20 สถานที่ท่องเที่ยวผจญภัย แนวเอาท์ดอร์ห้ามพลาดในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะรายล้อมไปด้วยทะเล เหมาะอย่างยิ่งที่จะออกไปผจญภัยนอกสถานที่ ไม่น่าเชื่อว่า 70% ของพื้นที่บนบกเป็นภูเขา และ 67% ของพื้นที่ยังปกคลุมไปด้วยป่าอีกด้วย ดังนั้นเราจึงขอเสนอ 20 สถานที่ท่องเที่ยวผจญภัย แนวเอาท์ดอร์ในญี่ปุ่น ให้คุณลองเลือกออกไปเติมความสดชื่นกัน !

ทั่วประเทศ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. เดินป่าท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในภาคเหนือ [Hokkaido]

Hokkaido จังหวัดที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการออกไปเดินท่องเที่ยวสำหรับทุกเพศทุกวัย คุณสามารถเลือกเดินตามเส้นทางเดินป่าบนเกาะ Rebun มีเสน่ห์เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าในฤดูร้อน หรือเส้นทางเดินป่าในอุทยานแห่งชาติหลายที่ รวมทั้งอุทยานแห่งชาติ Shiretoko ซึ่งสามารถเดินได้เพียงแค่ใส่รองเท้าที่เหมาะสมในการเดินป่า นอกจากนี้ที่ภูเขา Daisetsu-zan ยังมีเส้นทางเดินที่ไม่ลำบากมากนักเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและคนทั่วไปอีกด้วย เราขอแนะนำให้คุณไปลองชื่นชมกับทิวทัศน์อลังการน่าทึ่งที่นี่สักครั้ง อาจจะไปกับไกด์ทัวร์หรือไปลุยด้วยตัวเองก็ไม่มีปัญหา!

เว็บไซต์: en.visit-hokkaido.jp

เว็บไซต์: tw.visit-hokkaido.jp (ภาษาจีน)

2. ปั่นจักรยานท่ามกลางทุ่งกว้างใน Hokkaido [Hokkaido]

การปั่นจักรยานไม่เพียงแต่เป็นการเดินทางที่ดีแล้ว ยังทำให้สามารถชมวิวทิศทัศน์สุดอลังการได้อย่างทั่วถึง Hokkaido เป็นจังหวัดที่เหมาะกับการออกไปปั่นจักรยาน เนื่องจากมีจำนวนประชากรน้อยและการจราจรไม่คับคั่งเหมือนตัวเกาะหลักของญี่ปุ่น นอกจากที่นี่จะมีบริการเช่าจักรยาน ที่สามารถหาได้ทั่วไปในจุดท่องเที่ยวหลักๆ แล้ว บางที่ยังมีบริการไกด์ทัวร์ อย่างเช่น ทัวร์จักรยานรายสัปดาห์ เป็นต้น

เว็บไซต์: en.visit-hokkaido.jp

เว็บไซต์: tw.visit-hokkaido.jp (ภาษาจีน)

3. สนุกไปกับกิจกรรมฤดูหนาวในเมืองแห่งฤดูหนาวของญี่ปุ่น [Hokkaido]

 

จังหวัด Hokkaido ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกิจกรรมในฤดูหนาว ที่นี่นอกจากจะมีหิมะที่ละเอียดที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ยังมีเส้นทางเล่นสกีอันหลากหลาย สกีรีสอร์ทใน Hokkaido ส่วนใหญ่จะเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน และยังเต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนจากการเล่นสกี ถ้าหากว่าคุณชอบการเล่นแบบลุยๆ มากกว่า ภูเขา Asahi-dake น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากมีหิมะที่สูงกว่า และมีเส้นทางสกีที่ไม่ตายตัว

เว็บไซต์: en.visit-hokkaido.jp/

เว็บไซต์: tw.visit-hokkaido.jp/ (ภาษาจีน)

4. ปีนเขาและขี่จักรยานที่อุทยานแห่งชาติ Oirase [Aomori]

Oirase Keiryu เป็นลำธารท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาอันสวยงามในจังหวัด Aomori ซึ่งกินระยะทางจากทะเลสาบ Towada-ko ในเมือง Nenokuchi ไปยัง Yakiyama ยาวถึง 14 km น้ำตกนับไม่ถ้วนซึ่งสามารถเห็นได้ตามลำธารท่ามกลางทิวทัศน์อลังการของป่า ไม่ควรพลาดไปชมป่าไม้อันเขียวขจีในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง คุณสามารถสนุกไปกับการปีนเขาและขี่จักรยานได้ด้วย มีหลายเส้นทางปีนเขาและยังมีบริการเช่าจักรยานทั้งหมด 3 จุดทั่วอุทยาน ซึ่งเปิดบริการในช่วง เดือนเมษายน ถึง เดือนพฤศจิกายน

เว็บไซต์: www.en-aomori.com

เว็บไซต์: www.tcn-aomori.com (ภาษาจีน)

ที่ตั้ง: Towada-shi, Aomori (Google Map)

5. เล่นสกีบนหิมะแสนนุ่มที่ Hakkoda [Aomori]


Hakkoda เป็นสกีรีสอร์ทอันยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเขตห่างไกลตัวเมือง กระเช้าลอยฟ้าของที่นี่จะพาคุณไปยังยอดเขา ที่นี่มีเส้นทางสกีหลายรูปแบบเหมาะสำหรับนักเล่นสกีทุกระดับ ความสุดยอดของสกีรีสอร์ทที่นี่คือ วิวทิวทัศน์อันห่างไกลตัวเมืองและหิมะหนาละเอียดนุ่ม นอกจากนี้ยังมีบริการทัวร์สไนว์ไฮกิ้งอีกด้วย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวรีสอร์ทแห่งนี้คือ เดือนมีนาคม เนื่องจากสามารถหลีกเลี่ยงพายุหิมะในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ได้

เว็บไซต์: www.hakkoda-ropeway.jp/english

เว็บไซต์: www.hakkoda-ropeway.jp/%E4%B8%AD%E6%96%87%E7%B9%81%E4%BD%93 (ภาษาจีน)

ที่ตั้ง: 1-12 Kansuizawa, Arakawa, Aomori-shi, Aomori (Google Map)

6. เดินป่าที่อุทยานแห่งชาติ Oze [Kanto]

อุทยานแห่งชาติ Oze กินบริเวณ 4 จังหวัดคือ Fukushima Tochigi Gunma และ Niigata โดยมีบริเวณที่ลุ่มน้ำขัง Ozegahara และสระน้ำ Ozenuma เป็นจุดหมายการเดินป่าสุดพิเศษ ซึ่งสามารถไปได้หลากหลายเส้นทาง ที่นี่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อตอนที่ดอก skunk cabbage บาน และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อตอนที่ใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ ยังสามารถไปเพลิดเพลินกับการเดินป่าที่ภูเขาหลายลูกรอบอุทยานได้ มีเส้นทางเดินป่าและกระท่อมอันยอดเยี่ยม เราขอแนะนำให้พักค้างคืน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการไปในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพื่อจะได้เต็มอิ่มกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

เว็บไซต์: www.env.go.jp/park/oze/

7. ดื่มด่ำไปกับพระอาทิตย์ขึ้นจากยอดเขาของภูเขาไฟ Fuji-san

 

ภูเขาไฟ Fuji-san ภูเขาอันสวยงามที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ถ้าได้ลองปีนขึ้นไป คงสวยงามจนไม่สามารถบรรยายได้ นักเดินทางหลายคนจากทั่วทุกมุมโลกกล่าวไว้ว่า การได้ปีนภูเขาไฟ Fuji-san สักครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นความทรงจำที่ไม่สามารถลืมเลือนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิวพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นยอดเขา โดยทางการแล้วฤดูปีนเขาคือ ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ถึง กลางเดือนกันยายน ควรไปช่วงวันทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด และจำเป็นต้องเตรียมชุดกันหนาวไปให้ดี เนื่องจากอุณหภูมิบนยอดเขาและเชิงเขาต่างกันมากกว่า 20°C เลยทีเดียว

เว็บไซต์: www.fujisan-climb.jp/en/

8. โรยตัวน้ำตกบนหุบเขาลึก 20m ใน Minakami [Gunma]

เมือง Minakami อยู่ห่างจากโตเกียว 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์ เป็นสถานที่สำหรับการไปสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งในน้ำที่ดีที่สุด มีน้ำตกที่ไหลลงไปสู่แม่น้ำ Tone-gawa อันน่าตื่นเต้นและยังสามารถเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติอันสวยงามของหุบเขาได้อีกด้วย ทั้งเส้นทางหุบเขาลึกยอดนิยมรวมไปถึงน้ำตกที่ไหลเป็นทางยาวกว่า 20 เมตร หรือจะเลือกเส้นทางง่ายๆ สำหรับมือใหม่ สิ่งที่คุณต้องพกไปคือ ผ้าเช็ดตัว ชุดว่ายน้ำ กับสปิริตแรงกล้าของคุณ !

เว็บไซต์: canyons.jp

ที่ตั้ง: 45 Yubiso Minakami-machi Tone-gun Gunma (Google Map)

9. ไปผจญภัยฤดูร้อนที่ Okutama [Tokyo]

แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีธรรมชาติแบบนี้อยู่ใกล้ๆ โตเกียว นั่นก็คือย่าน Okutama อยู่ห่างจากโตเกียวไปแค่ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์ เนื่องจากกระแสน้ำของแม่น้ำ Tama-gawa นั้นไม่เชี่ยวมาก จึงไปสนุกกับการล่องแก่งนั่งเดี่ยวที่นี่ได้ ทัวร์โรยตัว (Canyoning) นั้นจะพาคุณไปเพลิดเพลินกับการปีนเขาตามหุบเขาต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำตกขนาดเล็ก เป็นที่ที่เหมาะสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายอย่างยิ่ง

เว็บไซต์: canyons.jp/en/tours/summer/canyoning/okutama

ที่ตั้ง: 54-1 Kawai, Okutama-Machi, Nishitama-Gun,Tokyo (Google Map)

10. ดำน้ำและว่ายน้ำกับปลาที่หมู่เกาะ Izu-shoto และ Ogasawara-gunto [Kanto]

ห่างจากโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร คาบสมุทร Izu-hanto ในจังหวัด Shizuoka จะพาคุณไปสัมผัสจุดดำน้ำสุดพิเศษ ที่มีภูมิประเทศสวยงามน่าทึ่ง คาบสมุทรนี้ตั้งอยู่ที่แผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์ การเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีนี้รวมถึงลาวาจากภูเขาไฟในอดีตทำให้เกิดภูมิประเทศเฉพาะตัว นอกจากนี้ จากการที่กระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาเจอกัน ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของชีวภาพใต้น้ำอันหลากหลาย รับรองว่าหากคุณมาที่นี่แล้วคุณจะไม่มีวันเบื่อเลยทีเดียว

11. เพลิดเพลินไปกับความสวยงามตามธรรมชาติแต่ละฤดูที่ Kamikochi [Chubu]

Kamikochi อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1500 เมตร เป็นหนึ่งในรีสอร์ทกลางภูเขาที่เป็นที่นิยมที่สุดของญี่ปุ่น สามารถเพลิดเพลินไปกับการปีนเขาในเส้นทางธรรมชาติ หรือเดินเขาพร้อมพักค้างแรมที่เทือกเขา Japan Alps ทางตอนเหนือได้ เนื่องจาก Kamikochi เป็นปากทางไปสู่ภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมียอดเขาสูงประมาณ 3000 เมตร ควรเตรียมตัวไปให้พร้อมตามเป้าหมายในการเดินทางของคุณ สวนนี้เปิดตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ถึง 15 พฤศจิกายน

เว็บไซต์: www.kamikochi.org

ที่ตั้ง: Kamikochi, Matsumoto-shi, Nagano (Google Map)

12. สนุกไปกับกิจกรรมหน้าร้อนที่เทือกเขาใน Hakuba [Chubu]

Hakuba สกีรีสอร์ทอันมีชื่อเสียงในจังหวัด Nagano สวรรค์ของผู้รักกีฬากลางแจ้งในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูหนาวอีกด้วย คุณสามารถเดินป่าไปตามเทือกเขาที่อยู่รอบๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพลิดเพลินไปกับการล่องแก่ง พายเรือคายัค ขี่จักรยานเสือภูเขา และอื่นๆ อีกมากมาย สามารถเช่าชุดอุปกรณ์หรือซื้อทัวร์ได้ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถไปสัมผัสธรรมชาติสุดตระการตาของที่นี่ได้

เว็บไซต์: www.evergreen-hakuba.com/en/

ที่ตั้ง: Hakuba-mura, Kitaazumi-gun, Nagano (Google Map)

13. เล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดท่ามกลางหิมะที่ Nozawa Onsen [Nagano]

สกีรีสอร์ท Nozawa Onsen เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากับครอบครัวหรือผู้ที่อยากมาสัมผัสวันหยุดสไตล์ญี่ปุ่นมากๆ สกีรีสอร์ทนี้จะพาคุณไปพบกับกิจกรรมหลากหลาย รวมทั้ง ทัวร์ CAT (พาหนะบนหิมะชนิดหนึ่ง) ทัวร์รองเท้าสโนว์ชู สวนสำหรับเด็ก และจุดท่องเที่ยวสำหรับผ่อนคลายจากการเล่นสกี สามารถไปเดินเล่นตามตรอกแคบ ๆ ซึ่งมีบรรยากาศเมืองบ่อน้ำพุร้อน หรือไปบรรเทาอาการเจ็บปวดที่บ่อน้ำพุร้อนอันแสนสบายได้อีกด้วย

เว็บไซต์: www.nozawaski.com/winter/en/

เว็บไซต์: www.nozawaski.com/winter/cn/index.php (ภาษาจีน)

ที่ตั้ง: Nozawa Onsen-mura, Shimotakai-gun, Nagano (Google Map)

14. สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาอันแสนลึกลับที่ Kumano Kodo [Kansai]

Kumano Kodo คือ เส้นทางแสวงบุญ ซึ่งประกอบด้วย 5 เส้นทางในคาบสมุทร Kii-hanto พื้นที่นี้ได้มีนักแสวงบุญจำนวนมากมาเยี่ยมเยียนตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 รวมถึงแม่ทัพผู้ปลดประจำการ และคนชั้นสูง เส้นทางครอบคลุมไปทั่วป่าลึก มีทั้งบริเวณที่ปูพื้นหินตามแนวหมู่บ้าน และบริเวณที่เป็นพื้นธรรมชาติในตัวภูเขา สามารถไปเติมความสดชื่นกับการเดินเล่นในป่าอันแสนลึกลับ ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยพืชมอส มีทั้งการปีนเขาแบบไปกลับวันเดียว หรือการเดินป่าแบบหลายวันให้คุณได้เลือกผจญภัย

เว็บไซต์: www.hongu.jp/en/

15. ปั่นจักรยานริมทะเลที่ Shimanami Kaido [Kinki]

Yuichi Tokutomi/Flickr

 

Shimanami Kaido เส้นทางปั่นจักรยานข้ามทะเล Seto Nai-kai มีระยะทางยาว 60km ตัดตรงเชื่อมเมือง Onomichi ในตัวเกาะหลักประเทศญี่ปุ่นไปสู่เมือง Imabari ของเกาะ Shikoku เนื่องจากสะพานที่เชื่อมเกาะทั้ง 6 แห่งไว้ด้วยกันนั้นมีทางเดินเท้าและทางจักรยานข้างถนน จึงสามารถไปเพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานได้ นอกจากนี้ ยังมีระบบการเช่าจักรยาน ซึ่งสามารถเช่าและปล่อยคืนที่สถานี 15 แห่งตามเส้นทางด้วย

เว็บไซต์: www.go-shimanami.jp/global/english/

เว็บไซต์: www.go-shimanami.jp/global/zh_tw/ (ภาษาจีน)

16. ท้าทายไปกับกีฬาทางน้ำที่แม่น้ำ Yoshino-gawa [Kansai]

แม่น้ำ Yoshino-gawa อยู่ห่างจากโอซาก้าประมาณ 4 ชั่วโมงโดยรถยนต์ เป็นจุดล่องแก่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีกระแสน้ำเชี่ยวมาก สามารถไปได้ทั้งกับครอบครัวเพื่อล่องแก่งเบาๆ หรือจะเป็นทัวร์อันน่าตื่นเต้นผจญภัยในหุบเขา Koboke ท่ามกลางฉากหลังอันน่าทึ่ง รับรองว่าที่นี่จะเป็นประสบการณ์อันแสนวิเศษของคุณ ถ้าไปโรยตัว (Canyoning) จากแควลำธารก็สามารถเพลินไปกับความสวยงามของหุบเขา ณ ความสูงของการโรยตัวที่ 40 เมตร ลงไปในน้ำสีเขียวมรกต ผู้ประกอบการที่มีคนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของบางรายมีโปรแกรมทัวร์พายเรือแคนูและคายัคไว้รองรับอีกด้วย

เว็บไซต์: en.happyraft.com

17. ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติที่ยังไม่ถูกแตะต้องที่เกาะ Yakushima [Kagoshima]

เกาะ Yakushima ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัด Kagoshima ใน Kyushu ไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกแตะต้องโดยมนุษย์ นอกจากเส้นทางเดินป่าท่ามกลางป่าลึกซึ่งปกคลุมไปด้วยพืชมอสแล้ว เกาะเล็กๆ แห่งนี้ยังประกอบไปด้วยเทือกเขา ซึ่งมียอดเขาสูงประมาณ 1000 ถึง 2000 เมตร สามารถเพลิดเพลินง่ายๆ ไปกับการเดินป่าแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือเส้นทางเดินป่าแบบหลายวันซึ่งมีให้เลือกมากมาย ควรระวังเรื่องฝน เนื่องจากเป็นบริเวณที่ฝนตกหนักที่สุดของญี่ปุ่น ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณไปในวันที่แดดออกจะดีกว่า

เว็บไซต์: www.yesyakushima.com/yakushima-activities/yakushima-mountain-hiking/

ที่ตั้ง: Yakushima-cho, Kumage-gun, Kagoshima (Google Map)

18. พายเรือคายัคในทะเลสีฟ้าที่ Okinawa [Okinawa]

จังหวัด Okinawa นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของท้องทะเลแล้ว ยังมีกิจกรรมทางน้ำมากมายรวมถึง การพายเรือคานูและคายัค หากว่าคุณชื่นชอบอากาศกึ่งโซนร้อนผสมกับป่าชายเลนแล้วล่ะก็ Yanbaru หรือ Kesaji ซึ่งตั้งอยู่ในเกาะหลักของ Okinawa น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ส่วนที่เกาะ Ishigaki และ Iriomote มีกิจกรรมเรือแจวสุดแสนสนใจ ตื่นตาตื่นใจไปกับกิจกรรมทางน้ำได้ทุกพื้นที่ ที่แนวชายฝั่งของเกาะ Yagaji นั้นเป็นพื้นที่สำหรับพายเรือพายัคโดยเฉพาะ มีผู้ประกอบการบางเจ้าที่พูดภาษาอังกฤษได้อีกด้วย

เว็บไซต์: en.okinawastory.jp

เว็บไซต์: tc.visitokinawa.jp (ภาษาจีน)

19. ดำน้ำตื้นที่ทะเลเขตร้อน [Okinawa]

สำหรับผู้ที่อยากดำน้ำในน้ำทะเลใสแจ๋ว สามารถไปสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำตื้นสน็อกเกิลได้ที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตการดำน้ำหรือประสบการณ์มาก่อน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย แค่มีผ้าเช็ดตัวและชุดว่ายน้ำก็เพียงพอ มีหลายที่ให้บริการเช่าอุปกรณ์ดำน้ำ หรือจะซื้อทัวร์ชมความสวยงามของปลาและปะการังเขตร้อน ซึ่งมีอยู่แทบทุกเกาะ นอกจากนี้ยังมีถ้ำสีฟ้าที่เกาะ Onna หรือ Ishigaki เป็นจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย

เว็บไซต์: en.okinawastory.jp/enjoy/okinawanblue/snorkel/

เว็บไซต์: tc.visitokinawa.jp/ (ภาษาจีน)

20. ดำน้ำชมปะการังที่หมู่เกาะใน Okinawa [Okinawa]

ถ้าคุณมีใบอนุญาตดำน้ำ ต้องห้ามพลาดไปเที่ยวที่หมู่เกาะ Kerama ซึ่งสามารถเดินทางไปได้โดยเรือสปีดโบ๊ทจากเมือง Naha ใช้เวลา 35 นาที น้ำทะเลบริเวณนี้ใสแจ๋วมากจนเห็นไปถึงพื้นทราย และปะการังนานาชนิด นอกจากนี้ ที่เกาะ Yonaguni ซึ่งมีจุดดำน้ำกว่า 70 จุด รวมถึงซากปรักหักพังใต้น้ำก็สวยงามไม่แพ้กัน คุณอาจจะเจอฉลามหัวค้อนที่นี่ก็ได้ สำหรับการเดินทาง คุณสามารถเดินทางจากเมือง Naha โดยเครื่องบินใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือจากเกาะ Ishigaki ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

เว็บไซต์: en.okinawastory.jp/enjoy/okinawanblue/

เว็บไซต์: tc.visitokinawa.jp/ (ภาษาจีน)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร