ญี่ปุ่นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศแล้ว! มีผลอย่างไร ปิดประเทศจริงไหม? [อัพเดต 16 เม.ย.]

เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน 2020 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศให้ญี่ปุ่นเข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉินใน 7 จังหวัด และในวันที่ 16 เมษายน ก็ได้ครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว แน่นอนว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งก็อาจมีข้อสงสัยว่ามันจะส่งผลในทางปฏิบัติอย่างไรบ้าง ในบทความนี้เราจะช่วยตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในญี่ปุ่น พร้อมแสดงให้เห็นว่าประกาศในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อคุณอย่างไรบ้าง

ทั่วประเทศ

เคล็ดลับ

เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในญี่ปุ่น ?

เนื่องด้วยในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ญี่ปุ่นได้ตรวจพบผู้ป่วย โควิด19 รายใหม่เป็นจำนวนมากถึงหลักร้อยในหนึ่งวัน (ทำให้มีผู้ป่วยสะสมสูงถึงกว่า 5,000 รายทั่วประเทศในขณะนั้น และมากกว่า 9,000 คนในปัจจุบัน) ส่งผลให้นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เรียกการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่านี้ว่าเป็น "วิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดที่ญี่ปุ่นเคยพบมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง" และในวันที่ 7 เมษายน※ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใช้อำนาจตามกฎหมายรับมือพิเศษสำหรับไวรัสไข้หวัดฉบับใหม่มาตรา 32 วงเล็บ 1 ประกาศให้ญี่ปุ่นเข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นการต่อกรกับการแพร่ระบาดของไวรัสในครั้งนี้

สถานการณ์ฉุกเฉินนี้มีจะผลต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม ภายในช่วงเวลาดังกล่าวผู้ว่าการรัฐของโตเกียว โอซาก้า และอีกห้าจังหวัดกลุ่มเสี่ยง (ไซตามะ ชิบะ คานากาว่า เฮียวโกะ และฟุกุโอกะ)※ มีอำนาจที่จะขอความร่วมมือประชาชนให้ทำการกักตัวเองและออกนอกบ้านได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเท่านั้น นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้กล่าวไว้ว่าสิ่งนี้ทำไปเพื่อ "เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน" และช่วยลดการพบปะกับบุคคลอื่นๆ ลงประมาณ 70-80%

อย่างไรก็ตาม ประกาศนี้ไม่ได้ส่งผลให้เกิดการล็อคดาวน์ที่บังคับใช้กันตามกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักๆ ทั่วโลก แม้ว่านายกอาเบะจะขอให้ผู้คนปฏิบัติตามอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่มีบทลงโทษทางกฎหมายใดๆ สำหรับการฝ่าฝืนแนวทางปฏิบัตินี้ เนื่องจากกฎหมายญี่ปุ่นห้ามไม่ให้ผู้ว่าการรัฐควบคุมการเคลื่อนไหวและอิสรภาพอื่นๆ ของประชาชน แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ตาม

และแม้ว่าคุณโคอิเคะ ยูริโกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว จะขอให้มีการมอบอำนาจพิเศษในการบังคับใช้เคอร์ฟิวและมาตรการที่ใกล้เคียงกัน แต่ในปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ในขอบเขตของการขอความร่วมมืออยู่  
 

※อัพเดตเพิ่มเติม : ในวันที่ 16 เมษายน 2020 ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้ง 47 จังหวัดแล้ว

กิจการและธุรกิจใดได้รับผลกระทบบ้าง ?

แม้รัฐบาลจะขอให้ผู้ประกอบธุรกิจออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม แต่มาตรการที่ใช้กันจริงๆ นั้นก็จะเป็นไปตามที่บริษัทแต่ละแห่งเห็นสมควร อย่างไรก็ตาม กิจการที่มีความจำเป็นอย่างซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ และร้านขายยายังเปิดให้บริการตามปกติอยู่

แม้ในส่วนของกิจการที่ไม่มีความจำเป็นจะไม่ได้ถูกบังคับให้ปิด แต่กิจการรายใหญ่หลายรายก็เริ่มปิดตัวเองลงให้เราได้เห็นกัน ตัวอย่างเช่น ร้านคาราโอเกะ Big Echo ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง Shibuya 109 และร้านกาแฟ Starbucks

ผู้ว่าการรัฐสามารถขอให้โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงหนัง และสถานดนตรีต่างๆ ปิดทำการได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่ก็ไม่มีอำนาจในการลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม จะทำได้แค่เพียงเปิดเผยชื่อของสถานบริการดังกล่าวเท่านั้น ในส่วนของบริการที่มีความสำคัญอย่างไฟฟ้า แก๊ส และน้ำประปานั้นจะดำเนินไปตามปกติ

สถานการณ์ฉุกเฉินนี้มีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง ?

นักท่องเที่ยวในเจ็ดจังหวัดภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินจะถูกขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง แต่รถบัส รถไฟ และการขนส่งสาธารณะอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงให้บริการตามปกติ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่บังคับมาตรการควบคุมใดๆ ต่อกิจการรถไฟ แต่ในขณะเดียวกันบริษัทรถไฟบางรายก็อาจมีมาตรการควบคุมเป็นของตัวเอง โดยสามารถตรวจสอบได้จากทางเว็บไซต์ของแต่ละบริษัท

ในส่วนของสายการบินต่างๆ จะเห็นได้ชัดว่ามีการลดเที่ยวบินลงไปมากเนื่องจากความต้องการที่ลดตัวลง โดยสถานการณ์อาจจะยิ่งแย่ขึ้นไปในอนาคตอีกด้วย และแม้ว่านายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลจะไม่เข้ามายุ่งในการจำกัดเที่ยวบิน แต่ความต้องการที่ลดตัวลงก็ทำให้เที่ยวบินน้อยลงไปอยู่แล้ว ดังนั้น หากคุณมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางมาหรือออกจากญี่ปุ่นในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสายการบินอีกครั้ง

ในด้านความกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหาร นายกกระทรวงการเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นได้ให้ความมั่นใจว่าร้านค้าจะไม่มีการขาดแคลน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกักตุนอาหาร แม้แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดรัฐก็ยังสามารถบังคับให้ผู้ผลิตจำหน่ายสินค้าให้แก่รัฐโดยตรง เพื่อที่รัฐจะได้นำไปแจกจ่ายให้กับพื้นที่ที่ต้องการมากที่สุด อย่างไรก็ตามกรณีเช่นนี้มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมากๆ

จะเกิดอะไรขึ้นกับญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้นี้ ?

อย่างที่ได้ทราบกันแล้วว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายน้อยมาก แต่ก็มีร้านค้าและกิจการต่างๆ จำนวนมากพากันปิดตัวลงชั่วคราวเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในญี่ปุ่น อีเวนต์ต่างๆ หลายงานก็ได้ออกมาประกาศเลื่อนหรือยกเลิกไปแล้ว และจะเห็นได้ชัดเลยว่ามีผู้คนออกมาเดินนอกบ้านน้อยลงไปมาก เนื่องจากคนญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะกักตัวเองอยู่บ้านแม้ว่าจะไม่มีการบังคับก็ตาม

หากคุณกำลังอยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉุกเฉิน เราขอแนะนำให้แวะเข้าไปอ่านคู่มือการอยู่ในญี่ปุ่นอย่างปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่บทความนี้

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสถานการณ์ในญี่ปุ่นได้เข้าสู่จุดร้ายแรงแล้ว หากคุณกำลังอยู่ในญี่ปุ่นหรือมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางมาญี่ปุ่น เราขอแนะนำให้คุณปฏิบัติตามแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งตัวคุณเองและคนอื่นๆ หากร่วมมือร่วมใจกันแล้ว เราจะสามารถผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร