【อัพเดตใหม่ 2019】10 สุดยอดร้านคาคิโกริ (น้ำแข็งไส) น่าลองในโตเกียว

ฤดูร้อนในโตเกียวที่อากาศทั้งร้อนทั้งชื้น อะไรจะดีไปกว่าการได้ลิ้มรส คาคิโกริ (かき氷) หรือ น้ำแข็งไสญี่ปุ่น ท้าอากาศร้อนๆ ให้ชื่นใจได้บ้างล่ะ ! ในฤดูร้อนเมื่ออุณหภูมิเริ่มเพิ่มสูงขึ้น ร้านค้าหลายแห่งก็เริ่มนำเมนูคาคิโกริออกมาขายคลายร้อน มีตั้งแต่น้ำแข็งไสแบบดั้งเดิมแสนเรียบง่ายไปจนถึงเมนูสุดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่น่าลอง และแน่นอนว่าทั้งหมดนั้นสดชื่นและอร่อยถูกปาก ! และนี่คือ 10 สุดยอดร้านคาคิโกริที่จะทำให้วันในฤดูร้อนแห่งมหานครโตเกียวของคุณเย็นชื่นฉ่ำใจ !

โตเกียว

อาหารการกิน

1. HACHIKU (อิเคะบุคุโระ・Ikebukuro)

HACHIKU เป็นหนึ่งในร้านคาคิโกริที่โด่งดังที่สุดในโตเกียว ร้านเล็กๆ แห่งนี้แม้แต่ในฤดูหนาวก็ยังมีผู้คนต่อคิวรอหน้าร้านอย่างใจจดใจจ่อเพื่อจะได้ลิ้มรสเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาลของที่นี่ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนต้องใช้ระบบแจกตั๋วเข้ามาช่วยในการจัดคิวเลยทีเดียว นั่นหมายความว่ากว่าจะได้ทานจะต้องมีการจัดสรรเวลาเพื่อให้ได้จองที่นั่งและอาจต้องใช้เวลารอเป็นชั่วโมง แต่รับรองได้เลยว่าคาคิโกริของที่นี่คุ้มค่าราคาคุยและการรอคอยแน่นอน !

เมนูอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับผลไม้ตามฤดูกาล ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 650 ถึง 850 เยน ทางร้านอัพเดตข้อมูลเวลาทำการ เมนู และเรื่องตั๋วทาง Twitter สม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าข้อมูลจะเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ควรลองเช็คดูสักหน่อยก่อนแวะไปจะดีกว่านะ !

2. Kurogi (ฮงโกะ・Hongo)

Kurogi เป็นร้านกาแฟที่เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟและวากาชิ (ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น) เป้าหมายหลักของร้านคือ การให้บริการขนมหวานวากาชิสุดพิถีพิถันด้วยด้วยการออกแบบที่ประณีตและสวยงาม แต่ทางร้านก็มีชื่อเสียงในการทำเมนูคาคิโกริแสนละเอียดอ่อนอีกด้วย

คาคิโกริของที่นี่จะมีเมนู limited edition แตกต่างกันไปตามฤดูกาล และมีเมนูแปลกใหม่อยู่เสมอ ตัวอย่างเมนูที่ผ่านมา เช่น Edamame Milk Ringohime และ Sakurako ทั้งสามรสเป็นการผสมผสานอย่างมีศิลปะของรสชาติในแต่ละฤดูกาล ทั้งยังมีเมนูที่ไม่เหมือนใคร อย่างเดือนมกราคมปีนี้มีเมนู Wavocado น้ำแข็งไสท็อปด้วยครีมอโวคาโดและแผ่นทองคำเปลว เติมรสชาติหวานปนเค็มนิดๆ เพิ่มความกลมกล่อมด้วยซอสน้ำผึ้งมิโซะที่เสิร์ฟมาคู่กัน 

3. Shimura (เมจิโระ・Mejiro)

Shimura เป็นร้านวากาชิที่เปิดทำการมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2482 ที่ชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับขายวากาชิ ส่วนชั้นสองและชั้นสามเป็นที่นั่งทานขนมซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่งคาคิโกริมาลิ้มลองกันนั่นเอง

คาคิโกริของที่นี่สะดุดตาด้วยหน้าตาที่มีลักษณะเหมือนหน้าผา ด้านหนึ่งของหน้าผาน้ำแข็งไสมีน้ำไซรัปที่ราดเอาไว้ให้ไหลลงมาราวกับแม่น้ำที่ทำให้เกิดบ่อน้ำเล็กๆ ด้านล่าง เมนูส่วนใหญ่จะมาพร้อมท็อปปิ้งต่างๆ เช่น โมจิ เยลลี่ ไอศกรีม และถั่ว 

เมื่อกวาดช้อนเข้าไปในภูเขาน้ำแข็งไส จะเจอไส้ที่สอดแทรกอยู่อย่างไส้ถั่วแดงหวานหรือเยลลี่ปรุงรส นอกจากรสชาติมาตรฐาน เช่น สตรอว์เบอร์รี (ราคา 900 เยน) และถั่วแดง (ราคา 800 เยน) ยังมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลน่ารักน่าทานเช่น Fuji no Hana (ราคา 1,296 yen) ที่แปลว่า ดอกวิสทีเรีย คาคิโกริเป็นสีม่วงอ่อนดอกลาเวนเดอร์ มีรสชาติของชาสมุนไพรอ่อน พร้อมเลมอนครีมที่เสิร์ฟมาคู่กัน

ทางร้านมีคาคิโกริให้บริการตลอดทั้งปีและมีที่นั่งจำนวนมาก แม้แต่ในฤดูร้อนก็ไม่ต้องรอคิวให้เมื่อยเลย !

4. Ichounoki (ชินากาว่า・Shinagawa)

หากคุณเป็นคาคิโกริเลิฟเวอร์คนหนึ่ง คงต้องเคยได้ยินชื่อร้าน Ichounoki แน่นอน ร้านเล็กๆ แห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 มักจะสามารถพบเห็นภาพคาคิโกริหน้าตาน่าทานของทางร้านได้ในโซเชียลมีเดียต่างๆ หลายช่องทาง ทุกๆ สองหรือสามสัปดาห์จะมีการเปิดตัวเมนูสร้างสรรค์ใหม่ๆ ซึ่งมักจะอัพเดตไว้ในบล็อกของร้านเป็นประจำ 

ที่นี่เปลี่ยนเมนูอยู่บ่อยๆ และมักเป็นที่น่าจับตามองอยู่เสมอ ตัวอย่างเมนูที่ขายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เช่น Sakura Ajisai ("Cherry Blossom Hydrangea") Zunda Ajisai ("Sweet Edamame Paste Hydrangea") และ Suika Sakura ("Watermelon Cherry Blossom") ซึ่งขายที่ราคา 900 เยน ทั้งหมด

คาคิโกริมีรสชาติที่แตกต่างกันเพราะท็อปปิ้งและไส้ในแต่ละชั้น ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติหลากหลายที่ผสมกันอย่างลงตัว ตัวอย่างเช่น รส Sakura Ajisai จะเริ่มด้วยชั้นนมมิ้นต์ ตามด้วยไซรัปน้ำตาลแดงและมัทฉะ ท็อปด้านบนด้วยครีมซากุระและเยลลี่รูปดอกไฮเดรนเยีย อร่อยทุกชั้น !

5. Banpaku (ซันเกงจะยะ・Sangenjaya)

Banpaku เป็นร้านในบาร์ย่านซันเกงจะยะ ที่มีคาคิโกริหน้าตาแสนน่ารักให้บริการตลอดทั้งปี มีเมนูรสชาติสดชื่น เช่น Wakayama Kiwi Milk และ Strawberry Milk Wakayama Mikan (ส้มวากายามะ) เป็นอีกเมนูสุดน่ารักประกอบด้วยไซรัปน้ำส้มแมนดารินราดอยู่บนน้ำแข็งไสเนื้อนุ่ม ประดับด้วยใบไม้เล็กๆ ที่ทำให้ดูเหมือนผลส้มจริงๆ !

นอกจากคาคิโกริรสผลไม้สดแล้วยังมีเมนูเฉพาะของร้าน เช่น Citrus Mint Milk (ราคา 950 yen) ที่มีเกรปฟรุ๊ตอยู่ด้านใน โปะด้านบนด้วยเลมอนสไลด์และส้มสีเลือด (blood oranges) แช่น้ำผึ้ง ! ร้านอาจจะปิดก่อนเวลาหากวัตถุดิบสำหรับวันนั้นๆ หมดแล้ว ดังนั้นควรรีบไปตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่พลาดเมนูเด็ด !

6. Yuki Usagi (โคมะซาว่า・Komazawa)

Yuki Usagi เป็นอีกหนึ่งร้านคาคิโกริยอดนิยม สามารถเลือกทานรสผลไม้ตามฤดูกาล หรือถ้าอยากลองอะไรนอกกรอบบ้างจะเลือกเป็นคาคิโกริราดซอสคาราเมลดูก็อร่อยไม่แพ้กัน!

ในบางฤดูกาลคุณอาจจะได้เจอเมนูน้ำแข็งไสราดด้วยครีมฟักทองกับไซรัปคาราเมลเช่นกัน แนะนำให้เช็คจาก Twitter ของร้านว่าช่วงนั้นมีเมนูอะไรน่าสนใจบ้างก่อนเข้าไปลุย!

7. Sebastian (คามิยามะโจ・Kamiyama-cho)

Sebastian ตั้งอยู่ในทำเลทองเพราะสามารถเดินจากสถานีชิบูย่า ไปได้โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที ที่ร้านขายเมนูอาหารเที่ยงแบบกล่องเพื่อสุขภาพและคาคิโกริสไตล์ "dolce"

ภาพด้านบนคือ Lemon and Mixed Berries with Rare Cheese (ราคา 1,000 เยน) เป็นตัวเลือกที่ใครได้ลองก็จะต้องถูกใจ!

เมนูที่มีชื่อเสียงของร้านจริงๆ แล้วคือคาคิโกริหน้าตาไม่เหมือนใครตามภาพด้านบน เพราะแทนที่จะเป็นน้ำแข็งไสหน้าตาธรรมดา แต่คาคิโกริของที่นี่มีมองยังไงก็ดูเป็น เค้ก! เมื่อใช้ช้อนตักลงไปที่ก้อนเค้กจะเจอกับเกล็ดหิมะและคาคิโกริแสนอร่อยอยู่ด้านใน!

8. Sakanoue Cafe (ยุชิมะ・Yushima)

ด้วยเมนูที่หลากหลายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และคาคิโกริ Sakanoue Cafe จึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีระหว่างการเดินทางของคุณ เมนูคาคิโกริของที่นี่ก็หน้าตาน่ารักเอามากๆ จนไม่สามารถต้านทานพลังความน่ารัก ต้องหยิบมือถือมาถ่ายรูปสักแชะก่อนกินแน่ๆ!

เมนู O-Matcha Short (ราคา 1,300 เยน) ราดมาด้วยครีมมัทฉะแวววาวสวยงาม ด้านในสอดแทรกด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีที่เข้ากันกับครีมมัทฉะได้อย่างลงตัว

หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่สุดก็คือ SAKURA Panda (ราคา 1,500 เยน) คาคิโกริท็อปปิ้งด้วยครีมหน้าตาเหมือนแพนด้าสุดน่ารัก ด้านในสอดไส้ด้วยโมจิและสตรอว์เบอร์รีเต็มคำ และมาร์ชเมลโลรูปแพนด้าชิ้นเล็กๆ ที่เสิร์ฟมาคู่กันก็ยิ่งเพิ่มความน่ารักขึ้นไปอีก!

9. Kooriya Peace (คิชิโจจิ・Kichijoji)

Kooriya Peace ร้านกาแฟบรรยากาศสบายๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านคิชิโจจิ เป็นย่านยอดนิยมที่มีร้านค้าและร้านอาหารเล็กๆ แห่งใหม่ๆ ตั้งอยู่มากมาย น้ำแข็งไสของที่นี่จะทำให้ผู้พบเห็นประทับใจแน่นอน เพราะได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจเต็มไปด้วยลูกเล่นน่ารักๆ เช่น น้ำตาลปั่น (spun sugar) ที่ท็อปมาบนเมนู Spring Cremet d'Anjou ที่จะละลายลงไปในครีมรสโยเกิร์ตและซอสราสเบอร์รีทันทีเมื่อทานด้วยกัน 

แค่เผลอไปมองเมนู Christmas Tree ก็ทำให้รู้สึกถึงวันหยุดที่สดใสได้แล้ว! ต้นไม้น้ำแข็งแสนน่ารักนี้มีเยลลี่มัทฉะและถั่วแดงแปะอยู่ด้านข้าง มาพร้อมครีมมัทฉะและดวงดาวที่ประดับยอดไว้อย่างสวยงาม

10. Haimaru Coffee (โคยามะ・Koyama)

คนทั่วไปอาจจะมองว่าที่นี่เป็นเพียงคาเฟ่ธรรมดาๆ แต่จริงๆ แล้ว Haimaru Coffee เชี่ยวชาญทั้งการทำคาคิโกริและราเมง! คุณสามารถเลือกเพลิดเพลินกับเมนูของวันหยุดสุดพิเศษได้ไม่ว่าจะเป็นเมนู Hearty Valentine สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ (ราคา 1,190 เยน) หรือ Oni-Chan (ปีศาจน้อย) สำหรับช่วงเทศกาลเซ็ทสึบุนในฤดูใบไม้ผลิ (ราคา1,090 เยน) 

บางครั้งยังมีการปรับหน้าตาของเมนูเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับเทศกาล เช่นเมนู Hime (เจ้าหญิง) (ราคา 1,190 เยน) เวอร์ชั่นเทศกาลอีสเตอร์จะมีการเพิ่มหูกระต่ายรสช็อคโกแลตเอาไว้ด้านบนด้วย!

ที่โตเกียวมีร้านคาคิโกริให้ลิ้มลองมากมายหลายประเภท แตกต่างกันไปทั้งหน้าตาและรสชาติ แน่นอนว่ามันเป็นของหวานช่วยชีวิตที่ดีอันดับต้นๆ ในฤดูร้อน และแม้แต่ในฤดูหนาวเองก็ยังมีหลายๆ คนออกไปตามหาเมนูนี้ดับความกระหาย!

ด้วยตัวเลือกที่มากมายอาจจะยากถ้าต้องเลือกว่าจะทานแบบไหนที่ร้านใด แต่ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้แวะไปลองคาคิโกริหลายๆ ร้านตลอดการเดินทาง เพื่อเอาตัวรอดจากอากาศอันร้อนแรงของญี่ปุ่น!

 

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร