10 ข้อควรรู้เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น

กฎและมารยาทในการใช้บริการรถไฟนั้นมักจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและท้องที่ ที่ญี่ปุ่นเองก็มีมารยาทและธรรมเนียมในการขึ้นรถไฟที่เป็นเอกลักษณ์และมีกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ไม่ได้ระบุในกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเราๆ ล่ะควรปฏิบัติตัวอย่างไรดีเมื่อใช้บริการรถไฟ? ในบทความนี้เราจะขอแนะนำ '10 ข้อควรรู้เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น' เพื่อทำให้การเดินทางในญี่ปุ่นของคุณเป็นทริปที่สบายใจและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

ทั่วประเทศ

เคล็ดลับ

1.การต่อแถวขึ้นรถไฟ | ให้ผู้โดยสารบนรถไฟลงก่อน

ก่อนอื่น เรามาเริ่มกันที่มารยาทขั้นพื้นฐานในการขึ้นและลงรถไฟกัน การขึ้นรถไฟของญี่ปุ่นมีข้อกำหนดอยู่ว่าต้องต่อแถวโดยแบ่งเป็น 2 แถวและต้องยืนอยู่บริเวณซ้าย-ขวาของประตูโดยเว้นที่ว่างด้านหน้าประตูไว้ ในจังหวะนี้ ตามมารยาทของคนญี่ปุ่นแล้ว เราต้องรอให้คนลงจากรถไฟจนหมดเสียก่อน จึงสามารถขึ้นรถไฟได้

ในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ ผู้คนก็มักให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่จะลงรถไฟก่อนเป็นอันดับแรก หากคุณบังเอิญขึ้นรถไฟในช่วงที่มีผู้โดยสารแน่นแล้วได้ยืนใกล้กับประตู ก็ควรลงจากรถไฟก่อนครั้งหนึ่งเพื่อให้คนลงได้สะดวก และเมื่อคนลงจนหมดแล้วจึงค่อยกลับขึ้นไปในรถไฟอีกครั้ง สำหรับช่วงที่คนไม่เยอะ คุณก็ควรยืนให้ชิดขอบข้างใดข้างหนึ่งเข้าไว้ หรือไม่ก็เดินเข้าด้านในของตัวรถไฟไปเลย อาจดูน่ารำคาญเล็กน้อยที่ต้องเปลี่ยนที่ไปมา แต่การขวางทางผู้คนที่จะลงจากรถไฟนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

2.ไม่พูดคุยเสียงดังภายในรถไฟ

เมื่ออยู่บนรถไฟ คุณควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยและทำตัวให้เงียบที่สุดทำที่จะทำได้ การพูดคุยหรือฟังดนตรีเสียงดังๆ อาจไปรบกวนผู้คนที่อยู่รอบข้างได้ นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เกิดจากการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อที่ทุกคนจะได้ใช้บริการการขนส่งสาธารณะได้อย่างสบายใจ

คุณอาจสงสัยว่าแล้วคนญี่ปุ่นทำไรกันในระหว่างนั่งรถไฟ โดยส่วนใหญ่แล้ว พวกเขามักจะอ่านหนังสือ, หนังสือพิมพ์, ฟังเพลง, ดูหนัง หรือคุยกับเพื่อนผ่านทางสมาร์ทโฟน และหากเป็นนักเรียน เราก็มักจะเห็นพวกเขาทบทวนบทเรียนกันอยู่ บางครั้งก็มีคนคุยกันในรถไฟเช่นกัน แต่พวกเขาก็จะคอยระวังเรื่องการใช้เสียงไม่ให้ไปรบกวนคนรอบข้าง เพราะการพูดคุยเสียงดังในรถไฟเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ คุณควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องที่ไม่สุภาพและเรื่องที่คนอื่นไม่อยากได้ยินด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ ทำตัวให้เงียบที่สุดจนกว่าจะถึงจุดหมายนั่นเอง

3.ปิดเสียงโทรศัพท์และเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ภายในรถไฟ

หลีกเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ภายในรถไฟก็นับเป็นมารยาทที่พึงปฏิบัติเช่นกัน เราขอแนะนำให้ปิดเสียงสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดก่อนที่จะขึ้นรถไฟ และหากมีสายเรียกเข้าในขณะที่อยู่บนรถไฟ คุณก็ไม่ควรรับเช่นกัน การส่งเมล์สั้นๆ หรือแชทตอบไปว่าจะโทรกลับภายหลังนับเป็นวิธีรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด

หากเป็นเรื่องเร่งด่วน ทางที่ดีที่สุด คือ คุณควรลงจากรถไฟที่ชานชาลาของสถานีถัดไปแล้วค่อยโทรกลับ หากเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรอได้จริงๆ ก็ควรคุยให้จบภายในไม่กี่วินาที และขณะที่คุยก็ควรเอามือปิดปากและระวังไม่ให้เสียงไปรบกวนคนรอบข้างด้วย

นอกจากนี้ ในกรณีที่คุณเกิดอยู่ใกล้กับที่นั่งสำรองพิเศษในช่วงที่มีคนหนาแน่น ก็ควรปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือไปเลย เนื่องจากอาจมีผู้โดยสารที่ใส่เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องควบคุมจังหวะหัวใจอยู่ เราต้องไม่ลืมเอาใจใส่คนรอบข้างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

4.ระวังท่านั่งไม่ให้รบกวนคนอื่น

ที่นั่งของรถไฟญี่ปุ่นโดยปกติจะนั่งได้ประมาณ 7 - 8 คน อาจจะดูอึดอัดไปหน่อยเมื่อเทียบกับรถไฟในประเทศอื่น ดังนั้น คุณควรระวังไม่ไปนั่งกินที่ของคนอื่น หรือนั่งในท่าที่กีดขวางคนรอบข้าง การนั่งไขว้ขาหรือนั่งกางขาที่กินพื้นที่เยอะจนเกินไปก็อาจรบกวนพื้นที่สวนตัวของแขกคนอื่นๆ ได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ คุณควรหลีกเลี่ยงการวางสัมภาระหรือกระเป๋าเดินทางลงบนที่นั่งด้วย โดยควรวางสัมภาระไว้บนตักหรือด้านหน้าของตัวเองแทน นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องคอยระวังไม่ให้ไปรบกวนคนอื่นให้มากที่สุด ในบางกรณี การวางสัมภาระบนตาข่ายที่อยู่บนที่นั่งก็สามารถทำได้เช่นกัน เมื่อคุณใช้บริการรถไฟ ก็ควรจำไว้เสมอว่า ภายในรถไฟเป็นพื้นที่สำหรับส่วนรวม

5.ระมัดระวังเมื่อเดินทางกับสัมภาระใหญ่ๆ ในชั่วโมงเร่งด่วน

สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ ยิ่งสัมภาระมีขนาดใหญ่เท่าไร ก็ยิ่งต้องระมัดระวังให้มากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนของเหล่านักเรียนและพนักงานบริษัท ซึ่งเป็นช่วง 7:00 - 9:00 น. และ 17:00 - 19:30 น. หากคุณมีแพลนจะใช้บริการรถไฟในละแวกโตเกียวและโอกาซ้าในช่วงเวลาดังกล่าวแล้วล่ะก็ คุณต้องเตรียมใจเป็นพิเศษเลย เพราะในช่วงที่พีคสุด อาจมีอัตราการขึ้นรถไฟสูงถึง 200% เลยทีเดียว

ในช่วงนี้ ผู้คนจะแน่นหนาจนขยับตัวแทบไม่ได้ และหากคุณนำกระเป๋าเดินทางหรือกระเป๋าใบใหญ่ๆ มาด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะสร้างความลำบากให้กับผู้คนรอบข้าง ในกรณีที่ยืนอยู่ใกล้กับประตู คุณจำเป็นต้องลงและขึ้นรถไฟใหม่ทุกๆ ครั้งที่มีการจอดเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในกรณีที่มีกระเป๋าสะพาย คุณควรสะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนคนอื่นในเวลาที่มีผู้คนหนาแน่นด้วย ทางที่ดีที่สุด คือ ควรเลี่ยงการเดินทางโดยรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วนนี้

6.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มภายในรถไฟ

กฏเกี่ยวอาหารและเครื่องดื่มภายในรถไฟนั้นอาจต่างกันไปในแต่ละประเทศ สำหรับประเทศญี่ปุ่น การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มภายในรถไฟถือว่าเป็นเรื่องเสียมารยาท เนื่องจากกลิ่นอาหารอาจสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้างได้

โดยทั่วไปญี่ปุ่นจะห้ามการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มภายในรถไฟ มีเพียงรถไฟชินคันเซ็นเท่านั้นที่สามารถทำได้ คุณควรจำมารยาทข้อนี้ไว้ให้ดี เพื่อที่จะไม่เผลอสร้างความลำบากใจให้กับผู้คนรอบข้าง

7.หลีกเลี่ยงการเดินกดโทรศัพท์มือถือ

"การเดินกดโทรศัพท์มือถือ" ได้กลายมาเป็นปัญหาทางสังคมของญี่ปุ่นในปัจจุบัน อัตราการหกล้มและอุบัติเหตถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตจากการเดินกดสมาร์ทโฟนภายในสถานีรถไฟนั้นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเดินไปพลางดูแอพฯ นำทางไป หรือการเล่นเกมอย่าง 'Pokemon Go' นั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง การใช้สมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดอะไร แต่สิ่งที่เป็นปัญหา คือ การใช้ที่จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์จนมองไม่เห็นสิ่งรอบตัว ทางที่ดีที่สุด คือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ในขณะที่อยู่ภายในตัวสถานีหรือชานชาลา

8. ระวังความปลอดภัยของตนเองบนรถไฟในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่น

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่เราก็ไม่ควรละเลยการระวังความปลอดภัยของตนเอง แม้แต่ในทุกวันนี้ปัญหาการลวนลามในรถไฟหรือตามบันไดเลื่อนก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งคุณควรระวังตัวเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะพบกับโจรล้วงกระเป๋า หรืออาจขโมยกระเป๋าเดินทางทั้งใบไปเลยก็ได้ เราจึงควรดุูแลสัมภาระไว้ไม่ให้ห่างจากตัว และควรถือหรือกระเป๋าสะพายในลักษณะที่กอดไว้กับตัวเอง และหากเป็นกระเป๋าเดินทางแล้วก็ควรใช้เชือกผูกไว้กับเสาหรือราวจับภายในตัวรถไฟด้วย

9.รถไฟสำหรับผู้หญิง

การขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นมี 'ยานพาหนะสำหรับผู้หญิง' ที่อนุญาตให้ผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถขึ้นใช้บริการได้ ซึ่งมีตั้งแต่รถไฟไปจนถึงรถบัสและแท็กซี่ เป็นระบบที่ไนำเข้ามาใช้เพื่อแก้ปัญหาการลวนลาม ในช่วงเวลาเร่งด่วน รถไฟส่วนหนึ่งจะกลายเป็นรถไฟสำหรับผู้หญิงเท่านั้น แน่นอนว่าผู้ชายไม่สามารถใช้บริการได้เนื่องจากผิดกฏหมาย แต่ในกรณีของเด็กที่ต่ำกว่าชั้นอนุบาล คนพิการ หรือผู้ดูแลบุคคลดังกล่าว สามารถใช้บริการได้โดยไม่จำกัดเพศ

10.ที่นั่งสำรองพิเศษ

ภายในรถไฟจะมี 'ที่นั่งสำรองพิเศษ' ที่สำรองไว้ให้กับคนพิการ ผู้สูงอายุ และคนท้อง เป็นที่นั่งที่มีภาพบ่งบอกและมีคำว่า 'Priority Seat' เขียนไว้ หากมีบุคคลดังกล่าวขึ้นรถไฟมา คุณควรสละที่นั่งให้เขาโดยทันที เพียงกล่าวคำว่า 'โด้โซะ' ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า เชิญครับ/ค่ะ แล้ว อีกฝ่ายก็ยินดีที่จะนั่งอย่างแน่นอน

มารักษามารยาทการนั่งรถไฟที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น และสนุกกับการเดินาทางกันเถอะ

มารยาทการใช้บริการรถไฟในญี่ปุ่นนั้นอาจดูเข้มงวดไปบ้างเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม" เราจึงควรรักษามารยาท กฏเกณฑ์ และธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศที่เรากำลังอยู่ มาทำความเข้าใจ 10 ข้อควรรู้ข้างต้นนี้ และเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ปลอดภัยและสบายใจกันเถอะ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร