7 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในทตโตริที่ไม่ไปแล้วจะเสียใจ!

เมื่อไล่ไปทางภูมิภาคชูโคคุในทิศตะวันตกของเกาะญี่ปุ่น เราจะพบกับจังหวัดทตโตริ (Tottori) ซึ่งเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ แห่งหนึ่งทั้งในเชิงธรรมชาติและเชิงประวัติศาสตร์ ตัวจังหวัดอยู่ติดทะเลและแวดล้อมไปด้วยหาดทรายสวยๆ สำหรับใครที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นก็นับว่าเป็นจุดหมายที่น่าสนใจทีเดียว และเราก็ได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในทตโตริทั้ง 7 แห่งมาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว! เตรียมตัวไปพบกับท้องทะเลสีครามและหาดทรายขาวกว้างสุดลูกหูลูกตากันได้เลย!

ทตโตะริ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. Tottori Sand Dunes (ทตโตริ)

鳥取砂丘

Eiji Saito/Flickr

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดในทตโตริ เป็นเนินทรายยาวสุดสายตาที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลญี่ปุ่น ลวดลายบนผืนทรายจะเปลี่ยนไปเรื่อยตามกระแสลมที่พัดผ่านมา เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามจับตาและไม่สามารถหาได้ที่ไหนอีกแล้วในประเทศญี่ปุ่น ในวันที่อากาศดีก็จะมองออกไปเห็นทะเลได้ชัดแจ๋ว

yumikoyuyuyu

ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายรูปแบบตั้งแต่การขี่อูฐไปจนถึงการเล่นร่มร่อน (Paraglide) บนหาดทรายบางจุดก็จะมีน้ำขังอยู่เป็นบ่อเล็กๆ ให้บรรยากาศเหมือนโอเอซิสกลางทะเลทรายอีกด้วย

 

[ข้อมูล Tottori Sand Dunes]

การเดินทาง: ขึ้นรถประจำทางจากสถานีทตโตริไปทาง Tottori Sakyu และลงป้าย Sakyu Kaikan (รถ Loop Kirinjishi Bus ให้บริการวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ที่ตั้ง: Yuyama, Fukube-cho, Tottori-shi, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: sakyu.city.tottori.tottori.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

 

2. Sand Museum (ทตโตริ)

พิพิธภัณฑ์ที่มีคอนเซ็ปต์ว่าท่องโลกไปกับทราย เป็นที่ที่เราจะได้เห็นกับประติมากรรมจากทรายในแบบต่างๆ ซึ่งเป็นผลงานของประติมากรจากทั่วโลก ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ทางตะวันออกของเนินทรายทตโตริ และมีการเปลี่ยนธีมของผลงานที่จัดแสดงทุกๆ ปี จะไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อแน่นอน

การจัดแสงในอาคารจะแตกต่างกันในช่วงกลางวันและกลางคืน บรรยากาศที่ได้ในแต่ละช่วงจึงมีเสน่ห์แตกต่างกันไปเช่นกัน ทางเดินภายในโดยส่วนมากจะใช้ทางลาดแทนการใช้บันได ใครที่จำเป็นต้องใช้รถเข็นก็สามารถเข้าชมได้โดยไม่ติดขัด นอกจากนี้ยังมีบริการให้ยืมรถเข็นและรถเข็นเด็กอีกด้วย

 

[ข้อมูล Sand Museum]

เวลาเปิดทำการ: วันธรรมดาและวันอาทิตย์ 9:00 - 18:00 น., วันเสาร์ 9:00 - 20:00 น.

วันหยุด: ตั้งแต่ต้นมกราคม - ปลายเมษายน

ค่าเข้าชม: บุคคลทั่วไป 600 เยน นักเรียน (ประถมและมัธยม) 300 เยน

การเดินทาง: ขึ้น Sakyu Line Bus จาก Terminal 0 สถานีทตโตริ ลงป้าย Sand Museum แล้วเดินต่อประมาณ 1 นาที

ที่ตั้ง: 2083-17, Yuyama, Fukube-cho, Tottori-shi, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: www.sand-museum.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

เว็บไซต์: www.sand-museum.jp/en/ (ภาษาอังกฤษ)

 

3. Ame no Manai (โยโดเอะ)

น้ำตกขนาดใหญ่ที่ตีนเขาไดเซ็น (Daisen) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทตโตริ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และน้ำก็ใสขนาดที่มองลงไปเห็นปลาเทราต์สายรุ้ง (ปลาวงศ์เดียวกับปลาแซลมอน) แหวกว่ายอยู่ได้ นอกจากนี้รสชาติของน้ำเองก็อร่อยมากๆ ด้วย!

ที่น้ำตกจะมีกังหันน้ำเก่าแก่ที่มีมอสเกาะอยู่เต็มไปหมดอยู่ด้วย เป็นสถานที่ที่ให้บรรยากาศสงบๆ จะเดินชิลๆ ชมนกชมไม้เข้ามาก็ได้ หรือถ้าใครเอารถมาก็มีที่จอดรถให้บริการเช่นกัน

 

[ข้อมูล Ame no Manai]

การเดินทาง: ขึ้นแท็กซี่ประมาณ 10 นาทีจากสถานี Yodoe หรือ 15 นาทีจากสถานี Yonago / ขับรถประมาณ 10 นาทีจาก Yodoe Disen IC บนถนน Yonago

ที่ตั้ง: 47, Takaidani, Yodoe-cho, Yonago-shi, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: www.city.yonago.lg.jp/9879.htm (ภาษาญี่ปุ่น)

เว็บไซต์: www15.j-server.com/LUCYONAGO/ns/tl.cgi/http%3a//www.city.yonago.lg.jp/9879.htm (ภาษาอังกฤษ)

 

4. Kyusho Park / Tottori Castle Ruins (ทตโตริ)

หนึ่งในจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมที่สุดในทตโตริ โดยสามารถชมซากุระกันได้ราวๆ ปลายมีนาคม - ต้นเมษายน และในช่วงกลางคืนก็จะมีการจุดโคมไฟด้วย ใครที่อยากเห็นซากุระสวยๆ ก็ไม่ควรพลาด หรือถ้าใครมานอกฤดูกาล จะหาวันที่ฟ้าใสๆ มาเดินเล่นสักหน่อยก็ให้ความรู้สึกที่ดีไม่แพ้กัน

สวนสาธารณะแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในที่ของปราสาททตโตริ จึงยังมีซากปรักหักพังของตัวปราสาทให้เห็นอยู่บ้างประปราย โดยจะรู้จักกันในชื่อของ Tottori Castel Ruins ใครที่สนใจก็สามารถไปปีนเขาระยะสั้นๆ ที่ภูเขา Kyusho ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทเก่าได้

 

[ข้อมูล Kyusho Park / Tottori Castle Ruins]

การเดินทาง: ขึ้นรถประจำทางจากสถานีทตโตริ ลงป้าย Nishi-machi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที หรือลงป้าย Tottori Castle Ruins (Jinpukaku Mansion) ของสาย Loop Kirinjishi (ให้บริการวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ที่ตั้ง: Higashi-machi, Tottori-shi, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: www.torican.jp/spot/ (ภาษาญี่ปุ่น)

เว็บไซต์: www.torican.jp/english/famous-and-historical01/historical01#02 (ภาษาอังกฤษ)

 

5. Mitokusan Sanbutsu Temple (คุราโยชิ)

PIXTA

วัดเก่าแก่บนเขา Mitoku ที่อยู่สูงถึง 899.9 เมตรจากระดับพื้นดิน ต้องปีนขึ้นไปเองเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เห็น และ Nageire-do ซึ่งเป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่นนั้นก็อยู่สูงขึ้นไปอีก การเดินทางอาจจะลำบากไปบ้าง แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ปีนเขาอยู่บ้างแล้วล่ะก็ ต้องขอบอกว่าไปเถอะ มันดีกับคุณ! ถ้าใครกังวลว่ารองเท้าจะพังหรือเดินไม่สะดวกก็สามารถซื้อรองเท้าแตะสานสำหรับปีนเขามาใช้ได้ กฎการเข้าชมวัดค่อนข้างเข้มงวด และที่สำคัญคือไม่อนุญาตให้เดินทางคนเดียว ดังนั้นถ้าใครจะมาแวะชมก็ควรจับกลุ่มมาก่อนอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป

Monju-do จะอยู่ประมาณกลางๆ ระหว่างทางไป Negeire-do ตัววัดสร้างอยู่บนหน้าผาและมีพื้นที่ให้เดินชมวิวสวยๆ รอบๆ สามารถถอดรองเท้าไปเข้าชมได้ จุดที่ต้องระวังคือถึงที่นี่จะมีพื้นให้เดิน แต่ไม่มีรั้วกั้นหรือที่จับใดๆ ดังนั้นก็พยายามเปิดหูเปิดตาระวังตัวไว้จะดีที่สุด

 

[ข้อมูล Mitokusan Sanbutsu Temple]

เวลาเปิดทำการ: 8:00 - 15:00 น.

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก (ชั้นประถมถึงมัธยมต้น) 200 เยน

การเดินทาง: นั่งรถประจำทางจากสถานี Kurayoshi ไปทางสาย Agei หรือ Misasa แล้วลงป้าย Mitokusan Sando Iriguchi (Mitokusan Sando Entrance)

ที่ตั้ง: 1010, Mitoku, Misasa-cho, Tohaku-gun, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: www.mitokusan.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

 

6. Misasa Onsen (คุราโยชิ)

Misasa Onsen เป็นเมืองบ่อน้ำร้อนของทตโตริ โดยทั่วไปหลายคนคงจะถามหาออนเซ็นเวลาที่ต้องการพักผ่อนเงียบๆ แต่บรรยากาศสบายๆ ชิลๆ ของบ่อน้ำร้อนในเมืองก็เป็นอะไรที่ดีต่อใจไม่แพ้กัน หลังจากแช่น้ำจนสบายใจแล้วก็สามารถออกไปเดินเล่นริมถนน เพลิดเพลินไปกับแสงไฟสลัวๆ และบรรยากาศในเมืองได้ด้วย

tglovertg

ในบริเวณนี้มีที่พักอยู่หลายแห่ง หรือถ้าใครแค่อยากแช่น้ำร้อนก็สามารถจัดทริปแบบวันเดียวกลับได้เช่นกัน อย่างที่บ่อน้ำร้อน Seiryuso ก็จะมีทั้งบ่ออาบน้ำสาธารณะกว้างๆ ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ และบ่อกลางแจ้งแบบส่วนตัวให้ได้ใช้บริการ

 

[ข้อมูล Misasa Onsen]

เวลาเปิดทำการ: ทริปออนเซ็น Seiryuso แบบหนึ่งวัน 11:00 - 21:00 น.

ค่าเข้าชม: ทริปออนเซ็น Seiryuso แบบหนึ่งวัน ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก (อายุ 3 - 7 ปี) 350 เยน

การเดินทาง: นั่งรถประจำทางจากสถานี Kurayoshi ไปทางสาย Agei หรือ Misasa ลงป้าย Onsen Iriguchi (Hot Spring Entrance) แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาที

ที่ตั้ง: Misasa, Misasa-cho, Tohaku-gun, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: spa-misasa.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

เว็บไซต์: spa-misasa.jp/eng/ (ภาษาอังกฤษ)

 

7. Amedaki Fall (ทตโตริ)

น้ำตก Amedaki เป็นน้ำตกที่มีต้นน้ำอยู่ที่เขา Oginosen มวลน้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลลงจากเขาเกิดเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจับตา และทางเดินไปยังน้ำตกก็ต้องผ่านป่าดึกดำบรรพ์ที่ให้ความรู้สึกดีไม่แพ้กัน ใครอยากจะสัมผัสธรรมชาติของทตโตริแบบเต็มๆ ก็ต้องที่นี่เลย!

จุดเด่นของ Amedaki คือมีน้ำตกทั้งน้อยใหญ่อยู่รวมถึง 48 แห่งด้วยกัน ระหว่างที่เดินผ่านป่าก็จะได้ยินเสียงน้ำตกจากทั่วทุกสารทิศ ต่อให้เป็นช่วงหน้าร้อนก็ยังอากาศเย็นสบาย นอกจากนี้ถ้าไปในฤดูใบไม้ร่วงก็จะมีโอกาสได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ด้วยเช่นกัน

 

[ข้อมูล Amedaki Fall]

การเดินทาง: นั่งรถประจำทางจากสถานีทตโตริไปทาง Amedaki ลงป้าย Amedaki แล้วเดินต่อประมาณ 20 นาที

ที่ตั้ง: Amedaki, Kokufu-cho, Tottori-shi, Tottori (Google Map)

เว็บไซต์: www.city.tottori.lg.jp/www/contents/1096976555250/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)

เว็บไซต์: www.city.tottori.lg.jp/foreign/english/sightseeing/kanko_en.html (ภาษาอังกฤษ)

 

ทตโตริขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้เราได้ไปสัมผัสกับทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้กันอย่างเต็มอิ่ม ถ้ามีโอกาสได้แวะไปก็อย่าลืมแบ่งเวลาไปให้สถานที่ที่เราแนะนำสักหน่อย รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอน!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร