เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ JR Pass ที่บอกเลยว่าถ้าไม่รู้คือพลาดมาก!

คุณเคยอยากประหยัดค่าเดินทางในการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นไหม? เคยได้ยินเรื่องเจอาร์พาสแต่ไม่รู้ว่ามันใช้ยังไงหรือเปล่า? ลองอ่านบทความนี้ดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าเจอาร์พาสดียังไง

ทั่วประเทศ

เคล็ดลับ

หลายๆท่านคงทราบว่าการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นใช้เงินเยอะมาก จริงอยู่ที่เราสามารถหาอาหารที่ทั้งถูกและอร่อยในญี่ปุ่นได้ไม่ยาก แต่ค่าที่พักและค่าเดินทางนี่สิ ทำงบบานปลายทุกที ตอนที่ผู้เขียนตัดสินใจมาเที่ยวญี่ปุ่นเป็นเวลาสามอาทิตย์เมื่อปีที่แล้ว ก็เพิ่งจะได้มารู้จักกับ Japan Rail Pass (JR Pass) บัตรโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่จะทำให้ทุกท่านประหยัดค่าเดินทางไปได้มากทีเดียว

เพื่อไม่ให้คุณต้องเสียเวลาในการเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับพาสนี้ เราได้รวมข้อมูลพื้นฐานน่ารู้เกี่ยวกับ JR Pass เอาไว้ให้แล้ว!

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่าพาสนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางแค่เมืองสองเมือง แต่จะคุ้มกว่าสำหรับการเดินทางข้ามภูมิภาค เช่น เดินทางจากคันโตไปคันไซ เป็นต้น

สามารถเลือกได้ระหว่างพาส 7, 14 หรือ 21 วัน

คุณสามารถเลือก JR Pass ได้ 3 แบบ คือแบบ 7, 14 หรือ 21 วัน เมื่อคุณเริ่มใช้พาสแล้ว จะสามารถใช้ได้ติดต่อกันไปได้ตามจำนวนวันที่กำหนดเท่านั้น คือถึงจะไม่ได้ใช้พาสเลยในวันใดวันหนึ่ง ก็จะไม่ได้รับวันเพิ่มนะ ระวังกันให้ดีๆ ล่ะ  

ราคา

ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ JR pass ระบุราคาพาสต่างๆไว้ดังนี้ พาส 7 วัน ราคา 29,110 เยน พาส 14 วัน 46,390 เยน และพาส 21 วัน 59,350 เยน ผู้จัดจำหน่ายแต่ละที่อาจจะมีเพิ่มค่าบริการเล็กน้อย แต่ถ้าคุณโชคดีก็อาจจะได้รับส่วนส่วนลดในช่วงโปรโมชั่นได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น คอยตรวจสอบราคาไว้หน่อยก็ดีนะ ถึงราคาจะไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ประหยัดได้ใช่ไหมล่ะ

JR Pass ไม่ได้ใช้ได้ทุกคนนะ

หัวข้อนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ JR Pass ไม่ได้ใช้กันได้ทุกคนนะ พาสนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ชาวต่างชาติที่มีสถานภาพการเข้าประเทศญี่ปุ่นแบบ "การพำนักระยะสั้น" ใช้เท่านั้น พูดง่ายๆก็คือนักท่องเที่ยวนั่นเอง ถ้าคุณคือนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ถือวีซ่านักเรียน หรือ ถือวีซ่า working holiday ล่ะก็ เสียใจด้วยนะ คุณจะไม่สามารถใช้ JR pass ได้ (นักเรียนแลกเปลี่ยนบางคน เช่น นักเรียนแลกเปลี่ยนช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ก็ถือวีซ่าพำนักระยะสั้นนะ เพราะฉะนั้นลองเช็คดูก่อนว่าวีซ่าของคุณเป็นแบบไหน)  

อีกอย่างหนึ่งคือ JR Pass  เป็นพาสสำหรับนักท่องเที่ยว ดังนั้น คนญี่ปุ่นจะไม่สามารถใช้พาสนี้ได้ ยกเว้นคนญี่ปุ่นที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนที่พำนักอยู่ต่างประเทศอย่างถาวร ก็จะสามารถใช้พาสนี้ได้เช่นกัน

สามารถซื้อ JR Pass ได้ที่นอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

ถึงแม้ว่า JR Pass จะดูคุ้มค่ามากก็ตาม นักท่องเที่ยวหลายๆคนก็ไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนไปญี่ปุ่น ดังนั้น อาจจะมีบางคนที่อยากจะซื้อพาสเมื่อเดินทางถึงแล้ว แต่พาสนี้จะไม่ถูกวางขายประเทศญี่ปุ่น เพราะมันถูกออกแบบเพื่อให้นักท่องเทียวชาวต่างชาติใช้ พาสนี้จึงถูกขายให้ผู้จัดจำหน่ายในแต่ละประเทศเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากจะประหยัดเงินล่ะก็ วางแผนการเที่ยวให้ดีๆ ก่อนมาญี่ปุ่นดีกว่านะ

คุณจะสามารถรับพาสจริงได้ก็ต่อเมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น

Geoff Stearns/Flickr

ถึงแม้ว่าคุณจะต้องซื้อ JR Pass นอกญี่ปุ่น แต่คุณจะได้รับพาสจริงก็ต่อเมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น เมื่อคุณชำระเงินกับผู้จัดจำหน่าย JR Pass ในประเทศของคุณ คุณจะได้รับ “Exchange Order” หรือใบยืนยันการซื้อ ซึ่งจะยังใช้โดยสารรถไฟไม่ได้ เมื่อคุณเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว คุณสามารถรับพาสจริงได้ที่สถานีรถไฟใหญ่ๆ โดยนำใบ Exchange Order และพาสปอร์ตตัวจริง (ไม่รับฉบับถ่ายเอกสาร) ไปยื่นให้เจ้าหน้าที่เพื่อรับพาส 

การใช้งาน

 

Hisagi (氷鷺)/Wikimedia

คุณสามารถใช้ JR Pass เพื่อท่องเที่ยวแทบจะเรียกได้ว่าได้ทั่วญี่ปุ่นเลยทีเดียว คุณสามารถใช้พาสนี้ในการโดยสารรถไฟทั้งแบบปกติและแบบรถด่วน บัส และเรือเฟอร์รี่ของกลุ่ม JR แต่ก็มีข้อยกเว้นดังนี้

รถไฟ

JR Pass ไม่สามารถใช้เพื่อโดยสารรถไฟชินคันเซ็นแบบโนโซมิ และแบบมิซูโฮะได้ ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งแบบจองหรือไม่จองก็ตาม

รถบัส

JR Pass ไม่สามารถใช้โดยสารรถบัสด่วนของกลุ่ม JR ได้

เรือเฟอร์รี่

JR Pass จะสามารถใช้ขึ้นเรือเฟอร์รี่สาย JR-West Miyajima ได้เท่านั้น เรือเฟอร์รี่สายอื่น รวมถึงเรือเฟอร์รี่แบบ hydrofoil ระหว่างฮากาตะและปูซาน (เกาหลี) จะไม่สามารถใช้พาสได้ 

ถ้าไม่ได้ใช้พาสล่ะก็ สามารถเอาไปแลกคืนได้!

ถ้าคุณเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากระทันหันว่าจะไม่ใช้ JR Pass คุณสามารถนำพาสที่คุณแลกแล้ว ไปขอแลกรับเงินคืนได้ แต่ข้อควรระวังคือ คุณสามารถขอแลกเงินคืนได้ในช่วงก่อนที่จะถึงวันเริ่มเปิดใช้พาสเท่านั้น และจะเสียค่าบริการ 10%

สำหรับท่านที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้ว แต่ไม่สามารถแลกพาสได้เพราะไม่ผ่านคุณสมบัติในการใช้ JR Pass ก็สามารถขอรับเงินคืนได้เช่นกัน โดยส่งใบ Exchange Order กลับไปยังผู้จัดจำหน่ายของคุณภายใน 1 ปี นับจากวันที่ซื้อ และจะมีค่าบริการประมาณ 10-15%

ไม่สามารถขอรับ JR Pass ใหม่ได้ หากทำหาย

ดูแลพาสของคุณให้ดีๆล่ะ เพราะว่าบริษัท JR จะไม่ออกพาสใหม่ให้หากพาสของคุณเสียหาย โดนขโมย หรือ สูญหาย ดังนั้น คุณควรดูแลพาสของคุณให้เหมือนกับที่คุณดูแลพาสปอร์ต เพราะถ้าคุณทำมันหาย คุณจะต้องจ่ายค่าเดินทางเพิ่มอีกมากทีเดียว

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ JR Pass:  http://www.japanrailpass.net/en/index.html

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร