ชมธรรมชาติเขียวชอุ่มใน "ภูมิภาคคันโต" กับทัวร์ผจญภัยสุดมหัศจรรย์

การท่องเที่ยวผจญภัย (Adventure Tourism) ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางไปสัมผัสกับธรรมชาตินอกบ้านเท่านั้น แต่คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับสถานที่ปลายทางผ่านการชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่นและการพูดคุยกับชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้ "ภูมิภาคคันโต" ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามทรงคุณค่า (ต่างจากเมืองหลวงอย่างโตเกียวที่เต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยว) จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการผจญภัย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพื้นที่ในแถบคันโตที่มีทั้งธรรมชาติเขียวชอุ่มและกิจกรรมกลางแจ้งที่คุณสามารถเพลิดเพลินได้อย่างไม่รู้เบื่อ!

คันโต

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

พายเรือแคนูในทะเลสาบชูเซนจิของนิกโก้ (จังหวัดโทชิกิ)

ถึงแม้ว่า "นิกโก้" (Nikko) จะมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งชมมรดกโลกอย่าง "ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ" (Nikko Tosho-gu Shrine) แต่ที่นี่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอยู่มากมายเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เทือกเขานิกโก้, น้ำตกเคงอน, แม่น้ำคินุกาวะ ฯลฯ แต่หากคุณอยากเปิดประสบการณ์การผจญภัยในนิกโก้แล้วล่ะก็ "ทะเลสาบชูเซนจิ" (Lake Chuzenji) ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ทะเลสาบแห่งนี้สามารถวัดความยาวโดยรอบได้กว่า 25 กิโลเมตรซึ่งว่ากันว่าเกิดจากการแข็งตัวของลาวาที่มาจากการปะทุของภูเขานันไต (Mount Nantai) ซึ่งก่อตัวขึ้นสูงเหมือนกำแพงเขื่อน อีกทั้งยังมีธรรมชาติสีเขียวขจีล้อมรอบจนดูราวกับป่าล้อมทะเลสาบ

หากคุณอยากเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติอันสดชื่นของที่นี่แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้พายเรือแคนู! คุณจะได้พายเรือไปชมดอกไม้ที่บานอยู่ริมทะเลสาบในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะที่ปกคลุมภูเขานันไตที่ในฤดูหนาว ทะเลสาบชูเซนจิแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 1,269 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลซึ่งถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีความพิเศษอยู่ที่ลมหนาวซึ่งพัดมาจากภูเขานันไต ทำให้อากาศรอบทะเลสาบแห่งนี้เย็นลงได้แม้แต่ในหน้าร้อน ด้วยเหตุนี้ ที่นี่จึงเป็นจุดท่องเที่ยวประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งก็จะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ เช่น การแข่งเรือยอชท์ริมทะเลสาบ ณ บ้านพักตากอากาศของเอกอัครราชทูตอังกฤษและอิตาลี

รู้อย่างนี้แล้ว เลือกได้หรือยังว่าจะใช้วิธีไหนในการเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติของทะเลสาบชูเซนจิเพื่อชมวิวและสัมผัสกับร่องรอยแห่งความงดงามในอดีตเหล่านี้กัน?

https://th.activityjapan.com/publish/plan/27355

เดินเล่นในโอะเซะ (จังหวัดกุนมะ)

รู้หรือไม่ว่าจังหวัดกุนมะมีที่ลุ่มน้ำขังที่นักปีนเขาทั่วโลกต่างประทับใจ? ที่ลุ่มแห่งนี้มีชื่อว่า "โอเซกาฮาระ" (Ozegahara) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในหมู่คนรักการสำรวจธรรมชาติในญี่ปุ่น อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน 100 สุดยอดทิวทัศน์ของญี่ปุ่นและเป็นอุทยานแห่งชาติด้วย

พื้นที่แห่งนี้มีความกว้าง 6 กิโลเมตรจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก และ 2 กิโลเมตรจากทิศเหนือไปยังใต้ซึ่งว่ากันว่าใช้เวลาวิวัฒนาการกว่า 6,000 - 7,000 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ก็เป็นแหล่งชมพืชพรรณท้องถิ่นหลากชนิดที่จะขึ้นเฉพาะบริเวณที่ลุ่มน้ำขังเท่านั้น อย่างกะหล่ำปลีเหม็นและพีทมอส อีกทั้งยังมีทางเดินไม้กระดานและม้านั่งที่สร้างอยู่เหนือพื้นที่ลุ่มเพื่อให้คุณเดินเล่นไปรอบๆ ได้อย่างสบายใจและชมธรรมชาติสุดหายากเหล่านี้กันอย่างใกล้ชิด

รอบที่ลุ่มน้ำขังโอเซกาฮาระนี้มีภูเขาสูงกว่า 2,000 เมตรล้อมอยู่หลายลูก รวมถึง "ภูเขาฮิอุจิกาทาเคะ" (Mount Hiuchigatake) ที่เป็นสัญลักษณ์ของโอะเซะอยู่ทางฝั่งตะวันออก และ "ภูเขาชิบุตสึ" (Mount Shibutsu) ที่มีความลาดต่ำแต่ก็โด่งดังในฐานะขุมทรัพย์ของเหล่าพืชอัลไพน์ที่มักจะเติบโตในอากาศหนาวและดินที่อุดมสมบูรณ์

https://th.activityjapan.com/publish/plan/32783

ล่องแก่งและพายเรือแคนูในเมืองมินาคามิ (จังหวัดกุนมะ)

"เมืองมินาคามิ "(Minakami Town) ตั้งอยู่ในบริเวณเหนือสุดของจังหวัดกุนมะ มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งรวมกิจกรรมเกี่ยวกับแม่น้ำทุกประเภท บางคนถึงกับบอกว่าเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของการ "ล่องแก่ง" ในประเทศญี่ปุ่นด้วย จึงไม่แปลกเลยหากจะมีไกด์ที่เชี่ยวชาญการล่องแก่งอยู่หลายคน 

กิจกรรมหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ในมินาคามิ คือ ล่องแก่งในแม่น้ำโทเนะอันโด่งดัง เราขอแนะนำให้คุณมาในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่หิมะละลายแล้วจะไหลลงมายังแม่น้ำจนก่อให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวที่แรงจนติดอันดับโลก ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะมินาคามิเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีหิมะเยอะที่สุดในภูมิภาคคันโตนั่นเอง นอกจากนี้ ผู้คนมากมายต่างก็นิยมมาเที่ยวเมืองนี้กันในหน้าร้อนเพื่อสนุกกับการเล่นน้ำและปิ้งบาร์บีคิวกันบนทางน้ำที่แห้งผาก

ยิ่งไปกว่านั้น แม่น้ำโทเนะยังเป็นจุดที่เหมาะกับการพายเรือแคนู เพราะที่นี่มีน้ำตกเตี้ยๆ กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของหิมะและการกระทบกันของหินเป็นเวลานาน นับว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการพายเรือแคนูเป็นอย่างมาก คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดระทึกใจจากการสไลด์ตัวลงมากับน้ำตกหรือกระโดดน้ำจากบนที่สูง

เมื่อจบกิจกรรมกระตุ้นอะดรีนาลีนกันไปแล้ว คุณก็สามารถพักและผ่อนคลายไปกับการเดินเล่นอย่างสงบในป่าและพื้นที่รอบๆ น้ำตกได้ด้วย

<กิจกรรมล่องแก่ง>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/522

<กิจกรรมพายเรือแคนู>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/90

พายเรือแคนูในโอคุทามะ (จังหวัดโตเกียว)

หากคุณอยู่ในโตเกียวและอยากจะไปพายเรือแคนูโดยไม่ต้องเดินทางไกลแล้วล่ะก็ "โอคุทามะ" (Okutama) ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่ใกล้ที่สุด เพราะสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าและภูเขาทำให้มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีภูเขาที่ชันที่สุดในโตเกียวกับหุบเขาแคบและลึกด้วย ภูมิประเทศดังกล่าวส่งผลให้โอคุทามะเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการกระโดดหน้าผาสุดโหดซึ่งเป็นแบบโรยตัวไปพร้อมเชือก! หากคุณพร้อมแล้วก็ผูกเชือกไว้กับตัวแล้วมันส์ให้เต็มที่ระหว่างสไลด์ตัวลงไปได้เลย!

โอคุทามะมีกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมาย รวมถึงการไต่เขาลงไปตามน้ำตกและสไลด์ตัวไปบนพื้นลาดเอียงของสไลด์เดอร์แม่น้ำ คุณสามารถเดินทางมายังโอคุทามะได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมงจากสถานีหลักในโตเกียว นับเป็นการผจญภัยที่ดึงดูดใจมากทีเดียว

https://th.activityjapan.com/publish/plan/413

ขี่ม้าในนาสุ (จังหวัดโทชิกิ)

"ที่ราบสูงนาสุ" (Nasu Highland) ถือเป็น 1 ใน 3 ที่ราบสูงชั้นแนวหน้าของภูมิภาคคันโตซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดโทชิกิ ที่ราบสูงแห่งนี้ทอดตัวไปตามแนวเชิงเขาฝั่งตะวันออกของเทือกเขานาสุ (Nasu Mountain Range) และเต็มไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติสีเขียวขจีที่แผ่ออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา บริเวณรอบๆ มีทั้งที่พักและร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ตามแบบฉบับคนเมือง จึงมีชื่อเสียงในฐานะรีสอร์ทฤดูร้อนสุดเก๋แห่งภูมิภาคคันโตด้วย

หากคุณอยากสัมผัสกับธรรมชาติอันกว้างใหญ่ภายนอกแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำกิจกรรมขี่ม้าชมวิว ซึ่งที่นี่ก็มีทัวร์สุดพิเศษที่จะพาคุณไปสำรวจพื้นที่ในอาณาเขตของราชวงศ์ญี่ปุ่นด้วย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน แถมยังสามารถเพิ่มกิจกรรมเสริมเข้าไปในทัวร์นี้หลังจบการขี่ม้าเที่ยวได้ด้วย คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการจิบกาแฟระหว่างที่ชมวิวทิวทัศน์ของยอดเขาชะอุสึ (Mount Chausu) อันโด่งดังของนาสุ หรือไม่ก็ปิ้งบาร์บิคิวเพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับการผจญภัยในครั้งนี้ เตรียมดื่มด่ำไปกับรสชาติของกาแฟที่ต้มเสร็จใหม่ๆ และบาร์บีคิวจากเนื้อวัว หมู และผักที่เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นของนาสุกันได้เลย  

https://th.activityjapan.com/publish/plan/28605

พายเรือคายัคทะเลและเรือยืนในมิอุระ (จังหวัดคานางาวะ)

หากคุณอยากสนุกกับกิจกรรมทางน้ำในภูมิภาคคันโตแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้ตรงไปยัง "แหลมมิอุระ" (Miura Peninsula) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าประทับใจถึงแม้จะอยู่ใกล้เมืองหลวงอย่างโตเกียวก็ตาม นอกจากนี้ พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแหลมมิอุระยังเป็นที่ตั้งของเมืองซุชิ (Zushi) และคามาคุระ (Kamakura) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างดังในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากผู้มาเยือนจะสามารถเล่นน้ำทะเลและชมวิวเมืองไปพร้อมๆ กันได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เราอยากจะชวนทุกคนไปดูพื้นที่แถวปลายแหลมฝั่งใต้สุดของมิอุระกัน อ่าวในบริเวณนี้ได้ชื่อว่ามีแนวชายฝั่งทะเลอันซับซ้อน เช่นเดียวกับทางน้ำระหว่างเกาะ หน้าผาริมทะเล และเนินขั้นบันไดใกล้ชายฝั่งด้วย ถือเป็นสถานที่สุดเพอร์เฟ็กต์สำหรับการเดินเล่นชมวิวเลยทีเดียว นอกจากนี้ ภูมิประเทศดังกล่าวยังสามารถเป็นทั้งที่บังลมและงานศิลปะจากธรรมชาติที่เปรียบเสมือนอาหารตาชั้นเลิศให้คุณได้ด้วย

หากคุณต้องการเก็บเกี่ยวความสนุกในมิอุระอย่างเต็มที่แล้วล่ะก็ ไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่าการพายเรือคายัคทะเล และการพายเรือแบบยืน (Stand Up Paddle Boarding) คุณจะได้ชมทิวทัศน์สวยชวนตะลึงที่สามารถเห็นได้จากกลางทะเลเท่านั้น มาปล่อยตัวปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายน้ำระหว่างที่ชมวิวสุดอลังการของน้ำทะเล แนวชายฝั่ง และธรรมชาติสีเขียวชอุ่มกัน แล้วคุณจะพบเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติเหล่านี้ได้ไม่ยากเลย

<กิจกรรมพายเรือคายัคทะเล>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/34595

<กิจกรรมพายเรือแบบยืน (SUP)>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/10074

ดำน้ำตื้นและน้ำลึกในเกาะอิสุโอชิมะ (จังหวัดโตเกียว)

รู้หรือไม่ว่าใกล้ๆ กับสถานีไดมง (Daimon Station) และสถานีฮามะมัตสึโจ (Hamamatsucho Station) ซึ่งเป็นจุดโดยสารรถไฟโมโนเรลที่เชื่อมอยู่กับสนามบินฮาเนดะนั้น มีช่องทางที่นำไปสู่หมู่เกาะห่างไกลของโตเกียวด้วย!? วิธีเข้าถึงเกาะเหล่านี้อย่างง่ายๆ เลยก็คือ การนั่งเรือจากท่าทาเคชิบะ (Takeshiba Wharf) ที่เปิดให้บริการอยู่ทุกวัน หากคุณเดินทางไปยัง "เกาะอิสุโอชิมะ" (Izu Oshima) ซึ่งเป็นเกาะห่างไกลที่อยู่ใกล้โตเกียวที่สุด ก็จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 45 นาทีเท่านั้น ถือว่าสั้นพอที่จะเที่ยวแบบไปเช้า - เย็นกลับได้อย่างสบายๆ !

ทะเลที่อยู่รอบเกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องความใสของน้ำที่ใสแจ๋วอย่างไม่น่าเชื่อ และถึงแม้จะเป็นเกาะที่อยู่ในเขตโตเกียว แต่อิสุโอชิมะก็เต็มไปด้วยปลาหลากชนิดที่มีต้นกำเนิดอยู่ในโอกินาว่าและภูมิภาคอื่นๆ ทางใต้ ซึ่งถูกพัดมากับกระแสน้ำคุโรชิโอะ (Kuroshio Current) เกาะแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งภูมิศาสตร์ใต้ทะเลอันซับซ้อนและหลากหลาย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของเกาะที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และเหมาะกับการดำน้ำทั้งแบบตื้นและแบบลึกมากๆ ดังนั้น หากคุณชอบกิจกรรมเหล่านี้ ก็ไม่ควรพลาดเกาะอิสุโอชิมะเด็ดขาด

<กิจกรรมดำน้ำตื้น (Snorkeling)>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/1219

<กิจกรรมดำน้ำลึก (Diving)>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/1220

ดำน้ำตื้นและน้ำลึกในเกาะฮาจิโจจิมะ (จังหวัดโตเกียว)

"ฮาจิโจจิมะ" (Hachijojima) เป็นเกาะที่อยู่ห่างจากเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่นไปทางใต้ 300 กิโลเมตร จึงจัดว่ายังอยู่ในเขตพื้นที่ของมหานครโตเกียวอยู่ ฮาจิโจจิมะเป็นเกาะโดดเดี่ยวซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามที่ไม่ถูกทำลายมาจนถึงปัจจุบัน

เพียงคุณปรายตามองลงไปในน้ำ ก็จะได้พบกับสัตว์น้ำท้องถิ่นหลากชนิดที่ว่ายวนกันเป็นกลุ่ม รวมถึงเต่าอีก 5 - 6 ตัวที่ลอยไปมาในทะเลอย่างสบายใจ อีกทั้งยังมีแนวปะการังประจำถิ่นที่สวยงามและโดดเด่นซึ่งทอดยาวไปไกลสุดสายตาด้วย น้ำทะเลที่ใสสุดๆ ของเกาะแห่งนี้ดูสวยงามจนแทบลืมหายใจเลยทีเดียว หากคุณมีโอกาสแวะไปแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้ลองดำน้ำเพื่อจะได้เพลิดเพลินไปกับความงามใต้ทะเลกันอย่างเต็มที่

การเดินทางไปยังเกาะฮาจิโจจิมะนั้นค่อนข้างง่าย เพราะที่นี่เป็นเกาะเพียงแห่งเดียวในโตเกียวที่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะได้โดยใช้เวลาเพียงเที่ยวละ 55 นาทีเท่านั้น

<กิจกรรมดำน้ำตื้น>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/15692

<กิจกรรมดำน้ำลึก>

https://th.activityjapan.com/publish/plan/16945

ชมโลมาและวาฬแถวหมู่เกาะโองาซาวาระ

"หมู่เกาะโองาซาวาระ" (Ogasawara Islands) ตั้งอยู่ห่างจากเกาะฮาจิโจจิมะ 600 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะโดดเดี่ยวที่อยู่ไกลออกไปในทะเลญี่ปุ่นซึ่งสามารถเดินทางได้ด้วยการนั่งเรือจากท่าทาเคชิบะ 24 ชั่วโมง หมู่เกาะเหล่านี้ไม่เคยเชื่อมติดกับทวีปใดเลยตั้งแต่กำเนิด ดังนั้นจึงมีพืชพรรณและสัตว์ต่างๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัวและไม่เหมือนใครอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในฐานะ "เกาะกาลาปากอสแห่งโลกตะวันออก" และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติด้วย

ถึงแม้ว่าเกาะโองาซาวาระนี้จะเป็นแหล่งรวมตัวของจุดชมธรรมชาติมากมาย แต่สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเยือนกันทุกปีกลับเป็นการชมวาฬ โดยจะเน้นการตามหาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อย่างวาฬหลังค่อมและโลมาที่เดินทางมาที่นี่เพื่อผสมพันธุ์กัน โอกาสที่คุณจะได้เห็นวาฬและโลมาตัวเป็นๆ นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของกัปตันเรือ และถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวอันทรงพลังของมันจะมีให้ชมเพียงชั่วพริบตา แต่คุณจะต้องหลงใหลไปกับภาพที่ได้ชมอย่างแน่นอน 

https://th.activityjapan.com/publish/plan/2957

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร