[อัพเดท 26 ต.ค.] พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2020! สถานที่และเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่น

ปัจจุบันการเดินทางไปต่างประเทศนั้นยุ่งยากเสียจนน่าเสียดาย แต่ก็เป็นเวลาเช่นนี้เองที่ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ จะช่วยเยียวยาจิตใจของคุณได้ ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วญี่ปุ่นที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการรับชมในปี 2020 ด้วย

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2020 – ปีนี้ช่วงไหนสวยที่สุด?

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนญี่ปุ่น ใบไม้จะพากันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแดง พร้อมกับมีผู้คนมากมายออกไปชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีตามจุดชมวิวที่มีอยู่ทั่วประเทศ เนื่องจากในปี 2020 นี้มีทั้งแสงแดดในระยะที่เหมาะสม ฝนตกกำลังดี และอุณหภูมิก็ลดต่ำลง จึงคาดการณ์ว่าอาจมีใบไม้เปลี่ยนสีสีสันสดใสให้ได้รับชมกันทั่วประเทศ และช่วงเวลารับชมก็น่าจะคล้ายคลึงกับปีก่อนๆ ด้วย

คำพยากรณ์นี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ปีนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาญี่ปุ่นได้ จึงเป็นไปได้สูงว่าจะสามารถไปเที่ยวชมกันได้อย่างสบายๆ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะไปเยือนจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมที่มักจะมีนักท่องเที่ยวแน่นขนัดอยู่ทุกปี

แผนที่พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2020 ทั่วญี่ปุ่น

ภูมิภาคโทโฮคุและฮอกไกโด (ฮอกไกโด, อาโอโมริ, อาคิตะ, อิวาเตะ, มิยาซากิ, ยามากาตะ และฟุกุชิมะ)

ภูมิภาคที่อยู่ทางเหนืออย่างโทโฮคุและฮอกไกโด เป็นพื้นที่แรกในญี่ปุ่นที่จะเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หากคุณวางแผนจะมาเที่ยวในพื้นที่นี้ตอนฤดูใบไม้ร่วงก็ขอแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ เนื่องจากจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีตามพื้นที่บนภูเขาจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าพื้นที่ราบค่อนข้างมาก ทั้งยังคาดว่าจะมีหิมะตกในเขตตัวเมืองของฮอกไกโดในช่วงปลายเดือนตุลาคมอีกด้วย อย่างไรก็ควรเช็กข้อมูลสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ให้ดีก่อนออกจากบ้าน ใบไม้เปลี่ยนสีแถบนี้จะสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนตุลาคม

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฮอกไกโด: โซอุนเคียว (層雲峡)

โซอุนเคียวตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง เป็นจุดท่องเที่ยวที่เราจะได้เพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมๆ กับย่านออนเซนตรงบริเวณเชิงเขา หากมองจากกินเซนได จุดชมวิวบนระดับความสูง 1,500 เมตรที่สามารถเดินทางถึงได้ด้วยรถยนต์ หรือจากกระเช้าลอยฟ้าคุโรดาเคะก็จะเห็นวิวภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวที่น่าแวะไปอีกมากมาย อย่างน้ำตกริวเซโนะและน้ำตกกินกะที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฮอกไกโด: โจซังเคออนเซน (定山渓温泉)

สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆ โดยนั่งรถยนต์เพียง 1 ชั่วโมงจากเมืองใหญ่ของฮอกไกโดอย่างซัปโปโร เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในย่านออนเซนที่แวดล้อมไปด้วยภูเขา จุดที่สวยเป็นพิเศษจะเป็นวิวจากสะพานฟุตะมิสึริบาชิ (二見吊橋) ซึ่งจะมีการเปิดไฟประดับในช่วงกลางคืน บริเวณโดยรอบก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอื่นๆ อย่างเขื่อนโฮเฮเคียวและลานสกีแห่งชาติซัปโปโร รับรองว่าจะได้เต็มอิ่มทั้งออนเซนและใบไม้เปลี่ยนสีอย่างแน่นอน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฮอกไกโด: อุทยานแห่งชาติโอนุมะ (大沼国定公園)

อุทยานแห่งชาติโอนุมะใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 50 นาทีจากฮาโกดาเตะที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของฮอกไกโด มีพื้นที่ประมาณ 9,000 เฮกตาร์ ภายในประกอบไปด้วยบึง 3 แห่ง ได้แก่ โอนุมะ โคนุมะ และจุนไซนุมะ บึงโอนุมะมีเกาะเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่กว่าร้อยเกาะ ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นไม้บนเกาะเหล่านี้จะส่องสะท้อนลงบนผิวน้ำ เกิดเป็นทิวทัศน์สุดอลังการหาใดเปรียบ

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในอาโอโมริ: โออิราเสะเคริว (奥入瀬渓流)

ภาพทิวทัศน์ที่ดูลงตัวอย่างประหลาด ประกอบจากละอองน้ำสีขาวจากน้ำตกและลำธาร ใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางป่าลึก และโขดหินที่ปกคลุมด้วยหญ้ามอสสีเขียว มีทางเดินเลียบลำธารยาว 14 กิโลเมตร โดยใบไม้ที่บริเวณทะเลสาบโทวาดาโกะซึ่งเป็นต้นน้ำจะเปลี่ยนสีในเวลาที่ต่างกับที่ปลายน้ำอยู่เล็กน้อย ระหว่างทางเราจะสังเกตุเห็นสีที่แตกต่างกันได้ ตั้งแต่ใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีไปจนถึงใบไม้ที่สีเข้มขึ้นเรื่อยๆ การไล่ระดับแบบนี้เองที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของโออิราเสะเคริว

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในมิยากิ: นารุโกะเคียว (鳴子峡)

นารุโกะเคียวเป็นบริเวณที่ช่องเขาสูงชันกว่า 100 เมตร ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีสันสดใส หากต้องการชมความสวยงามที่ราวกับภาพถ่ายของนารุโกะเคียวและสะพานโอฟุคาซาวะบาชิแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้ไปที่ นารุโกะเคียวเรสท์เฮาส์ (鳴子峡レストハウス) นอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเท้านารุโกะเคียวโอฟุคาซาวะแล้ว ใกล้ๆ กันยังมีหมู่บ้านออนเซนนารุโกะอยู่ด้วย

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฟุกุชิมะ: อุระบันได (裏磐梯)

อุระบันไดเป็นที่ตั้งของ “กลุ่มบึงห้าสีโกชิคินุมะ (五色沼湖沼群)” ซึ่งได้รับดาว 1 ดวงจากมิชลินกรีนไกด์ โดดเด่นด้วยบึงอาโอนุมะที่มีสีฟ้าสวยงามราวกับไม่ใช่สีธรรมชาติและภาพของใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนอยู่เบื้องล่าง นอกจากนี้ ยังมีทางเดินชมธรรมชาติที่ยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ทำให้สามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีพลางเปรียบเทียบสีสันของบึงที่มีอยู่ทั้งหมด 8 แห่งได้อีกด้วย 

ภูมิภาคโคชินและคันโต (โตเกียว, คานากาว่า, ชิบะ ไซตามะ, อิบารากิ, โทชิกิ, กุนมะ, ยามานาชิ และนากาโนะ)

ภูมิภาคโคชินและคันโตเป็นที่ตั้งของโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นบริเวณที่เดินทางเข้าถึงได้ง่ายและเต็มไปด้วยจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ที่สามารถขับรถไปกลับได้ในวันเดียว แม้อากาศจะค่อนข้างอบอุ่นกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่ในเขตภูเขาของนากาโนะและยามานาชิก็จะมีอากาศเย็นในช่วงเช้าและค่ำ หากจะออกเดินทางจากเขตเมืองหลักจึงควรหยิบเสื้อคลุมไปใส่เพิ่มด้วยสักชั้นหนึ่ง หรือหากไม่อยากไปไหนไกล ภายในเขตเมืองก็ยังมีสวนญี่ปุ่นให้ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลายแห่ง ช่วงที่เหมาะแก่การชมจะอยู่ที่ประมาณกลางตุลาคมถึงปลายพฤศจิกายน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในโตเกียว: ภูเขาทาคาโอะ (高尾山)

ภูเขาทาคาโอะมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 599 เมตร ได้รับดาวถึง 3 ดวงจากมิชลินกรีนไกด์ในปี 2007 สามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าหรือลิฟต์ขึ้นไปบนยอดเขาได้อย่างสะดวกสบาย โดยในเส้นทางเดินกระเช้าจะมีใบเมเปิลให้ชมมากเป็นพิเศษ ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จะกลายเป็นอุโมงค์สีแดงสดให้เราได้ลอดผ่าน บนภูเขาทาคาโอะยังมีวัดทาคาโอะยาคุโออิน (高尾山薬王院) ซึ่งมีอาคารวัดแทรกอยู่ในดงใบไม้เปลี่ยนสี เกิดเป็นทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นๆ นอกจากนี้ บริเวณหน้าสถานีทาคาโอะซังกุจิของรถไฟสายเคโอยังมีออนเซนสำหรับคนที่เดินทางไปกลับด้วย สามารถแวะมาแช่คลายความเหนื่อยล้าจากเดินเขาได้

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในโทชิกิ: นิกโก้ คินุกาวะ (日光・鬼怒川)

นิกโก้ คินุกาวะ เป็นละแวกที่สามารถเข้าพักบริเวณคินุกาวะออนเซนและเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีตามวัดนิกโก้โทโชกูซึ่งเป็นมรดกโลก ทะเลสาบจูเซนจิโกะ หรือน้ำตกเคกอนได้ เนื่องจากในบริเวณออนเซนใบไม้จะเปลี่ยนสีค่อนข้างช้า หากคุณต้องการเข้าพักและเที่ยวบริเวณออนเซนอย่างเดียวก็ขอแนะนำให้ไปตอนช่วงปลายพฤศจิกายน นอกจากนี้ ใกล้ๆ กับย่านออนเซนยังมีสะพานคินุทาเทอิวะโอสึริบาริ (鬼怒楯岩大吊橋) ที่คุณสามารถไปเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของหุบเขาและใบไม้เปลี่ยนสีได้อีกด้วย

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในนากาโนะ: คามิโคจิ (上高地)

อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตของญี่ปุ่น สะพานกัปปะบาชิ (河童橋) เป็นสัญลักษณ์ของคามิโคจิที่ใช้เวลาเดินจากสถานีรถบัสคามิโคจิเพียง 5 นาทีเท่านั้น มีทิวทัศน์สวยงามราวกับภาพถ่าย ทั้งสีเขียวมรกตของแม่น้ำอาซูสะกาวะ ใบไม้เปลี่ยนสี และแนวเขาโฮทากะอันยิ่งใหญ่ที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง แค่เดินตรงบริเวณสะพานก็สามารถดื่มด่ำทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีได้แล้ว แต่หากใครชอบเดินเขา เราขอแนะนำให้แวะไปที่บริเวณอื่นๆ อย่างบ่อเมียวจินอิเคะ, ทาชิโระอิเคะ และไทโชอิเคะด้วย เป็นบริเวณที่ใบไม้เปลี่ยนสีจะสะท้อนอยู่บนผิวน้ำอย่างสวยงามราวกับส่องกระจกเลยทีเดียว

ภูมิภาคโฮคุริคุและโทไค (ไอจิ, กิฟุ, มิเอะ, นีงาตะ, โทยามะ, อิชิคาวะ, ฟุคุอิ และชิซูโอกะ)

ภูมิภาคโทไคที่หันหน้าเข้ามหาสมุทรแปซิฟิก ภูมิภาคโฮคุริคุที่หันหน้าเข้ามหาสมุทรญี่ปุ่น และบริเวณที่ไม่ติดน้ำอย่างจังหวัดกิฟุ เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของญี่ปุ่น นอกจากชิราคาวาโกะและไดโทอินที่เราจะยกมานำเสนอในครั้งนี้แล้ว บริเวณนี้ก็ยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอื่นๆ อีกหลายแห่ง เช่น ทาเทยามะและคุโรเบะ นอกจากนี้ ยังมีย่านชูเซนจิในชิซูโอกะที่คุณสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีไปพร้อมกับแช่ออนเซนในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ อีกด้วย

อุณหภูมิของที่นี่โดยทั่วไปจะไม่ต่างจากภูมิภาคคันโตมากนัก สามารถรับชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายพฤศจิกายน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในกิฟุ: ชิราคาวาโกะ (白川郷)

ชิราคาวาโกะเป็นแหล่งมรดกโลกซึ่งประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนสไตล์กัชโชสึคุริจากศตวรรษที่ 18 “กัชโชสึคุริ” คือ สิ่งก่อสร้างที่ตั้งโครงด้วยไม้ให้เป็นรูปสามเหลี่ยม และปูทับด้วยหลังคา “คายาบุกิ (หลังคาหญ้าแห้ง)” ด้านหลังของกัชโชสึคุริจะเต็มไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ สามารถมองเห็นการไล่สีสันของใบไม้เปลี่ยนสีจากยอดเขาสู่เชิงเขาได้อย่างชัดเจน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในชิซูโอกะ: ไดโทอิน (大洞院)

รายล้อมไปด้วยไม้ผลัดใบอย่างพวกเมเปิล เมื่อเข้าสู่ช่วงพีค พื้นดินจะถูกย้อมไปด้วยสีแดงอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ เนื่องจากอาคารหลักของวัดตั้งอยู่บนเนิน คุณจึงสามารถชมทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีที่ลดหลั่นไปจากตัวอาคารได้ จากจุดนี้หากเดินไปประมาณ 20 นาที ก็จะพบกับศาลเจ้าโอคุนิ (小國神社) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกหนึ่งแห่งที่สวยงามไม่แพ้กัน

ภูมิภาคคิงกิ (โอซาก้า, เกียวโต, นารา, เฮียวโกะ, ชิกะ, มิเอะ และวากายาม่า)

ภูมิภาคคิงกิมีปราสาทและสถานที่ทางศาสนาที่เก่าแก่อยู่เป็นจำนวนมาก การชมใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศแบบเมืองโบราณก็สวยงามไปอีกขั้น เนื่องจากมีเส้นทางคมนาคมสำหรับการท่องเที่ยว ทำให้สามารถเที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลายแห่งได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนที่พักให้มากมาย นอกจากนี้ เทศกาลไฟประดับใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตก็โด่งดังเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปี 2020 นี้มีบางงานที่ถูกยกเลิกไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เราจึงขอแนะนำให้เช็กข้อมูลจากเว็บไซต์ของแต่ละงานก่อนออกเดินทาง ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคนี้จะเริ่มประมาณช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงปลายพฤศจิกายน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในเกียวโต: ภูเขาอาราชิยามะ (嵐山)

ภูเขาอาราชิยามะโด่งดังในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของเกียวโตมากว่า 1,000 ปีแล้ว สำหรับใครที่อยากถ่ายภาพสวยๆ เราขอแนะนำให้ไปที่สะพานโทเก็ตสึเคียว (渡月橋) สะพานไม้ที่ทอดตัวอยู่บนแม่น้ำคัตสึระกาวะ หากเดินจากสะพานนี้ไปประมาณ 10 นาที ก็จะเจอวัดเทนริวจิที่มีสวนใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม วัดดังกล่าวนี้นอกจากจะเป็นมรดกโลกแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ควีนเอลิซาเบธเคยแวะมาอีกด้วย

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในนารา: สวนนารา (奈良公園)

สวนนาราเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสวนที่มีกวางอยู่เป็นจำนวนมาก แต่นอกจากกวางแล้ว ที่นี่ก็ยังมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้ชมกันอีกด้วย ภาพวิวที่ไม่ควรพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง คือ ภาพของใบไม้แดงกับอุคิมิโด (浮御堂) ศาลาที่ตั้งอยู่บนบ่อซากิอิเคะภายในสวน บริเวณกลางสวนยังมีวัดโทไดจิ (東大寺) ที่ล้อมรอบไปด้วยใบอิโจที่ร่วงอยู่เต็มพื้นราวกับพรมสีทอง ภาพของกวางที่เดินอยู่บนใบไม้เหล่านี้ก็สวยน่าถ่ายไม่แพ้กัน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในวากายามะ: ภูเขาโคยะ (高野山)

ภูเขาโคยะได้รับการระบุเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เส้นทางสักการะและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาคิอิ” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพุทธที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี พื้นที่ภูเขาโคยะทั้งลูกถือว่าเป็นพื้นที่ของวัดคองโกบุจิ (金剛峯寺) ทั้งหมด ในบริเวณเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างเชิงประวัติศาสตร์น่าชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูหน้าสีแดงสด อาคารดันโจการัน (檀上伽藍) ซุ้มประตูส่วนกลาง หรืออาคารหลักของวัด ภายในภูเขาลูกนี้มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่มากมาย จุดที่สวยเป็นพิเศษก็จะเป็นจาบาระมิจิ (蛇腹路) ซึ่งเป็นอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีที่เชื่อมระหว่างวัดคองโกบุจิและอาคารดันโจการัน

ภูมิภาคชิโคคุและชูโกคุ (ฮิโรชิม่า, ทตโตริ, ชิมาเนะ, โอคายาม่า, ยามากุจิ, โทคุชิมะ, คากาวะ, เอฮิเมะ และโคจิ)

ภูมิภาคชูโกคุตั้งอยู่สุดทางตะวันตกของเกาะฮอนชู (เกาะหลักของญี่ปุ่น) ใกล้ๆ กันเป็นภูมิภาคชิโคคุที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลเซโตะใน เนื่องจากทุกจังหวัดอยู่ติดทะเลจึงมีจุดที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีคู่กับทะเลได้อยู่หลายแห่ง อย่างมิยาจิมะหรือหุบเขาคังคะเคที่เรานำเสนอไว้ด้านล่างนี้

ลักษณะเด่นอีกหนึ่งอย่างของทะเลเซโตะใน คือ มีเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น เกาะโชโดะชิมะในหุบเขาคังคะเค สภาพภูมิอากาศในจังหวัดทตโตริและชิมาเนะที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลก็จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าจังหวัดอื่นเล็กน้อย โดยทั่วไปช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคนี้จะอยู่ที่ช่วงปลายตุลาคมถึงปลายพฤศจิกายน

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในทตโตริ: ภูเขาไดเซ็น (大山)

ภูเขาไดเซ็นมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,729 เมตร มีจุดเด่นอยู่ที่รูปทรงโคนที่สวยงามและป่าต้นบุนะที่กว้างขวาง ภูเขาไดเซ็นมีช่วงพีคในการรับชมใบไม้เปลี่ยนสีถึง 2 ครั้ง คือ ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ภูเขาทั้งลูกจะถูกย้อมเป็นสีแดง และต้นพฤศจิกายนที่หิมะแรกจะค่อยๆ เปลี่ยนภูเขาสีแดงให้กลายเป็นสีขาว บริเวณเชิงเขาไดเซ็นมีลิฟต์และฟาร์มสัตว์อยู่ คุณสามารถเที่ยวชมบริเวณที่ราบสูงไปพร้อมๆ กับใบไม้เปลี่ยนสีได้เลย

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฮิโรชิม่า: มิยาจิมะ (宮島)

เมื่อพูดถึงจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของมิยาจิมะก็ต้องเป็น สวนโมมิจิดานิ (紅葉谷公園) ที่มีต้นโมมิจิอยู่กว่า 700 ต้น ตั้งอยู่เลียบริมแม่น้ำโมมิจิดานิบริเวณเชิงเขามิเซ็น จากศาลเจ้าอิสึคุชิมะที่โด่งดังไปทั่วโลก ใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีเท่านั้น บริเวณสะพานโมมิจิบาชิ (紅葉橋) สีแดงสดจะมีต้นคาเอเดะและโมมิจิให้ชมมากเป็นพิเศษ ภาพของใบไม้ที่เปลี่ยนสีแข่งกับสีแดงของสะพานนั้นก็สวยไม่เบา

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในคากาวะ: หุบเขาคังคะเค (寒霞渓)

จากกระเช้าลอยฟ้าของที่นี่เราจะได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของหินผา ต้นไม้สีแดง, ทอง, เขียว และท้องทะเลของทะเลเซโตะในกันแบบ 360 องศา สำหรับคนที่ชอบปีนเขา ที่นี่ก็มีทางเดินขึ้นเขาด้วย ซึ่งจะใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อไปถึงยอด ทันทีที่ลงจากกระเช้าลอยฟ้าก็จะพบกับร้านอาหาร เป็นร้านที่นำมะกอกซึ่งเป็นผลผลิตขึ้นชื่อของโชโดะชิมะมาทำเป็นซอฟท์ครีมรสมะกอกอันเลื่องชื่อ

ภูมิภาคคิวชู (ฟุกุโอกะ, ซากะ, นางาซากิ, คุมาโมโตะ, โออิตะ, มิยาซากิ และคาโกชิม่า)

ภูมิภาคคิวชูตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะย่อยญี่ปุ่น มีช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ค่อนข้างช้า คือ ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน พื้นที่บริเวณตอนเหนือของภูมิภาคคิวชูอย่างฟุกุโอกะจะมีอากาศอบอุ่นกว่ามิยาซากิและคาโกชิม่าที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้เล็กน้อย แต่หากคุณวางแผนจะเดินทางไปยังเขตภูเขาก็ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปด้วย

นอกจากสถานที่ 2 แห่งที่เราจะนำเสนอในครั้งนี้แล้ว คิวชูยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางธรรมชาติอยู่อีกหลายแห่ง เช่น ภูเขาอาโซะในคุมาโมโตะ หรือเกาะยาคุชิมะในคาโกชิม่า

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในโออิตะ: หุบเขาชินยาบะเค (深耶馬渓)

หุบเขาชินยาบะเคมีจุดห้ามพลาดเป็น ฮิโตเมะฮัคเค (一目八景) จุดชมวิวเลียบแม่น้ำยามาสึริกาวะที่สามารถรับชมหินผารูปร่างประหลาด 8 แห่งได้พร้อมๆ กัน ภาพของหน้าผาอายุเก่าแก่ที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “สามจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของญี่ปุ่น” เคียงคู่ไปกับภูเขาอาราชิยามะในเกียวโตและนิกโก้ในโทชิกิ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมีโซบะแบบโฮมเมดให้ลองรับประทานอีกด้วย

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในมิยาซากิ: ทากาจิโฮะเคียว (高千穂峡)

ทากาจิโฮะเคียวมีไฮไลท์เป็นหน้าผาสูงที่ขนาบ 2 ข้างและน้ำตกที่ไหลลงมาจากแม่น้ำโกคาเสะกาวะ เมื่อมองจากสะพานมิฮาชิ (御橋) ที่ทอดอยู่บนแม่น้ำโกคาเสะกาวะ หรือจากจุดชมวิวทาคิมิได (滝御台) ก็จะเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของน้ำตกมานาอิ (真名井の滝) ที่แต่งแต้มไปด้วยใบไม้สีแดง นอกจากการเดินชมธรรมชาติไปตามทางแล้ว การเช่าเรือเพื่อล่องไปตามช่องเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

แม้ใบไม้เปลี่ยนสีในภาพถ่ายจะดูสวยงามอยู่แล้ว แต่การได้เดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองก็จะทำให้ความสวยงามนี้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก หากใครมีเวลาก็ลองมาผ่อนคลายไปกับอากาศเย็นๆ ตามธรรมชาติกันดูนะ ส่วนใครที่อยากได้ความคุ้มค่าในการเดินทางก็สามารถใช้บริการจากแคมเปญ Go To TRAVEL เพื่อไปชมใบไม้เปลี่ยนสีในราคาที่คุ้มค่ากว่าปีก่อนๆ ได้

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร