8 ร้านอาหารที่ห้ามพลาดในคิชิโจจิ (Kichijoji) ย่านที่น่าอยู่ที่สุดในญี่ปุ่น

คิชิโจจิ (Kichijoji) อีกหนึ่งย่านท่องเที่ยวของโตเกียวซึ่งนอกจากจะเป็นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่าอยู่อาศัยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นที่ที่มีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้เราจึงมาแนะนำร้านอาหารที่น่าลิ้มลองในคิชิโจจิให้ทุกคนได้รู้จักกัน ถ้ามีโอกาสได้ไปแถวๆ สวนอิโนะคาชิระแล้วล่ะก็ลองแวะไปร้านที่สนใจกันดูได้นะคะ !

คิชิโจจิ

อาหารการกิน

1. American Dining Koki's House (アメリカン・ダイニング Koki’s House)

ร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่ตั้งราคาอาหารและเครื่องดื่มทุกเมนูไว้เพียง 390 เยนเท่านั้น ! คุณสามารถนั่งชิลๆ เติมท้องให้เต็มอิ่มได้ด้วยอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่ามาการิต้า ข้าวห่อไข่ราดซอสฮายาชิ (ซอสเดมิกลาสผสมเนื้อและหัวหอม) และหรือไก่บัฟฟาโล รสชาติก็แน่นอนว่าอร่อยเสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะซื้อได้ในราคาเพียง 390 เยนเลยล่ะค่ะ สมกับที่ตั้งอยู่ในเมืองน่าอยู่อย่างคิชิโจจิจริงๆ เลยค่ะ

 

เวลาเปิดทำการ: อาหารกลางวัน 11.30 - 16.00  คาเฟ่ 15.00 - 17.00  อาหารเย็น 17.00 - 23.30

วันหยุด: ช่วงหยุดยาวปีใหม่

ที่ตั้ง: 2-10-6 Kichijoji Honcho, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

2. Kichijoji Colonial Garden (吉祥寺コロニアルガーデン)

เดินเท้าเพียงสองนาทีจากสถานีคิชิโจจิและไม่ไกลจากสวนอิโนะคาชิระ (井の頭公園) ที่นี่ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินกับอาหารอิตาเลียนที่ใช้เนื้อซากะระดับสูงถึง A5 ควบคู่ไปกับวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี เมนูที่เสิร์ฟก็จะเป็นพาสต้าและอาหารชั้นเลิศต่างๆ นอกจากนี้ที่นั่งริมระเบียงหรือภายในร้านก็ยังถูกตกแต่งอย่างหรูหรา เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกไฮโซเหมือนได้มารับประทานอาหารในภัตตาคารชั้นสูงในรีสอร์ทที่ต่างประเทศเลยล่ะค่ะ

 

เวลาเปิดทำการ: 10.00 - 23.00

วันหยุด: ไม่มี

เว็บไซต์: www.opefac.com (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: Coppice Kichijoji (Hall A, 3F), 1-11-5 Kichijoji Honcho, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

3. Shaporuju (シャポー・ルージュ)

ร้านอาหารตะวันตกเก่าแก่ที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปีโชวะที่ 36 (ราวๆ พ.ศ. 2504) สามารถเดินไปจากสถานีคิชิโจจิได้ในเวลาไม่ถึงห้านาที จานเด็ดที่ห้ามพลาดเด็ดขาดของร้านคือข้าวห่อไข่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานไม่แพ้กัน เมนูอื่นๆ ก็จะเป็นพวกอาหารสูตรดั้งเดิมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีชุดอาหารกลางวันที่เสิร์ฟคู่กับซุปและสลัดให้ได้อิ่มท้องกันในราคาประหยัดด้วยนะคะ

 

เวลาทำการ: อาหารกลางวัน 11.00 - 16.00  อาหารเย็น 17.30 - 21.00

วันหยุด: วันพฤหัสบดี

เว็บไซต์: www.bambi2007.jp (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: 2-13-1 Kichijoji Honcho, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

·ร้านนี้ได้ปิดทำการแล้วเมื่อปี 2017 เดือน 5

 

4. Kumamori Shokudoō (くまもり食堂)

 

ร้านที่ชื่อแปลได้ว่า 'ป่าหมี' แห่งนี้ เป็นร้านอาหารตะวันตกที่เป็นที่นิยมมากในหมู่สาวๆ ด้วยตัวร้านที่ตกแต่งได้อย่างน่ารักและมีสไตล์ นอกจากเมนูไก่โอยามะที่เป็นวัตถุดิบหลักของร้านแล้ว ยังมีทั้งสลัด สเต็กเนื้อฮารามิ (เนื้อวัวส่วนกระบังลม) และเนื้อน่องย่างไฟในราคาไม่แพงให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

 

เวลาทำการ: อาหารกลางวัน 11.30 - 17.00  อาหารเย็น 17.00 - 22.00

วันหยุด: วันอังคาร

เว็บไซต์: http://tokyo.pegaschool.com/sakuhin/seito/site-201210/access.html (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: 2-20-7 Kichijoji Honcho, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

5. Chikurosanbō (竹爐山房)

ร้านนี้ก็เป็นร้านหนึ่งที่เปิดทำการอยู่คู่เมืองคิชิโจจิมาอย่างยาวนาน ภายในร้านจะให้บรรยากาศเหมือนภัตตาคารชั้นสูง และอาหารที่เสิร์ฟก็คุณภาพดีไม่แพ้หน้าตา เมนูโดยส่วนมากจะเป็นอาหารจีนแบบเบาๆ ให้เราได้รับประทานกันแบบสบายท้อง นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารทั่วไปอย่างยากิโซบะรวมมิตรทะเล และเมนูอาหารกลางวันให้ได้อิ่มกันในราคาย่อมเยาอีกด้วย

 

เวลาทำการ: 11.30 - 14.30, 17.30 - 22.00

วันหยุด: วันพุธ

เว็บไซต์: www.chikurosanbou.com (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: Century Home Kichijoji Building 2 B1F, 2-21-8 Kichijoji Honcho, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

6. CAFE RIGOLETTO

Ya-ko/Flickr

ร้านอาหารสเปน-อิตาลีสุดหรูที่จะเสิร์ฟพิซซ่าเนโปลิตันหนึบๆ กับพาสต้าร้อนๆ ปรุงใหม่จากเตาให้เราได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีไวน์ลิสต์ของร้านที่ไม่ว่าเราจะสั่งขวดไหนก็ราคาเพียง 2,500 เยนเท่านั้น ตัวร้านจะตกแต่งอย่างสวยงามและให้บรรยากาศสบายๆ จะใช้เป็นจุดนัดเดทก่อนไปเดินเล่นชมสวนที่สวนอิโนะคาชิระก็ไม่เลวเลยทีเดียว 

 

เวลาทำการ: 11.00 - 04.00

วันหยุด: ไม่มี

เว็บไซต์: www.rigoletto.jp (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: Kichijoji the 2nd Marble Building 1F・2F, 2-14-5 Kichijoji Honcho, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

7. Nikuyama (肉山)

sakaki0214/Flickr

ร้านที่ว่ากันว่าจองได้ยากมากๆ ในระดับที่ต่อให้มีใครยกเลิกไปก็จะมีคนจองต่อในพริบตาเลยทีเดียว ทั้งร้านมีเพียงคอร์สโอมากาเสะ (Chef’s Choice) ราคา 5,000 เยนให้เลือกเพียงคอร์สเดียวเท่านั้น ราคาอาจจะดูสูงสักเล็กน้อย แต่ขอบอกว่าเนื้อจานหลักนั้นมีการปรุงรสและย่างไฟอย่างพิถีพิถัน และผักที่เสิร์ฟมาด้วยก็เป็นของดีไม่แพ้กัน นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกจานปิดท้ายเป็นข้าวหน้าไข่ดิบหรือข้าวแกงกะหรี่ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุดๆ

 

ที่ตั้ง: Fujino Building 2F, 1-1-20 Kichijoji Kitamachi, Musashino-shi, Tokyo (Google Map)

8. Pepa Cafe Forest (ペパカフェフォレスト)

176.9cm/Flickr

Pepa Cafe Restaurant เป็นร้านอาหารผสมคาเฟ่ที่รวบรวมเมนูอาหารไทยและอาหารเวียดนามแบบแท้ๆ ไว้ให้เราได้เลือกสรร มีทั้งแกงเขียวหวาน ผัดกะเพราที่เราคุ้นเคย ไปจนถึงของหวานอย่างเค้กกล้วยสไตล์เวียดนาม จุดขายของร้านคืออยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวในสวนอิโนะคาชิระ และมีที่นั่งริมระเบียงให้ใช้บริการ เรียกได้ว่าได้สัมผัสกับธรรมชาติของเมืองคิชิโจจิกันอย่างเต็มที่เลยล่ะค่ะ

 

เวลาทำการ: 12.00 - 22.00

วันหยุด: ไม่มี

เว็บไซต์: www.peppermintcafe.com (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)

ที่ตั้ง: Inokashira Park, 4-1-5 Inokashira, Mitaka-shi, Tokyo (Google Map)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร