สอนทำ “Wave Toast” ขนมปังหน้าคลื่น เทรนด์ใหม่มาแรงในญี่ปุ่น 3 สูตร!

กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความของ tsunagu Japan วันนี้เราจะมาสอนทุกคนทำ Wave Toast หรือ ขนมปังหน้าเกลียวคลื่นสุดน่ารัก เทรนด์ใหม่มาแรงของคนญี่ปุ่นในช่วงนี้ วันนี้เรามีสูตรทำหน้าขนมปังมาให้ 3 สูตรด้วยกัน วัตถุดิบน้อย ทำง่าย แถมยังหน้าตาดี ถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลได้สบายๆ เลย!

ทั่วประเทศ

อาหารการกิน

Wave Toast คืออะไร?

เวฟโทสต์ (ウェーブトースト) หรือ ขนมปังเกลียวคลื่น เป็นเทรนด์การทาหน้าขนมปังด้วยหลังช้อนโดยจะใช้เทคนิคการปาดให้ดูมีทรงโค้งเหมือนคลื่นซ้อนกันไปเรื่อยๆ ค่ะ เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในหมู่คนญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้

ที่จริงแล้วคุณสามารถใช้ที่ทาหน้าขนมปังอะไรก็ได้เลยค่ะ โดยมีจุดสำคัญอย่างเดียว คือ ต้องมีเนื้อข้นเหนียวหรือเป็นครีมที่คงรูปได้ วัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้กัน คือ “ครีมชีส” ค่ะ โดยสามารถนำมาผสมกับแยม น้ำผึ้ง อโวคาโด หรือจะสีผสมอาหารให้เป็นสีพาสเทลน่ารักๆ ก็ได้ แต่ถ้าไม่ชอบครีมชีส จะใช้เป็นเนยถั่ว, ครีมสดวางสลับกับผลไม้ หรือ เพส (Paste) ที่ทำมาจากมันหวานบดหรือถั่วแดง ฯลฯ ก็ได้เหมือนกัน 
 

วันนี้เราจะมาทำหน้าขนมปัง 3 หน้ากันค่ะ คือ ครีมชีสเบอร์รี่ 2 ชนิด, ฟักทองครีมชีส และชาเขียวกับวิปครีม ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย!

วิธีทำ Wave Toast ครีมชีสเบอรี่ 2 ชนิด

ครีมชีสหอมมันที่นำมาผสมกับแยมบลูเบอรี่และแยมสตอเบอรี่ หวานอร่อยลงตัวสุดๆ วันนี้เราจะเอามันมาทาขนมปังกันค่ะ!

ส่วนผสม

ขนมปังขาว 1 แผ่น
ครีมชีส 50 กรัม *
แยมบลูเบอรี่ 1 ช้อนชา **
แยมสตอเบอรี่ 1 ช้อนชา **
น้ำผึ้งถ้วยละ 1-2 ช้อนชา 

* ครีมชีส + 1 ช้อนชา ในกรณีที่ใช้ขนมปังโฮลวีท ขนมปังปิ้ง หรือ อยากให้หน้าขนมปังเนียนเรียบก่อนทาครีมชีสค่ะ
** แยมบลูเบอรี่ สามารถปรับเพื่อให้ได้โทนสีและความหวานตามที่ต้องการได้ค่ะ แต่ถ้าอยากได้สีอ่อนๆ แต่รสหวานเพิ่มขึ้นก็ใส่น้ำผึ้งเพิ่มมาแทนได้ และถ้าอยากให้เนื้อครีมดูเนียนๆ ก็ให้ใช้เนื้อแยมโดยเลี่ยงผลไม้ชิ้นๆ ค่ะ
 

ขั้นแรกให้นำครีมชีส 50 กรัม แบ่งครึ่งใส่ถ้วย 2 ถ้วย แล้วนำไปอุ่นในไมโครเวฟ โดยใช้ไฟ 600 วัตต์ ประมาณ 6 - 10 วินาที ทำแบบนี้เพื่อให้ครีมชีสคลายตัวค่ะ
 

เนื้อมันจะขึ้นเงานิดๆ ค่ะ ถ้าเอียงถ้วยแล้วดูย้วยๆ แบบนี้ ก็ถือว่าพร้อมใช้แล้ว

ต่อไปก็เอาแยมสตอเบอรี่ผสมกับครีมชีสในถ้วยหนึ่ง และแยมบลูเบอรี่ผสมในอีกถ้วย อันนี้สามารถปรับปริมาณได้ตามใจชอบเลยนะคะ ถ้าอยากได้หวานๆ หรือสีเข้มๆ ก็ใส่ไปเยอะๆ หน่อย 

จากนั้นก็คนๆ แล้วก็เติมน้ำผึ้งค่ะ เพื่อเพิ่มความหวาน ในภาพนี้เราใส่ไปถ้วยละ 2 ช้อนชา แต่ไปปรับกันได้ตามใจชอบเลยค่ะ

ก็จะได้ออกมาเป็นสีม่วงกับสีส้มอ่อน น่ารักๆ แบบนี้ค่า 
เอาล่ะ มาทาขนมปังกันเลยดีกว่า!
 

สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ขนมปังขาวหรืออยากให้หน้าขนมปังขาวและเนียนเรียบ ขั้นแรกให้นำครีมชีสอีก 1 ช้อนชาที่เตรียมไว้มาทาบนขนมปังเพื่อเป็นเบสค่ะ ให้พื้นหลังเป็นสีขาวจะได้สวยๆ 

แต่สำหรับอันแรกของเราขอลองแบบไม่ทาเบสดูค่ะ อยากรู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า
 

อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีแค่ช้อนค่ะ ถ้าขนมปังแผ่นใหญ่ อยากได้เกลียวใหญ่ก็ให้ใช้ช้อนโต๊ะ แต่ถ้าอยากได้เกลียวเล็กๆ ก็ใช้ช้อนชาแทนได้
 

ขั้นแรกให้ตักครีมชีสในประมาณที่พอเหมาะ แล้วหยอดลงไปบนขนมปัง 

จากนั้นให้เอาหลังช้อนตรงปลายกด บิดขวา-ซ้ายเล็กน้อยเพื่อให้ทรงเกลียวคลื่นดูชัด แล้วปาดในลักษณะเฉียงลงไปทางขวา

แล้วก็ตักอีกสีหนึ่ง หยอดลงข้างๆ แล้วก็ปาดในลักษณะเดียวกัน ทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่นค่ะ

 

เวลาขึ้นแถวใหม่ก็อย่าลืมสลับสีนะคะ

เสร็จแล้วค่า~ น่ารักมากๆ จนทำให้การรับประทานขนมปังสนุกขึ้นเยอะเลยจริงไหมคะ
แต่อันนี้จะเป็นสายขนมหวานเพียวๆ ไปนิดหนึ่ง สำหรับสายสุขภาพ เราแนะนำหน้าถัดไปเลยค่ะ ฟักทองญี่ปุ่นและครีมชีส!
 

วิธีทำ Wave Toast ฟักทองญี่ปุ่นและครีมชีส

มีใครเลยทานฟักทองคู่กับครีมชีสไหมคะ? ถ้าไม่เคยเราแนะนำให้ลองมากๆ เลยล่ะ เพราะมันอร่อยมากกกก หวานมัน ติดรสเค็มนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ ลงตัวสุดๆ ส่วนผสมก็มีแค่ 3 อย่างเท่านั้นเองค่ะ
 

ส่วนผสม
ฟักทอง 200 กรัม*
ครีมชีส 50 กรัม
น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนชา*

*ในครั้งนี้เราใช้เป็นฟักทองญี่ปุ่นนะคะ
* น้ำผึ้งใช้เพิ่มความหวานให้ฟักทองค่ะ ใครที่ฟักทองหวานอยู่แล้วจะไม่ผสมก็ได้
 

ขั้นแรกให้เตรียมฟักทองค่ะ นำฟักทองมาล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ โดยหั่นตรงที่เป็นเปลือกสีเขียวออกไป ครีมฟักทองของเราจะได้เนื้อสีเหลืองส้มสวยๆ 

จากนั้นก็นำไปนึ่งค่ะ คนที่ไม่มีหม้อนึ่งก็สามารถใช้ไมโครเวฟแทนได้ โดยนำฟักทองใส่ชามใบใหญ่ แรปพลาสติกให้มิดชิดแล้วนำไปเข้าไปอุ่น โดยใช้ไฟ 600 วัตต์ ประมาณ 5 นาที
 

เสร็จแล้วก็นำออกมาบดค่ะ ตรงนี้ขอให้ชิมฟักทองก่อน ถ้าไม่หวานก็ให้ผสมน้ำผึ้งแล้วก็บดไปพร้อมๆ กันเลย

ฟักทองของใครเนื้อแห้งเกินไปก็ให้เติมน้ำหรือนมลงไปทีละนิดค่ะ จะทำให้บดง่ายและเนื้อเนียนขึ้นด้วย 

* เพิ่มเติม : ตรงนี้ถ้าใครไม่อยากให้ฟักทองเปลี่ยนสีให้ใช้เป็นน้ำนะคะ เพราะนมจะทำให้สีของครีมฟักทองอ่อนลง
 

ในส่วนครีมชีสก็เหมือนเดิมค่ะ ให้นำใส่ถ้วยแล้วนำไปอุ่นในไมโครเวฟด้วยไฟ 600 วัตต์ ประมาณ 6 - 10 วินาที เพื่อให้ครีมชีสคลายตัว เราจะไม่ปรุงรสครีมชีสเลย เพราะจะใช้รสเค็มๆ เปรี้ยวๆ ตามธรรมชาติของมันมาตัดกับความหวานของครีมฟักทองของเราค่ะ
 

คราวนี้เราจะมาทาบนขนมปังแผ่นเล็กเพื่อให้ต่างจากอันแรกค่ะ และเพราะขนมปังแผ่นเล็กลง ครั้งนี้เราเลยจะใช้ช้อนชาแทน

ขั้นแรกเลย ให้ทาครีมชีสบนขนมปังก่อน เพื่อให้มีพื้นสีขาวและหน้าขนมปังเรียบขึ้น จะได้ดูสวยๆ 

จากนั้นก็ทาด้วยวิธีเดิม คือ ให้ตักฟักทองในปริมาณพอเหมาะมาหยอดบนหน้าขนมปัง เสร็จแล้วก็นำหลังช้อนกดและปาดลงในลักษณะเฉียงขวาเล็กน้อย ก็จะได้เกลียวคลื่นแบบนี้

ตักครีมชีสหยอดลงข้างๆ แล้วปาดลงในแนวตรงเช่นกัน ทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ ค่ะ

ขึ้นแถวใหม่ก็อย่าลืมสลับสีด้วยนะคะ จะได้สวยๆ

เสร็จแล้วค่า~ สวยน่ารัก เหมาะจะถ่ายรูปมากๆ แถมยังอร่อยด้วย ฟักทองญี่ปุ่นรสหวานกลมกล่อม ตัดกับรสเค็มๆ เปรี้ยวๆ และความมันของครีมชีสได้เป็นอย่างดี เป็นรสชาติทานแล้วก็อยากทานอีกทุกที ทั้งอร่อยและมีประโยชน์เลยค่ะ

* เพิ่มเติม : ส่วนตัวเรารู้สึกว่าฟักทองกับครีมชีสเข้ากันได้ดีมากๆ กับน้ำผึ้ง, ลูกเกด, ถั่ว, พวกกราโนล่า, หรือพริกไทยดำค่ะ ใครสนใจก็ลองนำมาตกแต่งเพิ่มกันได้

วิธีทำ Wave Toast วิปครีมชาเขียว

เป็นหน้าขนมปังที่มีความเป็นญี่ปุ่นที่สุดในบทความนี้เลย วิปครีมผสมชาเขียวมัทฉะหอมๆ ทานคู่กับวิปครีมขาวหอมนม อร่อยหวานมันเต็มปาก ถูกใจสายขนมแน่นอน
 

ส่วนผสม

วิปครีม 200 ม.ล. (ใช้สีละ 100 ม.ล.)

ผงชาเขียวมัทฉะ 3 กรัม

น้ำตาล 30 กรัม (ใช้สีละ 100 ม.ล.)

ปากกาช็อกโกแลตสำหรับตกแต่ง
 

เราจะมาเริ่มที่การทำวิปครีมสีขาวกันก่อนค่ะ โดยจะใช้วิปครีม 100 ม.ล. ผสมกับน้ำตาล 15 กรัม

ขั้นแรก ผสมน้ำตาลลงในครีมแล้วคนให้ละลาย

จากนั้นให้นำชามวิปครีมไปตั้งบนชามที่ใส่น้ำเย็นและน้ำแข็งค่ะ (ระวังอย่าให้น้ำกระเด็นลงในชามวิปครีมนะคะ) แล้วก็ตีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตั้งยอด

ยกตะกร้อขึ้นมาแล้วเห็นเป็นปลายแหลมที่คงรูปได้แบบนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่า~

ต่อไปเราจะมาทำวิปครีมชาเขียวกันค่ะ เราจะใช้ผงชาเขียวมัทฉะ 3 กรัม น้ำตาล 15 กรัม และวิปครีม 100 ม.ล.

ขั้นแรกให้นำผงมัทฉะและน้ำตาลมาผสมกันในถ้วย

จากนั้นก็เติมวิปครีมลงไปค่ะ ค่อยๆ เติมลงไปทีละนิด แล้วก็คนผสมจนกว่าผงชาเขียวและน้ำตาลละลายเข้าไปในตัววิปครีม จนได้เนื้อครีมเนียนๆ (แบบในภาพด้านขวา) จากนั้นก็ให้นำชามวิปครีมไปตั้งบนชามที่มีน้ำผสมน้ำแข็ง แล้วตีจนกว่าจะตั้งยอดค่ะ

ยกตะกร้อขึ้นมาแล้วตั้งยอดปลายแหลมได้แบบนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ

เอาล่ะ! พร้อมแล้วเราก็มาทาขนมปังกันเลยดีกว่า! ครั้งนี้เราจะมาทาเป็นแนวตรง ไล่จากตรงยอดลงมาเป็นแถวๆ กันค่ะ

ขั้นแรกให้จับขนมปังตั้งเป็นทรงข้าวหลามตัดแบบในภาพด้านบน

จากนั้นก็ทาวิปครีมสีขาวรองเป็นพื้นก่อนค่ะ เพื่อให้ผิวข้างใต้มีสีที่เสมอกันและผิวขนมปังเรียบขึ้น

เสร็จแล้วก็ตักวิปครีมสีหนึ่งในปริมาณพอเหมาะ หยอดลงไปบนยอดขนมปัง 1 จุด แล้วเอาหลังช้อนปาดเบาๆ สั้นๆ ลงมาในแนวตรงค่ะ

แถวต่อไปใช้วิปครีมอีกสีค่ะ หยอดเป็น 2 จุดแบบนี้ แล้วปาดลงค่ะ
 

แถวต่อไปก็เป็นครีมมัทฉะ หยอดเป็น 3 จุด แล้วปาดลงค่ะ
 

และแถวต่อไปก็เป็นครีมขาว 4 จุด

จากนั้นตรงทางลงก็ลดจำนวนจุดลงเป็น 3 - 2 - 1 ตามลำดับค่ะ ทำไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น
 

เราก็จะได้ออกมาแบบนี้ค่ะ สีน่ารักจังเลย

 

ต่อไปเราจะมาตกแต่งขนมปังด้วยปากกาช็อกโกแลตกันค่ะ อันนี้เราซื้อมาจากโซนทำขนมที่ร้านไดโซะ เป็นหลอดบีบทรงที่เหมือนปากกา วิธีใช้ก็แค่นำปากกาไปแช่ในถ้วยน้ำอุ่นสักครู่หนึ่ง จากนั้นก็นำขึ้นมา หักตรงหัวออกแล้วใช้ได้เลย สะดวกมากๆ
 

วาดเป็นหน้าน้องหมีลงไป แล้วก็ตกแต่งเพิ่ม

เสร็จแล้วก็จะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ ดูน่ารักพร้อมนำไปถ่ายรูปลงโซเชียลสุดๆ

ใครที่อ่านสูตรนี้แล้วสนใจผงชาเขียวญี่ปุ่นขึ้นมาก็สามารถตามไปอ่าน บทความนี้ เพื่อรู้จักกับผงชาเขียวที่สามารถหาซื้อได้ในประเทศญี่ปุ่นได้ค่ะ
 

Wave Toast สุดน่ารัก ที่จะทำให้มื้อขนมปังของคุณอิ่มตาและเพลินใจยิ่งขึ้น!

Wave Toast เทรนด์การทาขนมปังหน้าเกลียวคลื่นสุดฮิตของคนญี่ปุ่น ทำไม่ยาก ใช้วัตถุดิบน้อย แถมยังดูน่ารักน่าทาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความใส่ใจในการทำอาหารของคนญี่ปุ่นที่นอกจากจะเน้นรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังทำให้ผู้ทานสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันที่ชวนอบอุ่นใจด้วย ใครที่กำลังมองหาอาหารมื้อพิเศษเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงนี้ก็ลองทำขนมปัง Wave Toast ทานกันดูนะคะ

สำหรับวันนี้ tsunagu Japan ก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ :)

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร