4 เคล็ดลับ ถ่ายรูปในญี่ปุ่นยังไงให้สวยปัง!

เมื่อมาเยือนญี่ปุ่นแล้ว ถ้าหันไปมองรอบๆ ตัว คุณก็คงเห็นทั้งศาลเจ้าอันเก่าแก่ หรือธรรมชาติที่สวย เป็นเอกลักษณ์ หรือแม้กระทั่งตึกระฟ้า ย่านเมืองสวยๆ ที่ทำให้พูดได้เต็มปากเลยว่า ประเทศนี้ ถ่ายมุมไหนก็สวย น่ารักไปหมด อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพให้สวยก็ใช่ว่าอาศัยแค่การเห็นมุมสวยๆ แล้วลั่นชัตเตอร์เท่านั้น มันต้องมีเคล็ดลับบางอย่างที่คุณควรรู้! จะได้ถ่ายรูปญี่ปุ่นได้อย่างมีความสุขสุดๆ

ทั่วประเทศ

เคล็ดลับ

1. ใส่ใจป้ายรอบตัว

จริงๆ แล้วในประเทศที่ถือเป็นบ้านเกิดของบริษัทจำหน่ายกล้องยอดฮิตหลายเจ้านั้น การถ่ายภาพถือเป็นเรื่องทั่วไปสุดๆ สามารถทำได้แทบทุกที่ในประเทศญี่ปุ่นและแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามก็มีบางโอกาสและบางสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำต้องละการถ่ายภาพ

แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นประเทศที่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อเข้าไปภายในบริเวณวัดหรือศาลเจ้าแล้ว ชาวญี่ปุ่นก็ยังคงคงความเคารพสูงสุดอยู่ ดังนั้นหากคุณจะถ่ายรูปศาลเจ้าหรือวัดจากด้านนอกนั้นก็ถือว่าไม่มีปัญหาอย่างใด แต่บริเวณด้านในนั้นมักจะมีป้ายสัญลักษณ์ห้ามถ่ายรูปเพื่อแสดงความเคารพต่อความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ 

แม้ว่าศาลเจ้าจะค่อนข้างไม่เคร่งครัดกับเรื่องนี้เท่าวัด แต่หากเข้าไปเยี่ยมชมแล้วก็โปรดสังเกตป้ายรอบตัว ถึงคุณจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นแต่ป้ายเหล่านี้มักเป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์อย่างรูปกากบาทบนตัวกล้องนั่นเอง หากเห็นป้ายเช่นนี้แล้วก็อย่าลืมหยุดถ่าย เก็บกล้องลงกระเป๋าแล้วดื่มด่ำบรรยากาศรอบกายแทนนะคะ

นอกจากศาลเจ้าและวัดแล้ว ร้านขายของก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มักจะห้ามถ่ายภาพ คุณอาจจะตื่นเต้นไปกับของน่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่นที่วางขายมากมายจนอยากจะถ่ายรูปสักแชะไปให้เพื่อน แต่สำหรับร้านค้าแล้ว นี่อาจถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาได้ ดังนั้นอย่าลืมสังเกตดีๆ ก่อนจะหยิบกล้องออกมานะคะ

2. คิดดีๆ ก่อนหยิบไม้เซลฟี่และขาตั้งกล้อง

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์คู่กายของนักถ่ายภาพทั้งหลายแล้ว ก็หนีไม่พ้น “ไม้เซลฟี่” และ “ขาตั้งกล้อง” ใช่มั้ยล่ะคะ! ทั้ง 2 อย่างนี้มีประโยชน์สุดๆ เวลาจะถ่ายภาพวิวทิวทัศน์หรือจะถ่ายในห้องแคบๆ ก็ย่อมได้

ทว่าการใช้ไม้เซลฟี่หรือขาตั้งกล้องไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำได้เสมอในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งหลาย คุณอาจพบว่าการใช้ไม้เซลฟี่และขาตั้งกล้องเป็นสิ่งต้องห้าม! ทั้งนี้ก็เพราะเหตุผลทางความปลอดภัยค่ะ ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด หากคุณถือไม้เซลฟี่ในมือแล้วหันไปในทิศทางอื่นเร็วๆ อาจทำให้ไม้ไปถูกคนอื่นเข้า หรือการวางขาตั้งกล้องโดยไม่ระมัดระวังพอก็อาจทำให้ขาตั้งไปชนผู้อื่นหรือทำให้คนอื่นสะดุดได้อีกด้วยโดยเฉพาะในสถานที่ที่แออัดสุดๆ อย่างวัดนั่นเอง

ดังนั้นแทนที่จะใช้อุปกรณ์เหล่านี้ลองเปลี่ยนเป็นวางกล้องถ่ายรูปบนพื้นผิวที่แข็งพอประมาณแล้วตั้งเวลาถ่ายภาพแทนดูสิคะ หรืออาจถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้ช่วยถ่ายภาพเราให้ก็ย่อมได้เช่นกัน หากไม่มีทั้งที่วางที่ดีพอและไม่มีทั้งคนผ่านไปมา ลองเก็บกล้องลงกระเป๋าแล้วใช้โอกาสนี้เก็บเกี่ยวความทรงจำกับตัวเองและสถานที่แสนพิเศษแทนดูก็เป็นทางเลือกที่ดี!

3. จังหวะ= ทุกอย่าง!

บางครั้งคุณอาจจะเห็นภาพที่หลากหลายจากบางย่านที่ทำให้คุณรู้สึกอยากไปเยือนสุดๆ แต่อย่าลืมนะคะว่าสถานที่เป็นแค่องค์ประกอบเล็กๆ ของภาพเหล่านั้น ปัจจัยสำคัญที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือปริมาณคนในภาพ สภาพอากาศ แม้กระทั่งถนนที่เปียกหรือแห้งนั่นก็ทำให้อารมณ์ของภาพเปลี่ยนไปแล้ว ในฐานะของช่างภาพอิสระในโตเกียว ผู้เขียนก็มีทริคบางประการมานำเสนอเพื่อให้คุณได้ถ่ายภาพย่านเหล่านี้ให้คนดูต้องร้องว้าว!

แน่นอนว่าจุดถ่ายภาพเด็ดๆ ในญี่ปุ่นมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่นี่เป็นจุดหลักๆ ในบริเวณโตเกียวที่ตัวผู้เขียนชื่นชอบและมาพร้อมกับทริคเด็ดๆ ให้คุณๆ ทุกคน!

ห้าแยกชิบูย่า

ห้าแยกชิบูย่าถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในห้าแยกที่ยุ่งวุ่นวายที่สุดในโลก จุดถ่ายภาพนี้อยู่ใกล้กับสถานีชิบูย่าที่โด่งดังไปทั่วโลกภาพยนตร์และโทรทัศน์ ชิบูย่าสะท้อนให้เห็นว่าเมืองโตเกียวไม่เคยหยุดเดิน แต่จริงๆ แล้วบางครั้งมันก็หยุด! เมืองโตเกียวเป็นเมืองที่จะเริ่มพลุกพล่านในช่วงสายๆ เป็นต้นไป ดังนั้นหากคุณมาถึงชิบูย่าก่อนช่วงเที่ยงแล้วล่ะก็ คุณอาจจะตกใจเลยทีเดียวกับย่านที่เกือบจะร้างถ้าเทียบกับความพลุกพล่านในช่วงเย็น 

หากต้องการจะเก็บภาพความวุ่นวายแล้วล่ะก็ ขอแนะนำเป็นยามเย็นก่อนอาทิตย์ตกดินและช่วงหลังจากนั้นที่จะมีผู้คนมากที่สุด! หากคุณไม่อยากอยู่ท่ามกลางดงมนุษย์แล้วก็ สามารถหาที่นั่งถ่ายภาพได้จากสตาร์บัคส์หรือจุดชมวิวที่ Magnet by Shibuya 109 ก็จะได้มุมสูงสวยไปอีกแบบ

คาบูกิโจ

นี่อาจเป็นอีกย่านที่สะท้อนภาพความเป็นโตเกียวได้ดีที่สุด คาบูกิโจตั้งอยู่ในชินจูกุ เป็นย่านที่ประดับประดาไปด้วยไฟนีออนหลากสีและผู้คนที่ล้นทะลัก แถมยังมีจุดสังเกตเป็นโรงภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่สุดถนนที่มีหัวก็อดซิลล่าขนาดยักษ์จ้องมองคุณอยู่! หากคุณพิมพ์คำว่าโตเกียวลงไปในกูเกิ้ลแล้วล่ะก็ พนันได้เลยว่าคำว่าคาบูกิโจจะขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกๆ ให้กดเข้าไปดูพร้อมรูปอีกนับสิบ

ย่านนี้จะดูไม่ล้ำสมัยเลยในเวลากลางวัน ดังนั้นคุณควรมาที่นี่ในเวลากลางคืนหลังพระอาทิตย์ตกสัก 1 - 2 ชั่วโมง มุมที่ดีที่สุดสำหรับการจับภาพคาบูกิโจก็คือถ่ายจากถนนฝั่งตรงข้ามให้ได้เห็นภาพคาบูกิโจอย่างเต็มๆ นั่นเอง

เซนโซจิ หรือวัดอาซากุสะ

เซนโซจิเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ย่านยอดฮิตที่ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเองชอบไปสุดๆ แต่อย่างไรก็ตาม จุดถ่ายภาพของสถานที่แห่งนี้ไม่พลุกพล่านแออัดเหมือนในชิบูย่าและชินจูกุ ดังนั้นคุณจะได้เก็บภาพบรรยากาศแห่งความสงบและความโล่งสบายอย่างที่ควรจะได้จากบริเวณวัดอันศักดิ์สิทธิ์

หากคุณมีพลังเต็มเปี่ยมแล้วล่ะก็ มาที่นี่ในช่วงเช้าตรู่เลย! ยิ่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้นด้วยแล้ว จะเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ออกมา คุณก็จะได้ภาพที่ไร้สิ่งกีดขวางใดๆ แถมยังได้แสงอรุณยามเช้าที่จะขับให้ภาพคุณสวยยิ่งขึ้นไปอีก วิวหนึ่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวัดเซนโซจิก็คือโคมสีแดงอันยักษ์ที่แขวนไว้หน้าวัด ถ้าคุณอยู่ในมุมที่ถูกต้องแล้วล่ะ ก็ในภาพก็จะมีทั้งโคมและตัวเจดีย์อยู่คู่กันเลย!

สำนักงานบริหารมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Building)

เห็นชื่อแล้วคุณอาจจะงงว่าสถานที่ราชการแบบนี้จะมีอะไรให้ถ่าย แต่จริงๆ แล้วที่นี่มีจุดชมวิวฟรีที่คุณสามารถมองเห็นตัวเมืองได้รอบด้าน ในวันอากาศดี คุณสามารถมองเห็นไกลได้ถึงภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว! หากฟ้าฝนเป็นใจแล้วนั้น วิวในยามกลางวันจะสวยสุดๆ แต่ที่แนะนำเลยก็คือวิวในช่วงหนึ่งชั่วโมงก่อนอาทิตย์ตกดินค่ะ! นักถ่ายภาพทั้งหลายถึงกับเรียกช่วงเวลานี้ว่า “ชั่วโมงทองคำ” ที่จะมีแสงอ่อนๆ สีแดงธรรมชาติของพระอาทิตย์ที่จะทำให้เมืองนี้ดูมีชีวิตยิ่งขึ้นไปอีก

4. ไม่แน่ใจให้ขออนุญาต!

หากคุณมีโอกาสไปท่องเที่ยวรอบๆ โตเกียวอย่างย่านอากิฮาบาระ อิเคะบุคุโระ หรือฮาราจูกุแล้ว คุณไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าเห็นคนจำนวนมากใส่รองเท้าส้นสูง สวมชุดแปลกตา พวกเขากำลังแต่งตัวคอสเพลย์กันค่ะ! ถึงแม้ว่าความตั้งใจของพวกเขาคือการได้รับคำชื่นชมและความสนใจจากผู้อื่น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะยินยอมให้โดนถ่ายภาพนะคะ!

ชาวญี่ปุ่นมีแนวคิดของความเป็นส่วนตัวที่สูง ดังนั้นหากจะถ่ายภาพใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนแต่งคอสเพลย์ พนักงานเมดคาเฟ่ พนักงานขายของหรือใครก็ตาม คุณต้องขออนุญาตพวกเขาก่อนเสมอ! วิธีขอก็ง่ายๆเพียงพูดว่า 写真を撮ってもいいですか (shashin o tottemo ii desuka) หรือแปลเป็นไทยว่าขอถ่ายภาพได้ไหมคะ/ครับ หรือถ้าเข้าตาจนจริงๆ แค่ชี้กล้องแล้วยิ้มพร้อมพยักหน้าเล็กน้อยก็ถือเป็นอีกสัญลักษณ์ที่ทุกคนน่าจะรู้กันได้ดี ระวังอย่าละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นนะคะ!

บทสรุป

ถือว่ายากเลยนะคะ ถ้าจะไม่ถ่ายภาพในประเทศญี่ปุ่น ด้วยวิวรอบกายที่ดูสวยและแปลกใหม่แถมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจทุกซอกมุมนั้น เห็นแล้วอดใจไม่ถ่ายก็คงไม่ไหวใช่มั้ยล่ะ! แค่ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้คุณก็จะได้ภาพสวยๆ ไปเก็บในสมุดความทรงจำแล้ว!

"

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

"

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร