ตะลุยกินในฮอกไกโด ! ต้องกินอะไร ? อะไรที่มีในฮอกไกโดเท่านั้น ? ไปดูกัน !【ตอนที่ 1 ซัปโปโร】

'ฮอกไกโด' จังหวัดยอดนิยม ขุมทรัพย์แห่งวัตถุดิบ ที่นี่มีทั้งขนมและอาหารท้องถิ่นห้ามพลาดมากมาย บางอย่างก็วางขายแค่ที่ฮอกไกโดเท่านั้น ! แล้วของกินอะไรบ้างที่ห้ามพลาด ? ดูยังไงว่ามีแค่ที่ฮอกไกโดเท่านั้น ? บทความนี้รวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วค่ะ ! สำหรับตอนแรกขอนำเสนอของอร่อยประจำเมืองซัปโปโร ไปลุยกันเลยย ~

ฮอกไกโด

อาหารการกิน

กินอะไรดีในฮอกไกโด !?

ฮอกไกโด อีกดินแดนสวรรค์ของเหล่านักกิน หลังจากที่ได้ไปเยือนมาด้วยตัวเองแล้ว อีฟก็ขอมารีวิวของกิน อาหารและขนมทั้งหลายแหล่ที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง ! ในตอนแรกนี้จะเริ่มจากของกินในเมืองซัปโปโรกันก่อนเลย 

สำหรับอาหารเด็ดประจำฮอกไกโด สามารถศึกษาก่อนได้ที่นี่เลยค่ะ !

 

ดูอย่างไรว่าซื้อได้เฉพาะที่ 'ฮอกไกโดเท่านั้น'

อยากลองของกินจากฮอกไกโดแท้ๆ แต่จะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งนี้มีขายแค่ที่ฮอกไกโดเท่านั้น ? เริ่มจากภาษาญี่ปุ่นที่ต้องรู้ก่อนเลยค่ะ

'北海道 (hokkaidou)' = ฮอกไกโด

'札幌 (sapporo)' = ซัปโปโร

'限定 (gentei)' = limited 

ดังนั้นถ้าในสินค้ามีคำว่า 北海道 ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าผลิตในฮอกไกโดถึงจะเจอที่จังหวัดอื่นๆ ก็รู้ได้เลยว่านำเข้าจากฮอกไกโด ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามีคำว่า 北海道限定 (hokkaidougentei) อยู่ด้วย ก็แสดงว่าสินค้านี้มีขายเฉพาะที่ฮอกไกโดเท่านั้นนั่นเองค่ะ

เกริ่นมานานแล้วเดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน ขอเริ่มการรีวิวอาหารในฮอกไกโดเลยนะคะ !!

ประเดิมมื้อแรกที่สนามบินกับ Soup Curry ร้าน lavi

หลังจากเดินทางจากโตเกียวสนามบิน Haneda Airport มาถึงสนามบิน New Chitose Airport ก็มีเวลาว่างเล็กน้อยระหว่างรอขึ้นบัส เลยไปเดินเล่นที่ขายของฝากก่อนค่ะ ขนมน่ากินมากกก แต่เดียวขอเก็บไว้ซื้อทีหลัง

ใกล้เที่ยงแล้วก็ต้องหาอะไรทานสักหน่อย ที่สนามบินมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย แต่มื้อแรกที่ฮอกไกโดนี้ขอประเดิมด้วย Soup Curry (ซุปแกงกะหรี่) เจ้าดังของฮอกไกโด 'lavi' 

หลังจากนั่งจมกับใบเมนูอยู่นาน (น่ากินไปหมด) ก็ได้สั่งเมนูนี้มา ~

'ซุปแกงกะหรี่ผักและเนื้อตุ๋นกระดูกอ่อน' (1280 เยน) ซุปแกงกะหรี่สีเข้มใส่ผักหลากหลายชนิดและกระดูกอ่อนติดเนื้อ พร้อมข้าวสวยร้อนๆ

จุดเด่นของซุปแกงกะหรี่คือจะมีความข้นน้อยกว่าแกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปจนมีลักษณะเหมือนซุป มีต้นกำเนิดอยู่ที่ซัปโปโรนั่นเองค่ะ เป็นรสชาติที่แปลกใหม่ดี กระดูกอ่อนเคี้ยวกรุบๆ อร่อยมากก 

เมนูซุปแกงกะหรี่สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตั้งแต่ 1 - 50 ซึ่งได้เลือกระดับ 30 ไป แต่คิดว่าเผ็ดไปค่ะ (ส่วนตัวเป็นคนทานเผ็ดก็ยังไม่รอด) ใครที่ไม่ชอบทานเผ็ดก็สั่งตั้งแต่ระดับ 1 - 10 จะดีกว่าค่า 

พูดถึง 'ซัปโปโร' ก็ต้องนึกถึง 'ราเมงซัปโปโร'

หนึ่งในอาหารห้ามพลาดของฮอกไกโดก็คือ 'ราเมงฮอกไกโด' และหนึ่งในสามสุดยอดราเมงฮอกไกโดก็คือ 'ราเมงซัปโปโร' นั่นเองค่ะ

หลายๆ คนอาจจะคิดว่ากินราเมงที่ไหนก็เหมือนๆ กัน แต่ขอบอกเลยค่ะว่าไม่ใช่ ราเมงฮอกไกโดจะมีรสชาติเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์จากวัตถุดิบพิเศษ ส่วนซัปโปโรนั้นจะขึ้นชื่อเรื่อง 'มิโสะราเมง' หรือราเมงน้ำซุปมิโสะ

หลังจากนั่งรถไฟด่วนมาถึงสถานีซัปโปโรแล้ว มื้อเย็นวันแรกนี้จึงขอเริ่มจากร้านราเมงในห้าง PASEO ใกล้สถานีซัปโปโรกัน

ลองชิม Butter Corn Ramen ที่ร้าน Ezokko

เดินเข้าไปในประตูทิศตะวันตกของห้าง PASEO ไม่ไกลก็จะเจอกับโซนร้านอาหารมากมาย และครั้งนี้ขอเลือกร้านราเมง Ezokko (えぞっこ) เพราะอยากจะลองราเมงซัปโปโรแท้ๆ สักหน่อย ว่าแล้วก็จัดราเมงมาสักชามเลยค่ะ

'Butter Corn Ramen' (950 เยน) มิโสะราเมงท็อปปิ้งด้วยหมูชาชูชิ้นโต ข้าวโพดและเนย อาจจะดูแปลกๆ แต่บอกเลยค่ะว่าเข้ากันสุดๆ ! เนยหอมมันละลายในซุปมิโสะเข้มข้น ทานกับข้าวโพดกรุบๆ ซดซุปร้อนๆ ในอากาศหนาวๆ แบบนี้คือดี ~

ซึ่งท็อปปิ้งแบบนี้ก็เป็นหนึ่งในสูตรเฉพาะของฮอกไกโดนั่นเอง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่อยากให้พลาดเลยค่ะ !

เติมพลังด้วยมื้อเช้าที่ 'ตลาดปลานิโจ'

มาฮอกไกโดแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือ อาหารทะเล นั่นเองค่ะ

แล้วถ้าถามว่าในซัปโปโร กินอาหารทะเลที่ไหนดี ? ก็ต้องที่นี่เลย ตลาดปลานิโจ (二条市場) ตลาดเช้าที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลน่ากินมากมายย แค่เดินดูก็สนุกแล้ว

และร้านที่เล็งไว้เลยก็คือร้านนี้ค่ะ Nijokaniichiba (二条かに市場) อยู่ตรงหัวมุมพอดี แค่เห็นปูหน้าร้านก็น้ำลายไหลแล้วว ที่นี่มีเมนูภาษาอังกฤษด้วย (เจ้าของร้านพูดไทยได้นิดหน่อยด้วยค่ะ ฮ่าๆ) เพราะฉะนั้นสบายใจได้เลย ~ 

จัดมาเลยค่ะ Kani Ichiba Donburi (2,700 เยน) ไคเซ็นด้งหน้าล้นด้วยอาหารทะเลหลากชนิด ของเค้าสดจริงค่ะ เนื้อปูหวานอร่อย ไข่หอยเม่นก็ไม่คาวเลย โฮตาเตะเนื้อแน่นอร่อยมากก ให้ร้อยเต็มร้อยไปเลยย 

ในตลาดเช้ายังมีร้านไคเซ็นด้งให้เลือกอีกหลายร้าน ลองเล็งๆ เมนูที่ชอบแล้วลุยได้เลยค่ะ ! 

'เจงกิสข่าน' บาร์บีคิวเนื้อแกะแสนอร่อย

รู้จัก 'เจงกิสข่าน' กันไหมคะ ? อีกหนึ่งเมนูเฉพาะของฮอกไกโด เจงกิสข่านจะคล้ายกับบาร์บีคิว โดยจะย่างเนื้อแกะและผักลงบนกระทะเหล็กแบบพิเศษ หาทานที่จังหวัดอื่นได้ยาก แต่มีร้านในฮอกไกโดเต็มไปหมด 

สำหรับร้านแนะนำในซัปโปโร ขอแนะนำ Itadakiamasu (いただきます) ร้านเจงกิสข่านใจกลางย่านซุซุกิโนะ ที่นี่ใช้เนื้อแกะเลี้ยงเองในฮอกไกโดโดยเฉพาะ ! ร้านไม่ใหญ่มากและช่วงเย็นจะมีคนค่อนข้างเยอะ รอคิวข้างนอกแล้วหนาวมากเลยค่ะ TwT

รอไม่นานก็ได้เข้าไปนั่ง แล้วก็สั่งเลยค่ะ เจงกิสข่าน (980 เยน) เป็นเซ็ตรวมเนื้อแกะหลายๆ ส่วน ย่างกับผักบนเตา (แอบเหมือนเตาบาร์บีคิวพลาซ่าบ้านเราเลย ><) แกะไม่คาวเลย นุ่มอร่อย จิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดเข้ากันพอดี๊พอดี (แต่แอบให้น้อยหน่อย เพราะเนื้อแกะค่อนข้างแพงแหละเนอะ)

ซูมให้ดูใกล้ๆ เนื้อแกะจะให้รสชาติอีกแบบที่ไม่เหมือนเนื้อวัวหรือเนื้อหมู

แต่จานเดียวไม่อิ่มเลยต้องสั่งเพิ่มค่ะ ฮ่าๆ ก็ยังมีส่วนต่างๆ ของแกะให้ลองเยอะแยะเลย เป็นอีกเมนูที่อยากให้ลองกัน แต่เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง ยังไงแนะนำให้เผื่องบไว้สักนิดจะดีกว่าค่ะ

ที่ร้านนี้ต้องสั่งน้ำกันคนละแก้วด้วย เลยจัดเบียร์ฮอกไกโดมาสักหน่อย อร่อยเข้ากับเนื้อแกะย่างสุดๆ ไปเลย ~

พูดถึงของหวานกันบ้าง ! ที่ 'โอตารุ' เมืองสวย ของกินอร่อย !

หนึ่งในจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มาซัปโปโรก็คือ โอตารุ เมืองเล็กๆ สุดน่ารัก เดินทางง่ายๆ แค่ 40 นาทีจากสถานีซัปโปโร

แลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดของที่นี่ก็คือ คลองโอตารุ นั่นเองค่ะ ! แต่ถัดจากคลองไปก็จะเป็นถนนสายยาวที่มีร้านค้าเรียงรายมากมายทั้งร้านอาหาร ขนม และร้านขายของฝาก 

แต่บทความนี้เน้นของกิน เลยขอพูดถึงสิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาดในโอตารุ เหล่าของหวานแสนอร่อย ! มีอะไรบ้างไหนเราไปดูกันค่ะ >w<

LeTAO ร้านชีสเค้กชื่อดัง

คงไม่มีใครไม่รู้จักขนมชีสเค้กเลื่องชื่อ LeTAO แต่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีต้นกำเนิดอยู่ที่โอตารุ ! ด้วยเหตุนี้ จึงมี LeTAO หลากหลายสาขาอยู่ที่นี่ แต่ละสาขาก็จะมีเมนูไม่เหมือนกัน ขอแอบบอกว่ามีเมนูขนมที่หาซื้อได้แค่ที่นี่ด้วยนะ !

ขอเริ่มจากสาขาแรกอยู่ใกล้ๆ สถานีโอตารุเลยค่ะ ที่นี่จะเน้นขายชีสเค้ก และเมนูที่ต้องลองก็คือ LeTAO Double Fromage (1728 เยน) ชีสเค้กสองชั้น ชั้นบนจะเป็นชีสเค้กแบบไม่อบ นุ่ม ครีมมี่สุดๆ ส่วนชั้นล่างจะเป็นชีสเค้กอบที่ให้รสชีสเข้มข้น ทานด้วยกันแล้วอร่อยแบบแทบจะละลายในปาก ขอยกให้เป็นเมนูอันดับหนึ่งของที่นี่เลยค่ะ !!

จะทานที่ร้าน ซื้อกลับไปทานที่โรงแรม หรือจะหิ้วไปที่อื่นก็ได้เลยค่ะ เพราะทางร้านมีชีสเค้กสำหรับเดินทางแบบแช่แข็งที่ต้องรอ 6 ชั่วโมงแล้วจะทานได้พอดีขายด้วย ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ ~

 

ไปลองเมนูอื่นของ LeTAO กันบ้างดีกว่า ! ว่าแล้วก็ไปดูสาขาอื่นๆ ในโอตารุกันค่ะ

เริ่มจากตึกแสนสวยตึกนี้เลย ดูตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นอีกสาขาของ LeTAO เลยค่ะ ฮ่าๆ สาขานี้อยู่ตรงสี่แยกใกล้กับ Otaru Music Box Museum เลยค่ะ 

เมนูของสาขานี้ก็คือ Cream Glacee (390 เยน) หรือก็คือซอฟต์ครีมนมแสนอร่อยนั่นเอง ที่พิเศษก็คือจะมีทั้งรสนม รสชีส และแบบผสมให้เลือก ! ซอฟต์ครีมชีสของที่นี่สุดยอดจริงๆ ค่ะ เข้ากับนมได้ดีมากๆ เลย

อีกเมนูที่มีแค่ที่สาขานี้เท่านั้น Mow Mow Milk Pie Chou (380 เยน) ชูครีมไส้ล้น ครีมข้างในเป็นรสชีส อร่อยมากกก ตัวแป้งก็กรอบและไม่หนามากด้วย สาวกชีสพลาดไม่ได้แล้วนะคะ

เดินไปตามถนนอีกไม่กี่เมตรก็จะพบกับ LeTAO อีกสาขา ! สำหรับสาขานี้จะเน้นขายชีสเดนิชค่ะ แถมซื้อแบบ Take out ได้ด้วย เลยจัดมาชิ้นนึง

Fromage Danish (297 เยน) เดนิชอบ เมนูเฉพาะสาขานี้เท่านั้น ท็อปปิ้งด้วยชัั้นครีมชีสฮอกไกโดและอิตาเลี่ยนมาสคาร์โปเน่ เข้ากันได้ดีกับแป้งครัสต์กรุบกรอบ เมนูนี้อาจจะให้รสชีสที่ค่อนข้างแรงหน่อย น่าจะถูกใจหลายๆ คนเลยค่ะ

นอกจากนี้หากนั่งทานในร้าน ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกด้วย เช่น เซ็ตชีสทาร์ตกับนมจากเมืองบิเอ กับกาแฟ หรือน้ำแอปเปิ้ล เป็นต้น

ยังมีร้านขนมอร่อยๆ อีกเยอะ !

แน่นอนว่าโอตารุไม่ได้มีแค่ LeTAO แต่ยังมีร้านขนมและของฝากแสนอร่อยอีกมากมาย อีกร้านที่ขอแนะนำก็คือที่นี่เลยค่ะ

Kitakaro (北菓楼) อีกร้านชื่อดังต้นกำเนิดจากโอตารุ ตั้งอยู่ในถนนร้านค้า Sakaimachi เลยค่ะ

เมนูยอดนิยมของที่นี่ก็คือ ขนมขอนไม้ หรือ บามคูเฮง นั่นเองค่ะ มีแพกเกจหลายแบบให้เลือก ลองทานก่อนได้ด้วย แต่รับรองว่าติดใจแน่นอนค่ะ ฮ่าๆ

นอกจากนี้ก้ยังมีขนมอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมาย เป็นอีกร้านที่เหมาะสำหรับซื้อของฝาก

ก่อนกลับก็ได้แวะพักที่ Visitor center ใกล้กับคลองโอตารุ เจอของน่าลองเลยจัดมาสักหน่อย NISEKO Yogurt Drink (200 เยน) โยเกิร์ตพร้อมดื่มจากเมืองนิเซโกะ เปรี้ยวๆ มันๆ อร่อยดีค่ะ

 

โอตารุยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกมาย อย่าลืมจดโน้ตไว้ แล้วมาเที่ยวเมืองน่ารักๆ นี้กันนะคะ ♡

ชมแสงไฟยามค่ำคืนสุดโรแมนติกที่ Shiroi Koibito Park

Shiroi Koibito Park โรงงานช็อกโกแล็ตของบริษัทชื่อดัง 'อิชิยะ' กับของฝากยอดนิยมตลอดกาลต้นตำรับจากฮอกไกโดอย่าง Shiroi Koibito

ถ้ามาในช่วงฤดูหนาว หลังพระอาทิตย์ตกดินแล้วจะมีการเปิดไฟไลท์อัพไปทั่วสวน สวยและโรแมนติกมากๆ เลยค่ะ ><

เดินเข้าไปไม่ไกลก็จะพบกับแผงขายของเล็กๆ ขอให้หยุดแวะและลองเจ้าสิ่งนี้ ~ Shiroi Koibito soft cream (350 เยน) ซอฟต์ครีมหวานมันสูตรพิเศษ มีให้เลือกทั้งรสช็อกโกแล็ต วานิลลา และผสม

อยากลองทั้งคู่เลยเลือกแบบผสมมา ของที่นี่เขาดีจริงค่ะ ส่วนตัวชอบรสช็อกโกแล็ตมากๆ อร่อยกว่าหลายๆ ที่ที่เคยลองมา

กินซอฟต์ครีมท่ามกลางหิมะก็ได้บรรยากาศโรแมนติกอีกแบบนะคะ แถมยังรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ สงสัยจะเป็นเพราะร่างกายเย็นขึ้นหรือเปล่านะ (?)

อีกเมนูจากโรงงานแห่งนี้ที่อยากให้ลองคือ Shiroi Koibito chocolate drink เครื่องดื่มรสช็อกโกแล็ต หอมมัน ส่วนตัวชอบเพราะไม่หวานมากเท่าไหร่ ใครไม่ทานหวานจัดน่าจะชอบ ~ มีขายทั่วไปในฮอกไกโดเลย ในภาพคือซื้อที่ Sapporo TV Tower ค่ะ

ขนม และเครื่องดื่มน่าลองอื่นๆ

เข้าร้านสะดวกซื้อก็อร่อยได้แล้ว !

ก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าอยากกินของอร่อยประจำฮอกไกโด ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล แค่เข้าร้านสะดวกซื้อก็มีให้เลือกมากมายแล้วค่ะ จากที่ได้ซื้อหลายๆ อย่างมาลองแล้วก็ขอลิสอันที่คิดว่าห้ามพลาด เริ่มจากนมสดที่ซื้อจาก lawson ใกล้โรงแรมก่อนเลยค่ะ

เริ่มจากนมสดกล่องใหญ่ มีคำว่า 北海道 (hokkaidou) ตัวโตๆ เขียนอยู่ แน่นอนว่าผลิตที่ฮอกไกโด ราคาประมาณ 250 เยน สำหรับรสชาติขอบอกเลยค่ะว่าอร่อย ! รสนมเข้มๆ มันๆ คุ้มราคาสุดๆ

ต่อกันด้วยโยเกิร์ตเนื้อเนียนนุ่มชื่อก็บอกแล้วว่าเป็น 札幌ヨーグルト (ซัปโปโรโยเกิร์ต) ซึ่งใช้นมฮอกไกโดถึง 85% ! อร่อยย ไม่หวานมากเกินไป เนื้อเนียนกำลังดี กินตบท้ายของคาวคือฟินสุดๆ !

อาจจะสงสัยว่าไอ้แท่งสีเหลืองๆ นี้คืออะไร นี่คือไอศกรีมข้าวโพดนั่นเอง !

ด้านนอกเป็นแป้งแซนด์วิชกรุบๆ รูปทรงเหมือนฝักข้าวโพด ข้างในเป็นไอศกรีมรสข้าวโพดแสนอร่อย บอกไว้ก่อนว่ามีแค่ที่ฮอกไกโดเท่านั้นนะคะ !

เบียร์ฮอกไกโดก็ห้ามพลาดเช่นกัน !

นอกจากขนมแล้ว ร้านสะดวกซื้อก็ยังมีทั้งเหล้าและเบียร์หลากชนิดให้ลิ้มลอง ในครั้งนี้จะขอไม่พูดถึงเบียร์ซัปโปโรที่มีขายทั่วประเทศอยู่แล้วแต่จะขอแนะนำเบียร์ฮอกไกโดยี่ห้ออื่นๆ ตามนี้เลยค่ะ ~

กระป๋องซ้าย 流氷 (ryuhyo) DRAFT เบียร์จากข้าวสาลีของเมือง Abashiri ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างดื่มง่าย กลิ่นมอลต์ไม่ค่อยแรง หวานนิดๆ เเนวเบียร์ผลไม้หน่อยๆ 

ส่วนอีกกระป๋อง Abashiri White Ale จะมีกลิ่นมอลต์จะเเรงกว่า มีความฝืดกว่า นุ่มพอสมควร แต่ไม่เข้มมากเท่าไหร่ อาจจะดื่มยากสักหน่อยนะคะ ต้องลองด้วยตัวเองแล้วค่ะ ฮ่าๆ

อีกกระป๋องที่อยากให้ลองคือ 夕張メロン (Yubari melon) เหล้ารสเมลอน ดื่มง่ายและแอลกอฮอล์ค่อนข้างอ่อน เรียกว่าเป็นโซดาหวานๆ รสเมลอนเลยก็ว่าได้ค่ะ เหมาะกับสาวๆ คออ่อนๆ แบบเราๆ อิอิ หาซื้อได้ทั่วไปในฮอกไกโดเลยค่ะ

ฮอกไกโดยังมีอย่างอื่นให้ลองอีกเยอะ !

จบไปแล้วกับอาหารและขนมห้ามพลาดในซัปโปโรที่อีฟได้คัดเลือกมาให้ทุกคนแล้ว แน่นอนว่าฮอกไกโดยังมีเมนูเด็ดๆ อีกมาก จะให้ลิสต์ให้ครบหมดก็คงจะไม่ไหว ต้องช่วยกันไปลองดูแล้วล่ะค่ะ !

 

สำหรับตอนหน้าจะต่อกับของกินแสนอร่อยใน ฮาโกดาเตะ อีกที่เที่ยวดังในฮอกไกโด และของกินยิบย่อยอื่นๆ อีกมากมายยย ฝากติดตามและฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ♡

สำหรับใครที่มีคำถามหรืออยากรีเควสรีวิวจากที่ไหน ก็ถามมาที่เพจ Tsunagu Japan ได้เลยค่ะ พร้อมยินดีตอบเสมอ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ ~

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร