ช่วงเวลาที่หรูหราและเป็นส่วนตัว! แพลนเที่ยวโอโมเตะซันโด อาโอยาม่า และฮาราจูกุ สำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว

โอโมเตะซันโด อาโอยาม่า และฮาราจูกุ ย่านที่เป็นผู้นำเทรนด์ในเอเชียอยู่เสมอมา ภายในบริเวณรอบๆ โอโมเตะซันโดและอาโอยาม่านั้น จะมีสิ่งก่อสร้างที่ดูดีมีสไตล์และวิวเมืองที่ประณีตดูเป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่บริเวณฮาราจูกุนั้น จะฝังรากลึกไปด้วยวัฒนธรรมคาวาอี้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และวัฒนธรรมอันล้ำลึกที่เกิดจากการผสมผสานกันของรสนิยมของคนในหลายๆ ยุค ไม่เกินไปที่จะกล่าวว่าย่านเหล่านี้อัดแน่นไปด้วยกระแสล่าสุดของชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง นอกจากนี้มันยังเป็นที่รู้จักในฐานะแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งศิลปะและอาหารการกิน เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมและอาหารของญี่ปุ่นไปอย่างพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ เนื่องจากมีร้านเสริมสวยอยู่มากมายในย่านนี้ จึงเหมาะสำหรับการเปลี่ยนลุคตัวเองอีกด้วย ในครั้งนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดที่สามารถผ่อนคลายไปได้อย่างหรูหราของย่านโอโมเตะซันโด อาโอยาม่า และฮาราจูกุ ย่านที่อัดแน่นไปด้วยมนต์เสน่ห์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒธรรม ศิลปะ และอาหารที่รับรองได้ว่าคุณจะต้องไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

ฮาราจูกุ / โอโมเตะซันโด / อาโอยาม่า

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

เสื้อผ้าสีสันสดใสส่งตรงจากฟินแลนด์! - Marimekko

มาเริ่มต้นกันที่ “Marimekko” ดีไซน์เฮาส์ที่ก่อตั้งขึ้นในฟินแลนด์เมื่อปี 1951 ในขณะนั้น เหล่าผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ได้มีเป้าหมายที่จะใช้สีสันโทนสดใสมาเติมความหวังให้กับโลกหลังสงครามที่มืดมิด และตั้งมั่นที่จะลบล้างบรรยากาศอันน่าหดหู่ที่ปกคลุมโลกอยู่ให้หมดไป ในเวลาต่อมา สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทนี้ทำให้มันเป็นที่จับตามองในโลกแฟชั่น ในช่วงปี 1960 ดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแต่ก็มีลายพิมพ์ที่โดดเด่นและการใช้สีสันที่สวยงาม ทำให้มันได้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของแฟชั่น กระเป๋า เครื่องประดับ และของประดับบ้านสำหรับผู้หญิง แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปีนี้ แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงเบ่งบานดอกป็อปปี้สีสันสดใสไปทั่วโลกอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

Marimekko มีร้านสาขาใหญ่อยู่ 6 แห่งในโลก และหนึ่งในนั้นก็คือร้านสาขาโอโมเตะซันโดแห่งนี้ เป็นอาคาร 2 ชั้น (ใต้ดิน 1, บนดิน 2) ที่มีผนังภายนอกสีขาวและมีชื่อแบรนด์ตัวใหญ่เขียนอยู่ มองเพียงแวบเดียวก็รู้ได้เลยว่าเป็น Marimekko ภายในร้านถูกตกแต่งไปด้วยสินค้าลวดลายดอกไม้วาดมือ เรียงเรายไปด้วยสินค้าที่มีดีไซน์ที่ไม่ดูโอ่อ่าเกินไป แต่ในขณะเดียวก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ลูกค้าที่เป็นชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะชื่นชอบสินค้าจำพวกถ้วยชาม ผ้าขนหนู และผ้า ในขณะที่ชาวต่างชาติจะสนใจเลือกซื้อสินค้าจำพวกกระเป๋าสะพาย กระเป๋าสตางค์ และเสื้อผ้า

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีความสัมพันธ์ญี่ปุ่นฟินแลนด์ในปี 2019 นี้ Marimekko จึงใช้ “ญี่ปุ่น” เป็นธีมในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวนี้ และได้ประกาศวางจำหน่ายสินค้ามากมายในดีไซน์ที่เน้นสีแดงเพื่อสื่อถึงประเทศญี่ปุ่น เสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนหินญี่ปุ่นนั้น นำเสนอความสวยงามแบบญี่ปุ่นผสมตะวันตกออกมาได้ดีอย่างยิ่ง เนื่องจากมีสินค้าลิมิเต็ดหลายอย่างที่หาซื้อได้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ที่รองกาน้ำร้อนที่เห็นอยู่ในรูปด้านบน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก Marimekko มีสินค้าหลากหลายสีสัน และได้รับความนิยมจากทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ว่าจะซื้อไปเป็นของฝากให้ผู้อื่น หรือซื้อเพื่อเป็นของขวัญให้กับตัวเอง ก็เป็นตัวเลือกที่ดีทั้งนั้น

สัมผัสประสบการณ์อันสวยงามราวกับกำลังรับประทานผลงานศิลปะ - ELLE cafe

เมื่อเดินทางจากโอโมเตะซันโดไปยังอาโอยาม่า ผู้คนจะค่อยๆ ลดน้อยลง วิวของตัวเมืองก็จะเปลี่ยนเข้าสู่ย่านที่มีบรรยากาศหรูหราชวนผ่อนคลาย ที่ชั้น 1 ของศูนย์การค้า “La Porte Aoyama (ラポルト青山)” ที่ตั้งอยู่ริมถนนอาโอยาม่าโดรินั้น เป็นที่ตั้งของ “ELLE cafe” ที่มีจุดเด่นเป็นป้ายอักษรสีขาวสุดชิคที่มีสีดำเป็นพื้นหลัง เป็นร้านที่เป็นที่จับตามองของสื่อต่างๆ อย่างพวกนิตยสาร สมกับที่เป็นคาเฟ่ที่นิตยสารชื่อดังเป็นผู้สร้างขึ้น

“ELLE” เป็นนิตยสารผู้หญิงของฝรั่งเศสที่เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1945 “ELLE cafe” แห่งนี้ได้ยึดหลักการว่า “Open Your Appetite / ปลดปล่อยความอยากรู้อยากเห็นของคุณ” และสืบทอดแนวคิดที่ได้ครองใจของผู้อ่านของนิตยสารดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแฟชั่น ความงาม เวลาว่าง หรือสุขภาพ เป็นคาเฟ่ที่นำเสนอรูปแบบของอาหารเพื่อให้คนในยุคปัจจุบันมีสุขภาพกายใจที่ดี และสวยงามและเจิดจรัสมากยิ่งขึ้น ภายในร้านเต็มไปด้วยพืชพันธุ์สีเขียว มีการวางพืชตกแต่งไว้ในทุกซอกทุกมุม เกิดเป็นพื้นที่แห่งการผ่อนคลายที่ปลอดโปร่งและอุดมไปด้วยธรรมชาติ ร้านนี้พิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นรวมไปถึงผู้ผลิต เพื่อเสิร์ฟอาหารด้วยวัตถุดิบที่ผ่านเกณฑ์ของทางร้านแล้วเท่านั้น มีการบริหารร้านอย่างระมัดระวังและงละเอียดถี่ถ้วน ราวกับข้อมูลรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในนิตยสาร

อาหารแต่ละจานสวยงามราวกับนิตยสาร ELLE ที่ถักทอขึ้นอย่างประณีต สีสันของแต่ละเมนูนั้นสดใสราวกับแฟชั่นหรือผลงานศิลปะเลยทีเดียว ELLE café มุ่งมั่นในการค้นคว้ารสชาติใหม่ๆ เพื่อที่จะสามารถตอบรับความต้องการที่หลากหลายของคนในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัตถุดิบมังสวิรัติ เมนูกลูเตนฟรี หรือแม้แต่เมนูที่มีน้ำตาลและแคลอรี่ต่ำ เนื่องจากเมนูมื้อกลางวันของร้านนี้มีชาแดงและขนมปังใต้เติมอย่างอิสระ จึงทำให้มันเป็นที่นิยมจนมีคนต่อคิวรอกันเป็นแถว หากไม่สะดวกที่จะแวะมาในช่วงมื้อกลางวัน การแวะมาในมื้อค่ำอย่างไม่ต้องรีบร้อน และลองปาร์ตี้แสนโรแมนติกท่ามกลางแสงเทียนดูก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ ทางร้านก็ยังมีเมนูเทคเอาท์อย่างสลัดกล่อง แกงกะหรี่สูตรยา มัฟฟินเค้ก สคอน และ Cold-pressed juice ลองมาสัมผัสประสบการณ์อาหารที่จะเติมเต็มทั้งกายและใจภายใต้พื้นที่ที่แสนผ่อนคลายนี้ดูสิ

ในปากเต็มไปด้วยสีชมพู! - ALFRED TEA ROOM

ชานมไข่มุก เมนูที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่น ในบรรดาร้านชานมไข่มุกที่มีอยู่มากมายในโตเกียว “ALFRED TEA ROOM” ที่มีต้นกำเนิดจากลอสแอนเจลิสแห่งนี้ ถือว่าเป็นร้านยอดนิยมที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ ภายในร้านมีการตกแต่งที่เน้นสีชมพูเป็นหลัก ตั้งแต่เครื่องดื่มไปจนถึงเมนูของหวานของร้านนี้ ได้นำคอนเซ็ปต์ “สีชมพู” ที่แสนน่ารักนี้มาใช้เช่นเดียวกันหมด ทำให้ลูกค้าที่แวะเข้ามาต่างตกหลุมหลงรัก และสร้างแฟนๆ หน้าใหม่ออกมาอยู่ตลอดเวลา

เนื่องจากเกิดความคิดว่า “อยากให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับชาอย่างเต็มที่” ผู้เชี่ยวชาญชาของร้านนี้จึงคัดสรรใบชาหลากหลายชนิดจากทั่วโลกมาให้เราได้ดื่มกัน นอกจากจะมีเมนูที่ท็อปปิ้งด้วยไข่มุกหรือวุ้นมะพร้าวแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน “Alfred Pink Drink | Pink Tapioca Milk (ピンクタピオカミルク)” ราคา 750 เยน ก็เป็นสุดยอดเมนูที่ควรลองให้ได้สักครั้งเช่นกัน! เป็นเมนูที่ให้ความหวานของบีช และมีรสสัมผัสที่เด้งดึ๋งเคี้ยวสนุก ชาสีชมพูของมันทำให้นึกถึงโลกแฟนตาซี ราวกับว่าภายในปากกำลังมี “ปาร์ตี้สีชมพู” จัดขึ้นเลยทีเดียว นอกจากจะมีรสชาติดีแล้ว ยังทำให้รู้สึกคึกคักอีกด้วย

คัพเค้กที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากนมนี้ ไม่ว่าจะเป็นมังสวิรัติหรือวีแกนก็สามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ จะนั่งรับประทานภายในร้านที่มีบรรยากาศหรูหรา หรือจะสั่งกลับบ้านก็สามารถทำได้ทั้งนั้น หากได้ลองแวะมายัง ALFRED TEA ROOM ที่มีเอกลักษณ์ทั้งในด้านการตกแต่งร้านและเมนูดูสักครั้งแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าคุณจะต้องกลายเป็นแฟนของร้านนี้อย่างแน่นอน

เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่ซาลอนสุดหรู - MARIS Hair Salon OMOTESANDO

หลังจากดื่มชาอร่อยๆ แล้ว ก็มุ่งสู่ร้านทำผมที่เป็นจุดหมายต่อไปของเรา คงมีนักเดินทางชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อญี่ปุ่นต่างๆ อย่างพวกนิตยสาร และอยากเปลี่ยนตัวเองเป็น “ตัวตนที่เราอยากเป็น” ที่ร้านเสริมสวยในญี่ปุ่นดูสักครั้ง แต่เมื่อตัดสินใจที่จะลองเข้าร้านเสริมสวยจริงๆ ก็มักจะเจออุปสรรคเป็นเรื่องของกำแพงภาษา สำหรับผู้ที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้และกำลังเกิดความลังเลเช่นนี้อยู่ เราของแนะนำให้ลองแวะไปที่ “MARIS Hair Salon OMOTESANDO” ที่ตั้งอยู่ในย่านโอโมเตะซันโด ร้านนี้เป็นร้านที่ให้บริการจองผ่านทางออนไลน์ (ให้บริการเฉพาะผู้ที่จองไว้เท่านั้น) ไม่ว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นหรือชาวต่างชาติก็ยินดีต้อนรับทั้งนั้น หลังจากทำการจองแล้ว ขอแนะนำให้พกรูปภาพทรงผมในฝันไปด้วย ฝันของคุณจะไม่ไกลเกินจริงอย่างแน่นอน

ในกรณีของร้านทำผมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น มักจะมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับผู้ที่มีผมยาว แต่ในกรณีของร้านนี้แล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น ช่างทำผมจะเลือกใช้เทคนิคล่าสุดที่เข้ากันกับคุณภาพเส้นผมของแขกแต่ละคน ลดความเสียหายที่มีต่อเส้นผมให้น้อยที่สุด และทำให้เกิดเป็นผมที่สลวยเงางาม พูดง่ายๆ คือใช้เทคนิคชั้นโปรเปลี่ยนทั้งทรงผมและคุณภาพเส้นผมให้ใหม่หมดจด นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่จัดทรงผมเท่านั้น แต่ยังสามารถให้บริการทำเล็บและตัดขนตาได้อีกด้วย เป็นพื้นที่แสนวิเศษที่สามารถเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ได้ในครั้งเดียว รับบริการชั้นหรูตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นหอมน่าสบายใจ เป็นประสบการณ์ราวกับฝันที่จะได้พบตัวตนใหม่ของตัวเองโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 - 3 ชั่วโมง

ดื่มด่ำช่วงเวลาอันหรูหราไปกับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นเลิศ - Casita

ปิดท้ายการเดินทางของเราด้วยการลิ้มรสอาหารสุดหรูพลางจิบเครื่องดื่มแอกอฮอล์รสชาติดี Casita เป็นร้านที่มีคำปฏิญาณว่า “อยากเป็นร้านอาหารที่สามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของมนุษย์อยู่ตลอดไป” นอกจากมื้อค่ำกับคนสำคัญแล้ว ยังมีคอร์สเมนูที่เหมาะสำหรับการฉลองในโอกาสพิเศษ และเมนูอาหารจานเดี่ยวสำหรับคนเมืองให้ใช้บริการในชีวิตประจำวันอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างสบายใจ เพื่อให้แขกทุกประเภทมีช่วงเวลาที่น่าจดจำ ถึงแม้ว่าจะมีเมนูในสไตล์ตะวันตกแต่ก็ไม่ลืมการให้บริการที่ละเอียดและเอาใจใส่ในแบบของญี่ปุ่น

การรับประทานอาหารที่ Casita บนชั้น 3 หลังจากนั้นจึงขึ้นไปที่ Casita Lounge บนชั้น 6 เพื่อนั่งดื่มต่อก็เป็นวิธีที่น่าสนุกเช่นกัน ลองออกห่างจากความวุ่นวายของตัวเมือง และพูดคุยย้อนระลึกการเดินทางในครั้งนี้กับคนรู้ใจ ท่ามกลางแสงไฟอ่อนๆ พลางจิบไวน์และค็อกเทล และมองชมเมืองอาโอยาม่าที่สวยงามดูหน่อยไหม? Casita แห่งนี้จะการันตีช่วงเวลาที่หรูหรางดงามให้แก่คุณอย่างแน่นอน เนื่องจากทางร้านเปิดให้บริการไปจนถึงเที่ยงคืน คุณจึงสามารถลืมเรื่องเวลาและเพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่มชั้นยอดได้เลย

ข้อมูลโดยย่อของอาคารที่อยู่ในบทความนี้

เกี่ยวกับ JRF

ศูนย์การค้าในบทความนี้บริหารโดย Japan Retail Fund Investment Corporation (JRF)

JRF ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Real Estate Investment Trust (“REIT”) ของ Tokyo Stock Exchange (รหัสหลักทรัพย์: 8953) ตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ.2002 เป็นห้างหุ้นส่วนแห่งแรกในญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นเป้าหมายและลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สำหรับทำการค้า

ในฐานะ J-REIT ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมุ่งเน้นด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับทำการค้า JRF ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงในการกระจายส่วนแบ่งให้กับผู้ถือหุ้น รวมถึงเพิ่มมูลค่าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านการเลือกสรรอสังหาริมทรัพย์สำหรับทำการค้าที่มีคุณภาพสูง

ข้อมูลเพิ่มเติม: คลิกที่นี่

 

คำสงวนสิทธิ์
* บทความนี้เขียนขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอ Japan Retail Fund Investment Corporation (JRF) มิใช่คำเชิญชวนให้ลงทุนในหลักทรัพย์ของ JRF หรือกองทุนใดๆ กรุณาเลือกลงทุนด้วยการตัดสินใจและความเสี่ยงของคุณเอง
บริษัทหลักทรัพย์: Mitsubishi Corp. -UBS Realty Inc.
(ผู้บริหารตราสารทางการเงิน: Kanto Local Finance Bureau (FIBO) No. 403, สมาชิก The Investment Trusts Association, Japan)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร