สรุปจุดชมวิวยามค่ำคืนของโอซาก้า เพลิดเพลินไปกับเมืองใหญ่ยามค่ำคืนของโอซาก้าฮิราโนะ!

สำหรับครั้งนี้เราจะมาแนะนำจุดชมวิวยามค่ำคืนของที่โอซาก้าฮิราโนะที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือนกันครับ ด้วยความที่อยู่ใกล้ภูเขาจึงสามารถที่จะชมวิวยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่ถือเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงได้รวบรวมจุดชมวิวของโอซาก้าที่อาจจะมีรสชาติแตกต่างจากโตเกียวอยู่บ้างมาให้ท่านได้ชมกันครับ

โอซาก้า

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

Abe no Harukas (あべのハルカス)

Abe no Harukas ในตอนนี้กำลังได้รับความสนใจในฐานะตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น จุดชมวิวซึ่งอยู่บนดาดฟ้ามีความสูงจากผืนแผ่นดินถึง 300 เมตร ให้คุณสามารถชื่นชมวิวเมืองยามค่ำคืน ท่านจะเห็นเมืองโอซาก้าฮิราโนะแผ่กว้างขยายจนสุดเส้นขอบฟ้า ที่โครงสร้างของจุดชมวิวเองก็มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยโถงเปิดโล่งบนชั้น 58 ที่ความสูง 300 เมตร จะทำให้คุณได้สูดอากาศได้อย่างเต็มปอด เป็นจุดชมวิวยอดนิยมในญี่ปุ่นที่มีค่าบริการสบายกระเป๋าเพียงแค่ 1500 เยนเท่านั้น

ที่จุดชมวิวยังมีภัตตาคารที่สามารถชมวิวชื่อว่า "SKYGARDEN" อีกด้วย เมนูในภัตตาคารนั้นก็มีแต่รายการอาหารอร่อย ๆ อย่าง Puka Dog* แซนด์วิช Beef Katsu หรือ แซนด์วิช Rainbow fruits โดยเฉพาะที่นั่งริมระเบียงที่สามารถจะสัมผัสกับทัศนียภาพยามค่ำคืนของโอซาก้าได้อย่างใกล้ชิดขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะเมนู Pine Ame Soft cream ที่สามารถรับประทานได้เพียงที่นี่เท่านั้น อยากให้ทุกคนได้ลองทานเมนูนี้ไปพร้อมๆ กับการชมวิวยามค่ำคืนของโอซาก้าไปพร้อมๆ กัน

* Puka Dog = ฮอทดอกสไตล์ฮาวาย

Bokura no Hiroba (ぼくらの広場)

Bokura no Hiroba นั้นคือจุดชมวิวยามราตรีที่ถูกซ่อนอยู่ในหุบเขาที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ที่ Ikomayama อำเภอ Higashi Osaka ที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวกลางคืนของภูเขา Ikomayama ที่อยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว นอกจากนี้วิวแสงไฟของโอซาก้าฮิราโนะยามค่ำคืนที่มองเห็นจาก Bokura no Hiroba นั้น ราวกับท้องทะเลที่แผ่กว้างออกไป ความพิเศษของที่นี่นอกจากเรื่องวิวอันสวยงามแล้ว ผู้คนก็ยังไม่เยอะมาก ทำให้สามารถชมความงดงามของทิวทัศน์ได้อย่างเต็มที่ ถ้าจะชมวิวเมืองโอซาก้าล่ะก็ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด

แม้ Bokura no Hiroba จะโด่งดังแต่การเดินทางนั้นค่อนข้างลำบาก จากลานจอดรถไปยังจุดชมวิวยังใช้เวลาเดินถึง 15 นาที แถมไม่มีไฟถนนระกว่างทางทำให้ต้องพึ่งไฟฉายส่องทางเพื่อไปยังจุดหมายเท่านั้น ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายก็สามารถขึ้น Ikoma Skyline เพื่อเดินทางก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินก็แนะนำให้เดินไปตามถนนสาธารณะ แค่เพียงเดินไปตามทางจนถึงลานกว้างคุณก็จะสามารถพบกับสุดยอดทัศนียภาพยามค่ำคืนของโอซาก้า

Satsukiyama Drive way (五月山ドライブウェイ)

Satsukiyama Drive way ตั้งอยู่ในอำเภอ Ikeda ของโอซาก้าโดยมีจุดชมวิวสามแห่งได้แก่ "จุดชมวิว Hinomaru Tenbodai" "จุดชมวิว Satsukihei Tenbodai" และ "จุดชมวิว Shubodai โดยจุดชมวิวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ "หอดูดาว Hinomaru Tenbodai"  ที่สามารถมองเห็นวิวของทั้งอุเมะดะ สนามบินนานาชาติโอซาก้าและโอซาก้าฮิราโนะ ซึ่งมีค่าเข้าชมเพียง 300 เยนเท่านั้น จึงเป็นข้อดีที่แทบไม่ต้องคิดมากเรื่องงบประมาณกันเลยทีเดียว

สำหรับจุดชมวิวที่อยากให้ไปชมคู่กันกับ "จุดชมวิว Satsukihei Tenbodai" ก็คือ "จุดชมวิว Shubodai"  ซึ่งที่นี่นั้นอยู่ห่างจากจุดเก็บค่าผ่านทางเพียง 5 นาทีเท่านั้น ทำให้เดินทางเข้าถึงได้ง่าย สถานที่แนะนำอันดับหนึ่งของที่นี่ก็คือสะพาน Shininagawa Ohashi ซึ่งจะประดับไฟเฉพาะช่วงเทศกาลวันหยุด ดังนั้นวิวยามค่ำคืนของวันหยุดน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ Shubodai ได้รับความนิยมขึ้นมา ราคาค่าบริการที่นี่ก็ไม่ต่างกันกับ จุดชมวิว Satsukihei Tenbodai อยู่ที่ 300 เยนเท่านั้น

Osaka-fu Sakishima Chosha (大阪府咲洲庁舎)

Osaka-fu Sakishima Chosha อันเป็นที่รักของชาวเมืองโอซาก้านั้นมีอีกชื่อเรียกว่า Sakishima Cosmo Tower สำหรับจุดชมวิวบนตึกระฟ้าในโอซาก้าแห่งนี้นั้นสูงเป็นรองจาก Abe no Harukas เท่านั้น ที่นี่สามารถชมวิวของสะพาน Akashi Kaikyo Ohashi และสนามบินนานาชาติคันไซได้ ที่หน้าต่างของจุดชมวิวนั้นถูกออกแบบมาเพื่อการชมวิวในมุมกว้างอีกด้วย แถมที่นี่ยังมีจำนวนผู้เข้าชมไม่เยอะเท่าที่คิดทำให้เราสามารถเดินชมวิวทิวทัศน์ได้โดยไม่ต้องรีบร้อนอะไร

เสน่ห์ที่อยากให้ไปชื่นชมอย่างหนึ่งของ Osaka-fu Sakishima Chosha นั้นก็คือสามารถเข้าชมซ้ำได้หนึ่งครั้ง ซึ่งการให้บริการแบบนี้แทบจะหาไม่ได้ในจุดชมวิวแห่งอื่นๆ ของประเทศญี่ปุ่น แถมราคาค่าเข้าก็เพียง 500 เยนเท่านั้น การเข้าชมซ้ำได้จึงเป็นกำไรของลูกค้ามากๆ หากต้องการชมวิวกลางคืนแบบเต็มๆ ก็ลองขึ้นไปใช้บริการซ้ำอีกสักรอบก็ไม่เลวเหมือนกัน

Umeda Sky Building (梅田スカイビル)

จุดชมวิวของ Umeda Sky Building นั้นสร้างเสร็จในปี 1993 ซึ่งเป็นช่วงปลายของวิกฤตการณ์เศรษฐกิจต้มยำกุ้งพอดี โดยเฉพาะส่วนสกายวอล์คที่เดินไปยังจุดชมวิวนั้นพลาดไม่ได้เลย นอกจากจะเห็นแม่น้ำ Yodogawa กับตึก Osakamaru Building แล้วยังมองเห็น Abe no Harukas หรืออ่าวโอซาก้าแบบมุมกว้างได้อีกด้วย ชั้นดาดฟ้านั้นเป็นที่กลางแจ้งทั้งหมดไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ บดบังทัศนวิสัยในการชมวิวยามค่ำคืนอย่างแน่นอน ส่วนคาเฟ่ที่อยู่บนชั้น 40 นั้นก็เหมาะอย่างยิ่งที่จะให้คู่รักใช้เดทชมวิวยามค่ำคืน

การเดินทางไปยังชั้นชมวิวนั้นต้องใช้บันไดเลื่อนกลางอากาศที่เชื่อมต่อตั้งแต่ชั้น 35 ไปถึงชั้น 39 ที่บันไดเลื่อนนั้นยังมีดีไซน์ล้ำอนาคตทั้งภายในและภายนอก ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในเมืองกลางเวหายามค่ำคืนเลยทีเดียว จากหน้าต่างของบันไดเลื่อนคุณจะสามารถมองเห็นเขตเมืองของโอซาก้าที่แผ่ขยายออกไปรอบๆ ด้วย

Shigi Ikoma Skyline (信貴生駒スカイライン)

Shigi Ikoma Skyline อยู่ตรงช่วงรอยต่อเชื่อมระหว่างจังหวัดโอซาก้าและนาระ ที่สกายไลน์นี้ยังถูกเรียกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโอซาก้ายามค่ำคืนเพราะสามารถที่จะชมวิวยามราตรีได้หลายแห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ "จุดชมวิว Kane no Naru Tenbodai" หรือจะเป็น "วัด Hozanji" "ยอดเขา Jusan" โดยเฉพาะ "จุดชมวิว Kane no Naru Tenbodai" นั้นเป็นที่ที่เรียกได้ว่าคู่รักนั้นควรไปเดทที่นี่กันสักครั้ง เพราะที่นี่มีความเชื่อกันว่าหากได้มาเยี่ยมชมสถานที่นี้แล้วความรักก็จะยิ่งทวีอานุภาพให้รักกันมากขึ้น

ในส่วนของจุดที่น่าสนใจอันดับหนึ่งของสกายไลน์นั้นก็คือ "จุดจอดรถ Panorama Parking" จุดชมวิวยามราตรีที่ดูเหมือนสวนสาธารณะ แต่ก็สามารถที่จะมองเห็นทั้งเมืองโอซาก้าฮิราโนะ และนาระฮิราโนะเลยทีเดียว ตอนนี้มีการตัดต้นไม้ออกเพื่อให้มองเห็นวิวได้กว้างขึ้น จึงควรที่จะไปเยี่ยมชมเป็นอย่างมาด ยิ่งถ้ามีโอกาสไปเล่นม้ากระดานลื่นพร้อมๆ กับชมวิวยามค่ำคืนแล้วคงได้อรรถรสไปอีกแบบแน่นอน

สวนสาธารณะ Yodogawa Kasen Koen (淀川河川公園)

สวนสาธารณะ Yodogawa Kasen Koen นั้นเป็นสวนใจกลางเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Yodogawa ที่นี่เป็นจุดที่สามารถชมวิวกลางคืนของ Shin Umeda City และส่วนอื่นๆ ของ Umeda ได้อีกด้วย ต้องบอกว่าวิวเมืองที่นี่สวยงามไม่แพ้ใครเลยทีเดียว หนึ่งในเสน่ห์ของที่นี่คือตึกต่างๆ ในแถบ Umeda นั้นมีทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา หากคุณมีโอกาสได้ไปสวนสาธารณะ Yodogawa Kasen Koen ก็คงจะได้ชมภาพบรรยากาศของแต่ละช่วงเวลาอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

สวนสาธารณะ Yodogawa Kasen Koen นอกจากจะดังเรื่องทัศนียภาพยามราตรีแล้ว ยังเป็นที่จัด "เทศกาลดอกไม้ไฟ Naniwa Yodogawa Hanabi Taikai" อีกด้วย ทุกๆ ปีในเดือนสิงหาคมจะมีการจุดดอกไม้ไฟขึ้นจากผืนแม่น้ำ Yodogawa ให้ผู้คนจากทั้งสองฝั่งได้ชมกัน หากได้ที่นั่งดีๆ แล้วล่ะก็ จะสามารถดูดอกไม้ไฟได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรมาบดบังสายตาเลยทีเดียว แน่นอนว่าพอจุดดอกไม้ไฟบนแม่น้ำ ทิวทัศน์พื้นหลังที่เห็นก็จะเป็นเมือง Umeda ยามค่ำคืนที่มีดอกไม้ไฟอยู่ข้างหน้า ลองไปสัมผัสบรรยากาศที่จะพบเห็นได้เฉพาะช่วงหน้าร้อนกันดูเถอะ

แม่น้ำ Senrigawa (千里川)

จุดชมวิวแม่น้ำ Senrigawa ยามค่ำคืนที่นี่โด่งดังเป็นอย่างมาก เราสามารถที่จะชมเครื่องบินบินผ่านอย่างใกล้ชิด เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติโอซาก้ามาก ทำให้มีภาพเครื่องบินผ่านแม่น้ำ Senrigawa เป็นเรื่องปกติ ในช่วงกลางคืนภาพของเครื่องบินที่กำลังลงจอดนั้นเหมือนกันกับฉากในละครทีวีไม่มีผิดเพี้ยน เครื่องบินจะบินผ่านมากที่สุดในช่วง 19:00-21:00น. ซึ่งถือเป็นช่วงการจราจรคับคั่งของสนามบิน

มีสิ่งที่ต้องบอกไว้ก่อนอีกอย่างหนึ่งก็คือ แถบแม่น้ำ Senrigawa นั้นไม่มีสถานที่อำนวยความสะดวกแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อสักร้าน หากต้องการจะดูวิวเครื่องบินที่แม่น้ำ Senrigawa แล้วล่ะก็ให้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปเองจะดีกว่า  แน่นอนว่าห้องน้ำสาธารณะก็ไม่มีให้บริการเช่นกัน จึงควรทำธุระให้เสร็จก่อนจะไปนั่งชมวิวให้เต็มอิ่ม นอกจากนี้เวลานั่งดูเครื่องบินให้ระวังสิ่งของติดตัวที่อาจจะปลิวไปตามแรงลม

Tsutenkaku (通天閣)

Tsutenkaku เป็นสถานที่ที่ชาวโอซาก้าทุกคนต่างรู้จัก ที่นี่มีจุดชมวิวกลางคืนอยู่ทั้งหมดสองจุด หนึ่งในนั้นคือ จุดชมวิวที่เป็นที่ตั้งของรูปจำลอง Birikenzo ที่นี่มีความสูงอยู่ระหว่าง 84 เมตรถึง 87 เมตร สามารถมองเห็นวิวของเมืองโอซาก้าได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ Tsutenkaku เองพอตกกลางคืนก็จะเปิดไฟประดับอาคารอีกด้วย หากจะเทียบกับจุดชมวิวอื่นแล้วอาจจะไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมาย แต่ก็เป็นจุดชมวิวราตรีที่โด่งดังไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน

หากต้องการจะหาความสำราญโดยวิวที่ชมจาก Tsutenkaku แล้วล่ะก็ให้ลองไปที่ Tenbo Paradise กันดู ที่จุดชมวิวนี้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า Tsutenkaku อยู่ราว 7 เมตร แถมยังสามารถชมเมืองแบบพาโนรามาแบบไม่มีอะไรขวางกั้น 360 องศากันเลยทีเดียว บัตรผ่านประตูราคา 1200 เยน อาจจะดูราคาสูงไปสักนิดแต่การได้ชมวิวในที่กว้างขวางปลอดโปร่งแบบนี้ก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย

Hankyu Grand Building (阪急グランドビル)

Hankyu Grand Building เป็นอาคารสมัยใหม่เก่าแก่ที่สุดในแถบ Umeda ซึ่งถูกสร้างเสร็จในปี 1977 หากจะไปจุดชมวิวของ Hankyu Grand Building ขอแนะนำให้เน้นไปที่จุดชมวิวตรงฝั่งตะวันตกของอาคาร บริเวณโดยรอบนั้นกำลังมีการพัฒนาเขตเมือง ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ได้ยากนิดหน่อย แต่การที่ได้ชมภาพวิวทิวทัศน์เมือง Umeda ที่กำลังพัฒนาก็ดูได้อรรถรสไปอีกแบบเช่นกัน หากต้องการจะชมเมือง Umeda ก่อนการพัฒนาแล้วล่ะก็นี่คือโค้งสุดท้ายแล้ว

Hankyu Grand Building มีจุดแนะนำอันดับหนึ่ง คือ ภัตตาคาร Hankyu 32 Bangai ที่มีอาหารให้เลือกหลากหลายทั้ง Oyster bar หรือ Natural dining ต่างๆ ลองไปชิมอาหารเลิศรสสุดหรูหราไปพลางและชมวิวยามค่ำคืนของ Umeda กันไปพลาง ภาพวิวยามค่ำคืนอันสวยงามจะยิ่งทำให้อาหารอร่อยเพิ่มยิ่งขึ้นแน่นอน

ชิงช้าสวรรค์ Tenpo Zandai Kanransha (天保山大観覧車)

จุดชมวิวแห่งนี้คือชิงช้าสวรรค์ขนาดมหึมาที่มีความสูงถึง 112 เมตร เป็นความสูงที่อยู่ในระดับเดียวกับ Singapore freiya และ London eye ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ระดับโลกเลยทีเดียว วิวที่มองจากหน้าต่างของชิงชาสวรรค์แห่งนี้ก็ไม่ด้อยไปกว่าทั้งสองแห่งแน่นอน จากชิงช้าสวรรค์นั้นสามารถมองเห็นทิวเขา Ikoma Sanchi หรือสนามบินนานาชาติคันไซไปไกลจนสุดลูกหูลูกตาทีเดียว ระยะเวลาต่อรอบ 15 นาทีที่คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ คือ ความสุขอีกรูปแบบหนึ่งที่พลาดไม่ได้ นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็น Kaiyukan และจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ได้อีกด้วย

ชิงช้าสวรรค์ Tenpo Zandai Kanransha นั้นมีการตกแต่งประดับไฟในชุด "Hikari no Art" จัดแสดงอยู่ ที่ชิงช้าสวรรค์ขนาดมหึมานั้นการประดับแบบนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลก โดยเฉพาะการแต่งไฟให้ดูเหมือนกล้องสลับลายหรือจะเป็นการแสดงผลการพยากรณ์อากาศก็สามารถโชว์ขึ้นบนชิงช้าสวรรค์ได้ หากจะชมวิวยามราตรีของโอซาก้าแล้ว ชิงช้าสวรรค์ Tenpo Zandai Kanransha เป็นที่หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ที่ว่าการอำเภอ Higashi Osaka (東大阪市役所)

ที่ว่าการอำเภอ Higashi Osaka นั้นเป็นอาคารสูงขนาด 22 ชั้น ภายในอาคารนั้นมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขา Ikomayama และที่อื่นๆ โดยรอบยามค่ำคืนได้ โดยเฉพาะ Higashi Osaka Junction ที่อยากจะแนะนำให้ชมเป็นพิเศษ คุณสามารถที่จะชื่นชมและประทับใจไปกับเส้นทางหลวง Kinki Jidousha Do และทางด่วน Hanshin ตัดไขว้กันไปมายามค่ำคืนได้ นอกจากนี้ที่จุดชมวิวแห่งนี้ยังสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย ดูวิวสวยกันฟรีๆ แบบนี้ก็น่าจะลองแวะไปใช้บริการดูสักครั้ง

จุดชมวิวที่ว่าการอำเภอ Higashi Osaka นั้นแม้จะได้ดูวิวสวยยามค่ำคืนแต่ก็มีข้อห้ามอยู่ว่าห้ามถ่ายรูปภายในอาคารบางส่วน โดยจุดที่ห้ามถ่ายรูปนั้นอยู่บริเวณล็อบบี้ของชั้น 22 เท่านั้น และจุดที่เริ่มถ่ายรูปได้คือล็อบบี้ทิศใต้ของจุดชมวิว แต่ก็สามารถถ่ายให้เห็นได้เฉพาะ Higashi Osaka Junction เท่านั้น กรณีที่นำรถมาจอดจะต้องเสียค่าจอดรถ 150 เยน ดังนั้นอย่าลืมเตรียมเศษเหรียญสำหรับจ่ายค่าบริการกันไปให้ดีๆ ล่ะ

หลังจากชมวิวยามราตรีกันแล้วก็กลับไปพักผ่อนกันที่โรงแรม

สำหรับวันนี้เราได้ทำการแนะนำจุดชมวิวกลางคืนของโอซาก้าให้ทุกท่านกันไปแล้วนะครับ นี่ก็พอจะเป็นข้อมูลให้ทุกท่านไปเยี่ยมชมโอซาก้าฮิราโนะ หรือตึกสูงต่างๆ ในโอซาก้าได้ไม่มากก็น้อย หากจะเทียบวิวกลางคืนของโอซาก้ากับโตเกียวแล้วล่ะก็ โอซาก้าคงดูจืดกว่าโตเกียวไม่น้อยเลยล่ะครับ แต่ก็อย่าลืมว่าวิวจาก Abe no Harukas ที่ความสูง 300 เมตรและจุดที่แนะนำอื่นๆ นั้นคงจะหาไม่ได้ในโตเกียวอย่างแน่นอนครับ

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่


ความสนใจที่เกี่ยวข้อง

ค้นหาร้านอาหาร