38 เคล็ดลับวิธีเที่ยวญี่ปุ่นในราคาสบายกระเป๋า

อยากรู้เคล็ดลับในการเที่ยวญี่ปุ่นที่ฟังดูแสนแพงอย่างประหยัดไหมล่ะ? สำหรับคนที่อยากเที่ยวในราคาสบายกระเป๋า เรารวบรวม 38 วิธีเที่ยวที่คุณห้ามพลาดมาให้แล้ว มาเที่ยวกันแบบประหยัดงบกันเถอะ!

ทั่วประเทศ

เคล็ดลับ

เที่ยวต่างประเทศฟังดูเหมือนจะใช้เงินเยอะ ถ้ามีวิธีเที่ยวแบบประหยัดก็อยากรู้ใช่ไหมล่ะ 

บทความนี้เราขอแนะนำวิธีการเที่ยวญี่ปุ่นแบบถูกๆ ตามหัวข้อด้านล่างนี้เลย

  • การเดินทาง
  • อาหาร
  • ที่พัก
  • การสื่อสารและไปรษณีย์
  • ช็อปปิ้ง
  • อื่นๆ

เช็คเคล็ดลับเหล่านี้และไปเที่ยวแบบถูกๆกันเลย!

 

การเดินทาง

1. ใช้ JR Pass 

ตั๋วนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการท่องเที่ยวไปทั่วญี่ปุ่นด้วยรถไฟ สามารถใช้นั่งรถไฟและรถบัสของ JR ได้ไม่อั้น (มีบางสายที่ใช้ไม่ได้) หากวางแผนใช้ดีๆจะประหยัดไปได้เยอะเลยล่ะ แต่ตอนซื้อมีเงื่อนไขและสัญญาต่างๆ แนะนำให้เช็คข้อมูลบนเว็บไซต์ก่อนเดินทางนะจ๊ะ 

ราคาก็ตามด้านล่างนี้เลย

ประเภท:
สีเขียว
ธรรมดา
ระยะเวลา
ผู้ใหญ่
เด็ก
ผู้ใหญ่
เด็ก
7 วัน
38,880 เยน
19,440 เยน
29,110 เยน
14,550 เยน
14 วัน
62,950 เยน
31,470 เยน
46,390 เยน
23,190 เยน
21 วัน
81,870 เยน
40,930 เยน
59,350 เยน
29,670 เยน

 

เว็บไซต์: www.japanrailpass.net/en/index.html (ภาษาอังกฤษ)

http://www.japanrailpass.net/zh/about_jrp.html (ภาษาจีน)

 

2. ใช้ JR Rail Pass สายท้องถิ่น

ตั๋วที่คล้ายกับ JR Pass มีตั๋ว JR Hokkaido, JR East Japan, JR West Japan, JR Kyushu ซึ่งเป็นตั๋ว Rail pass ของแต่ละสายในท้องถิ่น กรณีที่ไม่ได้ท่องเที่ยวทั่วทั้งญี่ปุ่น ก็สามารถซื้อตั๋วที่ท่องเที่ยวแค่บริเวณพื้นที่นั้นๆได้ราคาถูกกว่า แต่ก็เหมือนกับ JR Pass คือจะมีบางสายที่ไม่สามารถใช้ตั๋วนี้ได้ ตอนซื้อให้ดูเงื่อนไขให้ดีก่อนซื้อด้วยนะ เช็คได้ที่เว็บไซต์ข้างล่างนี้เลย

Hokkaido Rail Pass: http://www2.jrhokkaido.co.jp/global/english/railpass/rail.html

JR East Rail Pass: http://www.jreast.co.jp/e/eastpass/

JR West Rail Pass: https://www.westjr.co.jp/global/en/travel-information/pass/shop/

Kyushu Rail Pass: http://www.jrkyushu.co.jp/english/railpass/railpass.jsp

 

3. ใช้ตั๋ว Seishun 18 (青春18)

ตั๋วนั่งสาย JR ไม่อั้นด้วยรถไฟประเภท regular และ rapid ในเวลา 5 วัน ใช้ได้ในช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ ปิดเทอมฤดูร้อน ปิดเทอมฤดูหนาว (ไม่สามารถขึ้นรถ Shinkansen (新幹線) และรถ limited express ได้) โดยตั๋ว 1 ใบราคาอยู่ที่ 11,500 เยน (แบบเดียวกันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก) สามารถใช้ได้ 5 วัน (ระยะเวลาการใช้คิดเฉพาะวันที่ขึ้นรถไฟเท่านั้น) สามารถใช้ได้หลายคนในใบเดียวกัน เป็นตั๋วที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมาก 

สถานที่ซื้อคือ ที่ JR no Midori no Madoguchi (みどりの窓口) หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วกำหนดที่นั่ง บางสถานที่ที่ไม่มี Midori no Madoguchi ก็สามารถซื้อได้ ลองเช็คกับทางสถานีดูนะคะ ไม่สามารถซื้อทางออนไลน์ได้

เว็บไซต์: 

http://www.jreast.co.jp/e/pass/seishun18.html (ภาษาอังกฤษ)

http://www.jreast.co.jp/tc/pass/seishun18.html (ภาษาจีน)

 

4. ใช้รถบัสด่วน (รถบัสกลางคืน) 

หากเดินทางไกลใช้รถบัสด่วนก็คุ้มดี โดยเฉพาะการเดินทางตอนกลางคืนยิ่งถูก เช่น ระหว่างTokyo-Osaka ถูกที่สุดเพียงประมาณ 2,000 เยน ก็เดินทางได้แล้ว หากคิดว่าประหยัดค่าที่พักไปหนึ่งคืนก็ยิ่งประหยัด นักเดินทางสาวๆ สามารถเลือกที่นั่งข้างผู้หญิงด้วยกัน มีแพลนให้สาวๆเดินทางได้อย่างอุ่นใจอีกด้วย แนะนำสำหรับคนที่อยากจะประหยัดค่าเดินทางได้ สามารถซื้อตั๋วได้ทางอินเตอร์เน็ต แต่ว่ายังมีเว็บที่มีภาษาต่างประเทศอยู่ไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอยู่ด้านล่างนี้เลย

WillerExpress:  http://willerexpress.com/en/

VIPLiner: http://vipliner.biz/?&lang=ENG

Highway-buses.jp: http://highway-buses.jp/

หากจะใช้บริษัทรถบัสในเครือ JR สามารถซื้อตั๋วได้ที่ Ticket office ในสถานี JR ได้เลย

 

5. ใช้ Excursion pass / One-day pass 

บริษัทรถไฟต่างๆ มีการออกตั๋ว Excursion pass และตั๋ว One-day pass สามารถนั่งรถสายนั้นท่องเที่ยวภายในเวลาที่กำหนด ค่อนข้างคุ้มสำหรับคนที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ในบริเวณหนึ่งและต้องเดินทาง สามารถเช็คได้ที่เคาน์เตอร์สถานี เช่น ในย่าน Osaka มีตั๋ว Kintetsu Rail Pass ของ Kintetsu ให้ใช้

http://www.kintetsu.co.jp/foreign/english/index.html

 

6. ซื้อตั๋วถูก

ที่ร้านขายตั๋วต่างๆ (Kinken Shop / 金券ショップ) สามารถซื้อตั๋วรถไฟ ตั๋วรถบัสลดราคาได้ ร้าน Daikokuya (大黒屋) เป็นรายใหญ่ของร้านตั๋วถูก และยังมีร้านตั๋วถูกอยู่มากมายในย่านธุรกิจหรือหน้าสถานี ลองเช็คดูก่อนซื้อตั๋ว นอกจากตั๋วเดินทางแล้ว ยังมีตั๋วคอนเสิร์ต ตั๋วชมการแข่งขันกีฬา และตั๋วซื้อสินค้า จำหน่ายในราคาถูกอีกด้วย และยังมีร้านที่รับแลกเงินต่างประเทศด้วยนะ 

HP: kinken47.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)

 

7. ใช้รถบัสท้องถิ่น

ja.wikipedia.org

หากเดินทางในบริเวณจำกัดใช้รถบัสท้องถิ่น (รถบัสรัฐ, รถบัสเทศบาล) ก็คุ้มดี บางสายนั่งได้ในราคาเดียวกันตลอดสาย ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น อาจจะอ้อมๆหน่อย แต่ก็ราคาถูกและได้นั่งชมเมืองชิวๆได้ด้วยนะ 

 

8. ใช้จักรยานเช่า

หากเดินทางในหนึ่งวันในรัศมี 5 กม. จักรยานเช่าก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เริ่มมีบริการเช่าจักรยานเพิ่มมากขึ้นในตัวเมือง หากสนใจก็ลองเช็คดูนะ

 

9. เดิน

ภายในตัวเมือง หรือระหว่างสองสถานีคนละสายรถไฟที่อยู่ใกล้กัน การเดินก็อาจจะไวกว่านั่งรถไฟ ลองเช็คเส้นทางใน Google Map และเดินตามก็ดีนะ

 

อาหาร

10. Yoshinoya / Matsuya / Sukiya 

ร้านข้าวหน้าเนื้อแฟรนไชส์รายใหญ่ของญี่ปุ่น 3 เจ้า สามารถทานข้าวหน้าเนื้อในไซส์ธรรมดาในราคาเพียง 350-380 เยนเท่านั้น (ราคา ณ เดือนกรกฎาคม ปี 2015) ถึงราคาจะถูกแต่รสชาติก็ยอดเยี่ยมนะจ๊ะ ต้องไปลองกันให้ได้

 

11. Soba เคาน์เตอร์ยืนทาน

ที่ร้านเหล่านี้คุณสามารถทาน Soba อร่อยๆ ได้ในราคาถูก ทั้ง Kakesoba (soba ร้อนแบบง่ายที่สุด) หรือ Morisoba (soba เย็นแบบง่ายที่สุด) ส่วนใหญ๋ราคาต่ำกว่า 300 เยน ร้านแฟรนไชส์เจ้าใหญ่ก็มี Fuji soba, Komoro soba, Yudetaro

 

12. ร้าน Udon แบบบริการตัวเอง

 

ที่ญี่ปุ่นมีร้าน Udon ที่สามารถเลือกตักอาหารเคียงใส่จานเองได้ ปัจจุบันร้านเหล่านี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ร้าน Udon เหล่านี้ส่วนใหญ่ราคาถูก Kake udon เมนูง่ายที่สุดก็ราคาต่ำกว่า 300 เยน มีสาขาอยู่จำนวนมาก ที่ขึ้นชื่อคือ Marugame Seimen (丸亀製麺) และ Hanamaru Udon (はなまるうどん) หากไม่เคยทาน Udon แนะนำให้ทาน Sanuki Udon (讃岐うどん) เมนูมาตรฐานแสนอร่อย 

 

13. ร้านบุฟเฟ่ต์

สำหรับคนที่อยากทานเต็มอิ่ม ลองไปร้านที่มีเมนูบุฟเฟ่ต์ก็อาจจะดี มีทั้งร้าน Yakiniku, fruit parlor, buffet lunch ในโรงแรม หรือร้าน Tonkatsu ที่เติมข้าวได้ไม่อั้น มีร้านบุฟเฟ่ต์มากมายให้เลือกทาน หากสนใจลองถามข้อมูลจาก Tourist Information ดูเลยจ้า

 

14. ชิมอาหารญี่ปุ่นใน Depachika 

Depachika (デパ地下) คือชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าซึ่งจะมีมุมให้ชิมอาหารและสินค้าต่างๆอยู่ เหมาะกับคนที่อยากลองทานอาหารญี่ปุ่นแบบเบาๆ ส่วนมากพนักงานจะนำเสนออาหารให้ลองชิม แต่จะชิมอาหารเดิมๆ ที่เติมซ้ำหลายๆ รอบก็เสียมารยาทนะจ๊ะ 1 ที่ 1 ครั้งก็พอ หรือถ้าหากจะลองหลายครั้งก็ต้องรักษามารยาทซื้อสินค้าด้วย

 

15. ร้านสะดวกซื้อ

ข้าวกล่องเบนโตะ, บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูป, ข้าวปั้น Onigiri ในร้านสะดวกซื้อก็ราคาถูกแถมยังรสชาติอร่อยด้วย เหมาะกับคนที่อยากจะประหยัด ร้านที่ขนาดใหญ่หน่อยจะมีพื้นที่สำหรับทานอาหารด้วย สามารถซื้อและทานที่นั่นได้เลย

 

16.ร้านขนมปังท้องถิ่น

ร้านขนมปังที่จำหน่ายขนมปังญี่ปุ่นแสนอร่อยในราคาถูก มีอยู่ในเมือง ถ้าขนมปังแกงกะหรี่ ขนมปังเมล่อน หรือขนมปังถั่วแดง เป็นขนมปังแบบต้นตำรับของญี่ปุ่น ลองหาทานดูนะ

 

17. ทำอาหารทานเอง

หากพักที่ guesthouse มีบางแห่งที่มีห้องครัวให้ใช้ สามารถซื้อวัตถุดิบจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและทำอาหารทานเองได้ ผักและผลไม้ก็ยังหาซื้อได้ตามร้านขายผัก ลองสัมผัสวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นดูก็น่าสนุกดีนะ

 

ที่พัก

18. พักที่โรงแรมแคปซูล

โรงแรมแคปซูลเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวให้ความรู้สึกถึงโลกอนาคต เป็นที่พักราคาถูก ประมาณคืนละ 2000 เยน แนะนำสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าที่พัก

 

19. พักที่ Guesthouse 

Guesthouse สำหรับ backpacker ก็ราคาถูก มีหลายแห่งที่นำบ้านญี่ปุ่นเก่ามาปรับปรุงใหม่ให้ดูเก๋ไก๋ ได้พบปะพูดคุยกับนักเดินทางคนอื่นๆ ก็น่าสนุก เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของ guesthouse ส่วนมากค่าพักคืนละประมาณ 2000 เยน แสนถูกต้องลองไปพักดูซะแล้ว

 

20. ใช้ Airbnb

Airbnb ได้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ที่ญี่ปุ่นก็มี host มากขึ้นและมีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่นใช้บริการมากขึ้น มีทั้งประเภทยืมแค่ห้องเดียว หรือว่าจะยืมใช้ทั้งบ้านก็มี ราคาก็มีหลากหลาย เจ้าที่ถูกมากประมาณ 1000 เยนก็มีเช่นกัน จะพักที่บ้านญี่ปุ่นทั้งหลังก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าลองดูนะ

 

21. พักที่ซาวน่าหรือร้านอาบน้ำ Super Sento

ที่ญี่ปุ่นมีร้านสำหรับอาบน้ำ หรือซาวน่าเรียกว่า super sento (スーパー銭湯) ส่วนมากจะให้บริการซาวน่าและอาบน้ำรวมเป็นหลัก แต่มีหลายที่ที่ให้บริการพื้นที่พักผ่อนด้วย (บางที่ให้บริการเป็นห้องเลย) เหมาะกับคนที่หาที่พักราคาถูก สามารถพักรวมกับคนอื่นหรือนอนโซฟาได้ ส่วนมากหากราคาเกิน 3000 เยน ก็สามารถพักได้ แต่เป็นที่พักรวมหลายๆคน ต้องระวังข้าวของมีค่ากันด้วยนะ

HP: o-dekake.net/kamin/ (ภาษาญี่ปุ่น)

 

22. พักที่ Manga Kissa (漫画喫茶) / Internet Cafe

มีหลายร้านที่มีบริการ Night Pack (แพกเกจบริการตอนกลางคืน) ราคาประมาณ 1000 เยน สามารถพักได้ในราคาถูก มีห้องหลายประเภท ทั้งโซฟานอน ที่นั่งคู่ หรือ tatami หลายที่มีห้องอาบน้ำฝักบัว และสำหรับคนที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ก็สามารถอ่านการ์ตูน Manga ได้ไม่อั้น ใช้อินเตอร์เน็ตได้ไม่จำกัด และยังมี drink bar ให้ดื่มกันอีกด้วย คนญี่ปุ่นเองหากไม่มีที่พักที่โรงแรมก็มีพักที่ Manga Kissa อยู่มากเหมือนกัน

 

23. พักที่วัด(outdoor)

ในสมัยก่อน นักเดินทางญี่ปุ่นที่ต้องการประหยัดนิยมพักที่หน้าวัดหรือศาลเจ้า ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย จึงมีวัดและศาลเจ้าขนาดใหญ่หลายแห่งที่ผู้ดูแลปฏิเสธผู้มาพัก แต่ที่วัดและศาลเจ้าเล็กๆในเมือง หรือวัดและศาลเจ้าในชนบทก็ยังสามารถพักได้อยู่บ้าง ต้องแจ้งชื่อและจุดประสงค์การเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่และเช็คข้อมูลก่อนเข้าพักกันนะ

 

24. นั่งงีบที่ Family Restaurant 

ถึงจะไม่ได้เป็นที่พักค้างคืน แต่ family restaurant ก็เป็นที่ที่วัยรุ่นที่พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายใช้เวลารอรถไฟเที่ยวแรกกลับบ้าน มีคนมาที่นี่เพื่อนั่งหลับด้วยเหมือนกัน หากสั่งแค่ drink bar ก็ราคาประมาณ 400 เยน แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับพักค้างคืน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ที่นี่นานเกินไป หากจะอยู่นานๆก็รักษามารยาทด้วยการสั่งอาหารมาทานกันด้วยนะ

 

การสื่อสารและไปรษณีย์

25. เลือกวิธีใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมที่สุด 

วิธีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นมี 1.เช่า WiFi Router   2.ใช้บริการ WiFi แบบมีค่าใช้จ่าย   3.ใช้ WiFi แค่ย่านที่มีบริการฟรี   4.ใช้บริการSIM Card   5.ใช้อินเตอร์เน็ตในร้าน Internet Cafe หรือ Manga Kissa แต่ละประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ และสถานการณ์การใช้ที่แตกต่างกัน เลือกที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของตัวเองกันนะ

 

26. ใช้โทรศัพท์สาธารณะ

หากจะใช้แค่โทรศัพท์ ใช้โทรศัพท์สาธารณะถูกกว่าโทรศัพท์มือถือมาก ปัจจุบันโทรศัพท์สาธารณะมีจำนวนน้อยลงเนื่องจากโทรศัพท์มือถือแพร่หลายมากขึ้น แต่ก็ยังมีให้เห็นตามในเมืองอยู่ มีเว็บไซต์ที่มีแต่ภาษาญี่ปุ่น สามารถหาสถานที่โทรศัพท์สาธารณะได้

http://service.geospace.jp/ptd-ntteast/PublicTelSite/TopPage/

 

27. เลือกส่งไปรษณีย์นานาชาติที่เหมาะสมที่สุด

www.post.japanpost.jp

หากอยากส่งของไปที่ประเทศของตัวเอง มีบริการ EMS หรือ SAL และส่งทางเรือของไปรษณีย์ญี่ปุ่น และบริษัทเอกชนให้เลือก ความไวในการส่งกับราคาเป็นสิ่งที่ต้องเลือก เลือกวิธีที่เหมาะกับความต้องการตัวเองที่สุดนะ ส่งด้วย SAL ราคาถูกที่สุด

เช็คที่เว็บไซต์ของไปรษณีย์ได้เลย 

http://www.post.japanpost.jp/english/index.html(ภาษาอังกฤษ)

 

ช็อปปิ้ง

28. ใช้ประโยชน์จากร้าน 100 เยน 

[embed]https://www.instagram.com/p/btElbxGiHzmedia/?size=l[/embed]

ร้าน 100 เยน เป็นร้านที่สินค้าทั้งหมดราคา 100 เยน เป็นที่นิยมทั้งในชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ทั้งขนม เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ของจิปาถะ ภาชนะ เครื่องเขียน เสื้อผ้า มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ระหว่างท่องเที่ยวหากมีอะไรจำเป็นต้องใช้ หรือจะซื้อของฝากก็มาซื้อที่นี่ได้ มีร้านเฟรนไชส์รายใหญ่ เช่น Daiso, Seria, Can-Do ลองมาเดินเล่นดูก็สนุกแล้ว

 

29. ซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

หากเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตถูกที่สุด บางช่วงเวลายังมีลดราคาอีกด้วย หากจะซื้อขนมเป็นของฝากแล้ว แนะนำให้ซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

 

30. ซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่ Drugstore

ja.wikipedia.org

Drugstore ไม่เพียงแต่จำหน่ายยาเท่านั้น แต่ยังมีของกินที่ขายในราคาถูกด้วย โดยเฉพาะร้านขายยาใหญ่ๆ สามารถซื้อของกินเช่น น้ำผลไม้ 1.5 ลิตร นมสด ไข่ เต้าหู้ ขนมปัง อาหารแช่แข็ง เครื่องปรุง และขนมทานเล่นได้ในราคาถูก

 

31. หาเสื้อผ้าเปลี่ยนที่ Uniqlo 

หากเดินทางเที่ยวเป็นระยะเวลานาน เสื้อผ้าหรือชุดชั้นในอาจจะไม่พอใส่ สามารถมาซื้อได้ที่ Uniqlo ถุงเท้าราคาคู่ละ 300 เยน นอกจากนี้ยังมีสินค้าลดราคากองรวมในตะกร้า เช่น เสื้อยืดตัวนึงต่ำกว่า 500 เยนก็ซื้อได้แล้ว

 

32. เดินตลาด Flea Market

Flea Market เป็นที่ที่สามารถหาซื้อดีที่คาดไม่ถึงได้ในราคาแสนถูก ลองไปเดินดูสิ ส่วนใหญ่จะเปิดในวันเสาร์อาทิตย์ เว็บไซต์ด้านล่านให้ข้อมูลตลาด Flea Market ทั่วญี่ปุ่น เว็บไซต์เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

http://furima.fmfm.jp/

หา Flea Market ในพื้นที่ Tokyo 

http://www.jnto.go.jp/eng/arrange/travel/practical/kottou.html

 

33. เล็งถุงนำโชค 

ถุงนำโชค Fukubukuro (福袋) จำหน่ายในช่วงปีใหม่ (ต้นเดือนมกราคม) เป็นถุงขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าต่างๆในราคาแสนถูก แบรนด์ต่างๆหรือร้านค้าปลีกจะจำหน่ายถุงนำโชคแสนคุ้มนี้ (เช่น  ถุงนำโชคราคา 1 หมื่นเยน จะใส่ของที่ราคามูลค่าเท่ากับ 5 หมื่นเยนไว้) โดยปกติจะไม่สามารถรู้ว่าข้างในเป็นอะไรได้ แต่ปัจจุบันเริ่มมีถุงนำโชคที่เห็นสินค้าข้างในได้ด้วย อยากช็อปสุดคุ้มก็ลองซื้อดูนะคะ

 

34. เล็งช่วงลดราคา 

ที่ห้างสรรพสินค้า ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านค้าจำนวนมากจะจัดทำเซลครั้งใหญ่ช่วงฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม) และฤดูหนาว (เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) ปีละ 2 ครั้ง แต่ละร้านค้ามีช่วงจัดโปรโมชั่นแตกต่างกันไป หากมีของที่อยากซื้ออยู่แล้ว เช็คช่วงเวลาเซลก่อนเดินทางมาญี่ปุ่นก็ดีนะ

 

35. ไป Recycle Center ในท้องถิ่น

www.city.sumida.lg.jp

หากเดินทางเป็นเวลานาน ลองไปดู recycle center ในท้องถิ่นนั้นๆ อาจจะได้ผ้าห่ม เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในราคาถูกหรือแทบจะฟรีเลย มีบางคนได้จักรยานจากร้านเหล่านี้ด้วย คนที่สนใจลองถามสำนักงานเขตของท้องถิ่นนั้นดูนะ

 

อื่นๆ

36. ใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

หากเดินทางเป็นเวลานาน เสื้อผ้าที่นำมาด้วยอาจจะไม่พอ มาใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญดีกว่า สามารถซักได้รวมๆทั้งหมด ประมาณ 200-300 เยนต่อครั้ง (แต่ผงซักฟอกต้องซื้อมาเองนะ) เว็บไซต์ด้านล่าง(ภาษาญี่ปุ่น) สามารถหาสถานที่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญได้ทั่วประเทศ

HP: www.coin-laundry.co.jp/userp/up010/Up010Controller.jpf (ภาษาญี่ปุ่น)

 

37. ขายของส่วนตัวที่โรงรับจำนำ

หากเงินไม่พอและจำเป็นต้องใช้ สามารถขายของส่วนตัวที่โรงรับจำนำได้ สินค้าแบรนด์ต่างประเทศที่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น หรือเครื่องประดับที่มีแค่ในประเทศของคุณเท่านั้น อะไรพวกนี้สามารถนำไปขายได้ในราคาสูงเลยทีเดียว

 

38. ใช้บริการร้าน Kinken shop

แนะนำวิธีการซื้อตั๋วเดินทางราคาถูกไปแล้ว นอกจากนั้นยังสามารถซื้อตั๋วอื่นๆ เช่น ตั๋วหนัง ชมกีฬาได้อีกด้วยนะ

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร