เจาะลึกไฮไลท์ของ "โตเกียวโดมซิตี้" ย่านเอนเตอร์เทนเม้นท์ที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว! เดินทางสะดวก รถไฟ JR, โตเกียวเมโทร และรถไฟใต้ดิน Toei

โตเกียวโดมซิตี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว เป็นย่านที่มีสิ่งน่าสนใจอยู่มากมาย ตั้งแต่สนามเบสบอลและคอนเสิร์ต โรงแรม สวนสนุก สปาออนเซ็น ไปจนถึงร้านอาหารอร่อยๆ เมนูหลากหลาย สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟสาย JR, Tokyo Metro, หรือ Toei Subway ทั้งยังอยู่ใกล้กับจุดท่องเที่ยวชื่อดังอย่างกินซ่า ชิบูย่า และสถานีโตเกียว เป็นตำแหน่งที่ตั้งที่สะดวกเป็นอย่างมาก ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำไฮไลท์ของโตเกียวโดมซิตี้ วิธีใช้บริการสถานที่ต่างๆ ข้อมูลการลดหย่อนภาษี และสถานที่ใกล้เคียงที่สามารถเดินถึงได้

* บทความนี้เขียนขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากโตเกียวโดมซิตี้

ข้อมูลเบื้องต้นของโตเกียวโดมซิตี้

โตเกียวโดมซิตี้ตั้งอยู่ในเขตบุนเกียวของกรุงโตเกียว จุดที่ในอดีตเคยเป็นสนามเบสบอล Korakuen เมื่อสนามเบสบอลได้ปิดตัวและรื้อถอนไปในปี 1980 ก็ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ขึ้นใหม่ หลังจากนั้นก็มีสถานที่พักผ่อนหย่อนคลายและจุดเอนเตอร์เทนเม้นท์ก่อตั้งขึ้นมากมาย จนปัจจุบันได้กลายมาเป็นเอนเตอร์เทนเม้นท์โซนสไตล์เมืองที่ไม่เหมือนใครและมีขนาดใหญ่ที่สุดของโตเกียว

ภายในพื้นที่กว่า 13.3 เฮกตาร์อัดแน่นไปด้วยสิ่งก่อสร้างหลากหลาย เช่น โตเกียวโดม, สวนสนุก Tokyo Dome City Attractions, LaQua คอมเพล็กซ์การค้าที่มีศูนย์กลางเป็นออนเซ็น, และ Tokyo Dome Hotel โรงแรมที่มีชื่อเสียงจากร้านอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ เป็นบริเวณที่มีผู้คนมาเที่ยวกว่า 40 ล้านคนต่อปี สามารถสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายได้ในจุดเดียว ตั้งแต่คอนเสิร์ต เบสบอล สวนสนุก ช็อปปิ้ง อาหาร ที่พัก ไปจนถึงแช่ออนเซ็น

ช่วงปี 2023 - 2024 จุดต่างๆ ของโตเกียวโดมซิตี้ได้มีการต่อเติมและรีโนเวทสเกลใหญ่ขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้แขกที่มาเยี่ยมชมได้สัมผัสช่วงเวลาที่สนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การรีโนเวทของแหล่งช็อปปิ้ง LaQua ซึ่งใหญ่โตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และการเปิดให้บริการของ IMM THEATER ในเดือนมกราคม 2024 เป็นโรงละครแนวสัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่ภายใต้ความร่วมมือของ Yoshimoto Kogyo สำนักงานนักแสดงชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ด้านโตเกียวโดมก็กำลังมีแผนที่จะปรับปรุงและเพิ่มคุณภาพให้กับส่วนที่นั่งด้วยเช่นกัน

เดินทางจากสถานีหลักๆ ของโตเกียวได้อย่างสะดวก

เนื่องจากอยู่ใจกลางตัวเมือง โตเกียวโดมซิตี้จึงมีข้อดีเป็นความสะดวกสบายในการเดินทาง รอบข้างมีสถานีอยู่ 4 แห่ง รองรับรถไฟถึง 5 สาย ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโตเกียวก็สามารถเดินทางมาได้อย่างง่ายดาย หลังจากดูคอนเสิร์ตหรือเบสบอลเสร็จแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเวลาไปกับผู้คนที่แออัด โดยมีสถานีที่ใกล้ที่สุดดังต่อไปนี้

สถานี Suidobashi รถไฟ JR สาย Chuo หรือ Sobu
สถานี Suidobashi รถไฟ Toei Subway สาย Mita
ทางออกที่ 2 ของสถานี Korakuen รถไฟ Tokyo Metro สาย Marunouchi
ทางออกที่ 6 ของสถานี Kasuga รถไฟ Toei Subway สาย Oedo

ยกตัวอย่างเช่น หากนั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Marunouchi มาจากสถานีโตเกียวหรืออิเคบุคุโระ ก็จะถึงสถานี Korakuen โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ส่วนรถไฟ JR สาย Sobu จากสถานีชินจูกุก็จะถึงสถานี Suidobashi โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

สามารถตรวจสอบรายละเอียดด้านการเดินทางของโตเกียวโดมซิตี้ได้ที่นี่

โตเกียวโดม แดนสวรรค์ของคอนเสิร์ตและเบสบอลญี่ปุ่น

โตเกียวโดมเป็นทั้งสนามกีฬาทรงโดมแห่งแรกของญี่ปุ่น และฐานหลักของ Yomiuri Giants ทีมเบสบอลมืออาชีพของญี่ปุ่น นอกจากการแข่งเบสบอลระดับมืออาชีพและคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังแล้ว ยังถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดอีเวนต์ระดับนานาชาติอยู่บ่อยครั้ง

Tokyo Dome City Attractions สวนสนุกที่ไม่เก็บค่าเข้า

Tokyo Dome City Attractions เป็นสวนสนุกที่อยู่ในโตเกียวโดมซิตี้ เนื่องจากไม่เสียค่าเข้า จึงสามารถลองเข้าไปแล้วค่อยตัดสินใจว่าอยากจะเล่นเครื่องเล่นไหน การเล่น 1 ครั้งนั้นใช้ตั๋ว 1 ใบ ทั้งยังมีตั๋ว Ride 5 ที่ใช้เล่นได้ 5 ครั้งต่อการซื้อครั้งเดียว, ตั๋วพาส One-day Passport ที่ใช้เล่นได้ไม่อั้นในระยะเวลา 1 วัน และยังมี Night Discount Passport ที่จำหน่ายหลัง 17:00 น. อีกด้วย ถ้าคิดว่าจะเล่นเครื่องเล่นหลากหลายและใช้เวลาทั้งวันก็แนะนำให้ซื้อ One-day Passport ไปเลยเพื่อความคุ้มค่า

บริเวณนี้ครบครันไปด้วยเครื่องเล่นที่สามารถเพลิดเพลินได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เช่น Big-O ชิงช้าสวรรค์แบบไร้แกนกลางที่ภายในมีคาราโอเกะ และรถไฟเหาะที่มีชื่อว่า Thunder Dolphin นอกจากนี้ก็ยังมีอีเวนต์ตามฤดูกาลและท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สวยงาม เป็นอีกไฮไลท์ของ Tokyo Dome City Attractions ที่ห้ามพลาดอย่างยิ่ง

Thunder Dolphin รถไฟเหาะที่ตื่นเต้นและหวาดเสียวเต็มร้อย

รถไฟเหาะนับว่าเป็นเครื่องเล่นที่ขาดไม่ได้สำหรับสวนสนุก ความพิเศษของ Thunder Dolphin คือสามารถนั่งได้ใจกลางโตเกียวที่เป็นมหานครอันดับต้นๆ ของโลก นอกจากความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว ยังมีจุดที่ทิ้งตัวลงมาในมุม 80 องศา ผ่าน LaQua และใจกลางของ Big-O ด้วยความเร็วสูง ช่วยกระตุ้นอะดรีนาลีนได้ถึงขีดสุด เป็นประสบการณ์สุดหวาดเสียวสมกับที่ถูกเรียกว่ารถไฟเหาะเลยจริงๆ

Big-O ชิงช้าสวรรค์คาราโอเกะแห่งแรกของโลก

อีกหนึ่งเครื่องเล่นของ Tokyo Dome City Attractions ที่เราอยากแนะนำเป็นพิเศษก็คือ Big-O ชิงช้าสวรรค์แบบไร้แกนกลางแห่งแรกของโลก กระเช้าจะค่อยๆ เลื่อนตัวไปตามที่วงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 60 เมตร และสูง 80 เมตรเหนือพื้นดิน สามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของโตเกียวซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้ ภายในกระเช้ามีเครื่องปรับอากาศ และ 1 ใน 5 ของกระเช้าก็ยังมาพร้อมกับเครื่องเล่นคาราโอเกะ นับว่าเป็นชิงช้าสวรรค์คาราโอเกะแห่งแรกของโลก ชิ้งช้าสวรรค์นี้ใช้เวลาวนรอบประมาณ 15 นาที เพียงพอที่จะเพลิดเพลินไปกับการร้องเพลงอย่างเต็มที่ ในช่วงกลางคืนจะสามารถร้องเพลงโดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสวยๆ และไฟไลท์อัพที่โดดเด่น เป็นประสบการณ์เอนเตอร์เทนเม้นท์ที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน

นอกจากการนั่งเครื่องเล่นแล้ว ที่โตเกียวโดมซิตี้ก็ยังมีสิ่งอื่นๆ ให้ทำอีกมากมาย ทั้งการรับประทานและช็อปปิ้ง ยกตัวอย่างเช่น Shake Shack ร้านแฮมเบอร์เกอร์ต้นตำรับอเมริกันที่ภายในตกแต่งในสไตล์สนามเบสบอลดั้งเดิม, JUMP SHOP ร้านสินค้าโซเน็นมังงะที่โด่งดังของญี่ปุ่น, และ GiGo เกมเซ็นเตอร์ที่มีเครนเกมให้เล่น หากคุณเป็นคนที่ชอบซับคัลเจอร์ของญี่ปุ่น ก็รับรองว่าได้จะรู้สึกสนุกตื่นเต้นไปกับบริเวณนี้อย่างแน่นอน

Spa LaQua สปาออนเซ็นธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว

Spa LaQua เป็นสปาออนเซ็นธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนชั้น 5-9 ของศูนย์การค้า LaQua สามารถสัมผัสช่วงเวลาที่แสนผ่อนคลายไปกับออนเซ็น พลางชมทิวทัศน์ที่กว้างขวางและสวยงามของโตเกียวโดมซิตี้ สปานี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียว ใช้น้ำจากออนเซ็นธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินลึก 1,700 เมตร เป็นออนเซ็นโซเดียมคลอไรด์เข้มข้นสีอำพัน เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า บรรเทาอาการไหล่แข็ง และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว จึงถูกเรียกว่าเป็น "ออนเซ็นผิวงาม" และ "ออนเซ็นหุ่นดี" ด้วยเช่นกัน

ภายในมีทั้งบ่อกลางแจ้งน้ำออนเซ็นธรรมชาติ บ่อไม้ฮิโนกิน้ำคาร์บอเนตและออกซิเจน บ่อในร่ม ซาวน่า และพื้นที่พักผ่อนที่กว้างขวาง นอกจากนี้ Spa LaQua ยังมีไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งเป็น Healing Baden โซนที่ครบครันไปด้วยห้องซาวน่าหินที่ให้สรรพคุณหลากหลาย พื้นที่พักผ่อนที่ดูราวกับรีสอร์ทในประเทศเขตร้อน และบ่อแช่เท้าที่มีวิวโตเกียวโดมแผ่กว้างอยู่ด้านล่าง

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ร่วมกับผู้อื่น ก็ขอแนะนำ Sauna Lounge Rentola ซาวน่าแบบห้องส่วนตัวที่อยู่บนชั้น 9 ของ LaQua เป็นห้องส่วนตัวขนาด 20-25 ตารางเมตร ภายในมีห้องซาวน่า บ่อน้ำเย็น และพื้นที่สำหรับพักร่างกาย สามารถใช้บริการได้ 1-4 คน เหมาะทั้งการใช้บริการคนเดียวและการใช้บริการร่วมกับเพื่อนๆ เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยผ่อนคลายได้ทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถเพลิดเพลินไปกับซาวน่าและบ่อน้ำเย็น (ไม่มีออนเซ็น)

LaQua ศูนย์รวมของร้านค้ากว่า 90 ร้าน มีร้านอาหารและเมนูเทคเอาท์ให้เลือกมากมาย

LaQua ครบรอบการเปิดกิจการ 20 ปีไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2023 ได้ทำการรีโนเวทครั้งใหญ่ในปี 2023 เพื่อให้แขกได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่สนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมทั้งโซนสวน ทางเข้า พื้นที่พักผ่อนชั้น 2-4 และพื้นที่ใช้สอยส่วนรวมอย่างห้องน้ำ ทั้งยังเพิ่มจำนวนม้านั่งที่สะดวกต่อการพักผ่อนและรับประทานอาหาร ส่วนที่โซนอาหารใหม่ซึ่งชื่อว่า DELI&DISH นั้นก็เต็มไปด้วยสาขาของร้านชื่อดังจากทั่วญี่ปุ่น เป็นโซนที่ให้บริการในลักษณะของเมนูเทคเอาท์เป็นหลัก โดยจะขอยกมาแนะนำบางส่วนดังต่อไปนี้

● Nihonbashi Tendon Tenmusu   Kaneko Hannosuke : ร้านเทนด้งสไตล์เอโดะที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทั่วโลก มีสาขาหลักอยู่ในนิฮงบาชิของกรุงโตเกียว สาขานี้มีคอนเซ็ปต์ว่า "Kaneko Hannosuke ที่บ้านคุณ" ให้บริการเมนูเทนด้ง 3 แบบ และเมนูจำกัดจำนวนของ Tenmusu (ข้าวปั้นไส้เทมปุระ) และ Ebiten Oshisushi (ซูชิกดหน้าเทมปุระกุ้ง) สามารถลิ้มรสเทนด้งของ Kaneko Hannosuke ในสไตล์ข้าวกล่องที่น้อยคนนักจะรู้จัก

● Tsuiji Gindaco : ทาโกะยากิของร้านขยายสาขาชื่อดัง Tsuiji Gindaco มีเสน่ห์เป็นความกรอบนอกนุ่มในของแป้ง และรสสัมผัสที่เด้งดึ๋งของทาโกะ เป็นทาโกะยากิร้อนๆ น่ารับประทานที่ทำขึ้นจากวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี

● Atsushi Hatae : ร้านของหวานที่คุณ Atsushi Hatae ผู้เป็นเชฟขนมปังได้ตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของตัวเอง คุณ Hatae เคยเป็นเชฟทำขนมอยู่ที่ร้านอาหารระดับโลกที่ชื่อว่า Alain Ducasse เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์เต็มเปี่ยม คุณจะได้พบกับเค้กและขนมอบที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาของคุณ Hatae แม้ว่าร้านนี้จะมีอยู่หลายสาขาในโตเกียว แต่สาขานี้ก็มีจุดเด่นการที่สามารถสั่งเมนูเทคเอาท์ได้อย่างสะดวกสบาย

● Meijuan : ร้านขนมปังสอดไส้ที่ทำขึ้นอย่างประณีตบรรจงราวกับขนมญี่ปุ่น ขนมปังสอดไส้ของที่นี่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของทักษะ 3 อย่างของร้านเก่าแก่ ประกอบไปด้วย วิธีทำขนมปังชั้นหรู หัวเชื้อหมัก และสูตรทำไส้ สามารถสัมผัสกับความประณีตและเอาใจใส่ที่ลงลึกถึงรายละเอียดของเชฟร้านขนมเก่าแก่

● Ichimaruhachi Matchasaro : ร้านชาที่ให้บริการขนมและเครื่องดื่มที่เน้นมัทฉะเป็นหลัก มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเสน่ห์ของมัทฉะอย่างใกล้ชิดมากขึ้น นอกจากความอร่อยแล้วยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการบริโภค โดยเน้นใช้เฉพาะใบชาออร์แกนิคที่มีปริมาณการผลิตไม่มากนัก นอกจากมัทฉะแล้วยังมีชาอื่นๆ อย่างเกียวคุโระโฮจิฉะ เหมาะมากสำหรับซื้อไปดื่มพลางเดินช็อปปิ้ง

ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการเข้าสปา ชมเบสบอล ชมคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดม ก็ไม่ต้องกังวลว่าท้องจะหิว นอกจากโซน DELI&DISH แล้ว LaQua ก็ยังมีร้านแบบนั่งรับประทานอยู่อีกมากมาย เป็นสถานที่ที่ภายในมีร้านค้าสุดโดดเด่นกว่า 90 ร้าน ตั้งแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเมนูอย่างซูชิหรือโซบะ ร้านอาหารนานาชาติอย่างจีนหรือยุโรป ไปจนถึงคาเฟ่ บาร์ และร้านสินค้าทั่วไป รับรองว่าคุณจะได้พบกับอาหารที่ถูกปากอย่างแน่นอน

จุดช็อปปิ้งห้ามพลาดของ LaQua

นอกจากเมนูอร่อยแล้ว LaQua ยังเป็นศูนย์รวมของแบรนด์มากมายจากทั้งในและนอกญี่ปุ่น ตั้งแต่แบรนด์ของใช้ในชีวิตประจำวันสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง MUJI, LOFT, และ AKOMEYA TOKYO ไปจนถึง UNIQLO ที่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าระดับชาติ, Matsumoto Kiyoshi ที่เป็นเชนร้านขายยาอันโด่งดัง, และ KALDI COFFEE FARM ที่จำหน่ายทั้งอาหาร สินค้าแฟชั่น และของใช้ทั่วไป กล่าวได้ว่าครบครันไปด้วยร้านชื่อดังที่ครอบคลุมทุกวงการ โดยจะขอยกมาแนะนำบางส่วนดังต่อไปนี้

● 3COINS+plus : แบรนด์ของใช้ในชีวิตประจำวันที่เน้นขายสินค้าชิ้นละ 300 เยนเป็นหลัก ครอบคลุมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ของตกแต่งภายใน อุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับเด็ก ล้วนเป็นสินค้าที่ดูเรียบง่าย ประณีตบรรจง และมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง ในขณะเดียวกันก็มีราคาที่น่าตกใจเพียง 300 เยน (ไม่รวมภาษี) นับว่าคุ้มค่าเกินราคามากๆ 3COINS+plus สาขา LaQua นี้ยังวางจำหน่ายสินค้าอื่นๆ อย่างขนมและอาหารสำเร็จรูป สมกับที่มีคำว่า +plus อยู่ในชื่อร้าน

● USAGI ONLINE STORE : ร้านแบบจับต้องได้ของ USAGI ONLINE ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นศูนย์รวมของแบรนด์แฟชั่นสตรีชื่อดังของญี่ปุ่น เช่น SNIDEL, Mila Owen, FRAY I.D, และ gelato pique เพียงแวะที่ร้านนี้ก็สามารถซื้อเสื้อผ้าที่กำลังอยู่ในกระแสได้อย่างครบชุด

● Seijo Ishii : ครบครันไปด้วยสินค้าที่หลากหลายในราคาที่จับต้องได้ เป็นสินค้าที่ผู้จัดหาได้คัดสรรมาจากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก ภายใต้คติว่า "ผลิตภัณฑ์อาหารระดับโลกในราคาแบบบ้านๆ"

บริการสะดวกๆ ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาติ

บริการยกเว้นภาษี

กล่าวได้ว่าบริการยกเว้นภาษีเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสำคัญมากเวลาที่ทำการซื้อของในญี่ปุ่น โตเกียวโดมซิตี้ไม่มีเคาน์เตอร์เฉพาะทางของการขอยกเว้นภาษี โดยจะให้แต่ละร้านทำการขอยกเว้นภาษีเอง ด้วยเหตุนี้เอง สินค้าที่ซื้อจากร้านใดก็จำเป็นต้องทำเรื่องยกเว้นภาษีที่ร้านนั้น ไม่สามารถนำไปขอยกเว้นภาษีร่วมกับสินค้าร้านอื่นได้ นอกจากนี้ ระยะเวลาการเดินเรื่องยกเว้นภาษีของแต่ละร้านนั้นจะต่างออกไปตามจำนวนลูกค้าที่กำลังใช้บริการ ปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที หากจะวางแผนช็อปปิ้งก็ควรระวังเรื่องเวลาไว้ด้วย

สามารถเข้าดูเว็บไซต์นี้ เพื่อตรวจสอบว่าร้านไหนบ้างในโตเกียวโดมซิตี้ที่มีบริการยกเว้นภาษี

Wi-Fi ฟรีและบริการรองรับหลายภาษา

การไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาได้ก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเช่นกัน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ เมนูบางส่วนและป้ายบอกทางในโตเกียวโดมซิตี้จึงเป็นแบบที่รองรับหลายภาษา นอกจากนี้ ที่ชั้น 1 ของอาคาร Korakuen Hall ก็ยังมีเคาน์เตอร์นำเที่ยวโตเกียวที่รองรับหลายภาษา โดยพนักงานจะทำการแนะนำข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านเครื่องแปลภาษา และสามารถขอรับใบปลิวท่องเที่ยวได้ด้วย หากมีปัญหาอะไรก็สามารถสอบถามได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ โตเกียวโดมซิตี้ยังมีบริการ Wi-Fi ฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วยให้สามารถใช้บริการเซอร์วิสออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างราบลื่นในระหว่างท่องเที่ยว

จุดน่าแวะใกล้ๆ โตเกียวโดมซิตี้

ด้านล่างนี้เป็นสถานที่ 2 แห่งที่น่าแวะไป โดยอยู่ใกล้กับโตเกียวโดมซิตี้ในระยะที่เดินประมาณ 10 นาที

สวน Koishikawa Korakuen

Koishikawa Korakuen ถูกกล่าวขานเป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว ภายในมีทิวทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่นและจีนให้รับชมตามจุดต่างๆ มีสึคิยามะ (ภูเขาจำลอง) บ่อน้ำ โขดหิน และต้นไม้ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล ฤดูใบไม้ผลิจะสง่างามไปด้วยต้นชิกุเรซากุระบริเวณทางเข้า ฤดูร้อนจะผลิบานไปด้วยดอกบัวและดอกไอริสญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ร่วงจะสามารถเพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีสีแดงสด ส่วนช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิก็มีดอกบ๊วยให้รับชม สามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่หรูหราแบบโบราณ โดยการสั่งอาหารตามฤดูกาลหรือเซ็ตชามัทฉะที่ Biidoro Charyo ซึ่งอยู่ภายในอาคาร Kantokutei

ส่งท้าย

โตเกียวโดมซิตี้เป็นบริเวณที่สามารถท่องเที่ยวทั้งวันได้อย่างสบายๆ ครอบคลุมไปด้วยสถานที่และบริการหลากหลาย กล่าวได้ว่าเป็นโอเอซิสแห่งเมืองใหญ่ รับรองว่าจะทำให้คุณรู้สึกราวกับเป็นคนโตเกียวเลยทีเดียว

มนต์เสน่ห์คันโต

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

รับส่วนลดมากมายในญี่ปุ่น ที่นี่!

เกี่ยวกับนักเขียน

tsunagu
tsunagu Japan
นี่คือแอ็คเคาท์ทางการของ tsunagu japan
  • แผนการท่องเที่ยวคัดสรรค์โดยนักเขียน tsunagu Japan!

ค้นหาร้านอาหาร