ปั่นจักรยานเช่าเลียบแม่น้ำคาโมงาวะ แม่น้ำอันเป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต พร้อมเที่ยวชมมรดกโลก!

จักรยานเช่าเป็นพาหนะในการเดินทางที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเที่ยวชมเกียวโต เมืองที่มีจุดท่องเที่ยวกระจายอยู่แทบจะทุกหัวมุม หากใช้ประโยชน์จากที่ราบริมแม่น้ำของ "แม่น้ำคาโมงาวะ (鴨川)" ที่ไหลผ่านใจกลางของเมืองเกียวโตแล้วล่ะก็ จะสามารถเดินทางไปถึงที่หมายที่ต้องการได้ อีกทั้งยังจะได้รับชมทิวทัศน์ตามฤดูกาลต่างๆ ของเกียวโตอีกด้วย ในครั้งนี้เรา นักศึกษามหาวิทยาลัยในท้องถิ่น จะขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับเส้นทางเที่ยวชมมรดกโลกอย่าง "ศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ (下鴨神社)" และ "ศาลเจ้าคามิกาโมะจินจะ (上賀茂神社)" โดยมีจุดสตาร์ทอยู่ที่ย่านแห่งนักศึกษา เดะมาจิยานากิ ไปดูกันเลย!

ชิโมกาโมะ / เดะมาจิยานากิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

แนะนำโดยนักศึกษาในท้องถิ่น! เส้นทางปั่นจักรยานเที่ยวชมมรดกโลก

จุดสตาร์ทคือที่นี่! ย่านแห่งนักศึกษา เดะมาจิยานากิ (出町柳)

จุดเริ่มต้นของเราคือเดะมาจิยานากิ ย่านที่มีสถานีของรถไฟฟ้าเคฮังและรถไฟฟ้าเอซังอยู่ เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยชื่อดังตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงทำให้เป็นย่านที่มีนักศึกษาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

แม่น้ำคาโมงาวะนั้นเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านใจกลางของตัวเมืองเกียวโต โดยเป็นแม่น้ำที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของแม่น้ำสองสาย ได้แก่ "แม่น้ำคาโมงาวะ (加茂川)" และ "แม่น้ำทาคาโนะงาวะ (高野川)" ซึ่งจุดที่แม่น้ำทั้งสองสายมารวมตัวกันนี้เองที่เป็นที่ตั้งของเดะมาจิยานากิ ในบริเวณพื้นที่รูปสามเหลี่ยมที่ถูกห้อมล้อมด้วยแม่น้ำสองสายแห่งนี้เป็นที่ตั้งของมรดกโลก "ศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ (下鴨神社)" รวมไปถึง "ป่าทาดาซุโนะโมริ (糺の森)" ที่แผ่ขยายอยู่ในอาณาเขตของศาลเจ้าดังกล่าว และหากเลียบตามแม่น้ำคาโมงาวะที่ไหลผ่านอยู่ทางฝั่งตะวันตกของป่าดังกล่าวขึ้นไปทางเหนือแล้วล่ะก็ จะพบกับ "ศาลเจ้าคามิกาโมะจินจะ (上賀茂神社)" ที่ถูกบันทึกให้เป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน

ในครั้งนี้ เราจะขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับเส้นทางที่วิ่งผ่านสถานที่ดังกล่าว

ร้านที่ควรแวะก่อนออกเดินทาง!

ก่อนจะออกเดินทาง ลองแวะมาที่ร้านค้าที่อยู่ใกล้กับสถานีเพื่อซื้ออาหารและขนมเพื่อไว้ทานในระหว่างทางดูหน่อยไหม? เนื่องจากที่ริมแม่น้ำมักจะมีม้านั่งหรือลานกว้างอยู่เป็นจำนวนมาก คุณจึงสามารถใช้เวลาอย่างผ่อนคลายพลางชมวิวทิวทัศน์ได้

ในกรณีที่อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป การแวะดื่มน้ำชาหรือทานอาหารกลางวันในคาเฟ่ที่อยู่ตามเส้นทางนี้ ซึ่งเราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักในตอนหลัง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกัน

ที่ร้าน "โอนิกิริยะซัง (おにぎり屋さん)" ที่อยู่ใกล้กับฝั่งซ้ายของสถานีนั้น เป็นร้านที่คุณสามารถเลือกซื้ออาหารอย่างโอนิกิริ, คาราอาเกะไก่ (ไก่ทอดกรอบ), หรือเทมปุระได้

ฝั่งตรงข้ามของโอนิกิริยะซังจะมีร้านขนมปังที่มีชื่อว่า "เบเกอรี่ริวเก็ตสึโด (ベーカリー柳月堂)" สินค้าขายดีของทางร้านคือ "คุรุมิปัง (くるみパン)" ซึ่งเป็นขนมปังแป้งเหนียวนุ่มที่มีไส้วอลนัตอัดอยู่ภายในอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยสินค้าอีกหลากหลายชนิด อาทิเช่น แซนด์วิช, ขนมปังแบบแข็ง, และขนมปังที่มีรสชาติหวาน

ได้เวลาออกเดินทาง! จุดหมายแรกคือศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ

และแล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง จุดหมายแห่งแรกที่เราจะไปกันนั้นก็คือศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ

เดินทางไปทางทิศตะวันตกโดยมีสถานีรถไฟฟ้าเอซังอยู่ทางขวามือ จนออกไปยังถนนสองเลนที่มีชื่อว่า "ถนนคาวาบาตะโดริ (川端通)"

ข้ามทางม้าลายของถนนคาวาบาตะโดริในจุดดังรูป

เมื่อข้ามมาแล้วก็จะเห็น "สะพานคาวาอิบาชิ (河合橋)" ให้ข้ามสะพานนี้ไปด้วย

เมื่อข้ามสะพานมาแล้วก็ให้เลี้ยวขวาไปที่ถนนสายเล็กๆ ตรงหัวสะพาน และมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือ

เมื่อตรงมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายไปยังถนนที่มีซุ้มประตูโทริอิตั้งอยู่

ปั่นตรงไปอีกสักพักก็จะพบกับทางเข้าของ "ป่าทาดาสุโนะโมริ (糺の森)" แต่เนื่องจากไม่สามารถนำจักรยานเข้าไปได้ เราจึงต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งไปยังจุดจอดจักรยานกันก่อน

จากนั้นให้ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงสุดเขตพื้นที่ทางทิศตะวันตก ก็จะพบกับทางเข้าจุดจอดรถจักรยานอยู่ตรงหัวมุม จากจุดนี้ให้จอดจักรยานและเดินลอดผ่านประตูโทริอิที่เห็นอยู่ด้านหน้า เมื่อมองไปทางซ้ายมือก็จะพบกับ "ศาลเจ้าคาวาอิจินจะ (河合神社)" ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในฐานะเทพแห่งความงามที่คอยคุ้มครองผู้หญิง

หากต้องการที่จะออกไปยังทางเดินของศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะที่ทอดผ่านป่าทาดาสุโนะโมริอยู่ในแนวเหนือใต้แล้วล่ะก็ ให้ลอดผ่านโอริอิซุ้มที่สองไปโดยที่ไม่ต้องเลี้ยวเข้าไปในศาลเจ้าคาวาอิจินจะ

ป่าทาดาสุโนะโมริมีพื้นที่ประมาณ 12 เฮกตาร์ (120,000 ตารางเมตร) เป็นป่าที่มีอยู่มาตั้งแต่ในสมัยโจมง (14,000 - 300 ปีก่อนคริสตกาล) และมีต้นไม้ที่มีอายุตั้งแต่ 200 - 600 ปี เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่นพลางชื่นชมธรรมชาติจากสมัยโบราณกาลและสายน้ำของแม่น้ำที่ใสสะอาด

ภายในอาณาเขตของ "ศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ" ที่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าทึบนี้ นอกจากจะมีศาลหลัก 2 หลังที่ได้รับการระบุให้เป็นสมบัติของชาติแล้ว ยังมีอาคารอีกกว่า 53 หลังที่ได้รับการระบุให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกด้วย ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นก่อนสมัยเฮอัน ถือว่าเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของเกียวโต เป็นศูนย์รวมความศรัทธาที่ได้รับการเคารพบูชาในฐานะเทพผู้คุ้มครองที่คอยปัดเป่าความชั่วร้ายและภัยพิบัติด้วยสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังได้รับการเคารพบูชาในฐานะเทพผู้คอยคุ้มครองความเป็นอยู่ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการผูกสัมพันธ์ การคลอดบุตรง่าย การเลี้ยงดูเด็ก หรือความปลอดภัยในการเดินทาง

ทิ้งศาลเจ้าไว้เบื้องหลัง แล้วปั่นจักรยานเลียบไปตามที่ราบริบแม่น้ำ!

หลังจากชื่นชมศาลเจ้าชิโมกาโมะจนเต็มอิ่มแล้ว เราจะขอพาคุณมุ่งหน้าไปยังที่ราบริมแม่น้ำของแม่น้ำคาโมงาวะ

ออกมาจากจุดจอดรถจักรยานและปั่นเลียบลงทางทิศใต้ไปตาม "ถนนชิโมกาโมะฮงโดริ (下鴨本通)" ที่ทอดตัวอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของศาลเจ้า พอมองเห็นปั๊มน้ำมันอยู่ทางด้านหน้าก็ให้เลาะไปทางปั๊มนั้น

จากนั้นก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ จนพบกับ "สะพานอาโออิบาชิ (葵橋)" ที่พาดข้ามแม่น้ำคาโมงาวะ

ข้ามสะพานเพื่อไปยังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ

หลังจากข้ามสะพานแล้ว ให้เลี้ยวขวาที่หัวมุมแรก

จากนั้นก็จะพบกับทางลาดเพื่อลงไปยังที่ราบริมแม่น้ำ

ลงทางลาดแล้วตรงต่อไปเรื่อยๆ เลียบแม่น้ำไปทางทิศเหนือ

เนื่องจากบริเวณที่ราบริมแม่น้ำนี้ก็ยังเป็นสวนสาธารณะด้วยเช่นกัน จึงมีม้านั่งและลานกว้างกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ หากรู้สึกหิวแล้วล่ะก็ จะลองหาที่นั่งที่ถูกใจแล้วนั่งทานโอนิกิริหรือขนมปังพลางชมวิวของแม่น้ำดูก็ได้ เนื่องจากในฤดูใบไม้ผลิบริเวณนี้จะมีซากุระออกดอกสวยงาม จึงทำให้ได้รับความนิยมในฐานะจุดชมดอกไม้อีกด้วย

ย่านคิตะยามะ (北山エリア) ย่านที่จำเป็นต้องแวะ!

หลังจากผ่านสะพาน 2 สะพาน ได้แก่ "สะพานอิซุโมะจิบาชิ (出雲路橋)" และ "สะพานคิตะโอจิบาชิ (北大路橋)" ไปแล้ว เมื่อเห็นสะพานที่ 3 "สะพานคิตะยามะโอบาชิ (北山大橋)" ให้ขึ้นทางลาดที่อยู่ทางซ้ายมือไป

เส้นทางนี้จะพาคุณมุ่งหน้าไปยัง "ย่านคิตะยามะ" จุดแวะพักที่เราภูมิใจนำเสนอ คิตะยามะเป็นเมืองที่มีบรรยากาศชวนให้ผ่อนคลาย อีกทั้งยังเรียงรายไปด้วยคาเฟ่และร้านสินค้าแฟชั่นต่างๆ มากมาย

พอขึ้นทางลาดมาอยู่ที่หน้าสะพานคิตะยามะโอบาชิแล้ว ให้ข้ามสะพานเพื่อไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ

ปั่นตรงไปทางทิศตะวันออกตาม "ถนนคิตะยามะโดริ (北山通)" กำแพงต้นไม้ที่เห็นอยู่ทางขวามือนั้นเป็นของ "สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต (京都府立植物園)" เดินหน้าไปอีกสักพักก็จะพบกับทางเข้าของสวนดังกล่าว

ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นภาพทางเข้าของ "สวนพฤกษศาสตร์เกียวโต" หากนับเฉพาะสวนพฤกษศาสตร์ที่เป็นของรัฐแล้ว สวนแห่งนี้นับได้ว่าเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 240,000 ตารางเมตร และมีพืชพรรณที่เพาะปลูกไว้ถึงกว่า 12,000 สายพันธุ์ จุดภายในสวนที่เราขอแนะนำคือ เรือนกระจกสังเกตการณ์แบบเดินวนรอบ (回遊式観覧温室) ซึ่งจัดได้ว่ามีขนาดใหญ่อยู่ในระดับชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น นอกจากนี้ก็ยังมีจุดน่าสนใจอื่นๆ อยู่อีกมากมาย อาทิเช่น ลานหญ้า, ต้นซากุระ, สวนกุหลาบ, และสวนระบบนิเวศน์พืช เป็นต้น

ร้านที่ติดอยู่กับทางเข้าสวนก็คือร้าน "In the Green" ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหารอิตาลี ร้านพิซซ่า และคาเฟ่ เป็นร้านที่คุณจะได้ทาน Neapolitan pizza ที่อบโดยเตาไม้ ในส่วนของเมนูนั้นก็มีอยู่อย่างเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารกลางวัน เมนูคาเฟ่ หรือเมนูอาหารค่ำ นอกจากนี้ก็ยังมีที่นั่งนอกระเบียงที่สามารถย่าง BBQ พลางสัมผัสกับสีเขียวของสวนพฤกษศาสตร์อยู่อีกด้วย 

ที่ฝั่งตรงกันข้ามเยื้องกับ In the Green ไปเล็กน้อยจะเป็นที่ตั้งของ "MALEBRANCHE (マールブランシュ)" ร้านขนมสไตล์ตะวันตกที่เป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต ช็อตเค้กของทางร้านนั้นมีให้เลือกตั้งแต่แบบปกติไปจนถึงแบบที่มีเฉพาะฤดูกาล ภายในร้านเรียงรายไปด้วยเค้กที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม นอกจากสินค้ายอดนิยมอย่าง "มองบลังค์" แล้ว ก็ยังมีเค้กที่ใช้วัตถุดิบแบบญี่ปุ่นอย่างมัทฉะ, เห็ด, และถั่วดำอยู่อีกด้วย เนื่องจากมีซาลอนเชื่อมต่ออยู่ติดกัน จะนั่งทานภายในร้านก็ OK

มุ่งสู่จุดหมายสุดท้าย ศาลเจ้าคามิกาโมะจินจะ (上賀茂神社)

หลังจากที่เต็มอิ่มกับย่านคิตะคามิแล้ว ก็ได้เวลามุ่งสู่จุดหมายสุดท้าย ศาลเจ้าคามิกาโมะจินจะ

กลับมายังที่ราบริมแม่น้ำ และมุ่งขึ้นไปทางเหนือ

เมื่อมาถึงสะพานแห่งที่ 2 "สะพานมิโซโนะบาชิ (御薗橋)" ให้ขึ้นทางลาดที่อยู่ก่อนถึงสะพาน

เมื่อขึ้นทางลาดมาแล้ว ให้ตรงไปตามถนน (มุ่งสู่ทิศเหนือ) จนถึงหัวสะพาน

ข้ามสะพานในจุดนี้เพื่อไปยังฝั่งตะวันออก (ฝั่งขวามือ) ของแม่น้ำ

หลังจากที่ข้ามสะพานมาแล้ว หากตรงต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นเส้นทางไปสู่ศาลเจ้าคามิกาโมะจินจะ ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางดังกล่าว ลองแวะมาทำความรู้จักกับคาเฟ่แนะนำในบริเวณนี้กันก่อน

หลังจากข้ามสะพานมาแล้วให้เลี้ยวขวาที่หัวมุมแรก ตรงต่อไปอีกสักพักก็จะพบกับเวิร์คช็อปเครื่องปั้นดินเผา "คาโมกามะ (賀茂窯)" อยู่ทางซ้ายมือ

เวิร์คช็อปแห่งนี้มีคาเฟ่อยู่ติดกัน ซึ่งจะเสิร์ฟของหวาน กาแฟ และอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างอาหาร Macrobiotic ในเครื่องปั้นดินเผาแบบออริจินัลของทางร้าน
เนื่องจากอยู่ริมแม่น้ำจึงมีวิวทิวทัศน์ที่ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน ภายในร้านมีการจำหน่อยเครื่องปั้นดินเผาและของจุกจิกต่างๆ และยังมีการเปิดให้ลองสัมผัสประสบการณ์ปั้นเครื่องปั้นดินเผาอีกด้วย

·ที่นี่ได้ปิดทำการแล้วเมื่อเดือน 1 ปี 2562

หลังจากพักเหนื่อยที่คาโมกามะแล้ว ให้กลับมายังจุดที่ข้ามสะพานมา และมุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าคามิกาโมะจินจะ。

วิ่งตรงไปเรื่อยๆ โดยมีสะพานอยู่ทางด้านหลัง สักพักหนึ่งก็จะพบกับวงเวียนที่มีซุ้มประตูโทริอิอยู่ด้านหลัง

วิ่งตามสัญลักษณ์จุดจอดจักรยานที่อยู่ซ้ายมือจากโทริอิ เลาะไปทางทิศเหนือตามริมฝั่งตะวันตกของอาณาเขตศาลเจ้าไปก็จะพบกับจุดจอดจักรยาน หลังจากที่จอดจักรยานแล้วก็เดินย้อนกลับมาที่วงเวียน

ที่หน้าด้านของโทริอิจะเป็นที่ตั้งของร้าน "อาโอยะ ยาคิโมจิ โซฮนโปะ (葵家やきもち総本舗)" ซึ่งเป็นร้านที่ขาย "ยาคิโมจิ (やきもち)" ของขึ้นชื่อของศาลเจ้าคามิกาโมะ ยาคิโมจิเป็นขนมญี่ปุ่นที่ห่อไส้ถั่วแดงอาซุกิไว้ในแป้งโมจิแล้วนำไปย่าง มี 2 แบบให้เลือกซื้อคือ "ชิโระ (白)" ที่ใช้แป้งโมจิธรรมดา และ "โยโมกิ (よもぎ)" ที่นำแป้งโมจิไปนวดผสมกับพืชชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าโยโมกิ หากได้มาสักการะศาลเจ้าแห่งนี้แล้ว ไม่ควรพลาดที่จะลองซื้อทานดูสักครั้ง

"ศาลเจ้าคามิกาโมะ" เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของเกียวโตเช่นเดียวกันกับ "ศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ" เทพเคารพหลักของศาลเจ้านี้ก็เป็นเทพองค์เดียวกันกับศาลเจ้าชิโมกาโมะจินจะ ซึ่งก็คือเทพ คาโมวาเคะอิคาซึจิโอคามิ (賀茂別雷大神) ศาลเจ้าแห่งนี้มีอยู่มาตั้งแต่ในสมัยที่เกียวโตยังเป็นเมืองหลวง และเป็นที่เคารพบูชาในฐานะของเทพผู้เฝ้าประตูปีศาจ และเทพคุ้มครองราชวงศ์ ภายในบริเวณศาลเจ้าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือกองทราย 1 คู่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของโฮโซโดโนะ (สิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะแคบและยาว) สิ่งนี้เรียกว่า "ทาเตสึนะ (立砂)" ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นตำแหน่งที่เทพจะจุติลงมา นอกจากนี้ภายในศาลเจ้าก็ยังมีสมบัติของชาติอย่างอาคารศาลหลักและคาริโดโนะ (อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานมวลสารของเทพเป็นเวลาชั่วคราว) รวมไปถึงสมบัติทางวัฒธรรมที่สำคัญอีกมากมาย อาทิเช่น ประตูโรมง, ประตูคารามง, และทางเดินนิชิวาตาริโร อีกด้วย

 

 

เป็นอย่างไรบ้าง? จะเห็นได้ว่าถ้าเป็นจักรยานเช่าที่สามารถซอกแซกไปในเส้นทางเล็กๆ แล้วล่ะก็ ก่อนจะถึงจุดหมาย คุณจะสามารถชมวิวทิวทิศน์หรือแวะข้างทางตามใจได้ เป็นวิธีการเดินทางที่ทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศของเกียวโตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก หากมีโอกาสแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดที่จะลองใช้บริการดูสักครั้ง

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร