5 ศาลเจ้าลึกลับแห่งมิยาซากิ จังหวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น

จังหวัดมิยาซากิตั้งอยู่บนเกาะคิวชูซึ่งเป็นเกาะหลักทางใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านตำนานเก่าแก่และเป็นสถานที่ทางจิตวิญญาณมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่ามิยาซากิแห่งนี้เต็มไปด้วยศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากมาย ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงและงดงามที่สุดในจังหวัดนี้พร้อมบอกเล่าต้นกำเนิดอันศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสถานที่กันค่ะ

มิยาซากิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

จิตวิญญาณแห่งมิยาซากิ

จังหวัดมิยาซากิมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายในแง่ของวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่น ธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่ไม่ถูกทำลาย และอาหารท้องถิ่นที่สืบทอดมาอย่างช้านาน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มิยาซากิแตกต่างจากสถานที่อื่นๆ ในญี่ปุ่นก็คือ จิตวิญญาณอันน่าเหลือเชื่อและการเชื่อมต่อกับเทพเจ้าของญี่ปุ่น

สถานที่หลายแห่งในมิยาซากิในยุคปัจจุบันได้ถูกกล่าวถึงใน โคคินชู (古今集 หนังสือประชุมบทร้อยกรองแบบวากะ) และ นิฮงโชกิ (日本書紀 พงศาวดารญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ในตำนานและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุด สถานที่ต่างๆ ในจังหวัดได้ถูกกล่าวถึงทั้งในเรื่องราวของตำนานและบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยมีความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่าเทพเจ้าผู้ก่อตั้งดินแดนญี่ปุ่นได้เสด็จลงมายังมิยาซากิและเริ่มต้นการเดินทางจากที่นี่ โดยเดินทางข้ามแผ่นดินเพื่อก่อตั้งประเทศที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อญี่ปุ่น

ศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่นสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานและอุทิศแด่เทพเจ้าญี่ปุ่น แต่ที่มิยาซากินั้นมีศาลเจ้าจำนวนมากที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เทพเจ้าผู้สร้างที่ได้กล่าวถึงในตำนานการสร้างและการก่อตั้งของญี่ปุ่น สิ่งนี้เพิ่มความสำคัญทางจิตวิญญาณของศาลเจ้าในมิยาซากิ สถานที่ซึ่งเป็นตัวแทนการระลึกถึงสิ่งมีชีวิตจากเทพเจ้าผู้สร้างที่ช่วยหล่อหลอมญี่ปุ่นให้กลายเป็นญี่ปุ่นอย่างทุกวันนี้

5 ศาลเจ้าลึกลับกับตำนานในมิยาซากิ

ศาลเจ้าอุโดะ (เขตนิจินัน)

ศาลเจ้าอุโดะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างน่าเหลือเชื่อ เนื่องจากเป็นสถานที่เกิดในตำนานของบิดาของจักรพรรดิจิมมุ จักรพรรดิองค์แรกในตำนานของญี่ปุ่น กล่าวกันว่าหินรูปหน้าอกขนาดใหญ่ 2 ก้อนที่เรียกว่า “Ochiai-iwa” นั้นเป็นของเจ้าหญิงโทโยทามะ (豊玉姫) พระธิดาของเทพเจ้าแห่งทะเลวาตาซึมิ (海神) และเป็นย่าของจักรพรรดิจิมมุ มีเรื่องเล่าขานกันมาว่าหินทั้ง 2 ก้อนนี้ช่วยในการเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอให้แข็งแรง และจักรพรรดิจิมมุเองก็เติบโตขึ้นมาจากน้ำนมที่ไหลออกมาจากหินที่มีรูปร่างคล้ายเต้านมภายในถ้ำนี้เช่นกัน

ตำนานเหล่านี้ทำให้มีพ่อแม่หลายๆ คนเดินทางไปที่ศาลเจ้าเพื่ออธิษฐานขอให้ลูกของตนคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ให้เติบโตและสุขภาพที่ดีแข็งแรง เชื่อกันว่าการดื่มน้ำจากหินเหล่านี้จะช่วยให้คำอธิษฐานข้างต้นเป็นจริง อีกทั้งยังเป็นศาลเจ้าจะนำโชคดีมาสู่คู่รักและคนที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ด้วย

ตัวศาลเจ้านอกจากจะสวยงามแล้ว ยังมีทำเลที่ตั้งที่ถือว่าหาได้ยากสำหรับศาลเจ้าอีกด้วย เนื่องจากโถงหลักของศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ภายในถ้ำ เส้นทางชมวิวตลอดทางไปยังศาลเจ้าทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งที่มีสายน้ำไหลไปตามหน้าผาซึ่งมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก เส้นทางหลักจะนำทางคุณไปยังประตูทางเข้าศาลเจ้า หรือ "ชินมน" (神門) ที่แปลว่าประตูสู่สถานที่สถิตของเทพเจ้า เมื่อคุณก้าวเข้าผ่านประตูเข้าไปจะถือว่าคุณได้เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว ดังนั้น อย่าลืมให้ความเคารพและให้เกียรติสถานที่ด้วยนะคะ

ก่อนที่จะเข้าสู่ถ้ำแห่งนี้ เราอยากให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรและลองโยน "อุนดามะ" (運玉) หรือ "ลูกบอลโชคดี" กันก่อน มีความเชื่อว่าหากโยนเจ้าลูกบอลดินเล็กๆ เหล่านี้ให้ตกลงในวงเชือกบนก้อนหินได้ พรที่ขอก็จะสมหวังค่ะ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ชายต้องใช้มือซ้ายและผู้หญิงต้องใช้มือขวาในการปาด้วย

ศาลเจ้าอามาโนะ อิวาโตะ (เขตทาคาจิโฮะ)

ศาลเจ้าอามาโนะ อิวาโตะปรากฏอยู่ทั้งในโคจิกิ (古事記 หนังสือที่เล่าเกี่ยวกับตำนานเก่าแก่ของญี่ปุ่น) และนิฮงโชกิ โดยถูกกล่าวไว้ว่าเป็นสถานที่ที่เทพีแห่งดวงอาทิตย์อามาเตราซุ (天照大神) ในตำนานได้มาหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหลังประตูหินยักษ์ ทำให้โลกถูกความมืดมิดเข้าปกคลุม

ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างติดกับถ้ำที่เชื่อว่าเทพีอามาเตราซุซ่อนตัวอยู่ ในขณะที่ "อามาโนะ ยาซุกาวาระ" (天安河原 หนึ่งในจุดเสริมพลังชีวิต)" ที่อยู่ใกล้ๆ (ในภาพด้านบน) ก็เป็นสถานที่ที่เทพเจ้าองค์อื่นๆ อีกนับล้านมารวมตัวกันเพื่อพยายามหาวิธีหลอกล่อให้เธอออกมา ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพีอามาเตราซุ

เนื่องจากถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากจึงไม่อนุญาตให้เยี่ยมชม แต่คุณสามารถมองมาจากทางนิชิฮงกุ (Nishi-hongu โถงหลักฝั่งตะวันตก) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารหลักของศาลเจ้าได้ หากคุณเดินไปตามทางไม่ไกลนัก คุณจะได้พบกับถ้ำขนาดใหญ่อีกแห่งที่มีจุดเสริมพลังชีวิต อามาโนะ ยาซุกาวาระ และประตูโทริอิที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวและรายล้อมไปด้วยกองหินขนาดเล็กนับร้อยก้อน ด้วยความเชื่อที่ว่าหากนำหินมาวางซ้อนทับกันให้สูงและขอพรจะทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงๆ การได้เห็นกองหินเหล่านี้วางรายล้อมโทริอิยิ่งทำให้ภูมิทัศน์ของที่นี่ดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปอีก

ศาลเจ้าทาคาจิโฮะ (เขตทาคาจิโฮะ)

ดอกเบญจมาศถือเป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างในตำนานของญี่ปุ่น ตามคำบอกเล่าในโคจิกิและนิฮงโชกิว่าหลานชายของเทพีอามาเตราซุ นามว่า "นินิงิ โนะ มิโคโตะ" (瓊瓊杵尊) ได้ลงมายังภูเขาทาคาจิโฮะในมิยาซากิและค้นพบยามาโตะ ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น

เทพที่ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเจ้าทาคาจิโฮะ คือ เทพเจ้าทาคาจิโฮะสึเมะงามิ (高千穂皇神 เทพเจ้า 3 รุ่นที่มีส่วนร่วมในตำนานฮิมุกะ เรื่องเล่าเกี่ยวกับการสร้างญี่ปุ่นไปจนถึงจักรพรรดิจิมมุ) ซึ่งเป็น 3 รุ่นของตระกูล นินิงิ โนะ มาโกโตะ และเป็นพี่ชายของจักรพรรดิจิมมุ

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในป่าเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ว่ากันว่าตัวศาลเจ้ามีอายุมากกว่า 1,800 ปี และมีต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งมีอายุประมาณ 1,000 ปี หนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงที่สุดของศาลเจ้าทาคาจิโฮะ คือ เมโอโตะสุงิ (夫婦杉) หรือ "ต้นไม้คู่" ซึ่งเป็นต้นสนซีดาร์ 2 ต้นที่เติบโตใกล้กันมากจนรากของมันพันกัน เชื่อกันว่าหากคู่รักจับมือกันและเดินไปรอบๆ ต้นไม้ก็จะได้รับพรแห่งความสุขกลับไป นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีโรงละครคากุระ (Kagura Theater) ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวยอดนิยมเกี่ยวกับเทพเจ้าญี่ปุ่นด้วย

ศาลเจ้าคิริชิมะ ฮิงาชิ (เขตทาคาฮารุ)

ศาลเจ้าคิริชิมะ ฮิงาชิ ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาทาคาจิโฮะ ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมถึงมีการกล่าวกันว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของง้าวที่เทพเจ้านินิงิ โนะ มิโคโตะใช้ในการทำเครื่องหมายตำแหน่งที่จะลงมาจุติบนโลกมนุษย์ เทพเจ้าหลักที่ศาลเจ้าสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ก็ไม่มีใครอื่นนอกจากเทพเจ้าอิซานางิและเทพเจ้าอิซานามิ 2 เทพเจ้าในตำนานการสร้างหมู่เกาะญี่ปุ่นและเป็นผู้ปกครองเทพชั้นสูงหลายองค์ เช่น เทพีอามาเตราซุ (ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่นี่เช่นกัน) นอกจากนี้ ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีทิวทัศน์ที่งดงามของทะเลสาบมิอิเขะซึ่งเชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัยของมังกรด้วย

ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่บนเนินเขาที่ค่อนข้างชันและล้อมรอบด้วยต้นไม้ทำให้มีบรรยากาศที่ดูลึกลับมากขึ้น เชื่อกันว่าโถงหลักได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1722 และได้รับการซ่อมแซมหลายครั้ง มีต้นไม้คู่เมโอโตะสุงิยืนหยัดอย่างมั่นคงบนพื้นดินและถูกเชื่อมถึงกันด้วยเชือกแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควรจึงมีอากาศที่สดชื่น เมื่อมองวิวภูเขาไปพร้อมๆ กับสูดอากาศบริสุทธิ์ก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกในด้านจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี

ศาลเจ้าคิริชิมะ ฮิงาชิถือเป็นหนึ่งใน ศาลเจ้า 6 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดมิยาซากิและคาโกชิม่า ( 霧島六社権現 Kirishima Rokusha Gongen) ที่มีความสำคัญในเรื่องราวของเทพเจ้าผู้สร้างญี่ปุ่นทั้งในตำนานและประวัติศาสตร์

ศาลเจ้าอาโอชิมะ (เขตมิยาซากิ)

ศาลเจ้าอาโอชิมะตั้งอยู่บนเกาะอาโอชิมะ เป็นเกาะเล็กๆ ที่สามารถเข้าถึงได้โดยการข้ามสะพานยาโยอิซึ่งเป็นสะพานสั้นๆ ที่เชื่อมระหว่างหาดอาโอชิมะและเกาะหลัก ด้วยความเชื่อของคนโบราณเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของเกาะแห่งนี้ ทำให้เกาะถูกปิดไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าชมจนถึงยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 - 1868)

เสาโทริอิสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนทางเดินไปยังศาลเจ้าเป็นประตูสู่อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้าอาโอชิมะนี้มีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าอุมิซาจิฮิโกะ (海幸彦) และ เทพเจ้ายามาซาจิฮิโกะ (山幸彦) ลูกชายทั้ง 2 ของเทพเจ้านินิงิและภรรยาของเขา เจ้าหญิงโคโนฮานา โนะ ซากุยะ (木花之開耶姫) และในฐานะที่ยามาซาจิฮิโกะมีลำดับเป็นปู่ของจักรพรรดิจิมมุ จึงได้ถูกประดิษฐานไว้ที่นี่พร้อมกับภรรยาของเขาและสัตว์ในอีกตำนานอีกตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า ชิโอสึจิ โนะ โอกินะ (塩土老翁) ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้นำโชคในเรื่องการคลอดบุตรและการแต่งงาน รวมถึงความปลอดภัยทางทะเลอีกด้วย

เกาะนี้ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจีทั้งพืชเขตร้อนและต้นปาล์มมากมาย ทัศนียภาพที่สวยงามของต้นไม้ที่ถูกประดับด้วย "เอมะ" (絵馬) แผ่นไม้สำหรับเขียนคำอธิษฐานและความปรารถนานับร้อย เส้นทางที่เรียงรายไปด้วยแผ่นคำอธิษฐานจะนำคุณไปสู่โมโตมิยะ ซึ่งเป็นสถานที่สวดมนต์แบบดั้งเดิมของศาลเจ้าแห่งนี้ คุณสามารถทดสอบโชคของคุณที่นี่ได้ด้วยการโยนจานเซรามิกและเปลือกหอยลงไปในพื้นที่ที่มีเชือกล้อมไว้เพื่อขอพรและปัดเป่าโชคร้าย

ส่งท้าย

จังหวัดมิยาซากิเป็นดินแดนแห่งตำนานอันศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อในเรื่องของจิตวิญญาณ และเป็นสถานที่ที่มีบทบาทสำคัญในตำนานการเกิดของประเทศญี่ปุ่นดังที่ได้ปรากฏในโคคินชูและนิฮงโชกิอยู่หลายครั้งหลายตอน ดังนั้น หากคุณมีโอกาสเดินทางมายังจังหวัดมิยาซากิแล้วล่ะก็ อย่าลืมไปสัมผัสกับตำนานเหล่านี้ด้วยตัวคุณเองดูนะ!

Title image credit (clockwise from top left): kan_khampanya / Shutterstock.com, Windyboy / Shutterstock.com, b-hide the scene / Shutterstock.com, leungchopan / Shutterstock.com

ออกไปสำรวจจังหวัดต่างๆ ในคิวชูกันเถอะ!

จังหวัดมิยาซากิเป็นเพียง 1 ใน 7 จังหวัดที่มีความแตกต่างกันไปบน "เกาะคิวชู" ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่สวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สุดของญี่ปุ่น หากศาลเจ้าอย่างศาลเจ้าอุโดะและศาลเจ้าอาโอชิมะตรงกับความชอบของคุณล่ะก็ เราเชื่อว่าคุณจะต้องหลงรักจังหวัดอื่นๆ ในคิวชูด้วยอย่างแน่นอน หากคุณสนใจการท่องเที่ยวในคิวชูก็สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิภาคนี้ได้บนเว็บไซต์การท่องเที่ยวคิวชูในลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Kyushu Official Website: https://www.visit-kyushu.com/en/

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ความสนใจที่เกี่ยวข้อง

ค้นหาร้านอาหาร