เต็มอิ่มกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ณ 9 ร้านน้ำชาขนมหวานและคาเฟ่ญี่ปุ่นยอดนิยมในกรุงโตเกียว

"คาเฟ่ญี่ปุ่น" เป็นคาเฟ่ที่บริการชาญี่ปุ่นอย่างชาเขียวหรือเซนฉะเป็นหลักค่ะ ขนมหวานที่ช่วยสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นนี้เองก็ได้รับความสนใจมิใช่น้อย ปัจจุบันยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยสาเหตุที่ว่าทำให้สามารถสัมผัสถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้อีกด้วยค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำ "คาเฟ่ญี่ปุ่น" ในเมืองอิทธิพลอย่างโตเกียวกันค่ะ

โตเกียว

อาหารการกิน

"คาเฟ่ญี่ปุ่น" คือ

"คาเฟ่ญี่ปุ่น" เป็นคาเฟ่ที่บริการชาญี่ปุ่นอย่างชาเขียวหรือเซนฉะเป็นหลักค่ะ ขนมหวานที่ช่วยสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นนี้เองก็ได้รับความสนใจมิใช่น้อย ปัจจุบันยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยสาเหตุที่ว่าทำให้สามารถสัมผัสถึงบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้อีกด้วยค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำ "คาเฟ่ญี่ปุ่น" ในเมืองอิทธิพลอย่างโตเกียวกันค่ะ 

1.Kagurazaka Saryo [Ushigome-kagurazaka Station] (神楽坂 茶寮 [牛込神楽坂駅])

ร้าน "Saryo" ที่ตั้งอยู่หลังซอย "Kagurazaka" ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนแสนมีเสน่ห์นี้เป็นคาเฟ่สุดวิเศษที่ดัดแปลงมาจากบ้านเรือนของคนทั่วไปค่ะ เมนูที่เราขอแนะนำอย่างยิ่งคือ "ช็อกโกแลตฟองดูว์ชาเขียวเมืองหลวง (920 เยน (ไม่รวมภาษี))" ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากอยู่ค่ะ! เป็นขนมหวานชั้นเลิศที่มาพร้อมกับสตรอว์เบอร์รี่ แป้งข้าวเหนียว ขนมแป้งนามะฟุ และพายทำมือราดซอสที่มาจากการผสมผสานระหว่างชาเขียวอุจิกับไวท์ช็อกโกแลตค่ะ  เราขอแนะนำให้ท่านนำซอสที่เหลือไปราดไอศกรีมค่ะ รับประกันได้ว่าฟินสุด ๆ สำหรับคนชอบขนมหวานแน่ ๆ ค่ะ!!

ส่วนนี่เป็น "Frozen S'More ไส้ชาเขียว (810 เยน (ไม่รวมภาษี))" ค่ะ สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาร์ชเมลโล่นุ่ม ๆ ที่ปิ้งด้วยเบิร์นเนอร์แก๊สคือไอศกรีมชาเขียวและวานิลลา 2 รสและกราโนล่าแสนกรุบกรอบค่ะ! น้ำเชื่อมชาเขียวที่มีรสชาติเข้มข้นนี้ทำให้เกิดสัมผัสแห่งรสชาติอันลึกซึ้งค่ะ ขอเชิญทุกท่านมาเพลิดเพลินกับการจับคู่ระหว่างชาเขียวกับรสชาติที่ไม่เคยมีมาก่อนกันค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีเค้กหายากที่มาพร้อมกับวัตถุดิบของญี่ปุ่น เช่น "แรร์ชีสเค้กชาเขียวเมืองหลวง (770 เยน (ไม่รวมภาษี))" หรือ "ทีรามิสุทาร์ตชาโฮจิฉะ (720 เยน (ไม่รวมภาษี))" เป็นต้น อย่าลืมไปลองตรวจสอบดูนะคะ

2. Mikan CLUB [Omotesandō Station] (味甘CLUB [表参道駅])

ในภาพเป็นเมนูยอดนิยมอย่าง "น้ำตกนางฟ้า (เซ็ต (1,000 เยน), เดี่ยว (700 เยน))" ของร้าน Mikan CLUB ค่ะ นี่เป็นของหวานที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุจากวุ้นและน้ำค่ะ! ส่วนวันหมดอายุก็แค่ 30 นาทีเองค่ะ ขนมหวานนี้ไม่มีทั้งกลิ่นและรสชาติ ทำให้ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับสัมผัสแสนพิเศษไม่เหมือนใครที่มาพร้อมกับผงแป้งกับน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงค่ะ รูปร่างภายนอกที่เหมือนกับอัญมณีใส ๆ นี้ก็เป็นความลับอย่างมากเลยล่ะค่ะ เมนูนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 10 เมนูต่อวันเท่านั้น ดังนั้นเราขอแนะนำให้ท่านที่สนใจควรมาถึงร้านไว ๆ ค่ะ

"ดังโงะน้ำศักดิ์สิทธิ์ (เซ็ต (1,000 เยน), เดี่ยว (700 เยน))" ในภาพนี้ก็เป็นเมนูน่าสนใจที่นำดังโงะมาอย่างด้วยเตาถ่านค่ะ! ท่านยังสามารถเลือกซอสทำมือ 3 ชนิดจากทั้งหมด 8 ชนิดตั้งแต่ซอสหวานยอดนิยมอย่างชินนาม่อนไปจนถึงซอสโคชูจัง ซอส Peperoncino และวาซาบิได้อีกด้วยค่ะ การย่างดังโง่ด้วยตนเองเช่นนี้นับว่าเป็นบริการที่หายากแม้แต่ในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ดังนั้นห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ!

3. Sasha Kanetanaka [Omotesandō Station] (茶洒 金田中 [表参道駅])

ร้าน "Sasha Kanetanaka" แห่งนี้เปิดโดย "Kanetanaka" หนึ่งในสามภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งสร้างเสร็จในยุค Taisho (ค.ศ. 1912-1926) ค่ะ อาคารโมเดิร์นแบบญี่ปุ่นที่มีทั้งบรรยากาศหรูหราและชวนให้สบายใจเป็นผลงานจาก Hiroshi Sugimoto นักออกแบบยุคปัจจุบันที่มีชื่อเสียงระดับโลกค่ะ ส่วนกระจกและโต๊ะไม้ 1 โต๊ะที่หันไปทางสวนนี้ยังเปิดโล่งอย่างมาก ทำให้ท่านสามารถใช้เวลาโดยตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกได้เลยทีเดียวค่ะ

เมนูอาหารกลางวันที่ทางภัตตาคารเป็นผู้ลงมือทำเองเป็นของเด็ดห้ามพลาดค่ะ! ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังสามารถเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารที่ยากต่อการจินตนาการเพราะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลอย่างเมนูอาหารประจำวันได้อีกด้วยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนก็มีรสชาติแสนหรูหรา ส่วนการจัดจานเองก็ปราณีตมาก ๆ ค่ะ ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ต้องการทานอาหารกลางวันญี่ปุ่นแบบหรูหราค่ะ

ของหวานยอดนิยมคือ "ฮงวาราบิโมจิน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง (1,500 เยน)" ค่ะ "ฮงวาราบิโมจิ" ทำมาจากแป้งฮงวาราบิโกะซึ่งมีจำนวนการผลิตน้อยลงทุก ๆ ปีเนื่องจากความยากลำบากในการผลิตของผู้ผลิตค่ะ ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับรสชาติเฉพาะตัวของ "วาราบิโมจิ" ที่จะละลายไปในปากระหว่างที่ท่านกำลังสนุกสนานไปกับสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดีค่ะ สนใจมาลิ้มลองรสหวานอันหรูหราในช่องว่างแบบญี่ปุ่นชั้นสูงที่มาพร้อมกับความงดงามของประวัติศาสตร์และความเหนือชั้นไหมคะ?

4. Chachanoma [Omotesandō Station] (茶茶の間 [表参道駅])

คาเฟ่ชาญี่ปุ่นเฉพาะทางแห่งนี้มีซอมเมอลิเย่แห่งชาญี่ปุ่นอยู่ค่ะ ร้านแห่งนี้บริการขนมหวาน "Chachanoma" กับชาญี่ปุ่นอันปราณีตค่ะ ความหวานของขนม "Chachanoma" มีระดับกำลังดีเพื่อที่จะสามารถดึงรสชาติของขนมหวานและชาออกมาให้ที่ดีที่สุดค่ะ ส่วนในภาพก็เป็น "น้ำแข็งไสทีรามิสุชาเขียวพร้อมสตรอว์เบอร์รี่ (1,600 เยน (ไม่รวมภาษี))" ค่ะ วิธีการทานที่ทางเราขอแนะนำคือราดซอสชาเขียวมิซึ ซอสมาสคาโปน และครีมทีรามิสุสตรอว์เบอร์รี่และโรยชาเขียวนะคะ!
 

ส่วน "เซ็ตพาเฟ่ต์ Chacha และชาเซนฉะ (1,600 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี))" ในภาพนี้ก็ยังสามารถเลือกไอศกรีมจากทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ ชาเขียว น้ำตาลทรายแดง และวานิลลาได้เช่นกันค่ะ เป็นพาเฟ่ต์ในฝันที่อัดแน่นของหวานอย่างไอศกรีม วาราบิโมจิ อังโกะเกลือ แป้งข้าวเหนียว วุ้นชาที่คนจนแห้งและมูสนมที่เรียกรวมกันว่า "Chachanoma" เลยล่ะค่ะ!! ด้วยความที่เป็นคาเฟ่ชาเขียวญี่ปุ่นเฉพาะทางทำให้มีชาเขียวบริการมากกว่า 30 ชนิดเลยค่ะ ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่าง "เพลิดเพลินไปกับชา" กันนะคะ!

5. Tsuruya Yoshibobu Kayūchaya [Mitsukoshimae Station] (鶴屋吉信 菓遊茶屋 [三越前駅])

ห้อง "Kayūchaya (แปลว่าห้องนั่งเล่นจิบชาทานขนม)" ของร้าน "Tsuruya Yoshibobu" มีเมนูยอดนิยมเป็น "ขนมสดและชาเขียวตามฤดูกาล (972 เยน (รวมภาษี) ที่ทางร้านจะมาทำขนมให้ดูเลยล่ะค่ะ ขนมสดนี้มีส่วนผสมเป็นน้ำประมาณ 30% จึงเป็นขนมญ๊่ปุ่นชนิดหนึ่งที่มีสัมผัสนุ่ม ๆ หนืด ๆ ค่ะ การได้ทานขนมสดที่เชฟใช้เทคนิคต่าง ๆ มาทำให้เราอย่างสุดฝีมือนั้นเป็นเวลาแสนหรูหราอย่างมากเลยล่ะค่ะ

ขนมสดที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ มีความหวานชั้นเลิศและลื่นมาก ๆ เลยค่ะ ขนมสดเองยังเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอีกด้วยค่ะ เช่น ในฤดูร้อนจะบริการขนมประจำฤดูร้อนอย่าง "ขนมฮิมาวาริ (ขนมดอกทานตะวัน)" หรือ "ผลโฮซึกิ" นั่นเองค่ะ นี่จะเป็นประสบการณ์แสนล้ำค่าที่ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับการทำขนมสดให้ดูต่อหน้าที่มาพร้อมกับความน่ารักและความละเอียดอ่อนเฉพาะแบบของญี่ปุ่นค่ะ เรียกได้ว่าห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!

6. Yojiya Cafe [Haneda Airport] (よーじやカフェ [羽田空港])

คาเฟ่ "Yojiya" มีชื่อเสียงในฐานะแบรนด์ร้านขายกระดาษซับน้ำมันเก่าแก่ค่ะ เป็นคาเฟ่ที่มีอยู่เพียงสาขาเดียวในกรุงโตเกียว ส่วนของหวานหรืออาหารนั้นจะมีภาพวาด "สัญลักษณ์คนสวยแห่งเมืองหลวง" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ "Yojiya" อยู่ค่ะ เป็นการจัดแสงที่ทำให้ประทับใจอย่างมาก แถมรูปร่างก็ยังน่ารักอีกด้วยค่ะ!

เมนูที่อยากให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทานให้ได้คือ "ข้าวต้มนิ่ม ๆ ต้อนรับอรุณเมืองหลวง (1,000 เยน (ไม่รวมภาษี))" ค่ะ นอกจากข้าวต้มจะไม่มีกลิ่นแล้วก็ยังทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นอีกด้วย ทำให้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อความงามและสุขภาพร่างกายด้วยเช่นกันค่ะ หากเพิ่มเงินอีก 190 เยน ท่านยังสามารถรับเซ็ตเครื่องดื่มได้อีกด้วยค่ะ หากสุขภาพร่างกายเกิดแย่ขึ้นมาระหว่างท่องเที่ยวก็อย่าลืมลองแวะที่นี่เด็ดขาดนะคะ!

7. KANAZAWA ICE [Harajuku Station] (金座和アイス [原宿駅])

ร้าน "KANAZAWA ICE" ขาย "ไอศกรีมไม่ละลาย" ซึ่งเป็นไอศกรีมแปลก ๆ ที่แม้วางไว้ในอุณหภูมิ 40 องศานานถึง 3 ชั่วโมงก็ยังไม่ละลายเลยล่ะค่ะ!! มีเคล็ดลับคือ "สารโพลีฟีนอลสตอว์เบอร์รี่" นั่นเองค่ะ ทางร้านใช้แต่วัตถุดิบจากธรรมชาติเท่านั้น ท่านยังจึงสามารถไว้วางใจเรื่องสุขภาพได้อีกด้วยค่ะ ไอศกรีมที่สามารถซื้อกลับไปทานได้ที่บ้านเนี่ยก็น่าสนใจมิใช่น้อยเลยนะคะ!

ไอศกรีมมีราคาทั้งหมด 500 เยน (ไม่รวมภาษี) ค่ะ ไอศกรีม 1 ลูกสามารถใส่ท็อปปิ้งฟรีได้ 1 อย่างค่ะ หากเพิ่มเงิน 50 เยน (ไม่รวมภาษี) ยังสามารถเพิ่มสายรุ้งหรือช็อกโกแลต 10 สี ทว่าหากเพิ่มเงิน 100 เยน ท่านก็ยังสามารถเพิ่มผงซอสทองคำเปลวได้ด้วยเช่นกันค่ะ การสร้างไอศกรีมออริจินอลในแบบของตนเองสนุกมาก ๆ เลยนะคะ! แถมไอศกรีมไม่ละลายยังเหมาะกับการเดินทานสุด ๆ เลยล่ะค่ะ! ท่านใดที่สนใจก็ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ

·ที่นี่ได้ปิดทำการแล้ว

8. GEN GEN AN [Shibuya] (幻幻庵 [渋谷])

ร้าน "GEN GEN AN" ที่ตั้งอยู่ใน Shibuya เต็มไปด้วยของหายากอย่าง "ชาคาไมริฉะ" ที่ผลิตอยู่ไม่ถึง 1% ทั่วประเทศญี่ปุ่น ชาฮามะเรียคุฉะ และชาโฮจิฉะ รวมไปถึงของที่ต้องมีแน่ ๆ อย่างชาญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ เช่น ชาโฮจิฉะแดงซึ่งต้มใบชาอู่หลงที่มาจากการหมักอย่างยาวนาน เป็นต้น นอกจากจะซื้อชาแล้วยังสามารถชิมชาได้อีกด้วยนะคะ! ท่านจะสามารถเพลิดเพลินไปกับชาญี่ปุ่นแห่งความประทับใจใหม่ ๆ อย่างชาโฮจิฉะผสมตะไคร้ค่ะ

ทางร้านใช้แก้วดีไซน์ทันสมัยแสนเรียบง่ายซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ของชาญี่ปุ่นมิใช่น้อยเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ ชาทั้งหลายยังมีเฉดสีแสนสดใสทั้งชาเขียวที่มีสีเขียวและชาเซนฉะที่มีสีน้ำตาล ดังนั้นเวลาที่จะซื้อไปฝากเพื่อน ๆ เองก็ยังสามารถถ่ายรูปจัดแสงสีสวย ๆ โดยมีพื้นหลังแสนวิเศษได้อีกด้วยนะคะ!

ส่วน "เซ็ตชิมชา (1,080 เยน (ไม่รวมภาษี))" นี้เองก็ยังเหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากสุด ๆ เลยค่ะ! สีกรมท่าเป็น "เซ็ต 1 Day" ซึ่งประกอบไปด้วยชามิซึดาชิฉะ ชาคาไมริฉะ และชาฝรั่ง ส่วนสีแดงเป็น "เซ็ตคาเฟอีนค่ำ" ซึ่งประกอบไปชา 3 ชนิดอย่างชาคุคิโฮจิฉะ ชาคาไมริเกนเมฉะและชาโฮจิฉะผสมตะไคร้ค่ะ สนใจมาซื้อฝากครอบครัวหรือเพื่อน ๆ กันไหมคะ?

9. Kuriyakashi Kurogi [Hongō-sanchōme Station] (厨菓子くろぎ [本郷三丁目駅])

คาเฟ่ญี่ปุ่นแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน "มหาวิทยาลัยโตเกียว" แคมปัส Hongō ซึ่งอยู่ในบริเวณ Ueno ค่ะ ท่านสามารถทานขนมญี่ปุ่นชั้นเลิศจากฝีมือของ Jun Kuroki เชฟผู้เคยคว้าดาวมิชลีนมาครอง ส่วนลักษณะภายนอกของร้านที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นไม้จากต้นสนญี่ปุ่นจำนวนนับไม่ถ้วนนี้มาจากการออกแบบของ Kengo Kuma สถาปนิกผู้เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ เพียงแค่ได้มองชมการออกแบบที่งดงามเช่นนี้ก็นับว่าคุ้มมาก ๆ เลยล่ะค่ะ!

เมนูที่ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งคือ "วาราบิโมจิ (2,050 เยน (ไม่รวมภาษี))" ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากภาชนะแสนน่ารักค่ะ ขนมทั้งหมดนี้ใช้วัตถุดิบอย่าง "ผงแป้งฮงวาราบิโกะ" ที่สามารถเก็บได้เพียงไม่ถึง 100 g จากรากต้นวาราบิทั้งหมด 10 kg ค่ะ ความดีงามของขนมชิ้นนี้คือสัมผัสรสชาติของวาราบิโมจิจะอยู่ได้นานถึง 30 นาที เรียกได้ว่าเป็นของชั้นเลิศเลยล่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น กาแฟที่ทางร้านบริการก็ยังเป็น "กาแฟญี่ปุ่นที่เหมาะกับขนมญี่ปุ่น" ที่ได้รับการคัดสรรจากร้านยอดนิยมใน Ebisu อย่าง "Sarutahiko Coffee Ebisu" อีกด้วยค่ะ ขอเชิญทุกท่านมาดื่มด่ำไปกับการจับคู่ระหว่างรสหวานแบบญี่ปุ่นและกาแฟเช่นนี้กันค่ะ

"อาหารญี่ปุ่น" ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของโลก "ขนมญี่ปุ่น" เองก็จึงเริ่มได้รับความสนใจมิใช่น้อย ด้วยความที่ใช้วัตถุดิบอย่าง "ชาเขียว" หรือ "ชาโฮจิฉะ" นี่จึงเป็นขนมหวานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่แม้แต่ท่านที่ไม่ชอบรสหวานก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปได้อย่างสบาย ๆ ขอเชิญทุกท่านให้มาลองใช้เวลาแสนวิเศษแบบญี่ปุ่นในคาเฟ่ญี่ปุ่นกันนะคะ!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร