[รีวิวละเอียดยิบ!] Canmake & Cezanne 2019 Summer Collection: คอลเล็กชันใหม่ ปังหรือพัง!? มาดูกัน!

Canmake และ Cezanne เป็น 2 แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังราคาย่อมเยาของญี่ปุ่น สินค้าทั้งหมดผลิตในประเทศและวางขายตามร้านขายยาทั่วไปในราคาไม่เกิน 1,000 เยน ด้วยราคาแสนถูกและรูปแบบแพ็คเกจสุดน่ารักจึงไม่แปลกเลยที่หลายคนจะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากให้คนที่บ้าน สำหรับใครที่กลัวว่าจะหยิบโดนตัวที่ไม่ดีก็ไม่ต้องกังวลไป เราได้ทดลองใช้และรวบรวมผลิตภัณฑ์ในไลน์ 2019 Summer Collection ของ Canmake และ Cezanne ทั้งที่ไม่ควรพลาดและที่ไม่ค่อยคุ้มค่ามาไว้ให้ที่นี่แล้ว ลองอ่านรีวิวดูแล้วไปเลือกซื้อกันได้เลย!

ทั่วประเทศ

ช็อปปิ้ง

Canmake Summer 2019 Collection

Canmake Creamy Touch Liner

อายไลเนอร์กันน้ำแบบเจลหัวบาง 1.5 มม. ตัวบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกแบบหมุนฝาเปิด และมีทั้งหมด 3 สีให้เลือก รุ่นนี้วางขายครั้งแรกในปี 2018 แต่ตัวที่เรานำมาทดลองจะเป็นเบอร์ [03] Dark Brown หรือสีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งออกใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ - ฤดูร้อนของปี 2019 ซึ่งตัวสีก็เข้มตรงปกสุดๆ และเนื้อก็เป็นเงาเล็กน้อยสวยงาม

ถ้าพูดถึงสีล่ะก็รับรองได้ว่าไม่มีที่ติ แต่ในแง่ของความคงทนเจ้าอายไลน์เนอร์ตัวนี้ก็อาจจะบอบบางไปสักหน่อย ด้วยหัวที่บางมากและส่วนผสมที่เป็นครีมๆ ทำให้เนื้อค่อนข้างเปราะและใช้ยาก ต้องคุมน้ำหนักมือดีๆ ถึงจะกรีดได้โดยที่เนื้ออายไลเนอร์ไม่แตกหักซะก่อน เรียกได้ว่าตรงกับที่โฆษณาไว้ว่าละลายง่ายเหมือนช็อกโกแลตเป๊ะๆ แม้จะเป็นในความหมายที่ไม่ดีเท่าไรนัก

ตัวอายไลเนอร์เป็นสูตรกันน้ำซึ่งสามารถทนความชื้นและแรงเสียดสีได้ตลอดทั้งวัน แต่ในทางกลับกันก็ล้างออกค่อนข้างยากแม้ว่าจะใช้น้ำยาล้างเครื่องสำอางแล้วก็ตาม

ด้วยความที่เนื้อค่อนข้างเปราะจึงไม่ค่อยแนะนำให้ใช้สำหรับเขียนเส้นหนาๆ และไม่แนะนำสำหรับมือใหม่เช่นเดียวกัน แต่ถ้าใครที่มั่นใจในฝีมือและกำลังมองหาอายไลเนอร์กันน้ำแบบบางๆ อยู่ Canmake Creamy Touch Liner ก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อยทีเดียว

Canmake Melty Luminous Rouge

ลิปสติกสีแดงเนื้อมันวาว มีส่วนผสมของปิโตรเลียมเจลลี่ (หรือที่มักเรียกกันในชื่อวาสลีน) และน้ำมัน ทำให้ตัวลิปเรียบเนียนและมีน้ำหนักเบา ทาแล้วรู้สึกสบาย นอกจากนี้ยังช่วยรักษาริมฝีปากให้ชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สีของลิปจะไม่สดมากนัก อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับใครที่อยากได้สีแบบเข้มๆ แต่จะเหมาะกับการใช้แต่งหน้าทั่วไปในชีวิตประจำวัน มีทั้งหมด 3 สีให้เลือกและก็สวยทั้ง 3 สี โดยสีที่ได้รับการตอบรับดีที่สุดจะเป็นเบอร์ [01] Sweet Pink

ลิปตัวนี้จะไม่ค่อยถูกกับอากาศร้อนเนื่องด้วยส่วนผสมที่เป็นน้ำมันเสียส่วนใหญ่ คนในประเทศเขตร้อนอย่างเราๆ ถ้าจะนำกลับมาใช้ที่บ้านก็ควรดูแลจัดเก็บให้เหมาะสม ตัวลิปเองก็ค่อนข้างนุ่มจึงไม่ควรหมุนออกมายาวเกินไปเวลาใช้งาน โดยขนาดที่ทาง Canmake แนะนำจะอยู่ที่ 3 มม. ซึ่งสาเหตุที่หน้าตัดของลิปตัวนี้เป็นแนวราบแทนที่จะเป็นแนวเฉียงเหมือนลิปทั่วไปก็เป็นเพราะจุดนี้เช่นกัน

นอกจากเนื้อลิปแล้ว บรรจุภัณฑ์เองก็ดูดีมีคุณภาพจนดูไม่ออกว่าเป็นเครื่องสำอางราคาถูก ที่ปลายลิปตัดขอบเหลี่ยมคล้ายกับอัญมณี และมีการแต่งหน้าตัดด้วยรูปหัวใจน้อยๆ ดูน่ารัก

Cezanne 2019 Summer Collection

CEZANNE UV Silk Cover Powder

แป้งตลับของ Cezanne หลายรุ่นจะสามารถกันแดดได้ในตัว และ CEZANNE UV Silk Cover Powder ตัวนี้ก็เป็นตัวที่กันแดดได้มากที่สุดด้วย SPF 50 PA++++ จะใช้เป็นรองพื้นก็ได้ หรือจะใช้ตบเบาๆ ปิดท้ายก็ดี

ถึงจะใส่มาในแพ็คเกจที่เป็นกล่องพลาสติกใสเหมือนเครื่องสำอางราคาถูกทั่วไป แต่ดีไซน์ของตัวตลับแป้งเองก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ด้านนอกของตลับเป็นสีขาวปลอดแต่งด้วยลายสลักลูกไม้ ส่วนด้านในจะโปร่งใสและเจือสีทองเล็กน้อย หน้าแป้งเองก็ทำเป็นลวดลายน่ารักๆ เหมือนกับด้านหน้าของตลับด้วย

สัมผัสของแป้งไม่ต่างจากแป้งพัฟทั่วไปของญี่ปุ่นเท่าไร แต่ก็ค่อนข้างนุ่มและใช้ง่าย

ตัวแป้งกลมกลืนกับผิวได้ค่อนข้างดีและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ใช้แล้วอาจจะไม่ได้เนียนเท่ารองพื้นแบบเหลว แต่ก็นับว่าแต่งออกมาได้น่าพอใจ น่าเสียดายที่แป้งรุ่นนี้มีเบอร์ [01] Light และ [02] Natural เพียงแค่ 2 สีซึ่งค่อนข้างสว่างพอสมควร จึงอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ผิวสีเข้มมากนัก

สำหรับใครที่ผิวบางผิวแพ้ง่ายก็ไม่ต้องกังวลเลย เจ้าแป้งตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แอลกอฮอล์ ทัลคัม หรือสารเคมีที่ดูดซับ UV ใดๆ ให้ต้องเสี่ยง ถ้ากำลังมองหาแป้งพัฟที่ปกปิดริ้วรอยได้และกันแดดด้วย CEZANNE UV Silk Cover Powder ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

CEZANNE Stretch Concealer

คอนซีลเลอร์แบบกันน้ำที่เนื้อแน่นปกปิดริ้วรอยได้ดี และตัวครีมยืดหยุ่นไปตามผิว (stretch ได้) ทำให้ไม่เกิดการตกร่องหรือเป็นรอยแตกเวลาขยับด้วย

ตัวที่เรานำมาทดลองจะเป็นเบอร์ [30] Orange หรือสีส้มโทนแอพริคอตที่ออกแบบมาเพื่อปกปิดรอยคล้ำรอบดวงตาโดยเฉพาะ เฉดสีมีให้เลือกไม่มากนัก มีเพียงเบอร์ [01] Light และ [02] Natural โดยสีที่ 2 จะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าและใช้ทาทั้งใบหน้าได้

จากภาพจะเห็นได้ว่าเนื้อคอนซีลเลอร์เป็นสีส้มสว่าง จึงควรใช้กันแบบเบาๆ ปกปิดริ้วรอยเฉพาะจุดในส่วนที่สีผิวออกไปทางโทนฟ้าหรือน้ำตาล เรียกได้ว่าทำมาเพื่อปกปิดตาแพนด้าโดยเฉพาะจริงๆ แต่ด้วยราคาแสนถูกเพียง 600 เยนจะซื้อมาใช้แค่เฉพาะตอนที่ใต้ตาคล้ำก็ยังคุ้มค่า

คอนซีลเลอร์โทนสีส้มแบบนี้สามารถใช้ปกปิดรอยคล้ำแดดและริ้วรอยตามวัยได้ และยังใช้ปรับสีผิวสำหรับคนผิวเข้มได้ด้วย แต่จะออกมาเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับสีผิวจริงของแต่ละคน ทางที่ดีก็ลองปาดสีทดสอบกันก่อนจะดีที่สุด

เนื้อครีมสูตรนี้ก็นับว่าน่าประทับใจมากๆ ละลายกลืนไปกับผิวได้ง่ายและเมื่อแห้งก็จะดูเป็นเนื้อผงสีสว่างๆ ปกปิดรอยได้ดีมากๆ เวลาใช้จึงต้องคอยระวังอย่าเกลี่ยกว้างเกินจุดที่ต้องการปกปิดมากนัก

คอนซีลเลอร์ตัวนี้ไม่มีการผสมกลิ่นสังเคราะห์และน้ำมันแร่ แถมยังมี SPF 50 PA++++ ช่วยป้องกันรังสี UV จึงสามารถใช้เพื่อปกป้องผิวหนังส่วนที่บอบบางอย่างผิวใต้ดวงตาได้เช่นกัน

CEZANNE Single Color Eye Shadow

เหมาะสำหรับใครที่อยากจะลองอายแชโดว์สีใหม่ๆ ในราคาสบายกระเป๋า ตอนนี้ในคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนของปี 2019 จะมีทั้งหมด 4 สีในรุ่น โดยมีทั้งสีเบจโทนมุกและแบบกลิตเตอร์ใส ใช้ได้ทั้งเป็น base และ topper โดยสีที่เรานำมารีวิวจะเป็นเบอร์ [02] Nuance Pink และ [03] Matte Red

ตัวอายแชโดว์มีส่วนผสมที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นอยู่ถึง 5 ชนิดด้วยกัน ทั้งไฮยาลูรอน น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส น้ำมันเบาบับ น้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่นและน้ำมันโรสฮิป ออกมาเป็นอายแชโดว์แบบออกเงาๆ เป็นธรรมชาติ และอนุภาคของอายแชโดว์ก็จะขยับตามผิวของเรา (ทาง Cezanne เรียกว่า Rolling Effect) ทำให้ได้เนื้อที่นุ่มสบายผิวเวลาใช้งานอีกด้วย

สีที่เราหยิบมาก็ใช้แล้วออกมาสวยทั้ง 2 สี ตัว Matte Red จะให้สีเลือดฝาดแบบที่เป็นเทรนด์การแต่งตาในญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้ ส่วน Nuance Pink จะออกน่ารักและทำให้ตาดูมีมิติมากขึ้น สำหรับใครที่เบ้าตาค่อนข้างลึกและรู้สึกว่าใช้สีเข้มๆ ไม่ได้ เจ้าตัวนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่หยอก

เนื้ออายแชโดว์ใช้ง่ายและเกลี่ยง่าย สามารถใช้แบบเดี่ยวๆ เพื่อเน้นสี หรือจะใช้กับอายแชโดว์ตัวอื่นเพื่อให้ได้โทนที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นก็ได้

กล่องบรรจุเป็นแบบเรียบง่าย มีการแต่งเล็กน้อยตรงขอบ ขนาดเล็กพกพาง่าย เหมาะจะนำติดตัวไปเผื่อเก็บงานเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันหรือพกไปเที่ยว แต่บางครั้งตัวเคสก็จะเปิดยากอยู่บ้าง

โดยรวมแล้วเจ้าอายแชโดว์ตัวนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีและราคาถูกสำหรับใครที่อยากลองแต่งโทนสีที่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้ และด้วยความที่เป็นของกระจุกกระจิกเล็กๆ น่ารักจึงสามารถใช้เป็นของฝากได้ดีเช่นกัน

CEZANNE Gokuboso Eyeliner R

อายไลเนอร์แบบปากกาที่มาพร้อมกับหัวบรัชสำหรับเกลี่ย เป็นรุ่นที่นำสูตรของรุ่นก่อนอย่างไทป์ N มาปรับปรุงส่วนผสมใหม่ให้ได้สีที่ดีขึ้น ส่วนตัวแท่งและบรัชจะยังหน้าตาแบบเดิม

ตัวอายไลเนอร์เป็นแบบกันน้ำ แต่ก็สามารถล้างออกได้ง่ายเมื่อใช้น้ำอุ่นหรือน้ำยาล้างเครื่องสำอาง ไม่มีการผสมกลิ่น น้ำมันแร่ แอลกอฮอล์ หรือสารดูดซับ UV ใดๆ และมีส่วนผสมของสารสกัดจากราสเบอร์รี่ สารสกัดจากแอปเปิ้ล และไฮยาลูรอนเป็นตัวช่วยในการรักษาความชุ่มชื้น

โดยทั่วไปแล้วก็ใช้งานได้ดีไม่ต่างจากอายไลเนอร์แบบหัวบรัชยี่ห้ออื่นๆ มากนัก ถึงจะค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็นับว่าคุ้มค่าสำหรับราคา 580 เยน จุดที่ต้องระวังคืออายไลเนอร์ตัวนี้จะใช้เวลาเซ็ตตัวนานกว่าปกติเล็กน้อย ผ่านไป 1 นาทีแล้วก็ยังไม่แห้งดี แนะนำให้ใช้แต่งหน้าเป็นลำดับสุดท้ายและพยายามอย่าไปแตะจนกว่าตัวหมึกจะแห้งสนิท

CEZANNE Super Slim Eyebrow

ดินสอเขียนคิ้วหัวเล็ก 0.9 มม. ออกแบบมาให้ใช้สำหรับงานละเอียดๆ อย่างการเขียนเส้นขนแต่ละเส้นและกำหนดทิศทางของคิ้ว สำหรับใครที่คิ้วบ้างๆ ถ้าใช้ตัวนี้มาเสริมหลังจากลงเงาสีน้ำตาลก็จะได้รูปคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เจ้าตัวนี้ไม่เหมาะที่จะใช้ลงสีแบบหนักๆ ดังนั้นจึงอาจจะไม่ค่อยเหมาะถ้าใครชอบเขียนคิ้วแบบหนาๆ แต่ก็สามารถนำมาใช้งานร่วมกับเครื่องสำอางตัวอื่นเป็นการเก็บงานทีหลังได้

สีเกลี่ยให้กลมกลืนได้ง่ายมากๆ ถ้าจะใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นอย่างแป้งหรือบรัชก็แนะนำให้ใช้เขียนเป็นลำดับสุดท้ายจะดีกว่า

ด้วยความที่เป็นหัวละเอียด ตัวดินสอจึงค่อนข้างเปราะและหักง่าย ถ้าเป็นไปได้ก็ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของทาง Cezanne ให้ใช้อย่างเบามือและหมุนออกมาใช้เพียงครั้งละ 1 มม.เท่านั้นจะดีที่สุด

Cezanne Eyelash Serum EX

เซรั่มรักษาความชุ่มชื้นแบบ 3-in-1 ที่สามารถนำมาใช้ได้กับทั้งบริเวณรอบดวงตา ขนตา และคิ้ว ตัวเซรั่มมีส่วนผสมของ Wide Lash™ ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นจากเพปไทด์ที่ช่วยในการบำรุงขนตาให้หนาและแข็งแรง และยังมีสารให้ความชุ่มชื้นอีกกว่า 11 ชนิด ทั้งคอลลาเจน ไฮยาลูรอน และน้ำมันสกัดจากพืชต่างๆ

ในตลาดมีเซรั่มราคาแพงอยู่อีกหลายชนิดที่โฆษณาว่าช่วยเพิ่มความยาวของขนตาได้ แต่แค่ใช้เซรั่มรักษาความชุ่มชื้นเป็นประจำก็สามารถช่วยป้องกันการหลุดร่วงของขนตาได้แล้ว สำหรับใครที่ใช้มาสคาร่าและแต่งตาบ่อยๆ ก็ควรหมั่นใช้ไว้ให้เป็นนิสัยเพื่อรักษาขนตาให้ยังดูหนาเงางาม เจ้าเซรั่มตัวนี้สามารถหาซื้อได้ในราคาเพียง 500 เยนเท่านั้น และโดยทั่วไปก็สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย จะหยิบจับไปเป็นของฝากก็ไม่ติดขัด

ตัวเซรั่มมาพร้อมกับ applicator สำหรับทาที่นุ่มและอ่อนโยนต่อขนตาสุดๆ และยังใช้ง่ายอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครรู้สึกว่าเซรั่มแบบมาสคาร่าใช้ยากก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

วิธีใช้คือให้ลงเซรั่ม 2 ครั้งต่อวันคือตอนเช้าและตอนเย็น โดยก่อนจะใช้ก็ทำความสะอาดขนตาให้เรียบร้อยเสียก่อน สามารถใช้ทาทั่วบริเวณดวงตาได้เลย แต่ก็อย่าลืมระวังสักหน่อยเพื่อไม่ให้เข้าตา ถ้าเป็นไปได้ก็ควรรอให้เซรั่มแห้งก่อนที่จะขยับไปทำสกินแคร์ขั้นตอนอื่นๆ หรือจะจัดไว้เป็นสกินแคร์ขั้นสุดท้ายก่อนนอนให้ขนตาได้ดูดซับเซรั่มอย่างเต็มที่ก็ย่อมได้

เครื่องสำอางญี่ปุ่น = ของฝากชั้นดี!

เครื่องสำอางจาก Canmake และ Cezanne มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสาวๆ อายุน้อย ทั้งเฉดสีและสไตล์ของแต่ละรุ่นจึงมักจะออกมาตามเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ร่วมด้วยราคาที่สุดจะสบายกระเป๋าจึงเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับใครที่อยากจะลองแต่งหน้าตามเทรนด์สาวๆ ญี่ปุ่นหรืออยากจะลองเฉดสีใหม่ๆ หรือถ้าใครกำลังคิดจะซื้อเป็นของฝาก ทางเราก็ขอยืนยันว่าถ้าเป็นคนที่ชอบแต่งหน้าแล้วล่ะก็ได้รับแล้วต้องไม่ผิดหวังแน่นอน!

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร