังเกสต์เฮาส์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการพักผ่อน และหากคุณไปเกาะซาโดะช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำที่หาด “ฟุตัตสึกาเมะ” ได้อีกด้วย โดยมีไลฟ์การ์ดูแลตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. คุณจึงวางใจได้ว่ามีความปลอดภัย และยังมีร้านค้าริมชายหาดขายเครื่องดื่ม ขนมปัง ขนมหวาน และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากจะเป็นประสบการณ์การชมพระอาทิตย์ตกดินอย่างใกล้ชิดแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนแล้ว ที่นี่ก็ยังมีบ่อออนเซ็นชั้นเยี่ยมและร้านอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับที่คุณจะได้ลิ้มลองอาหารชุดแบบ “ไคเซกิ” อันเลิศรสของญี่ปุ่นด้วย ใครที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ต้องมาลองให้ได้สักครั้ง

ส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 3 สวนดอกไม้แสนสวยแห่งจังหวัดนีงาตะที่เรามาแนะนำกันในวันนี้? บอกเลยว่าแต่ละที่นั้นมีทัศนียภาพที่สวยงามมากๆ แบบที่คุณจะหาชมไม่ได้ที่ไหนอีก และนอกจากการชมดอกไม้แล้ว สวนเหล่านี้ก็ยังมีกิจกรรมและที่พักดีๆ อยู่ในบริเวณรอบๆ ซึ่งจะช่วยเปิดประสบการณ์ให้คุณได้สนุกกับจังหวัดนีงาตะในมุมใหม่ๆ ได้มากขึ้นด้วย ดังนั้นหากมีโอกาสแล้วล่ะก็ ลองแพลนทริปเที่ยวชมดอกไม้ ในสวนสวยๆ ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืมดูนะ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

มนต์เสน่ห์ชูบุ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

เกี่ยวกับนักเขียน

Mewvy
Mewvy

ค้นหาร้านอาหาร