【แพลนทริป 2 วัน 1 คืน】เที่ยวเองชิลล์ๆ ใน 'โอคาซากิ' - เมืองน่ารักใกล้นาโกย่า

ทริปสาวๆ ชิลล์ๆ ใน 'โอคาซากิ' เมืองบรรยากาศดีใกล้ 'นาโกย่า' วิวสวย เดินทางสะดวก พร้อมที่พักแสนสบาย ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก แต่บอกเลยว่าเด็ดมาก ! วันนี้จะขอแนะนำทริปสั้นๆ ในเมืองสุดน่ารักนี้ มารู้จักโอคาซากิและสนุกไปด้วยกันนะคะ ~

ไอจิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

※บทความนี้ร่วมเขียนโดยเมืองโอคาซากิ (Okazaki City)

'โอคาซากิ' เมืองน่าเที่ยวใกล้นาโกย่า

ทุกคนรู้จัก 'โอคาซากิ' (Okazaki・岡崎) กันไหมคะ ? เมืองนี้อยู่ในจังหวัดไอจิ (Aichi) อยู่ใกล้ๆ กับ 'นาโกย่า' เมืองยอดฮิตของคนไทย 

ถ้ายังไม่รู้จักก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้เราจะขอแนะนำ ทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ในเมืองนี้ รับรองว่าจะต้องหลงรักเมืองสุดน่ารักนี้อย่างแน่นอน มารู้จักโอคาซากิและสนุกไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ !

วิธีเดินทางมายัง Okazaki Station

จาก Nagoya Station : ขึ้นรถไฟสาย JR Tokaido Main line ใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยรถไฟจะมาทุกๆ 15 นาที เที่ยวละ 620 เยน

จาก Shin-osaka Station : นั่งชินคันเซ็นประมาณ 1 ชั่วโมง ลงที่ Nagoya Station แล้วนั่งรถไฟสาย JR Tokaido Main line ประมาณ 30 นาที

จาก Tokyo Station : นั่งชินคันเซ็นประมาณ 1.5 ชั่วโมง ลงที่ Toyohashi Station แล้วนั่งรถไฟสาย JR Tokaido Main line ประมาณ 20 นาที เที่ยวละ 580 เยน

 

Kakukyu Hatcho Mura : สวนอาหารสุดอร่อย

หลังจากเดินทางยาวๆ มาจากโอซาก้า ก็แวะพักรับประทานอาหารกลางวันกันสักหน่อย ที่นี่เลยค่ะ จุดมุ่งหมายแรกของเรา Kakukyu Hatcho Mura (岡崎 カクキュー八丁村) ร้านอาหารใกล้สถานี Okazakikoen-Mae

ที่นี่เป็นเหมือนโรงอาหารที่รวมหลายๆ ร้านเด็ดไว้ในที่เดียวกัน โดยแต่ละร้านจะเสิร์ฟเมนูที่ใช้มิโซะแดง Hatcho Miso (八丁味噌) มิโสะรสชาติเฉพาะตัว ของขึ้นชื่อเมืองโอคาซากิ 

ในครั้งนี้เราจะขอแนะนำร้านอาหาร 2 ร้าน และคาเฟ่อีก 1 ร้านของที่นี่กันค่ะ

ร้านแรก Kyu-Uemon (食事処休右衛門) มาพร้อมเมนูแนะนำ Miso Nikomi Udon (味噌煮込みうどん) หรือก็คืออุด้งตุ๋นมิโซะนั่นเอง เส้นอุด้งเหนียวนุ่ม ในมิโซะแดงสุดเข้มข้น อร่อยและเข้ากันสุดๆ 

อีกเมนูคือ Dondori Teishoku (どんどり定食) ชุดไก่ทอดราดซอสมิโซะ ขอบอกเลยว่ามาญี่ปุ่นแล้วต้องลองกินไก่ของที่นี่ดูสักครั้งค่ะ เพราะนุ่มมากๆ เพิ่มรสชาติซอสมิโซะแดงของที่นี่เข้าไปอีก อร่อยกลมกล่อมสุดๆ ไปเลย ~

ต่อกันที่ร้านที่สอง Teppan Yaki Curry (鉄版やきカレー) ร้านแกงกะหรี่กระทะร้อนที่ไม่เหมือนใคร เพราะใส่วัตถุดิบลับนั่นก็คือมิโซะแดงนั่นเองค่ะ 

แกงกะหรี่จะมีรสเครื่องเทศค่อนข้างแรงมาก อาจจะกลบกลิ่นและรสของมิโซะแดงไปบ้าง แต่ก็มีความกลมกล่อมและเข้มข้น แตกต่างจากร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไป อยากให้มาลองดูกันนะคะ !

สาวๆ อย่างเรากินของคาวเสร็จแล้วก็ต้องต่อของหวานกันสักหน่อย ~ ที่นี่ Q to CAFE คาเฟ่น่ารักที่ยังคงคอนเสปต์การใช้มิโซะแดงเป็นวัตถุดิบ

เมนูแนะนำก็คือ ไอศกรีมรสมิโซะแดง (500 เยน)

ทุกคนอาจจะตกใจกัน แต่ขอบอกว่าอร่อยกว่าที่คิดมากค่ะ ! รสมิโซะผสมกับนมแล้วให้รสกลมกล่อมคล้ายคาราเมล ฟินสุดๆ ~

นอกจากนี้ยังมีเมนูของหวานจากมิโซะอื่นๆ อีกด้วย ไม่คิดว่ามิโซะนำมาทำของหวานแล้วจะอร่อยขนาดนี้ ห้ามพลาดแล้วนะคะ 

Kakukyu Hatcho Miso no Sato : ชมโรงงาน กว่าจะมาเป็นมิโซะแสนอร่อย

สถานที่ต่อไปอยู่ใกล้ๆ ร้านอาหารนี่เองค่ะ Kakukyu Hatcho Miso no Sato (八丁カクキュー味噌の郷) โรงงานผลิตมิโซะแดง หรือ Hatcho Miso ที่เราเพิ่งกินกันไป ที่นี่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมวิธีการทำมิโซะ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์เรื่องราวเกี่ยวกับ Hatcho Miso อีกด้วย

สำหรับการเข้าชม สามารถจองล่วงหน้า หรือจะวอล์คอินเลยก็ได้ โดยจะมีการพาชมทุกๆ ครึ่งชั่วโมง และไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ

ตึกที่เห็นนี้เป็นด้านหน้าของโรงงาน แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว

ตึกเหล่านี้ถูกสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1645 ค่ะ และยังได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมเก่าแก่ ที่ทำมิโซะแดงมาตั้งแต่สมัยเอโดะเลยทีเดียว 

ภายในโรงงาน เราก็ได้ชมกรรมวิธีการผลิตมิโซะแดง ไปจนถึงวิธีการแพ็กเพื่อส่งออกไปขาย น่าสนใจมากๆ เลยล่ะค่ะ

 

เมื่อเดินถัดเข้ามาอีกก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์ของ Hatcho Miso ซึ่งเล่าเรื่องราวตั้งแต่ประวัติการก่อตั้ง ไปจนถึงเครื่องมือต่างๆ

สมัยก่อนบริเวณนี้เป็นพื้นที่ของหมู่บ้าน Hatcho จึงเรียกมิโซะที่ผลิตและขายที่นี่ว่า Hatcho Miso นั่นเอง ในอดีตไม่มีเครื่องทุ่นแรงเหมือนปัจจุบัน จึงต้องใช้แรงงานคนในทุกกรรมวิธี 

จากนั้นเราก็ได้มาดูถังมิโซะของจริงกัน สำหรับการทำมิโซะนั้นจะผสมจุลินทรีย์ที่สร้างเอนไซม์ในการย่อยเข้ากับถั่วเหลือง Koji นำไปหมักในถังแล้วนำหินมาปิดไว้ แต่ละถังที่บรรจุมิโซะนั้นหนักถึง 6 ตัน และหินก็หนักถึง 3 ตัน เลยทีเดียวค่ะ

ส่วนระยะเวลาหมักก็มีตั้งแต่ 1 ปีครึ่งไปจนถึง 3 ปี และถังบรรจุมิโซะเหล่านี้ก็มีอายุการใช้งานได้ถึง 500 ปีเชียวนะ

 

หลังจากชมโรงงานเสร็จแล้วเราก็ได้ลองชิมมิโซะแดง รสชาติจะค่อนข้างเข้ม แต่อร่อยมากค่ะ ทั้งยังได้ลองแบบที่ผสมกับมิโซะขาวด้วย รสชาติจะอ่อนลงจึงทานง่ายกว่า

 

สุดท้ายคือซอสที่ทำจากมิโซะแดง กินคู่กับบุก อร่อยดีค่ะ ซอสหอมหวานเข้ากับบุกที่รสอ่อนๆ ได้ดีมาก

หลังจากทั้งชมและชิมเสร็จแล้ว ใครชอบมิโซะญี่ปุ่นก็อย่าลืมซื้อกลับไปนะคะ สามารถเก็บได้นานเป็นปีๆ และยังมีหลากหลายแบบให้เลือกอีกด้วย 

นอกจากมิโซะแล้ว อีกของฝากที่น่าสนใจก็คือ เค้กมิโซะ ก้อนนี้ค่ะ รสจะคล้ายๆ กับไอศกรีมที่ได้ลองไป ยิ่งเป็นมิโซะแดงแล้ว ขอบอกว่าแอบเหมือนบราวนี่เลยทีเดียว

ช็อปปิ้งของฝากกันจุใจแล้ว ต่อไปก็ไปกินข้าวเย็นกันเถอะ ~

Rocky Champ : ร้านเนื้อย่างสไตล์โมเดิร์น

Rocky Champ ร้านเนื้อย่างใกล้สถานี Higashi-Okazaki ร้านตกแต่งสวยน่าเข้า ไม่รอช้ารีบสั่งกันเลยดีกว่า ~ (แต่ที่นี่ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษนะคะ อาจจะต้องพึ่งแอพแปลภาษากันสักหน่อย)

น่ากินสุดๆ ไปเลย ~ เนื้อที่นี่ทั้งคุณภาพดี และอร่อยมากจริงๆ ค่ะ โดยทั่วไปเนื้อย่างญี่ปุ่นมักจะกินคู่กับเกลือ ซอส หรือมะนาว ลองเลือกแบบที่ชอบดูนะคะ

เนื้อขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของร้านนี้คือ Byosatsu Rose (秒殺ロース) แปลเป็นไทยได้ว่าเนื้อสันนอกที่ถูกฆ่าในพริบตา !

และขอแนะนำอีกเมนูเด็ดของที่นี่ ที่เป็นเมนูลับ ไม่มีในเมนูแต่สามารถสั่งได้ เป็นเนื้อส่วนที่เรียกว่า Chateaubriand (シャトーブリアン) (ประมาณ 3,000 เยน) กินแล้วเนื้อละลายในปากไปเลย ฟินมากๆ >_< !

สำหรับใครที่อยากลองอะไรแปลกๆ ขอแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ Yukke (ユッケ) โดยผสมเนื้อกับไข่ดิบแล้วกินสดๆ เนื้อไม่คาวเลย ผสมกับไข่ทำให้มีความหวานมันยิ่งขึ้น และขอรับรองว่าเนื้อของที่นี่สะอาด ปลอดภัยแน่นอนค่ะ

Okazakishi Higashi Park : ชมใบไม้เปลี่ยนสียามเย็น

หลังจากท้องอิ่มแล้วก็มาเดินย่อยชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Okazakishi Higashi Park (岡崎市東公園) กันค่ะ ~ โดยนั่งบัสมาไม่ไกลจากสถานี Higashi-Okasaki

ขอแนะนำให้มาในเดือนพฤศจิกายน เพราะจะเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมกว่า 1,500 ต้น เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีการเปิดไฟไลท์อัพตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่ม อีกด้วย เรียกได้ว่าสวยทั้งกลางวันและกลางคืนเลยทีเดียว ในฤดูใบไม้ร่วงตอนกลางคืนอากาศจะค่อนข้างหนาวสักหน่อย อย่าลืมใส่เสื้อผ้าหนาๆ กันมาด้วยนะคะ ~

และข้างๆ สวนสาธารณะแห่งนี้ยังมีสวนสัตว์ที่ตอนเช้าจะเปิดให้เข้าฟรีด้วยค่ะ ถ้าใครสนใจก็อย่าลืมแวะมานะ 

Okazaki Castle : ไลท์อัพ กับบรรยากาศสุดโรแมนติกยามค่ำคืน

เสร็จแล้วเราก็มาชมบรรยากาศยามค่ำคืนที่ ปราสาทโอคาซากิ (Okazaki Castle・岡崎城) กันค่ะ 
โดยนั่งรถบัสกลับมาลงที่สถานี Higashi-Okazaki จากนั้นก็เดินจากสถานีมาปราสาทเพียง 15 นาทีค่ะ

ไลท์อัพของสวนบริเวณปราสาทแห่งนี้ก็สวยงามไม่แพ้กัน บรรยากาศของแสงไฟกับใบไม้เปลี่ยนสีช่างโรแมนติกสุดๆ ไปเลยค่ะ ~ 

และประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ถึงจะดึกแล้วแต่ก็มีแสงไฟสว่างอยู่ทั่วบริเวณค่ะ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดเลยนะคะ !

Okazaki New Grand Hotel : วิวสวย บริการดี มีครบที่นี่ !

สำหรับที่พักในทริปนี้คือ Okazaki New Grand Hotel โรงแรมบรรยากาศดีติดแม่น้ำ ได้ยินว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระบานเต็มทั้ง 2 ริมฝั่งแม่น้ำด้วยล่ะ

ที่นี่มีสปา และห้องอาบน้ำที่มีบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่อยู่ที่ชั้น 9 โดยจะแบ่งช่วงเวลาให้ผู้หญิงและผู้ชายแยกกันเข้า (ระหว่างช่วงเวลาของผู้หญิงจะมีรหัสล็อก เพราะฉะนั้นปลอดภัยแน่นอนค่ะ) 

ห้องอาบน้ำของที่นี่ใหญ่มาก ขณะแช่น้ำ ถ้ามองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นวิวปราสาทด้วย ทั้งเพลิดเพลินและผ่อนคลาย หายเหนื่อยเลยค่ะ 

ก่อนจะลงแช่น้ำต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดและอาบน้ำก่อน กฏการใช้ห้องน้ำสามารถอ่านได้ที่หน้าห้องน้ำเลยค่ะ (มีภาษาไทยด้วยนะคะ) ใครที่อายขอแนะนำให้มาอาบตอนเช้า เพราะแทบไม่มีคนเลยค่ะ

มาดูห้องของโรงแรมกันค่ะ สำหรับที่ญี่ปุ่นแล้วถือว่าขนาดกำลังพอดีเลย น่าพักสุดๆ แถมยังสามารถมองเห็นปราสาโอคาซากิจากห้องพักได้ด้วยนะ

ตื่นแล้วก็มาทานอาหารเช้ากันค่ะ อาหารเช้าที่นี่เป็นแบบบุฟเฟต์มีทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่ง มีโยเกิร์ต สลัดผัก และผลไม้ด้วย น่าอร่อยทั้งนั้น 

จากห้องอาหารก็สามารถชมวิวปราสาทโอคาซากิได้เช่นกัน วิวสวยสุดๆ เลยค่ะ ต้องถ่ายรูปกลับไปอวดคนที่ไทยสักหน่อยแล้ว ~ 

Okazaki Castle : เที่ยวชมปราสาทเก่าแก่

หลังจากที่ได้ชมปราสาทโอกาซากิตอนกลางคืนไปแล้ว เราก็มาชมบรรยากาศตอนกลางวันกันบ้าง โดยสามารถเดินมาจากโรงแรมได้เลย ขอแนะนำให้เช็คเอ้าท์แล้วฝากสัมภาระไว้ที่เคาท์เตอร์โรงแรมก่อนนะคะ

บรรยากาศฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามมากเลย ~

มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมทั้งสีแดงและสีเหลืองเลยค่ะ !

ที่นี่มีบริการให้เช่าชุดกิโมโนเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีได้ทั้งวัน ในราคาแค่ 1,000 เยนเท่านั้น ! ราคานี้ยังได้ชาเขียวญี่ปุ่นด้วยนะ คุ้มสุดๆ !

ภายในนี้จะมีศาลเจ้าด้วย สามารถมาขอพรหรือซื้อเครื่องรางต่างๆ ได้เลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหารพื้นเมืองเป็นเซ็ตแบบญี่ปุ่นอยู่ด้วย น่าอร่อยน่าลองมากๆ 

ปราสาทโอคาซากิ มองจากภายนอกจะเห็นแค่ 3 ชั้น แต่จริงๆ แล้วตัวปราสาทนั้นมี 5 ชั้นด้วยกัน ภายในปราสาทก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ปราสาทและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองในท้องถิ่นนี้ มีวิดีโอให้ชมด้วยนะคะ

เมื่อขึ้นบันไดไปจนถึงชั้น 5 แล้วจะสามารถชมวิวได้รอบเมืองเลยค่ะ วิวสวย บรรยากาศดีมากๆ อย่าลืมถ่ายรูปเก็บความประทับใจนี้ไว้นะคะ !

Mikawabushi no Yakata Ieyasukan : พิพิธภัณฑ์อิเอยะสุ นักรบแห่งแคว้นมิคาวะ

เดินถัดจากปราสาทมาสักพักจะพบกับ Mikawabushi no yakata ieyasukan (三河武士のやかた家康館) พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับท่าน โทกุกาวะ อิเอยาสุ โชกุนคนสำคัญของยุคเอโดะ ผู้เคยอาศัยอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้ ที่เรียกว่านักรบแห่งแคว้นมิคาวะ เพราะเมื่อก่อนเมืองโอคาซากิถูกเรียกว่าแคว้นมิคาวะนั่นเองค่ะ

ภายในพิพิธภัณฑ์จะบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามภายในประเทศ (เซนโคกุ 戦国) และโทกุกาวะ อิเอยาสุก็คือวีรบุรุษผู้ปิดยุคสงครามที่ยาวนานกว่า 150 ปีนั่นเองค่ะ (ข้างในห้ามถ่ายรูปนะคะ)

ภาพด้านบนคือรูปปั้นของท่านโทกุกาวะ อิเอยาสุค่ะ ดูน่าเกรงขามมากๆ เลย

ตามปราสาทหลายๆ ที่ในญี่ปุ่นมักจะมีคนสวมชุดเกราะประจำปราสาทนั้นๆ โชว์ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปได้ ในภาพด้านขวาคือท่านโทกุกาวะ อิเอยาสุ ส่วนด้านซ้ายมือคือท่านโฮนดะ ทะดะคะสึ หนึ่งในสี่จตุรเทพของโทกุกาวะ อิเอยาสุค่ะ เป็นนายพลที่เก่งที่สุดเลยก็ว่าได้

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนออกจากปราสาทกันสักหน่อย ที่นี่ทั้งสวยงาม ทรงพลัง และยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอีกด้วย เป็นอีกที่ที่อยากให้ลองมาเที่ยวกันนะคะ

ระหว่างเดินกลับโรงแรมก็อย่าลืมตามหาฝาท่อน้ำลายปราสาทโอคาซากิดูนะคะ น่ารักมากเลย ~

Cafe Days : คาเฟ่น่ารักใกล้สถานี

ปิดท้ายทริปนี้ด้วย Cafe Days คาเฟ่สุดชิค อยู่ใกล้สถานี Higashi-Okazaki มากๆ หรือจะเดินมาจากปราสาทเลยก็ได้ค่ะ

แค่เคาท์เตอร์ก็น่ารักสุดๆ แล้ว สายถ่ายรูปห้ามพลาดเด็ดขาดเลยน้า ~ 

หลังจากกดน้ำดื่มที่หน้าเคาท์เตอร์แล้วก็เริ่มสั่งอาหารกันเลยดีกว่า ที่นี่มีที่ให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้แถมยังมี WiFi ฟรีอีกด้วย

เมนูเด็ดของร้านนี้คือแฮมเบอร์เกอร์ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ อย่างข้าวผัดกะเพราด้วยนะ ว่าแล้วก็มาลองแฮมเบอร์เกอร์กันเลย

ดูแค่ภาพก็เห็นได้เลยว่าให้เยอะ ไส้ล้นขนาดไหน ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องพูดถึง อร่อยมากกก ให้สิบเต็มสิบไปเลย !

สามารถสั่งเป็นเซ็ตกับน้ำและมันฝรั่งทอดได้ด้วยนะคะ ทั้งอร่อยและคุ้มสุดๆ !

เป็นการปิดท้ายทริปสั้นๆ ที่ประทับใจไม่รู้ลืมเลยค่ะ 

เที่ยวในฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูร้อนก็สนุกได้เหมือนกันนะ !

จบไปแล้วกับทริปสั้นๆ สองวันในเมืองโอคาซากิ แม้ว่าเส้นทางในทริปนี้จะเหมาะสำหรับมาเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาว แต่รู้ไหมคะว่า ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และ ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เองก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน !

ฤดูใบไม้ผลิ : ชมซากุระสวยในสวนประจำเมือง

ฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงเวลาที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งไปทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น หากเดินทางมาเที่ยวเมืองโอคาซากิ จุดชมดอกซากุระที่สวยที่สุดก็คือภายใน สวนโอกาซากิ (Okazaki park) บริเวณรอบๆ ปราสาทโอคาซากินั่นเองค่ะ

ไม่ไกลจากบริเวณจุดชมซากุระก็ยังมีร้านค้าแผงลอยมากมายให้เราได้เดินซื้ออาหารว่างอร่อยๆ มารับประทานพร้อมชมดอกซากุระ หรือจะมานั่งคุยเล่นที่ม้านั่งเฉยๆ ก็ผ่อนคลายไปอีกแบบ ถึงแม้ว่าคนอาจจะเยอะสักหน่อย แต่ถ้าได้เห็นซากุระแล้วรับรองว่าชื่นใจแน่นอน

ฤดูใบไม้ผลิ : ชมดอกฟูจิสุดฟรุ้งฟริ้ง

นอกจากดอกซากุระแล้ว ที่โอคาซากิยังมี ดอกฟูจิ หรือ ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) ให้เราได้ชมอีกด้วยค่ะ

ลักษณะของดอกฟูจินั้นจะบานห้อยระยาลงมา ดูคล้ายม่านดอกไม้สีม่วงอ่อนสวยงาม สามารถเดินชมสวนวิสทีเรียแสนสวยนี้ได้ในบริเวณสวนโอคาซากิเช่นกันค่ะ 

ฤดูร้อน : จับปลาอายุแสนอร่อย

ในช่วงหน้าร้อนของเมืองโอคาซากิมีกิจกรรมสุดฮิตที่ชาวเมืองนิยมไปทำกันก็คือ การจับปลาอายุ (Ayu เป็นชื่อปลานะคะ ไม่ได้แปลว่าเป็นปลาแก่แต่อย่างใด) ที่ริมแม่น้ำ นอกจากจะได้กินปลาแสนอร่อยแล้ว การลงไปจับปลาในแม่น้ำยังทำให้เย็นชื่นใจอีกด้วย

การจับปลาอายุนั้นท้าทายไม่ใช่เล่นเลยล่ะค่ะ เพราะเจ้าพวกปลาหลบหลีกกันเก่งมาก แต่ถ้าจังหวะดีๆ ล่ะก็จับได้อยู่หมัดแน่นอน

หลังจากที่จับปลาอายุได้แล้วก็สามารถนำไปย่างเป็นปลาอายุย่างแสนอร่อยกันได้เลย ขอแนะนำให้ย่างจนพอสุกเป็นสีออกเหลือง ทั้งน่ากิน และกลิ่นหอมยั่วน้ำลายเป็นที่สุดเลยล่ะค่ะ

 

ฤดูร้อน : เก็บองุ่นแสนหวานกินได้ไม่อั้น !

อร่อยกับปลาอายุกันแล้ว ไปกินผลไม้ตบท้ายกันต่อที่ ฟาร์มองุ่น ที่เปิดให้เราเก็บองุ่นแสนอร่อยได้แบบไม่จำกัดเวลา กินในสวนได้ไม่อั้น !

ที่นี่มีองุ่นให้เราได้เก็บหลากหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ลูกใหญ่กลมสวยสีม่วง ลูกกลมสีเขียวน่าอร่อย พันธุ์ลูกสีแดงเรียว หรือแม้แต่พันธุ์ลูกสีแดงกลมโตน่าอร่อยอย่างที่เห็นกันในภาพ 

ที่พิเศษสุดคือสามารถเข้าฟาร์มได้เลยโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ใครอยากกินองุ่นอร่อยๆ ต้องไม่พลาดแล้วนะคะ !

สนุกได้ทั้งปีที่โอคาซากิ !

โอคาซากิ เมืองเล็กน่ารักใกล้นาโกย่า บรรยากาศดี เดินทางสะดวก ถ่ายรูปก็สวย แถมยังมีที่เที่ยวน่าสนใจเต็มไปหมด ไม่ว่าจะฤดูไหนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราตลอดทั้งปี

แพลนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้า อยากให้ทุกคนลองมาเที่ยวที่นี่กันดูนะคะ :)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร