บทความห้ามพลาดสำหรับผู้ที่กำลังหาที่กินในเกียวโต! 20 ร้านอาหารกลางวันยอดนิยมแห่งกรุงเก่า

เกียวโต แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ทุกๆ ปีเปิดรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำแหล่งพักรับประทานอาหารเที่ยงในย่านคาวารามาจิ (河原町, Kawaramachi) ซันโจ (三条, Sanjō) โอฮาระ (大原, Ōhara) และอาราชิยามะ (嵐山, Arashiyama) รวม 4 พื้นที่ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสได้แวะมาเยี่ยมเยียนเกียวโต

เกียวโต

อาหารการกิน

5 ร้านอาหารกลางวันในแถบคาวารามาจิ ย่านที่มีวิวเมืองเก่าอันงดงาม!

มิยาโกะยาไซ คาโมะ สาขาคาวารามาจิชิโจ (Miyakoyasai Kamo Kawaramachishijo-ten)

ร้านแรกที่เราจะแนะนำคือ "มิยาโกะยาไซ คาโมะ สาขาคาวารามาจิชิโจ" ที่ตั้งอยู่ในคาวารามาจิ โดยร้านคาโมะนี้มีจุดเด่นอยู่ที่มีนักโภชนาการที่เชี่ยวชาญเรื่องผักเป็นผู้คัดเลือกผักออร์แกนิกปลอดสารพิษที่เก็บในตอนเช้าของแต่ละวันมาทำเป็นอาหารบุฟเฟต์ให้รับประทานกันแบบวันต่อวัน
นอกจากโอบันไซ (เครื่องเคียงสไตล์เกียวโต) แบบบุฟเฟต์ที่เปลี่ยนเมนูรายวันแล้ว ยังมีชาบูชาบูแถมมาด้วย ที่สำคัญคือในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ยังมีราคาแสนถูกอยู่ที่เพียง 950 เยน ทั้งหมดนี้เองที่เป็นสาเหตุให้ร้านนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง

ผักที่ถูกคัดมาอย่างพิถีพิถันนั้นเป็นผักที่ปลูกในเมืองเกียวโตเท่านั้น โดยผู้คัดผักนั้นจะเดินทางไปจนถึงฟาร์มผักเพื่อพูดคุยกับเกษตรกรโดยตรง และคัดเลือกผักโดยดูด้วยสายตาตนเอง เพื่อให้ได้ผักที่เหมาะจะนำมาทำอาหารให้อร่อยสมคำร่ำลือ ที่นี่ยังเตรียมโอบันไซสุดบรรเจิดจากไอเดียของหัวหน้าเชฟไว้กว่า 15 เมนู นอกจากนี้ก็ยังมีซุป ผักนึ่ง ข้าว แกงกะหรี่ ของหวานและอื่นๆ ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเมนูผักเกียวโตอีกด้วย

จินจิคุริน (Chinchikurin)

"จินจิคุริน" เป็นร้านที่มีชื่อเสียงเนื่องจากมีทำเลเป็นบ้านโบราณที่สามารถชื่นชมทิวทัศน์ของแม่น้ำทาคาเซะกาวะได้ ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังจากชื่อร้านที่ค่อนข้างแปลก แค่เห็นป้ายชื่อที่ข้างทางก็ทำให้รู้สึกอยากแวะเข้าไปดูแล้ว แม้ว่าจะมีเมนูโอบังไซที่หรูหราราวกับภัตตาคารใหญ่ แต่ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเองของที่นี่ ทำให้เป็นร้านที่ผู้คนทุกประเภทสามารถแวะเข้ามาเพลิดเพลินไปกับโอบันไซได้อย่างสบายใจ

ร้านที่นี่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ และมีการลดการใช้วัตถุดิบปรุงแต่งรสอาหารต่างๆ ให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อคุณเริ่มสั่งอาหาร วัตถุดิบต่างๆ จะถูกปรุงเป็นอาหารสไตล์เกียวโตแบบจานต่อจานให้คุณได้ลิ้มรสตามธรรมชาติของมัน


โดยเฉพาะเมนู "ข้าวต้มโซซุย (Ozosui)" ซึ่งเป็นเมนูชื่อดังประจำร้านนั้น ใช้น้ำซุปแบบพิเศษที่ได้มาจากการตุ๋นวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพิถีพิถันและยังเต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย ภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยบรรยากาศความงดงามแบบฉบับโบราณให้คุณได้ดื่มด่ำอย่างเต็มอิ่ม

นิชิกิ โมจิสึกิยะ (Nishiki Mochitsukiya)

สำหรับร้านที่ 3 ที่เราอยากแนะนำในครั้งนี้คือ "นิชิกิ โมจิสึกิยะ" ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะร้านที่ใช้ข้าวโมจิอร่อยเด็ดที่สุดในแถบภูมิภาคคันไซอย่าง "ฮาบุทาเอะโมจิโกเมะ (Habutaemochikome)" มาทำเป็นขนมโมจิแบบสดใหม่ให้คุณได้ลิ้มลอง
นอกจากนี้ยังมีเส้นอุด้งที่มีส่วนผสมของโมจิอย่าง "จิคาระอุด้ง (Chikara Udon)" หรือข้าวกล่องเบนโตะที่คัดสรรวัตถุดิบจากตลาดนิชิกิมาอย่างดีอย่าง "นิชิกิอิจิบะ เบนโตะ (Nishiki Ichiba Bento)" วางจำหน่ายอยู่อีกด้วย

แถมภายในร้านยังมีขนมโมจิแบบต่างๆ ทั้งนามาโกะโมจิ และคิริโมจิซึ่งตำเสร็จใหม่ๆ มาวางขายอีกด้วย ขอรับรองว่าขนมโมจิที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญทำขึ้นอย่างเอาใจใส่นี้มีรสชาติที่อร่อยสุดๆ ตัวชิ้นขนมเองก็มีขนาดพอดีคำ สามารถเดินถือไปรับประทานที่อื่นได้อีกด้วย ถ้ารู้สึกท้องว่างๆ อย่าลองแวะมาชิมกันนะ

omo cafe

ร้านต่อไปที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักคือ "omo cafe" คาเฟ่แห่งนี้มีเมนูที่ไม่หยุดอยู่แค่ขนมหวานญี่ปุ่นและอาหารเมนูคาเฟ่ต่างๆ ที่รอให้คุณไปลิ้มรส แต่อาหารแต่ละอย่างของที่นี่ยังถูกจัดเรียงมาอย่างสวยงามเหมาะสำหรับคออินสตราแกรมอีกด้วย ด้วยปริมาณกับข้าวที่ถูกแต่งแต้มมาในจานอย่างละนิดละหน่อยแบบน่ารักสุดๆ หากนำไปลงอินสตาแกรมคงเรียกไลก์ได้ไม่น้อยเลยล่ะ

นอกจากอาหารแล้ว การตกแต่งภายนอกร้านยังดูเก๋ไก๋มีเสน่ห์อีกด้วย เนื่องจากเป็นร้านที่รีโนเวทมาจากเคียวมาจิยะ (ทาวน์เฮาส์สไตล์เกียวโต) จึงดูกลมกลืนไปกับตัวเมืองเกียวโต และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนอยู่อย่างไม่ขาดสาย หากมีโอกาสได้ไปเกียวโตแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะไปสั่งอาหารและขนมหวานหน้าตาน่ารักๆ ของที่นี่กันดูนะ

คาเฟ่มุโมคุเทกิ (Mumokuteki Cafe)

สำหรับร้านถัดมาที่เราอยากจะแนะนำก็คือร้าน "คาเฟ่มุโมคุเทกิ" ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ว่า "สร้างชีวิตความเป็นอยู่" โดยภายในพื้นที่จะมีแผนก wear แผนก farm และแผนกอื่นๆ รวมอยู่ด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นก็คือแผนก cafe ซึ่งก็คือร้านนี้นั่นเอง อาหารเที่ยงที่นี่เป็นสดจากอาหารธรรมชาติเพื่อสุขภาพโดยข้าวที่ใช้ทำอาหารก็เป็น "ข้าวมุโมคุเทกิ" ที่มาจากฟาร์มของทางร้านเองอีกด้วย

อาหารแนะนำของที่นี่ก็คือ "เบอร์เกอร์เต้าหู้" ข้างนอกมีรสสัมผัสกรุบกรอบ ข้างในนุ่มอร่อยเต็มไปด้วยรสชาติละมุนของเต้าหู้ที่ใครๆ ก็ต้องยกนิ้วให้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเตรียมห้องแยกสำหรับครอบครัวไว้ให้สามารถมาใช้บริการร่วมกับเด็กๆ ได้อีกด้วย ทำให้แม้ว่าจะมากันทั้งครอบครัวก็สามารถใช้บริการร้านนี้ได้อย่างสบายใจ

5 ร้านอาหารกลางวันในแถบซันโจ ย่านที่อบอวลไปด้วยสถาปัตยกรรมเมจิแบบย้อนยุค

นิโอมง อุเนโนะ (Niomon Uneno)

สำหรับร้านแรกของแถบซันโจที่เราขอแนะนำในครั้งนี้ก็คือ "ร้านที่ไร้สารปรุงแต่ง" อุเนโนะ โดยเป็นร้านเก่าแก่ที่ปรุงซุปอย่างพิถีพิถันมาทำเป็นอุด้งให้ได้รับประทานกัน เส้นอุด้งที่ใช้ในเมนูเป็นแบบเส้นเล็กบางเข้ากันดีกับน้ำซุปเข้มข้น ร้านนี้เป็นร้านที่สื่อต่างๆ ให้ความสนใจนำไปพูดถึงอีกมากมายอีกด้วย และยังมีบรรยากาศร้านสว่างและสงบน่านั่งอีกด้วย

ร้านนี้มีแนวคิดจะเผยแพร่ให้ลูกค้าได้รู้จักกับน้ำซุปดาชิที่แท้จริง โดยนำปลาแห้งคัตสึโอะบุชิแต่มานึ่งในเตาไม้ไผ่ และทำการฝานเนื้อปลาอย่างละเอียดอ่อนด้วยวิธีที่แตกต่างกันไปในแต่ละส่วน ทั้งหลัง ท้อง และบริเวณเนื้อที่ใกล้เส้นเลือด


นอกจากคัตสึโอะบุชิแล้ว ซุปของที่นี่ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่คัดเลือกมาอย่างพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายคมบุจากเกาะริชิริ เห็ดชีตาเกะจากโออิตะ ปลาอิวาชิและซาบะจากคุมาโมโตะ รังสรรค์ออกมาเป็นซุปที่แฟนๆ ดาชิไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

ร้านโซบะจีนไร้นาม (Namae no Nai Chuka Sobaya)

สำหรับร้านต่อไปที่จะแนะนำนั้นก็คือ "ร้านโซบะจีนไร้นาม" บางคนอาจจะสะกิดใจว่า เอ๊ะ! คือยังไง? นี่คือชื่อร้านแล้วเหรอเนี่ย? จริงๆ แล้วก็คือร้านนี้ไม่มีชื่อ! ยิ่งกว่านั้นทางร้านยังไม่มีป้ายร้าน ไม่มีแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์อีกด้วย แต่ถ้ามองจากภายนอกแล้วล่ะก็ถือเป็นร้านตกแต่งได้เก๋ไก๋เลยทีเดียว ส่วนภายในร้านนั้นตกแต่งแบบธรรมดาเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับรสชาติอาหารอย่างเต็มที่

สำหรับใครที่คิดว่าที่นี่ที่อะไรๆ ก็ไม่มี รสชาติก็คงเบาบางไปด้วยหรือเปล่าเนี่ย? บอกได้เลยว่าคิดผิด! เพราะราเมงของที่นี่นั้นมีผักอัดแน่นจนเต็มชาม ซุปที่ใช้ก็มาจากการเคี่ยวน่องไก่จนมีกลิ่นล้ำลึก ออกมาเป็นราเมงที่รสชาติทานง่ายและดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง ที่ร้านนี้มีคนมาเข้าแถวรอกันตั้งแต่เปิดร้าน ถ้าหากคุณมีโอกาสได้ไปซันโจแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

โทซุยโร สาขาคิยามาจิ (Tosuiro Kiyamachi-ten)

สำหรับร้านที่ 3 ของแถบซังโจก็คือ "โทซุยโร" ซึ่งหากจะพูดถึงอาหารเกียวโตล่ะก็ สิ่งที่หลายๆ คนนึกออกเป็นอันดับแรกก็คงไม่พ้น "ยูโดฟุ" หรือเต้าหู้ต้ม ที่โทซุยโรแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในร้านที่มีเมนูหลักเป็นเต้าหู้นั่นเอง


ภายในร้านแห่งนี้ตกแต่งเสมือนมาจิยะในสมัยไทโช ทำให้มีบรรยากาศความเป็นยุคสมัยโบราณอยู่เนืองๆ

สำหรับเมนูแนะนำของที่นี่ก็คือ "คอร์สอาหารไคเซกิเต้าหู้" ซึ่งดึงเอารสชาติดั้งเดิมของถั่วเหลืองออกมาอย่างเต็มที่


ที่โทซุยโรนั้น อาหารคอร์สเต้าหู้จะเปลี่ยนวัตถุดิบไปตามฤดูกาล ทำให้สามารถลิ้มลองรสชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล แม้จะไปซ้ำเป็นครั้งที่สองก็มีโอกาสสูงที่จะเจอเมนูอาหารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วนี้ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้คนชื่นชอบในร้านนี้

8Garden miyako no Daidokoro

สำหรับร้านที่ 4 ของซันโจนั้นก็คือร้าน "8Garden miyako no Daidokoro" ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 8 ของศูนย์การค้า "mina Kyoto" เอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้านนี้ก็คือ การมีที่นั่งริมระเบียงถึง 25 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งที่นั่งริมระเบียงเหล่านี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นสัญลักษณ์ของทางร้านเลยทีเดียว

เมนูแนะนำของที่นี่คือโอบันไซคุณภาพสูงที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างพิถีพิถัน คุณจะได้รับประทานโอบันไซสูตรเพื่อสุขภาพที่ทำจากผักออร์แกนิคจากสวนผักโมริตะในย่านคามิกาโมะ ปรุงโดยเจ้าของร้านผู้ซึ่งมีใบรับรองของนักโภชนาการ การได้ลองมาดื่มด่ำกับบรรยากาศของเกียวโตอีกมุมมองพร้อมมื้ออาหารเที่ยงสุดหรูหรากันดูก็ฟังดูเป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยล่ะ!

ชิอุนเซ็น (Shiunsen)

สำหรับร้านสุดท้ายที่จะแนะนำในแถบนี้ก็คือ "ชิอุนเซ็น" ร้านโซบะแบบโอมากาเสะที่ทำกันสดๆ  ร้านมีจุดเด่นเป็นป้ายร้านและม่านโนเร็น (ม่านทำจากผ้าแขวนไว้ตรงประตูเข้าออกของร้าน) ที่แค่มองจากภายนอกก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราแล้ว ที่ร้านแห่งร้านนี้ คุณจะได้รับประทานผักจากโอฮาระ ปลาที่จับได้จากวากาซะ เทมปุระสูตรมืออาชีพ และเส้นโซบะสุดพิถีพิถัน เส้นโซบะของที่นี่เป็นจูวาริโซบะ (โซบะที่ทำขึ้นจากแป้งโซบะล้วนๆ) ซึ่งเมื่อนำไปรับประทานร่วมกับอาหารประจำฤดูกาลแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้นไปอีกขั้น

สำหรับเมนูแนะนำของที่นี่ก็คือ "โซบะกับส้มสึดาจิฝาน (Sudachi no Oroshi Soba)" โดยบนเส้นโซบะนั้นจะมีหัวไชเท้าขูดร่วมกับส้มสึดาจิฝานวางเรียงกันเหมือนกลีบดอกไม้ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ ซุปรสอ่อนๆ นั้นช่วยทำให้รสชาติและกลิ่นของส้มสึดาจิเข้มข้นและเข้ากันดีกับเส้นโซบะ โซบะของร้านนี้มีความพิถีพิถันสมกับเป็นเกียวโต และจะเสิร์ฟในความร้อนระดับอุณหภูมิห้อง นอกจากนี้ เทมปุระที่ใช้วัตถุดิบคัดสรรอย่างละเมียดละไมของที่นี่ ยังถูกทอดให้มีแป้งคลุมเพียงบางๆ ทำให้กรอบกรุบเคี้ยวอร่อยอีกด้วย

5 ร้านอาหารกลางวันในแถบโอฮาระ ย่านที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

คิริน (Kirin)

ในส่วนของร้านแรกที่จะแนะนำในโอฮาระก็คือ "คิริน" ร้านอาหารท่ามกลางธรรมชาติที่คุณจะได้ดื่มด่ำทั้งกับมื้ออาหารและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติรอบตัวไปพร้อมๆ กัน ตัวอาคารร้านใช้บ้านโบราณมาตกแต่งใหม่ ทำให้มีบรรยากาศภายนอกดูโบราณเก่าแก่ ภายในร้านยังคงเหลือจุดต่างๆ ที่เหมือนบ้านคนเอาไว้ คุณจะรู้สึกผ่อนคลายเสมือนอยู่บ้านตัวเองเลยทีเดียว

เมนูเด่นของร้านนี้คือข้าวปั้นพอดีคำขนาดกำลังน่ารักที่ใช้วัตถุดิบจากโอฮาระ หรือจะเป็นโอบันไซอื่นๆ ที่ใช้ผักจากโอฮาระเองเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสลัดบุฟเฟต์อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ที่นี่ยังมีเฟรนช์โทสต์ที่ใช้ไข่จากท้องถิ่น รวมไปถึงเมนูของหวานอย่างชีสเค้กที่ทำขึ้นในความร่วมมือของร้านกาแฟในท้องถิ่นที่นอกจากจะรสชาติดีแล้วจะถ่ายรูปลงอินสตราแกรมก็เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน หากไปท่องเที่ยววัดซังเซ็นอินแล้วเริ่มล้าจะลองมาแวะพักที่นี่ดูก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจเลยล่ะ

ทัมบะชายะ (Tanbachaya)

ร้านต่อมาที่เราจะแนะนำคือ "ทัมบะชายะ" ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางเดินไปยังวัดจัคโคอิน มีเอกลักษณ์เป็นการตกแต่งร้านทั้งภายในและภายนอกที่ให้บรรยากาศเสมือนอยู่บ้าน แถมในช่วงหน้าหนาวยังมีโต๊ะโคทัตสึ (โต๊ะที่มีฮีตเตอร์ช่วยอุ่นขาที่สอดเข้าไปใต้โต๊ะ) ให้นั่งรับประทานอาหารอีกด้วย ที่นี่ยังมีที่นั่งนอกร้านให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของโอฮาระไปพร้อมๆ กับมื้ออาหารด้วยเช่นกัน

อาหารที่นี่เน้นเป็นเมนูแบบทำรับประทานกันในครอบครัว ทำให้ไม่ว่าจะเป็นโซบะหรืออุด้งหม้อไฟก็สามารถนั่งรับประทานบนโต๊ะโคทัตสึได้เหมือนกับนั่งอยู่ที่บ้านเลยล่ะ นอกจากนี้ ร้านนี้ยังมีเมนูเยลลี่ที่ทำขึ้นจากใบชิโสะแดงอันโด่งดังของโอฮาระ เป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของร้านนี้ที่คุณจะสามารถมาลองรับประทานอาหารแปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีในที่อื่นได้ รับรองได้ว่าพื้นที่แห่งความผ่อนคลายนี้จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากทริปท่องเที่ยวอันแสนยาวนานได้อย่างแน่นอน

โรงาวะจายะ (Rogawajaya)

ร้านต่อมาที่จะขอแนะนำก็คือ "โรงาวะจายะ" ร้านนี้มีเมนูแนะนำเป็นโซบะและอุด้ง ภายในร้านมีที่นั่งปูเสื่อทาทามิและมีประตูไม้ระแนงบุกระดาษ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านสมัยโบราณเลยทีเดียวครับ ภายในร้านยังเปิดเพลงจากโคโตะคลออยู่เบาๆ ทำให้คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเกียวโตได้อีกขั้นเลยล่ะ

ร้านนี้มีเมนูอุด้งที่ค่อนข้างจะแปลกกว่าที่อื่นอยู่นิดหน่อยคืออุด้งรสผัก ที่มีทั้งรสแครอท รสใบชิโสะที่เป็นของดีเมืองโอฮาระ และรสฟักทองให้ได้เลือกชิมกัน หรือจะเลือกรับประทานทุกรสชาติอย่างละนิดละหน่อย และดูว่าตัวเองจะชอบรสไหนก็เป็นวิธีการรับประทานที่น่าสนุกเช่นกัน

ฮันจิ (Hanji)

"ฮันจิ" เป็นร้านที่เสิร์ฟข้าวราดไข่ดิบที่ทำขึ้นจากไข่ไก่โอฮาระที่ผ่านการปฏิสนธิแล้ว ภายนอกร้านตกแต่งในสไตล์ที่เก๋ไก๋แบบโบราณ มีจุดสังเกตเป็นโคมไฟกระดาษที่เขียนคำว่า "ฮันจิ (はんじ)" อยู่บริเวณหน้าร้าน

แม้ว่าข้าวหน้าไข่ดิบจะเป็นเมนูที่เกิดเป็นกระแสให้เห็นอยู่เป็นครั้งคราว แต่ก็รับรองได้เลยข้าวหน้าไข่ดิบที่ใช้ไข่สดใหม่ของร้านนี้นั้น จะมีรสชาติแสนอร่อยที่คุณไม่เคยพบมาก่อนอย่างแน่นอน ลือกันปากต่อปากว่าข้าวหน้าไข่ดิบของที่นี่นั้นเป็นเมนูยอดเยี่ยมที่แม้แต่คนที่ไม่ชอบกินไข่ดิบยังต้องกล่าวคำชมว่าอร่อยสุดๆ นอกจากข้าวหน้าไข่ดิบแล้ว ร้านนี้ยังมีเมนูโซบะและซุปมิโซะอยู่อีกด้วย จึงเป็นร้านที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการแวะทานอะไรให้อิ่มท้องในระหว่างที่อยู่ในเกียวโตเป็นอย่างยิ่ง

เกียะซังเอน (Gyozanen)

สำหรับร้าน "เกียะซังเอน" นี้นอกจากจะมีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งบันไดที่มีหญ้ามอสขึ้นปกคลุม หรือจะเป็นความเงียบสงบของพื้นที่ที่สวยงามน่าชมแล้ว ยังสามารถที่จะชื่นชมกับทิวทัศน์เขียวขจีนอกร้านในฤดูใบไม้ผลิ หรือจะเป็นใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วงได้อีกด้วย เหมาะสำหรับเหล่าผู้รักธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง

อาหารแนะนำของที่นี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "โอฮาระอนนะเบนโตะ อาจิไซเซ็น (Oharaonna Bento Ajisaizen)" แม้ราคาจะค่อนข้างสูงที่ 4,000 เยน แต่เป็นข้าวกล่องเบนโตะที่ซ้อนกันมา 3 ชั้นให้คุณได้เต็มอิ่มกับซาซิมิปลาแม่น้ำและของนึ่งต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นชิ้นไหนก็ล้วนแต่เป็นอาหารชั้นหนึ่งทั้งนั้น นอกจากนี้ หากสั่งเมนูนี้ คุณยังจะสามารถไปลงแช่ตัวในบ่อออนเซ็นธรรมชาติที่เชื่อมต่ออยู่กับร้านได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว

* ร้านนี้ปิดทำการถาวรแล้ว

5 ร้านอาหารกลางวันในแถบอาราชิยามะ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม!

ซากะโทฟุ อิเนะ สาขาหลัก (Sagatofu Ine Honten)

ร้านแรกในย่านอาราชิยามะที่เราจะขอแนะนำก็นี้คือร้าน "ซากะโทฟุ อิเนะ สาขาหลัก" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าประตูวัดเทนริวจิซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ร้านนี้จำหน่ายเมนูจากเต้าหู้ซากะโทฟุและขนมซากุระโมจิสไตล์อาราชิยามะเป็นหลัก ถือเป็นร้านหนึ่งที่คุณจะสามารถลิ้มลองรสชาติที่แท้จริงของเมืองเกียวโตเลยทีเดียว

ที่หน้าร้านนั้นมีโคมไฟที่เขียนตัวอักษรใหญ่ๆ ไว้ว่า "ซากะโทฟุ อิเนะ (嵯峨とう)" ห้อยอยู่ และที่นั่งตรงชั้น 2 ยังสามารถชื่นชมกับทัศนียภาพของอาราชิยามะได้อีกด้วย

อาหารที่นี่เป็นอาหารตำรับเกียวโตที่ใช้ซุปจากปลาคัตสึโอะเป็นหลัก นอกนั้นยังมีวัตถุดิบอย่างเต้าหู้ ฟองเต้าหู้และพืชผักที่เลือกสรรมาอย่างดี สำหรับเต้าหู้ของที่นี่นั้นมีการปรุงจากสาหร่ายและซอสพอนสึ (ซอสถั่วเหลืองรสเปรี้ยว) ที่ลดความเปรี้ยวจนเข้ากับเต้าหู้ได้เป็นอย่างดี มาลองสัมผัสกับอาหารเกียวโตแท้ในมื้อเที่ยงพร้อมชื่นชมทิวทัศน์ของอาราชิยามะที่นี่กันดูแล้วคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

เกียเท (Gyatei)

"เกียเท" ภัตตาคารยอดนิยมที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับบุฟเฟต์โอบันไซที่อัดแน่นไปด้วยผักท้องถิ่นของเกียวโต อาหารชื่อดังของที่นี่ก็คือ โอบันไซซูชิและซูชิหน้าปลาดิบ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงเลยทีเดียว

เมนูที่นี่ก็มีหลากหลายเสียจนเลือกไม่ถูก โดยอย่างต่ำแล้วมีให้เลือกมากกว่า 30 เมนู นอกจากนี้ยังมีการจัดจานให้ดูน่ารักน่าชมโดยการเลือกใช้ผักสีต่างๆ มาช่วยประดับจาน ทำให้แขกที่เข้ามารับประทานอาหารเองก็คอยลุ้นว่าหน้าตาอาหารจะออกมาดูดีแค่ไหน ทำให้ลูกค้าขาประจำที่นี่ส่วนใหญ่มักเป็นสาวๆ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะเป็นเวลาที่ร้านแน่นจนแทบไม่ได้หยุดพักเลยทีเดียว

ไดเซน (Daizen)

"ไดเซ็น" ร้านอาหารที่คุณจะได้ลองรับประทานซูชิสไตล์เกียวโตที่มีรสชาติแตกต่างไปจากซูชิทั่วๆ ไปที่เป็นซูชิสไตล์เอโดะ ภายในร้านมีการตกแต่งย้อนยุคไปเป็นสมัยไทโช ทำให้รู้สึกถึงความเก่าแก่ของร้านได้เป็นอย่างดี

สำหรับหน้าซูชิที่ได้รับความนิยมก็คือ ซูชิปลาซาบะแบบทั้งตัว รสชาติของปลานั้นมีความเข้มข้นเพราะไว้พันด้วยสาหร่ายคอมบุ ด้านรสสัมผัสก็อัดแน่นไปด้วยรสชาติ ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับข้าวซูชิอีกด้วย นอกจากอาหารแล้ว พื้นที่ของทางร้านไปจนถึงวิธีการต้อนรับลูกค้าของที่นี่ยังสร้างความอบอุ่นให้แก่ผู้มาเยือน ถ้าอยากรับประทานซูชิในบรรยากาศสบายๆ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากแนะนำเลยล่ะ

อาราชิยามะโยชิมูระ (Arashiyama Yoshimura)

จุดเด่นของ "อาราชิยามะโยชิมูระ" ก็คือเส้นโซบะที่ถูกนวดด้วยมือผู้เชี่ยวชาญแบบวันต่อวัน ซึ่งทำมาจากแป้งโซบะที่บดโดยครกหิน นอกจากนี้ ทัศนียภาพจากทางร้านยังสามารถมองเห็นสะพานโทเก็ตสึเกียว ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับวิวอันมีชื่อเสียงของอาราชิยามะในระหว่างรับประทานอาหารอีกด้วย

เส้นโซบะที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญทำขึ้นอย่างพิถีพิถันนั้น กล่าวได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกเลยทีเดียว ตัวเส้นโซบะมีขนาด ความแข็ง และความนุ่มยืดในระดับที่กำลังดี ทำให้เข้ากับซุปแบบจุ่มที่ทางร้านภาคภูมิใจได้เป็นอย่างดี แค่ใส่ต้นหอมและผักอื่นๆ เข้าไปนิดหน่อยก็รู้สึกได้ถึงรสชาติที่เปลี่ยนไป รับรองได้ว่าเป็นเมนูที่สามารถทำให้คุณพึงพอใจได้อย่างแน่นอน


สำหรับนักชิมที่ชื่นชอบโซบะอยู่แล้วล่ะก็ ร้านนี้เป็นร้านที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวอาราชิยามะจนเหนื่อยล้าต้องการที่พักผ่อน ก็สามารถแวะมาที่ร้านนี้ได้เช่นกัน

เทนซังโนะยุ ไดน์นิ่ง (Tensan no Yu Dining)

สำหรับร้านสุดท้ายที่จะแนะนำในอาราชิยามะก็คือ "เทนซังโนะยุ ไดน์นิ่ง" ที่นี่มีเชฟที่คอยสร้างสรรค์ปรุงแต่งอาหารให้เหมาะสมกับวัตถุดิบทั้ง 4 ฤดูให้เหล่าลูกค้าได้ลิ้มชิมรสกัน เนื่องจากตัวภัตตาคารเปิดร่วมกับออนเซ็น "เทนซังโนะยุ" จึงแทบจะปฏิเสธเบียร์เย็นๆ พร้อมอาหารที่นี่หลังขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนไม่ได้เลยทีเดียว

อาหารส่วนใหญ่ในร้านเป็นฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมและมีเมนูให้เลือกมากมาย นอกจากอาหารสไตล์ญี่ปุ่นอย่างเมนูอาหารสด อาหารเสียบไม้ย่าง อาหารปิ้งย่างอื่นๆ และอาหารทอดแล้ว ยังมีอาหารประเภทกระทะเหล็ก อาหารสไตล์ยุโรป อาหารเส้นต่างๆ อาหารเซ็ต และเมนูซูชิอยู่อีกด้วย ด้านของหวานและอาหารสไตล์ยุโรปก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายเช่นกัน ทำให้แม้ว่าจะเป็นคนที่ไม่ถนัดอาหารญี่ปุ่นก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างสบายใจ

ลิ้มรสอาหารกลางวันสไตล์เกียวโตไปพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศนครโบราณ

เกียวโตนั้นเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่นอกจากผู้มาเยือนจะได้มาสัมผัสกับรสชาติอาหารท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่แล้ว ยังมีหลายร้านที่สามารถรับชมวิวธรรมชาติอันยิ่งใหญ่งดงามของเกียวโตไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย หากมีโอกาสไปเยือนก็อย่าลืมสัมผัสบรรยากาศกรุงเก่าเคล้าอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมกันนะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร