10 ร้านทำผมยอดฮิตในโตเกียวแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว ณ ย่านโอโตเมะซันโด ชิบูย่า อาโอยาม่า

ร้านทำผมดังๆ ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะอยู่ในย่านโอโตเมะซันโด อาโอยาม่า และชิบูย่าของโตเกียว ถึงขนาดว่ากันว่าย่านเหล่านี้มีร้านทำผมเยอะกว่าร้านสะดวกซื้อเลยทีเดียว สำหรับบทความนี้เราได้คัดเลือกร้านทำผมที่ล้วนแต่เป็นร้านชั้นแนวหน้า มีช่างทำผมมากประสบการณ์ ทั้งยังให้บริการแฮร์ทรีตเมนต์ เทคนิคการตัด และสไตล์ที่ทันสมัย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักทั้งบริการต่างๆ รวมไปถึงร้านที่แม้แต่ชาวต่างชาติอย่างเราๆ ที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็สามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสบายใจ

โตเกียว

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. SUNVALLEY Omotesando

ช่างทำผมของร้านนี้เชี่ยวชาญรอบรู้เรื่องเส้นผมและหนังศรีษะมากเป็นพิเศษ โดยในวันธรรมดามีบริการทำสปาผมที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การนวดหนังศรีษะสุดฟิน ทั้งยังมีแฮร์ทรีตเมนต์ให้เลือกหลากหลาย รวมไปถึง TOKIO Inkarami ซึ่งกำลังบูมมากๆ ในโซนเอเชียจากประสิทธิภาพการฟื้นฟูผมเสียอันยอดเยี่ยม!

ทุกบูธทำผมของร้านนี้จะมาพร้อมกับไดร์เป่าผมจากแบรนด์ Dyson ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายของเส้นผมจากการยืดหรือดัดนั่นเอง

การบริการและความเอาใจใส่ของที่นี่ก็บอกได้เลยว่าเป็นเลิศ! นอกจากจะมีห้องส่วนตัวให้ครอบครัวของลูกค้ามานั่งผ่อนคลายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีโต๊ะขนาดใหญ่ให้นั่งรอพลางจิบเครื่องดื่มได้แบบฟรีๆ และเล่น iPad ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้อีกด้วย

บริการสุดประทับใจยังไม่หมดแค่นี้ เพราะช่างทำผมบางคนยังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้! ถึงจะพูดญี่ปุ่นไม่ได้ก็ใช้บริการได้อย่างสบายใจแน่นอน

2. air-AOYAMA

air-AOYAMA ร้านทำผมชั้นแนวหน้าที่ได้ไปปรากฏอยู่ในนิตยสารหลายเล่ม รองรับแขกที่มาใช้บริการอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ดาราคนดังไปจนถึงครอบครัวพร้อมลูกน้อย เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลแสนสะดวก ทั้งยังรองรับภาษาต่างประเทศ จึงเป็นอีกร้านที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ที่นี่ไม่เพียงแต่มีพนักงานที่พูดอังกฤษได้เท่านั้น แต่ยังมีเมนูภาษาอังกฤษ และชีทรวมประโยคที่ใช้บ่อยในร้านทำผมพร้อมกับคำแปลภาษาอังกฤษและภาษาจีน แค่ชี้ไปที่ประโยคที่คุณอยากพูด ช่างทำผมก็จะรู้แล้วว่าคุณต้องการอะไร

แม้ว่าเมนูยอดนิยมของร้านนี้จะเป็นการตัดและย้อมสีผม แต่ทางร้านก็ยังบริการอื่นๆ อยู่อีกมากมาย ซึ่งรวมไปถึง คอร์สสปาผมต้าน AGA (อาการผมร่วงในเพศชาย) ที่ให้บริการโดยพนักงานที่มีใบรับรองวิชาชีพ

ร้านนี้ยังพร้อมไปด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผมของตัวเอง ซึ่งอ่อนโยนต่อเส้นผมถึงขนาดที่สามารถใช้กับเด็กทารกได้เลยทีเดียว สำหรับผู้ที่สนใจ คุณสามารถสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PLATINUM DROP by air (คลิกลิงก์เพื่อไปยังเว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่นของผลิตภัณฑ์) ได้จากทางร้าน

3. RENJISHI AOYAMA

ร้านทำผมในญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะไม่คุ้นเคยกับเส้นผมของชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนเอเชีย แต่ที่ร้าน RENJISHI AOYAMA นี้ เจ้าของร้านมีจุดมุ่งหมายที่จะสรรค์สร้างบริการใหม่ๆ ที่นี่จึงมีทีมช่างทำผมมืออาชีพที่เชี่ยวชาญเส้นผมทุกประเภท ซึ่งได้ผ่านการฝึกฝนเทคนิคจากต่างประเทศมามากมาย เช่น โรงเรียน Sassoon Academy

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในร้านทำผมไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่ให้บริการ Olaplex Treatment ซึ่งช่วยลดความเสียหายจากการดัดและฟอกผม และไม่ทำให้เส้นผมมีวอลลุ่มลดลงจากการทำทรีตเมนต์

ไม่ว่าคุณจะมาคนเดียวหรือมากับครอบครัว คุณก็จะได้พบกับการต้อนรับอันอบอุ่นภายในร้านที่ตกแต่งแบบเรียบแต่โก้ ขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าเพื่อที่ทางร้านจะได้จัดเตรียมช่างที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ คุณสามารถทำการจองและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของร้านนี้ได้จากเว็บไซต์ของร้าน ซึ่งรองรับภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ (ลิงก์ด้านล่าง) 

4. VeLO

หากคุณกำลังมองหาทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์เหมาะกับตัวคุณอยู่ล่ะก็ VeLO เป็นร้านที่คุณต้องแวะไปให้ได้สักครั้ง ช่างทำผมของที่นี่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้เกี่ยวกับเทรนด์ทรงผมล่าสุดในญี่ปุ่นและเทคนิคการจัดทรงที่ยอดเยี่ยม พวกเขาจะใช้ประสบการณ์และความรู้ที่สะสมมาจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกค้าแต่ละคน เพื่อสรรค์สร้างทรงผมเฉพาะตัวที่เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณ!

ทันทีที่เข้ามาในร้านคุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าจะได้รับบริการระดับพรีเมี่ยมจากที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นระเบียงที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างอิสระ หรือจำนวนเก้าอี้ทำผมที่มีอยู่ไม่มากเพื่อการันตีว่าลูกค้าจะได้รับการเอาใจใส่อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร้านนี้จะยินดีให้บริการลูกค้าชาวต่างชาติ แต่ก็มีช่างทำผมที่พูดอังกฤษได้อยู่อย่างจำกัด และร้านนี้จะรับเฉพาะลูกค้าที่ทำการจองล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้น

5. Vetica

ร้านทำผมแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นล่างของอาคารเดียวกันกับร้าน VeLO แม้ว่าจะมีผู้บริหารรายเดียวกัน แต่ทว่ามีทีมช่างที่ต่างกัน โดยข้อแตกต่างระหว่าง VeLO กับ vetica คือ VeLO จะมุ่งเน้นให้บริการกับกลุ่มลูกค้าที่มีอายุ และมีเรทราคาที่ค่อนข้างสูงสักหน่อย ในขณะที่ vetica จะเน้นกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาวที่สนใจเทรนด์และสตรีทแฟชั่น

แต่ไม่ว่าจะเป็นร้านใดก็ให้บริการอย่างยอดเยี่ยม รับรองได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

การตกแต่งภายในก็ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างเล็กๆ ของสองร้านนี้ โดย VeLO จะมีการตกแต่งที่ให้บรรยากาศแบบผู้ใหญ่ ในขณะที่ vetica จะมีการตกแต่งแบบผสมผสานที่เน้นความเก๋ๆ ชิคๆ 

ทั้งสองร้านต่างก็ตกแต่งด้วยสีโทนไม้เป็นหลัก ทำให้รู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่บ้าน ทั้งยังมีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่รับแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

6. Lani5710

ทีมช่างทำผมของร้านนี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเส้นผมเหนือสิ่งอื่นใด หากได้มาทำสปาและทรีตเมนต์ผมหลากประเภทของที่นี่แล้ว รับรองได้ว่าเส้นผมของคุณจะนุ่มสลวยเงางามและแข็งแรงไปจนถึงโคนอย่างแน่นอน

บริการที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษคือ System Treatment ซึ่งจะแตกต่างไปตามรสนิยมและปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมของลูกค้าแต่ละท่าน 

นอกจากนี้ ช่างทำผมของที่นี่ทุกคนยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาในการสื่อสาร อีกทั้งพวกเขายังมีร้านสาขาอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ มั่นใจได้ว่าจะพร้อมต้อนรับลูกค้าชาวต่างชาติทุกท่านอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ ร้านนี้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในร้านทำผมของญี่ปุ่น เช่น ผลิตภัณฑ์ของ Shiseido ที่ทำขึ้นเพื่อร้านทำผมโดยเฉพาะ และผลิตภัณฑ์ของ Davines แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผมสัญชาติอิตาลีที่โด่งดังจากผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับใครที่อยากเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หายากเหล่านี้ คุณสามารถแวะเข้ามาได้โดยไม่ต้องทำการจองล่วงหน้า แต่หากต้องการมาใช้บริการทำผม แล้วล่ะก็ ขอแนะนำเป็นให้ทำการจองไว้ก่อน โดยเฉพาะในวันเสาร์อาทิตย์ที่อาจจะยากสักหน่อยหากไม่ได้ทำการจองล่วงหน้ามา

7. Tierra Harajuku

ช่างทำผมของร้านนี้เข้าใจเป็นอย่างดีว่าทรงผมนั้นมีผลต่อ first impression ของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก พวกเขาจะใช้เทคนิค ความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา เปลี่ยนลูกค้าให้ดูดีราวกับเป็นคนละคน ถึงกับมีช่างท่านหนึ่งกล่าวว่าหากใครได้มาทำผมที่ร้านนี้แล้ว จะได้พบกับรักใหม่อย่างรวดเร็วเลยทีเดียวล่ะ!

ทีมของที่นี่เชี่ยวชาญในด้านการย้อมสีผมเป็นพิเศษ โดยมีสูตรพิเศษที่จะช่วยลบสีแดงหรือสีส้มบนเส้นผม ด้วยเหตุนี้เองจึงมีลูกค้ามาย้อมผมเป็นสีขุ่นๆ อย่าง Ash Brown และ Ash Black ที่ร้านนี้เป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่าร้านนี้ไม่ได้มีจุดขายลูกค้าประจำเป็นบริการย้อมสีผมเพียงอย่างเดียว แต่ร้านนี้ยังได้ไปปรากฏอยู่บนนิตยสารญี่ปุ่นหลายฉบับ จากเทคนิคการตัดผมที่ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง! ทั้งยังมีเมนูทรีตเมนต์ผมสูตรออริจินัลที่ช่วยฟื้นฟูผมเสียแห้งฟู

ลองแวะมาที่ร้านทำแห่งนี้ แล้วดึงเอาความสวยงามที่อยู่ภายในตัวคุณออกมาให้โลกเห็นกันหน่อยไหม! 

8. MARIS HAIR & TREATMENT Omotesando 

ร้านทำผมจำนวนมากในญี่ปุ่นจะคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีผมยาวปานกลางขึ้นไป แต่สำหรับร้านนี้ไม่เป็นเช่นนั้น อันที่จริงแล้ว ร้านนี้เชี่ยวชาญในเส้นผมทุกระดับความยาว และมีเทคนิคเฉพาะตัวที่จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดกับเส้นผม พร้อมยังทำให้เส้นผมสลวยและเงางาม 
หนึ่งในการบริการที่เราขอแนะนำเป็นพิเศษก็คือ Original Treatment ซึ่งเป็นการเพิ่มส่วนประกอบมากมายที่เป็นประโยชน์แก่เส้นผม ไม่ว่าจะเป็น กรดอะมิโน โปรตีน ความชุ่มชื้น และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้เส้นผมของคุณเงางามและมีสุขภาพดี  เป็นทรีตเมนต์ที่ดาราและนางแบบญี่ปุ่นหลายคนเลือกใช้บริการเลยทีเดียว

MARIS Omotesando ไม่ได้เป็นเพียงร้านทำผมธรรมดาทั่วไป แต่เป็นสถานเสริมความงามครบวงจรที่ให้บริการทำเล็บและแต่งขนตาอีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เสริมความงามทุกชนิดของญี่ปุ่นได้ครบในที่เดียว 
เนื่องจากทางร้านให้บริการเฉพาะผู้ที่ทำการจองไว้ก่อน ดังนั้นอย่าลืมจองล่วงหน้าไว้! อีกสิ่งที่อยากแนะนำคือควรเตรียมภาพทรงผมที่ต้องการมาด้วยเพื่อการสื่อสารที่ราบรื่น เพราะที่นี่มีพนักงานที่สื่อสารหลายภาษาได้ค่อนข้างน้อยนั่นเอง   

9. K-two AOYAMA

K-two AOYAMA ร้านทำผมที่มียอดรีวิวเรียกได้ว่ามาก ในบรรดาร้านทำผมย่านอาโอยาม่าบน HotPepper Beauty เว็บไซต์จองสถานเสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ร้านนี้เชี่ยวชาญในเทคนิคการตัดผมที่ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง หรือที่เรียกว่า "โคกาโอะคัท (小顔カット)" นอกจากนี้ ทางร้านยังมีบริการอันเป็นเอกลักษณ์ โดยให้ลูกค้าเลือกแชมพูที่ตนอยากใช้ จากตัวเลือกแชมพูกว่า 30 ชนิด! เลือกแชมพูเสร็จแล้ว ก็เอนกายทอดสายตาชมวิวสวยๆ ได้ เนื่องจากที่นั่งสระผมของทางร้านหันเข้าหาหน้าต่างนั่นเอง 

ช่างทำผมของที่นี่นอกจากจะให้บริการทำผมแล้ว ยังมีบริการแต่งหน้าแปลงโฉม ซึ่งรวมไปถึงบริการเกี่ยวกับขนตาและคิ้วด้วย แต่ต้องระวังสักนิดว่าช่างทำผมอาจจะไม่ได้อยู่ประจำที่ร้านตลอด จึงควรจองล่วงหน้าไว้ก่อน 
อย่างไรก็ตาม ที่นี่เป็นร้านที่เรียกได้ว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแต่งสวยในระหว่างที่อยู่ในญี่ปุ่น รับรองได้ว่าทีมช่างของที่นี่จะต้อนรับคุณอย่างอบอุ่นแน่นอน

10. TONI&GUY Aoyama

ร้านทำผมจากอังกฤษที่ชนะรางวัลมากมาย และมีสาขาอยู่มากกว่า 600 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ได้เข้ามาเปิดสาขา ณ ย่านอาโอยาม่า จังหวัดโตเกียวแล้ว! 
การหาร้านทำผมในญี่ปุ่นที่มีช่างทำผมผู้เชี่ยวชาญเส้นผมของชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนเอเชียนั้นอาจจะยากสักหน่อย ดังนั้นหากคุณต้องการหาผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ก็ขอแนะนำให้แวะมาที่ร้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ แต่อยากลองทำผมที่ญี่ปุ่นดูสักครั้ง ก็ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

ช่างทำผมของร้านนี้สามารถรังสรรค์ทรงผมแทบทุกแบบทุกสไตล์ในโลกนี้ให้คุณได้ ทั้งยังรอบรู้เกี่ยวกับเทรนด์ทรงผมใหม่ๆ และพร้อมที่จะตอบรับทุกความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการดัด หรือการย้อมสีสันฉูดฉาด นอกจากนี้ที่นี่ยังมีช่างที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ รับรองได้ว่าคุณจะเดินออกจากร้านนี้พร้อมกับความพึงพอใจอย่างแน่นอน

ลองมาสัมผัสประสบการณ์ทำผมที่ญี่ปุ่นกัน!

ความรู้และฝีมือของช่างทำผมชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หากคุณมีโอกาสได้มาญี่ปุ่น ก็ไม่ควรพลาด ลองแวะไปสัมผัสฝีมือของพวกเขาเหล่านี้ดูสักครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเดินทางไปยังร้านข้างต้นที่เราได้นำเสนอไป เราอยากให้คุณแวะมาดูข้อควรระวังเหล่านี้ก่อนเล็กน้อย

→ ในกรณีที่ทางร้านมีพนักงานที่สามารถพูดอังกฤษได้ ขอแนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าไว้เสมอโดยวิธีที่เราได้นำเสนอไป เนื่องจากพนักงานดังกล่าวอาจไม่ประจำอยู่ที่ร้านทุกวัน หากไม่ทำการจองไว้ก่อน จึงเสี่ยงที่จะพลาดการรับบริการได้

→ หากคุณไม่มั่นใจในภาษาญี่ปุ่นของตัวเอง ขอแนะนำให้พกรูปภาพต่างๆ หรือพาเพื่อนที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้การสื่อสารระหว่างคุณกับช่างทำผมง่ายขึ้นมาก

→ กรุณาไปให้ทันเวลานัด เพราะนัดของคุณอาจจะถูกยกเลิกได้ หากคุณสามารถใช้โทรศัพท์ในญี่ปุ่นได้ ควรโทรแจ้งทันทีเมื่อรู้ตัวว่าอาจไปถึงไม่ทันเวลานัด


หากคุณสนใจจองร้านทำผมในบทความนี้ ลองอ่านสองบทความนี้ดูนะ

ข้อมูลสถานที่ตั้งคร่าวๆ

เกี่ยวกับ JRF

ร้านทำผมในบทความนี้ทุกร้านตั้งอยู่ในอาคารที่บริหารโดย Japan Retail Fund Investment Corporation (JRF)

JRF จัดอยู่ในกลุ่ม Real Estate Investment Trust (“REIT”) ของ Tokyo Stock Exchange (รหัสหลักทรัพย์: 8953) ตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ.2002 เป็นห้างหุ้นส่วนแห่งแรกในญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นเป้าหมายและลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สำหรับทำการค้า

ในฐานะ J-REIT ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งมุ่งเน้นด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับทำการค้า JRF ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงในการกระจายส่วนแบ่งให้กับผู้ถือหุ้น รวมถึงเพิ่มมูลค่าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านการเลือกสรรอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงสำหรับทำการค้า

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.jrf-reit.com/english/index.html

คำสงวนสิทธิ์
* บทความนี้เขียนขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอ Japan Retail Fund Investment Corporation (JRF) มิใช่คำเชิญชวนให้ลงทุนในหลักทรัพย์ของ JRF หรือกองทุนใดๆ ไม่ กรุณาเลือกลงทุนด้วยการตัดสินใจและความเสี่ยงของคุณเอง
บริษัทหลักทรัพย์: Mitsubishi Corp. -UBS Realty Inc.
(ผู้บริหารตราสารทางการเงิน: Kanto Local Finance Bureau (FIBO) No. 403, Full Member of The Investment Trusts Association, Japan)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร