5 สถานที่สุดสยองในญี่ปุ่นที่ไม่ควรย่างกราย (และอีกที่ที่ควรลอง!)

เมื่อคิดถึงสถานที่ที่น่าตื่นเต้นและลึกลับทั่วญี่ปุ่น มีหลายที่คุณควรหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นที่ที่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่น่าสยดสยอง ที่ที่อาจทำให้คุณกลายเป็นนักปีนเขาหลงทาง หรือที่ที่อันตรายเกินกว่าจะเข้าใกล้ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 สถานที่น่ากลัวในญี่ปุ่นที่คุณควรหลีกเลี่ยงในทุกกรณี

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

คำเตือนแด่ผู้ท้าทาย

สถานที่ที่เราจะแนะนำในบทความนี้ ต่างขึ้นชื่อเรื่องความน่ากลัวและเป็นแหล่งทดสอบความกล้า ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องผีหรือไม่ เพียงแค่เห็นภาพและฟังที่มาที่ไปของสถานที่เหล่านี้ ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของคุณจะทำงานแน่นอน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการพูดถึงสถานที่น่าขนลุกเหล่านี้จะน่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อชวนให้นึกถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรไปสถานที่เหล่านี้ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม

ถ้าพร้อมแล้ว ไปทำความรู้จัก 5 สถานที่สุดน่ากลัวทั่วญี่ปุ่นกันดีกว่า!

ป่าอาโอกิกาฮาระ

ป่าอาโอกิกาฮาระ (Aokigahara) มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ ป่าแห่งนี้ได้รับฉายาว่า "ป่าฆ่าตัวตาย" เนื่องจากมีการตรวจพบการฆ่าตัวตายมากผิดปกติ นอกจากนี้ ป่าแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีคนมาฆ่าตัวตายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสะพานโกลเดนเกต

ความนิยมของป่าในฐานะจุดฆ่าตัวตายทำให้ในป่ามีป้ายเตือนเหล่าผู้มาเยือนให้คิดใหม่และขอความช่วยเหลือ ที่นี่มีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นบ่อยมาก ทำให้ทุกเดือนตำรวจและอาสาสมัครจะทำการค้นหาศพของเหล่าผู้คนที่เลือกจบชีวิตในป่าแห่งนี้ ถึงแม้จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการค้นหาและเก็บศพ แต่โอกาสที่จะพบศพระหว่างการเดินป่านั้นก็มีอยู่ไม่น้อย

ความงามที่อันตราย

ด้วยพื้นที่รกร้างว่างเปล่าขนาด 35 ตารางกิโลเมตรที่ฐานด้านตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาไฟฟูจิ บริเวณนี้จึงมีภูมิทัศน์สวยงามอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็เป็นสถานีสุดท้ายในชีวิตของหลายคนเช่นกัน แม้ว่าป่าอาโอกิกาฮาระจะมีอีกชื่อว่า "ทะเลต้นไม้" ที่ฟังดูน่าดึงดูดใจให้ไปเยี่ยมชม แต่การสำรวจป่าก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี ด้วยดินบริเวณนั้นเป็นดินภูเขาไฟที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ทำให้เกิดความผิดปกติทางสนามแม่เหล็กและไม่สามารถใช้เข็มทิศได้ ซึ่งอาจทำให้หลงทางหรือเดินวนในป่ารกร้างได้อย่างง่ายดาย

ลุ่มหลงในความมืด

ความน่ากลัวของป่าอาโอกิกาฮาระไม่ได้จบเพียงเท่านั้น หลายคนที่ตั้งใจจะจบชีวิตตัวเองในป่าอาโอกิกาฮาระแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจนั้นเล่าว่า รู้สึกราวกับถูกดึงดูดให้เข้าไปในความมืดของป่าอย่างแปลกประหลาด เหมือนมันกำลังเรียกหาเขาอยู่ ทั้งนี้ในอดีตป่าอาโอกิงาฮาระเป็นสถานที่ที่มีเหตุการณ์ประหลาดมาช้านานแล้ว โดยมีบันทึกที่อ้างว่ามีวิญญาณของผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งในยามยากแค้น หรือที่เรียกว่า "อุบะสุเทะ (Ubasute)" (เป็นการสังเวย ผู้สูงอายุในครอบครัวเพื่อลดจำนวนคนที่ต้องหาเลี้ยง) สิงอยู่

ป่าอาโอกิกาฮาระไม่ใช่ที่สำหรับเที่ยวเล่นไม่ว่าในกรณีใดๆ ดังนั้นควรคิดให้รอบคอบก่อนที่จะมาผจญภัยในที่ลึกลับแสนน่ากลัวแห่งนี้

อุโมงค์เก่าอินุนากิ

อุโมงเก่าค์อินุนากิ (Old Inunaki Tunnel) เป็นจุดฆาตกรรมสุดสยดสยองที่อยู่ลึกเข้าไปในภูเขาในจังหวัดฟุกุโอกะ ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 1988 พบซากไหม้เกรียมของชายอายุ 20 ปีในอุโมงค์แห่งนี้ โดยมีรายงานว่าผู้ร้ายของคดีนี้เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น

เรื่องราวของดวงวิญญาณ

พื้นที่นี้ยังมีประวัติความเป็นมาที่ย้อนกลับไปกว่า 1,000 ปีในฐานะพื้นที่ฝึกอบรมสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมลัทธิคุยหลัทธิในพุทธศาสนา (ชื่อแปลว่า ลัทธิลับ เป็นลัทธิที่ความรู้ในลิทธิถูกสงวนไว้เฉพาะสมาชิก) ซึ่งอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณของผู้หลงหาย คำกล่าวอ้างนี้ได้รับการสนับสนุนในเวลาต่อมาโดยนักเวทย์สมัยใหม่ผู้มาที่ภูเขาแห่งนี้เพื่อบันทึกรายการโทรทัศน์ แต่ปฏิเสธที่จะไม่ไปไกลกว่านี้เนื่องด้วยบรรยากาศชวนขนหัวลุก

อย่าได้ย่างกรายเข้ามาเป็นอันขาด

ตัวอุโมงค์ถูกปิดด้วยบล็อกคอนกรีต แต่ก็ยังมีช่องเปิดด้านบนอุโมงค์ที่คอยเชิญชวนผู้โง่เขลาให้ปีนข้ามเข้าไป มีเรื่องเล่ามากมายบนอินเทอร์เน็ตของเหล่าผู้ท้าทายที่เข้าไปในอุโมงค์เพียงเพื่อจะมาเสียใจภายหลัง ว่ารู้สึกเหมือนถูกจับตามองจากพลังงานที่มุ่งร้าย นอกจากนี้ยังพบว่าภายในอุโมงค์นั้นกล้องทำงานผิดปกติ เกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ และมีเสียงที่ไม่สามารถหาที่มาได้

อุโมงค์นี้ไม่ได้ถูกใช้งานแล้วและอยู่ห่างไกลจากเส้นทางปกติ ดังนั้นในสถานการณ์ฉุกเฉินจะไม่มีความช่วยเหลือไปถึง จึงไม่แนะนำอย่างยิ่งที่จะไปที่แห่งนี้

ทาคาโคะนุมะกรีนแลนด์

ทาคาโคะนุมะกรีนแลนด์ (Takakonuma Greenland: มักสะกดผิดในภาษาอังกฤษว่า Takakanonuma) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าขนลุกจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ตำนานของที่นี่ได้รับการกล่าวขานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ควรเยี่ยมชมในตอนนี้ แต่อาจไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่คุณคิดเอาไว้

ความฝันที่พังทลาย

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในพื้นที่ชนบททางตอนเหนือของจังหวัดฟุกุชิมะ ช่วงปี ค.ศ. 1970 ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจฟองสบู่ในญี่ปุ่น แต่เรื่องราวก็จบลงก่อนเวลาอันควรในปี ค.ศ. 1986 ราวความฝันที่ไม่อาจเกิดขึ้นจริง ว่ากันว่าเคยมีคนร่วงลงมาจากรถไฟเหาะทำให้สวนสนุกต้องปิดตัวลง ถึงแม้จะพยายามกลับมาเปิดอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ เหลือไว้เพียงซากปรักหักพัง และจางหายไปจากความทรงจำของผู้คนในที่สุด

ปิดตำนานสวนสนุกสยอง

สภาพทรุดโทรมของสวนสนุกหลังจากปิดตัวมาหลายปี สามารถนำไปสร้างฉากสยองขวัญยุค 1980 ได้ไม่ยาก และว่ากันว่ามีคนได้ยินเสียงแปลกๆ และเห็นผีภายในสวนสนุก โครงสร้างผุพังและอันตรายเป็นเหมือนสิ่งชักจูงให้เหล่านักสำรวจมาเยี่ยมเยียนตามกระแส อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และซากเครื่องเล่นทั้งหมดก็ถูกกำจัดออกไป

เรื่องราวและรูปภาพของทาคาโคนุมะกรีนแลนด์ยังคงปรากฏขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราว แต่นั่นก็เป็นจุดแรกและจุดสุดท้ายสำหรับคนที่ต้องการทดสอบความกล้าในที่แห่งนั้น

Round Schoolhouse

Round Schoolhouse เป็นชื่อที่ตั้งตามการออกแบบ สร้างขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีก่อนในเมืองบิบาอิ (Bibai) จังหวัดฮอกไกโด และถูกทิ้งร้างในช่วงราวๆ ปี ค.ศ. 1970 ที่นี่มีเรื่องเล่าของเหตุการณ์อาถรรพณ์จำนวนมาก ถึงอาคารจะถูกทิ้งร้างเนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่โต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งของอื่นๆ ในโรงเรียนยังคงตั้งอยู่ที่เดิมในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา ราวกับกำลังรอเหล่านักเรียนที่ไม่มีวันหวนกลับมาอยู่

การหายตัวไปของเด็กสาว

คาดว่าเรื่องอาถรรพณ์แรกในโรงเรียนแห่งนี้อาจเป็นการหายตัวไปอย่างกระทันหันของนักเรียนหญิงคนหนึ่งต่อหน้าต่อตาเพื่อนร่วมชั้นของเธอ ตามตำนานแล้วการค้นหาเด็กสาวที่หายสาบสูญไปไม่มีความคืบหน้าใดๆ จากตำรวจ หลังจากโรงเรียนปิดตัวลง ข่าวลือเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น ทั้งการพบเห็นวิญญาณของเด็กสาวที่หายตัวไปเดินไปมาในบริเวณโรงเรียน และได้ยินเสียงโหยหวนจากภายในซากปรักหักพัง

เงามืดและประตูมิติ

ตามรายงานจากนักสำรวจ 3 คน พบว่ามีเงามืดปรากฎขึ้นในป่ารอบๆ โรงเรียน และโจมตีพวกเขา แต่โชคดีที่พวกเขากลับมาที่รถได้ทันเวลา ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังอ้างว่าเงามืดที่จ้องจะทำร้ายพวกเขานั้นได้พุ่งตัวเข้ามากระแทกรถอย่างแรง ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยังมีเรื่องเล่าอื่นๆ ที่อ้างว่าโรงเรียนดังกล่าวเป็นประตูมิติที่เชื่อมไปยังอีกโลกหนึ่ง โดยมีเงามืดโผล่ออกมาจากช่องว่างที่ส่องประกายบนผนังโรงเรียน

แม้ว่าจะไม่เคยมีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โรงเรียน แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ไม่ควรล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่โรงเรียน

เกาะอิโวจิมะ

สถานที่สุดท้ายนี้มีทั้งเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในบรรดาสถานที่ทั้งหมดที่เราแนะนำในบทความนี้

หายนะที่รอวันปะทุ

เกาะอิโวจิมะ (Iwojima) เป็นหนึ่งในหมู่เกาะโบนิน (Bonin) ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ของญี่ปุ่น และฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของผู้คนในฐานะสนามรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ เกาะอิโวจิมะยังเป็นที่ตั้งของภูเขาสุริบาจิ (Suribachi) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่มีความสูงกว่า 161 เมตร และได้รับการจัดอันดับให้เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นที่อันตรายที่สุดในโลกตามรายงานของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ว่ากันว่ามีโอกาสที่ภูเขาไฟลูกนี้จะปะทุในอีก 100 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูง 25 เมตรกระทบชายฝั่งทั้งจีนและญี่ปุ่น และอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้าน

วิญญาณทหารผู้ร่วงหล่น

เรื่องลี้ลับของอิโวจิมะ คงไม่พ้นเรื่องการเสียชีวิตของทหารหลายพันคนทั้งฝั่งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในการต่อสู้ 40 วันบนเกาะแห่งนี้ ปัจจุบันเกาะอิโวจิมะเป็นฐานทัพสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และผู้ที่ประจำการอยู่บนเกาะแห่งนี้ก็ได้รายงานว่าพบเจอวิญญาณทหารที่เสียชีวิตบนเกาะเมื่อหลายปีก่อน

ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปยังเกาะอิโวจิมะ เพราะเป็นพื้นที่จำกัดให้เฉพาะบุคลากรทางทหารเท่านั้น

ส่งท้าย

ถึงแม้ว่าเรื่องผีและเหตุการณ์ลึกลับจะเป็นเรื่องสนุกที่จะเล่าในค่ำคืนช่วงฤดูร้อน แต่ก็อยากให้ระลึกไว้เสมอว่า ไม่ว่าสถานที่ที่กล่าวถึงในบทความนี้จะมีผีสิงหรือไม่ ก็ไม่แนะนำให้ไปด้วยตัวเองเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และถึงแม้การทดสอบความกล้าจะเป็นความตื่นเต้นราคาถูก แต่พื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่หวงห้ามหรือที่ดินส่วนบุคคล ดังนั้นการเข้าไปพื้นที่เหล่านี้นั้นผิดกฎหมาย สำหรับบทความนี้ เราหวังเพียงว่าจะสามารถตอบสนองความสนใจของคุณต่อสถานที่ลึกลับและน่ากลัวทั่วประเทศญี่ปุ่นได้

แถมท้าย! เกาะกุนคันจิมะ: เกาะร้างสุดสยองที่สามารถไปเยี่ยมเยียนได้

คุณอาจหงุดหงิดเล็กน้อยที่เราพูดถึงแต่สถานที่ที่คุณไปไม่ได้ ดังนั้นเราจึงมาแถมท้ายสั้นๆ ด้วยเมืองบนเกาะร้างนอกชายฝั่งนางาซากิที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

เกาะฮาชิมะ (Hashima) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า กุนคันจิมะ (Gunkanjima) หรือ "เกาะเรือรบ" เป็นซากของเมืองเหมืองถ่านหินใต้ทะเล ซึ่งถูกทิ้งร้างหลังจากปริมาณสำรองถ่านหินหมดลงราวปี ค.ศ. 1970 หากคุณรู้สึกคุ้นตากับเกาะกุนคันจิมะ อาจเป็นเพราะคุณเคยเห็นในฉากวันสิ้นโลกจากภาพยนตร์เรื่อง Skyfall ในซีรี่ย์หนัง James Bond รวมถึงภาพยนตร์และสารคดีอื่นๆ อีกมากมาย

การเดินทางไปยังเกาะกุนคันจิมะนั้นเรียบง่ายและมีค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 3,600 - 4,500 เยน เพียงจองทัวร์เรือกับบริษัทที่มีอยู่มากมายในนางาซากิ แล้วนั่งเรือประมาณ 50 นาทีเพื่อไปยังเกาะ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการสำรวจซากเมืองได้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับฝั่ง จองเรือและทัวร์เป็นภาษาอังกฤษได้จากที่นี่เลย

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร