13 อย่างที่ต้องทำในยานากะ หนึ่งในย่านลับโตเกียวที่คนรู้จักน้อยแต่สุดทรงเสน่ห์

ยานากะ (Yanaka) เป็นหนึ่งในย่านที่ดีที่สุดในโตเกียวที่เหมาะสำหรับการมาเดินเตร็ดเตร่สบายๆ หลบหลีกผู้คนและความวุ่นวายจากย่านการค้าอย่างชิบูย่าหรือชินจูกุ ที่นี่ถือเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ หากคุณมีเวลาเหลือเฟือในโตเกียวล่ะก็ ต้องมาเดินย่านอันทรงเสน่ห์ที่นี่ให้ได้ ในบทความนี้เราได้รวบรวม 13 สิ่งที่ควรทำในย่านยานากะมาแนะนำกัน ถ้าพร้อมแล้วมาดูไปทีละอันพร้อมกันเลย!

โตเกียว

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ย่านยานากะ

ยานากะเป็นย่านเล็กๆ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโตเกียว หรือเดินออกมาทางทิศใต้เล็กน้อยจากสถานี Nippori มีชื่อเสียงในเรื่องของบรรยากาศแบบชนชั้นทำงานที่ทำให้นึกถึงโตเกียวในอดีต นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งรอดจากการทิ้งระเบิดในโตเกียวช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย

ยานากะเป็นที่รู้จักกันมานานว่าเป็นแหล่งพักผ่อนสำหรับศิลปินและนักปรัชญา ที่นี่มีหอศิลป์เก่าแก่หลายแห่ง มีร้านขายงานศิลปะและคาเฟ่สบายๆ ตลอดเส้นทาง

หากคุณมีเวลาเที่ยวในโตเกียวและอยากใช้เวลาสบายๆ ด้วยการเดินไปตามย่านต่างๆ ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายแต่มีกิจรรมมากมายให้ทำ เช่น เดินชมของหรือรับประทานอาหารอร่อยๆ ล่ะก็ ยานากะถือเป็นที่ที่เหมาะมากเลยทีเดียว!

(จากภาพด้านบนอาจจะพอเดาออกว่า ยานากะนั้นมีชื่อเสียงเรื่องแมว ลองนับดูสิว่าระหว่างเดินในย่าน คุณเห็นแมวทั้งหมดกี่ตัว)

1. เพลิดเพลินกับอาหารข้างทางและร้านขายของตลอดย่านยานากะกินซ่า

ถนนช็อปปิ้งยานากะกินซ่าถือเป็นจุดดึงดูดหลักของย่านยานากะและอยู่ใกล้กับสถานี Nippori มากโดยใช้เวลาเดินจากทางออกทิศเหนือไม่เกิน 5 นาที วิวถนนช็อปปิ้งจากบนบันไดที่ทอดลงไปนั้นมีชื่อเสียงมากและมักจะถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำละครและโปสเตอร์โฆษณาสำหรับโตเกียว

แม้ถนนช็อปปิ้งนี้จะมีความยาวเพียง 170 เมตรซึ่งถือว่าค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับถนนช็อปปิ้งชื่อดังที่อื่นในโตเกียว แต่สองข้างทางก็เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมายกว่า 60 ร้านให้คุณมาสำรวจ! 

มีร้านค้าขายอาหารสตรีทฟู้ดมากมายให้คุณได้แวะชิมไปตลอดความยาวของถนน อาหารที่ขายมีหลากหลายตั้งแต่โดนัทไปจนถึงพวกของทอดต่างๆ ไอศกรีม ทาโกะยากิ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเบียร์เย็นๆ ขายด้วย ในช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่นขึ้น ร้านส่วนมากจะมีที่นั่งด้านนอกให้นั่งรับประทานและใช้เวลาได้เต็มที่

2. เดินเล่นผ่านสุสานยานากะ

เพียงเดินออกจากสถานี Nippori ที่ทางออกทิศใต้ก็จะพบกับสุสานยานากะ (Yanaka Rei-en) ตัวสุสานมีพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร และมีหลุมศพกว่า 7,000 หลุม ถนนที่ผ่าตรงกึ่งกลางของที่นี่ขึ้นชื่อมาก โดยมีอีกชื่อว่าถนนซากุระเพราะสองข้างทางนั้นจะเต็มไปด้วยต้นซากุระที่จะบานสะพรั่งจนต้องตะลึงในฤดูใบไม้ผลิ

นอกจากถนนซากุระแล้วคุณยังสามารถเดินชมหลุมศพที่ทั้งใหญ่โตและหลากหลายได้ที่นี่ มีทั้งหลุมศพแบบเรียบๆ ธรรมดาไปจนถึงแบบหรูหราและยิ่งใหญ่

ศพของโทกุงาวะ โยชิโนบุ (Tokugawa Yoshinobu) โชกุนคนสุดท้ายในยุคเอโดะก็ถูกฝังไว้ที่นี่ในพื้นที่สำหรับโชกุนตระกูลโทกุงาวะ แม้ว่าหลุมศพจะไม่เปิดให้คนทั่วไปได้ชมแต่ก็ยังเป็นที่ที่ต้องมาอยู่ดีสำหรับใครที่ชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

3. เลือกแมวกวักสักตัวไปเป็นของฝากนำโชค!

เนื่องจากแมวเป็นเสมือนมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการของย่านยานากะ คุณอาจจะเผลอเดินกลับไปโดยมีของฝากเกี่ยวกับแมวติดสักชิ้นมือไปแบบไม่รู้ตัวด้วยก็ได้ หนึ่งในร้านที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเลือกซื้อของตกแต่งรูปแมวคือร้าน Yanakado โดยที่ร้านจะมีตุ๊กตาแมวเพ้นท์ด้วยมือและสินค้าอีกมากมายเกี่ยวกับแมว เช่น แก้วน้ำ ชา เครื่องประดับ เป็นต้น

คุณสามารถแวะที่ Nekoemon Cafe next door (ดูแลโดยร้าน Yanakado) และเพ้นท์แมวกวักของคุณเองได้ด้วย (ตุ๊กตาแมวที่เชื่อกันว่าจะนำโชคหรือเงินมาให้จากมือที่ทำท่ากวักเรียกโชคลาภ) โดยคุณสามารถเพ้นท์แมวกวักไปพลางดื่มอะไรอุ่นๆ หรือรับประทานของว่างไปด้วยก็ได้

4. เช่าจักรยานที่ tokyobike

หากคุณเบื่อกับการเดินหรืออยากเที่ยวในย่านยานากะแบบใหม่ ทำไมไม่เช่าจักรยานแล้วปั่นเที่ยวไปรอบๆ ดูล่ะ tokyobike ตั้งอยู่ใจกลางของยานากะ โดยที่ร้านจะมีจักรยานให้เช่า 2 แบบคือแบบ 1 วันและ 2 วันขึ้นไป

นอกจากจะมีจักรยานให้เช่าแล้ว ร้านนี้ยังขายของใช้กระจุกกระจิกและเสื้อผ้าอีกด้วย เช่น ของใช้ในครัว เครื่องเขียนและรองเท้า แถมที่ร้านนี้ยังมีคาเฟ่ให้คุณได้ดื่มกาแฟร้อนๆ ก่อนจะออกไปปั่นจักรยานอีกด้วย

5. รับประทานของเย็นๆ อย่างน้ำแข็งไสสุดอลังการที่ Himitsudo

Himitsudo เป็นหนึ่งในร้าน10 สุดยอดร้านคาคิโกริ (น้ำแข็งไส) น่าลองในโตเกียวจึงมีผู้คนมากมายยอมเข้าคิวเป็นชั่วโมงท่ามกลางอากาศร้อนเพื่อที่จะลิ้มลองน้ำแข็งไสเย็นๆ แสนอร่อยเจ้านี้

น้ำแข็งไสของที่นี่คุ้มค่าแก่การรอแน่นอน ตัวน้ำแข็งที่บางมากจนไม่น่าเชื่อให้รสสัมผัสแสนนุ่มที่เข้ากันได้ดีกับไอศกรีมและเชอร์เบทเสียจนเกินคาด คุณสามารถเลือกรสชาติได้มากมาย ตั้งแต่รสสุดคลาสสิกอย่างมัทฉะและถั่วแดงซึ่ง หรือรสที่มีขายเป็นช่วงสั้นๆ หรือวางขายตามฤดูกาลอย่างรสคาราเมลกล้วยและรสซากุระ เป็นต้น

6. แวะชิมเซมเบ้ - ของฝากชื่อดังของยานากะ

เซมเบ้ (ข้าวเกรียบ) ถือเป็นของฝากหลักของย่านยานากะ ทำให้ในละแวกมีร้านขายเซมเบ้มากมายให้คุณเลือกซื้อ แม้ที่นี่จะเป็นย่านเล็กๆ แต่หลายร้านจะวางเซมเบ้โชว์ไว้ด้านหน้าให้คุณเดินไปดูและเลือกซื้อได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ร้านเซมเบ้ที่ขึ้นชื่อที่สุดในบรรดาร้านในยานากะ ต้องยกให้ร้าน Yanaka Senbei Shinendo ที่นี่มีเซมเบ้มากมายหลายแบบทั้งรสชาติและรูปทรง เช่น รสเค็ม รสเผ็ด รวมถึงรสหวาน คุณสามารถซื้อมารับประทานได้เลยหรือจะซื้อเป็นถุงกลับไปฝากเพื่อนและครอบครัวก็ดีไม่น้อย ลองซื้อแบบห่อรวมรสชาติเพื่อมาชิมดูสิว่าคุณชอบรสไหนมากที่สุด

7. ชิมอิมากาวายากิร้อนๆ ที่ร้านริมทาง

อิมากาวายากิ (Imagawayaki) เป็นอาหารริมทางคล้ายกับไทยากิที่เทแป้งใส่แม่พิมพ์และใส่ไส้ต่างๆ ลงไป หากคุณไปที่ย่านยานากะในวันศุกร์ เสาร์หรืออาทิตย์ คุณจะต้องอยากแวะที่ร้าน Imagawayaki Sendagi ที่อยู่ตรงทางออก 1 ของสถานี Sendagi แน่นอน เพราะที่นี่มีอิมากาวายากิร้อนๆ รอให้คุณชิมอยู่ตรงหน้าเลย!

อิมากาวายากิของที่นี่มีทั้งหมด 3 รส ได้แก่ tsubu-an (ถั่วแดงกวน) คัสตาร์ด และ shiro-an (ถั่วขาวกวน) ทุกรสชาติราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ เพียงชิ้นละ 100 เยนเท่านั้น! รสที่คนนิยมมากที่สุดคือ tsubu-an ใครที่อยากชิมรสนี้จึงอาจจะต้องรอสักหน่อยแต่รับรองว่าอร่อยสมกับที่รอแน่นอน ในช่วงฤดูหนาวจะอร่อยเป็นพิเศษเมื่อรับประทานตอนขนมยังร้อนๆ เพียงกัดแค่คำเดียวก็อบอุ่นไปทั้งกายและใจแล้ว

8. เข้าคิวรอที่ร้าน Kayaba Coffee

Kayaba Coffee เป็นอีกหนึ่งร้านในยานากะที่คิวยาวมากเช่นเดียวกับร้าน Himitsudo แม้ชื่อร้านจะมีคำว่า "coffee" แต่ที่สิ่งที่ขึ้นชื่อของที่นี่คืออาหาร 2 เมนู ได้แก่ anmitsu (วุ้นราดด้วยถั่วแดงกวนหรือท็อปปิ้งอื่นๆ) และแซนด์วิชไข่

แซนด์วิชไข่ของ Kayaba Coffee อาจดูธรรมดา ไม่โดดเด่นอะไร แต่คุณจะต้องทึ่งกับรสชาติทันทีที่รับประทานแน่นอน เคล็ดลับของความอร่อยของเมนูนี้คือคุณภาพของวัตถุดิบ ไข่กวนมีความนุ่มละมุนและมีรสหวานเล็กน้อยประกบด้วยขนมปังนมญี่ปุ่นที่รสชาติเข้ากันได้เป็นอย่างดี

9. ชิมเบียร์รสเลิศที่ Yanaka Beer Hall

Yanaka Beer Hall เป็นผับสุดเก๋ที่มีเซตชิมเบียร์ซึ่งเต็มไปด้วยเมนูอร่อยๆ มากมายให้คุณได้ลอง ที่นี่เป็นผับที่มีแรงบันดาลใจมาจากทางยุโรปและนำมาผสมผสานกับผับแบบญี่ปุ่นสุดคลาสสิก เมนูเบียร์ที่มีให้เลือกมีทั้ง Yanaka Beer แบรนด์เบียร์ท้องถิ่นและคราฟเบียร์ต่างๆ ที่ผลิตในญี่ปุ่นอีกมากมาย

หากคุณมาในช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่น คุณจะสามารถจิบเบียร์พร้อมรับประทานกับแกล้มตรงที่นั่งด้านนอกได้

หากมีเวลา คุณสามารถแวะไปที่ Oshi Olive ซึ่งเป็นร้านที่ขายเกลือและมะกอกโดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ใน Yanaka Beer Hall เพื่อเลือกซื้อเกลือและมะกอกเกรดพรี่เมี่ยมซึ่งถือว่าหายากในญี่ปุ่นได้อีกด้วย

10. เลือกซื้อเมล็ดกาแฟคั่วสดที่ Yanaka Coffee

แม้ว่า Yanaka Coffee จะมีสาขามากมายในโตเกียว แต่การได้มา Yanaka Coffee ที่ย่านยานากะซึ่งเป็นสาขาที่ตรงกับชื่อร้านก็เป็นอะไรที่เก๋ไม่น้อย ที่นี่มีกาแฟทั้งร้อนและเย็น ตั้งแต่ลาเต้ไปจนถึงกาแฟดริปและชาให้คุณได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีเมล็ดกาแฟคั่วจำหน่ายด้วย! 

เมล็ดกาแฟของที่นี่มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย โดยจะมาจากแหล่งปลูกหลายแห่ง รสชาติและราคาที่แตกต่างกันไป ทางร้านจะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการคั่วเมล็ดกาแฟให้คุณ คุณสามารถนำเมล็ดที่คั่วแล้วกลับไปที่บ้านหรือให้ทางร้านบดให้ตามปริมาณที่ต้องการก็ได้ เวลา 10 นาทีระหว่างรอทางร้านคั่วเมล็ดกาแฟนั้นพอเหมาะพอดีอย่างยิ่งกับการนั่งจิบกาแฟและคุยเล่นกับเพื่อนๆ อย่างชิลๆ

11. ชมงานศิลปะร่วมสมัยที่ SCAI the Bathhouse

ยานากะเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับศิลปินหรือนักศิลปะมาตั้งแต่ในอดีต คงเสียดายน่าดูหากมาถึงที่นี่แล้วไม่ได้ชมงานศิลปะ SCAI The Bathhouse เป็นหอศิลป์ร่วมสมัยที่สร้างขึ้นในโรงอาบน้ำของผู้ก่อตั้งและมีประวัติอันเก่าแก่ถึง 200 กว่าปี

ภายใน SCAI the Bathhouse อาจจะเล็กแต่มักมีศิลปินร่วมสมัยที่ยอดเยี่ยมที่สุดทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศแวะเวียนมาบ่อยๆ ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชมและยังถือเป็นไอเดียที่ดีในการพักเบรกจากการเดินในย่านยานากะท่ามกลางอากาศร้อนอีกด้วย

12. ชมงานศิลปะอันน่าทึ่งที่พิพิธภัณฑ์รูปปั้นอาซากุระ

อีกหนึ่งสถานที่สำหรับชมศิลปะในยานากะคือพิพิธภัณฑ์รูปปั้นอาซากุระ ซึ่งที่นี่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่งานรูปปั้นของฟุมิโอะ อาซากุระ (Fumio Asakura) ที่จริงแล้วพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นบ้านของฟุมิโอะ อาซากุระด้วยนะ ซึ่งระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่ได้สร้างผลงานขึ้นมามากมายและพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างของงานมาโดยตลอด คุณจะได้เห็นความสร้างสรรค์และความใส่ใจในรายละเอียดกับทุกชิ้นงานตลอดระยะเวลาที่เข้าชมผลงานของฟุมิโอะ อาซากุระ

แน่นนอนว่างานศิลปะชิ้นหลักที่ควรเข้าไปชมที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คืองานรูปปั้นของอาซากุระที่มีมากมายหลายคอลเลคชั่น เขาได้รับรางวัลมากมายสำหรับการสร้างผลงานชิ้นต่างๆ เหล่านี้ และเมื่อคุณได้เดินชมผลงานเหล่านี้ก็จะเข้าใจว่าทำไมงานเหล่านี้ถึงควรค่ากับรางวัลที่ได้รับมา อย่าลืมขึ้นไปชมรูปปั้นบนดาดฟ้าที่สวยงามจนน่าทึ่งเมื่อมีทิวทัศน์ด้านหลังเป็นเมืองโตเกียวด้วยนะ และยิ่งเป็นตอนพระอาทิตย์ตกดินจะยิ่งสวยเหมือนกับในละครเลยทีเดียว

13. ลองชิมขนมดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ไดฟุกุคือวากาชิ (ขนมญี่ปุ่นโบราณ) ที่ทำจากแป้งโมจิ (แป้งข้าว) สอดไส้ต่างๆ ไดฟุกุที่ร้าน Yanaka Okanoeisen นั้นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไดฟุกุที่ดีทีสุดในโตเกียว แวะที่ร้านเพื่อลิ้มลองมาเมะไดฟุกุ (ไดฟุกุไส้ถั่วดำ) โดยดื่มคู่กับชาเขียว หรือจะซื้อทั้งห่อกลับไปเป็นมื้อค่ำหรือเป็นของฝากก็ได้

นอกจากมาเมะไดฟุกุแล้ว ยังมีขนมญี่ปุ่นชื่อดังอีกหนึ่งอย่างที่น่าลองอย่าง ซากุระโมจิที่มีขายในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะรับประทานขนมอะไร รับรองว่าจะต้องเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นยุคโบราณแน่นอน

13 กิจกรรมที่ได้แนะนำไปนั้นเป็นเพียงแค่จุดที่เป็นเอกลักษณ์ของยานากะเท่านั้น หากคุณอยากสำรวจให้ทั่วกว่านี้ก็สามารถไปที่ย่านเนซุ (Nezu) และเซนดากิ (Sendagi) ได้อีก ทั้ง 3 ย่านนี้ผู้คนมักเรียกรวมๆ ว่า ยาเนเซน (Yanesen) มาจากพยางค์แรกของชื่อย่านแต่ละย่านได้แก่ Yanaka Nezu และ Sendagi

ไม่ว่าคุณจะเลือกเที่ยวในย่านยานากะ ไปสำรวจให้ทั่วยาเนเซน หรือไปย่านอื่นของโตเกียว เราขอแนะนำให้ไปย่านที่ค่อนข้างเงียบสงบแบบในรีวิวนี้เพื่อที่จะได้สัมผัสกับอีกบรรยากาศหนึ่งที่แตกต่างไปจากเดิมของโตเกียว ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับแสงสี ผู้คนและความคึกคักในย่านดังๆ อย่างชิบูย่า ชินจูกุ หรืออากิฮาบาระ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร