พาเที่ยว 6 สวนใหญ่ทั้งในและรอบโตเกียวแบบ Social distancing

หลังจากสถานการณ์โรคโควิด19 คลี่คลายลง เราก็จะต้องกลับมาใช้ชีวิตประจำวันที่เหมือนเดิมแต่ไม่เหมือนเดิม ที่เรียกกันว่า “นิว นอร์มอล” (New Normal) นอกจากการใช้ชีวิตประจำวันแบบใหม่แล้วเราก็ต้องเที่ยวกันแบบใหม่ๆ เพราะฉะนั้นครั้งนี้เราจึงมาแนะนำ 6 สวนสาธารณะญี่ปุ่นในโตเกียวและรอบๆ ที่ทั้งคนน้อย เที่ยวสบายๆ ตรงตามคอนเซปต์ Social distancing ไปดูกันเลยค่ะ

คันโต

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

 

สวนสาธารณะญี่ปุ่นเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของประเทศนี้ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนจะใกล้หรือไกล จะเล็กหรือจะใหญ่ เราก็สามารถพบเห็นสวนต่างๆ ได้ทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

1. สวนชินจูกุเงียวเอน (新宿御苑)

สวนชินจูกุเงียวเอน หรือ Shinjuku Gyoen National Garden เดิมนั้นสวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นสวนสำหรับราชวงศ์โดยเฉพาะ แต่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ ภายในสวนจะมีดีไซน์ผสมผสานระว่างสไตล์ยุโรปและสไตล์ญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของสวนญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ที่นี่เป็นสวนขนาดใหญ่ จะไปเดินเล่นหรือว่าไปปิกนิกก็ได้ สวยทุกฤดูรวมถึงซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ในสวนยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ รวมถึงร้านขายของต่างๆ เพลินได้ทั้งวันเลยทีเดียว

2. สวนริคุงิเอน (六義園)

สวนริคุงิเอน (Rikugien Garden) เป็นสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ขึ้นชื่อมาตั้งแต่ยุคเอโดะ สวนนี้ยังได้รับการลงทะเบียนเป็นสถานที่มีมูลค่าทางวัฒนธรรมของประเทศเลยทีเดียว

จุดเด่นหนึ่งของสวนนี้คือไปฤดูไหนก็สวยทุกฤดู มีดอกไม้ตามฤดูกาล เหมาะสำหรับใครที่ชอบความเป็นญี่ปุ่น อยากให้ลองเข้าไปเดินเล่นดูสักครั้งค่ะ

3. สวนฮิตาจิ ซีไซด์ ปาร์ค (国営ひたち海浜公園)

สวนฮิตาจิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) ตั้งอยู่ที่จังหวัดอิบาระกิ ขับรถหรือว่านั่งรถไฟจากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินทาง เป็นสวนที่ใหญ่มากๆ สามารถชมดอกไม้ที่ปลูกไว้ได้ทุกฤดู หนึ่งในไฮไลท์คือทุ่งดอกโคเชียสีแดงสวยที่จะเริ่มบานราวกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

ในสวนยังมีเครื่องเล่นมากกว่า 25 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือทะเล 100 เมตร และนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมายให้ทำกันอีกด้วยค่ะ นอกจากจะสนุกแล้วก็มีดอกไม้สวยๆ ให้ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมได้ตลอดทั้งปีเลยล่ะค่ะ

4. สวนฮามะริคิว (浜離宮恩賜庭園)

สวนฮามะริคิว (Hamarikyu Garden) เป็นสวนใหญ่เก่าแก่อยู่ใจกลางโตเกียวใกล้กับอ่าวโตเกียว และก็เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีกที่หนึ่ง ในสวนจะมีบ่อน้ำที่มีการดึงเอาน้ำทะเลมาใช้ เมื่อน้ำทะเลขึ้น น้ำใจบ่อก็จะเต็ม แต่เมื่อน้ำทะเลลดลง น้ำในบ่อก็จะลดลงไปด้วย

และอีกหนึ่งอย่างที่ขอแนะนำในสวนนี้ก็คือ ท่าเรือที่สามารถลงเรือไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น อาซากุสะ เป็นต้น หรือว่าจะขึ้นจากที่อื่นมาลงที่สวนก็ได้เช่นกัน เดินเล่นแล้วก็นั่งเรือชิลล์ๆ เพลินแน่นอนค่ะ

5. สวนคะไซรินไค (葛西臨海公園)

สวนคะไซรินไค (Kasai Rinkai Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ติดกับอ่าวโตเกียว และอยู่ตรงข้ามกับโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ตเลยทีเดียว ทั้งยังอยู่ใกล้สถานีแบบลงปุ๊ปถึงปั๊ป จุดแรกที่เราจะเห็นก็คือตึกชมวิวที่ทุกด้านจะเป็นกระจกทั้งหมด มีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่เป็นอับดับต้นๆ ในญี่ปุ่น และยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีสัตว์ทะเลจากทั่วโลกให้ชมกันมากกว่า 600 ชนิด อยู่ในสวนอีกด้วย

นอกจากเดินเล่นชมวิวชิลล์ๆ หรือว่าจะเข้าไปดูสัตว์น้ำน้อยใหญ่ในอควาเรียมแล้ว ในสวนก็ยังมีส่วนสำหรับทำกิจกรรมอีกหลายอย่างได้ เช่น ลานบาร์บีคิว (ต้องจองล่วงหน้า) มีรถให้นั่งรอบสวน และก็มีหาดที่ไปเดินเล่นน้ำได้อีกด้วยนะคะ เป็นอีกที่เที่ยวที่สนุกได้ทั้งวันเลยทีเดียว

6. อ่างเก็บน้ำวาตาระเซะ ยูสุอิจิ (渡良瀬遊水地)

Watarase Yusuichi เดิมแล้วเป็นอ่างเก็บน้ำและกลายมาเป็นเขื่อนในปี 1990 มีพื้นที่กว้างใหญ่ทั้งหมดกว่า 33 ตารางกิโลเมตรรวมถึงบริเวณโดยรอบ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัดโทชิกิ และอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกุนมะ, ไซตามะ และ อิบาระกิ มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ด้วยนกป่ากว่า 260 สายพันธุ์ และพืชอีกกว่า 1,000 ชนิด

คุณสามารถมาเพลิดเพลินที่นี่ได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะเดินเล่น ปั่นจักรยาน ตกปลา พายเรือแคนู หรือว่า ดูนก ดูปลา ดูดอกไม้ชมวิว และกิจกรรมอื่นๆ อีกมามาย เรียกได้ว่ามีหมดครบทุกรส ใครที่ชอบธรรมชาติขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ 

การเดินทางก็ไม่ยาก อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว นั่งรถไฟหรือว่าขับรถไปใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเองค่ะ

ไปเที่ยวชมสวนชิลล์ๆ แบบ Social Distance กันดีกว่า!

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ช่วงนี้ก็เริ่มเที่ยวจากสถานที่กว้างๆ กันก่อน หรือจะเที่ยวชมธรรมชาติดูพืชพรรณดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่นก็สนุกค่ะ บอกได้เลยว่าสถานที่ที่แนะนำไปในบทความนี้จะไปฤดูไหนก็สวยทุกฤดู หากอยู่ในโตเกียวก็สามารถไปเที่ยวสวนใกล้ๆ ได้ หรือว่าถ้าใครมีเวลาก็นั่งรถไฟไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกเมืองที่สวยไม่แพ้กันเลยดีกว่าค่ะ! 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร