เที่ยวฤดูหนาวในญี่ปุ่นกับ <ทัวร์ฮิดะทาคายาม่า ชิราคาวาโกะ คานาซาว่า 2 วัน 1 คืน เดินทางจากโตเกียว !>

'โฮคุริคุ' ภูมิภาคที่อุดมไปด้วยธรรมชาติแสนสวยงามมากมาย หากอยากเที่ยวให้ทั่วก็ควรจะขับรถ แต่ในฤดูหนาวมักจะมีหิมะตก ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนที่ไม่เคยขับรถในญี่ปุ่นมาก่อน ดังนั้น 'บัสทัวร์' จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุด ! ใครที่วางแผนมาเที่ยวโตเกียว แต่ก็อยากไปที่เที่ยวอื่นๆ ด้วย ในครั้งนี้เราขอแนะนำทัวร์ใหม่ล่าสุดจากบริษัทฮังคิว 'บัสทัวร์ฮิดะทาคายาม่า ชิราคาวาโกะ คานาซาว่า 2 วัน 1 คืน ออกจากโตเกียว' บอกได้เลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง !

กิฟุ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

**ทัวร์สิ้นสุดการรับสมัครแล้ว

บทความนี้ร่วมเขียนโดยบริษัท Hankyu Travel International

 

K : จำที่เคยพูดถึง「ทัวร์เช้าเย็นกลับเที่ยวฟูจิ・ฮาโกเน่」กับ「บัสทัวร์เที่ยวเกียวโตวันเดย์」ได้ไหม? ที่ไม่ต้องเตรียมวางแผนเที่ยวอะไรไปเลย แค่ขึ้นรถบัส ก็ได้ไปเที่ยวหลากหลายที่ เหมาะกับคนอย่างฉันสุดๆ ไปเลยเนอะ ฮ่าๆ

A : เมื่อวันก่อนลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของบริษัททัวร์ เห็นว่ามีทัวร์ใหม่เป็นทัวร์ 2 วัน 1 คืนล่ะ ! ไม่เหมือนทัวร์ก่อนๆ แถมยังได้นั่งชินคันเซ็นด้วยนะ !

K : งั้นพวกเราไปกันไหม ? ไหนๆ ก็ไปถึงญี่ปุ่นแล้ว อยากไปเที่ยวที่อื่นนอกจากโตเกียวด้วย !

A : นั่งชินคันเซ็นแล้วก็เที่ยวต่อด้วยรถบัส.. สัมภาระเยอะก็ไม่ต้องกังวล ! รีบจองแล้วไปเลือกชุดสวยๆ ดีกว่า !

【วันแรก】

ออกเดินทางจากสถานีโตเกียว ! ไป-กลับด้วยชินคันเซ็น และเดินทางระหว่างทริปด้วยรถบัส

K : เป็นทัวร์ที่ดีมากเลยเนอะ สำหรับคนที่ไม่เคยนั่งชินคันเซ็นก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่ดีน่าดูเลย ตอนนั่งบัสก็ดูวิวสวยๆ ระหว่างทางได้ หรือถ้าเที่ยวเหนื่อยๆ มาก็นอนพักได้อีกด้วย !

A:เมื่อกี้ลองดูตารางคร่าวๆ แล้ว มีอาหารน่ากินเยอะแยะเลย ที่พักก็เป็นเรียวคัง (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น) มีบ่อน้ำพุร้อนด้วยล่ะ ! รอไม่ไหวแล้ว ~

เริ่มด้วยมื้อกลางวันสุดหรู 'เนื้อฮิดะ'

ที่เที่ยวแรกในวันนี้คือ 'Festival Forest' (まつりの森) มีทั้งมิโคชิ (ซุ้มศาลเจ้าสำหรับแห่ไปตามถนน) ให้ชม ที่ทานอาหารสำหรับหมู่คณะ และร้านขายของเรียงรายมากมาย

ภายในจะมีนิทรรศการแสดงเกี้ยวมิโคชิที่สร้างในยุคเฮเซย์ หรือ 'Heisei Festival Floats' (平成の祭屋台) และยังมีอาหารมื้อใหญ่ เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นหลากหลายประเภทให้ได้ลองทาน เป็นหนึ่งในจุดแวะพักที่ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง

A : โอ้โห! ไม่คิดว่าอาหารที่ทัวร์จัดให้จะหรูหราขนาดนี้เลยนะเนี่ย ! แค่ที่แรกก็สุดยอดขนาดนี้แล้ว !

K : ในคอร์สนี้เริ่มจากอาหารชื่อดังประจำจังหวัดกิฟุ 'เซ็ตเนื้อฮิดะย่างกับใบโฮบะ' แล้วต่อด้วย ซีฟู้ดโยเสะนาเบะ (หม้อไฟชนิดหนึ่ง) เทมปุระ และอื่นๆ อีกมากมาย แค่ได้ยินเสียง ฉ่า~ ของเนื้อย่างน้ำลายก็ไหลแล้ว >_<

A : เนื้อสุกได้ที่แล้ว ขอกินก่อนเลยนะ !

K : หลังกินเสร็จแล้วดูยังพอมีเวลาเหลือ ลองไปพิพิธภัณฑ์ข้างๆ กันเถอะ !

เมื่อเข้าไปใน 'Festival Festa' จะพบกับห้องกว้างที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในถ้ำ ที่นี่มีจัดแสดงมิโคชิสำหรับงานเทศกาล ตกแต่งอลังการขนาดมหึมา 6 หลัง เรียกได้ว่าแค่ก้าวเข้ามาก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าอยู่ในงาน Takayama Festival เลยทีเดียว ! (Takayama Festival คืองานเทศกาลประจำปีของเมืองทาคายาม่า จังหวัดกิฟุ ซึ่งจะมีการแห่มิโคชิประดับตกแต่งสวยงามไปรอบๆ เมือง)

A : ดูจากแผ่นพับที่หยิบมาจากทางเข้าแล้ว เหมือนว่าในอีก 10 นาทีจะมีการแสดงตุ๊กตากล (からくり人形) ล่ะ ไปดูกันไหม ? 

K : เอาสิ ! แต่ต้องระวังอย่ามัวดูเพลินจนลืมเวลานะ !

 

※ ค่าเข้า 'Festival Festa' 1,000 เยน

เดินเล่นที่ฮิดะทาคายาม่า สัมผัสถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น (เที่ยวอิสระประมาณ 60 นาที)

หลังจากเต็มอิ่มกับพิพิธภัณฑ์และมื้อกลางวันสุดฟินแล้ว รถบัสก็พาพวกเรามุ่งไปยังเมือง 'ฮิดะทาคายาม่า' (Hida Takayama ・飛騨高山)

และแล้วก็ถึงที่หมาย มองไปก็พบนักท่องเที่ยวมากมาย ที่นี่จะต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแน่ๆ เลยล่ะ

▪ สะพานนาคาบาชิ (Nakabashi ・中橋)

K : นี่ไงสะพานนาคาบาชิ ดูสิๆ ! พอรายล้อมด้วยธรรมชาติสวยๆ แบบนี้แล้วก็ทำให้สีแดงของสะพานดูสวยเด่นขึ้นมาเลยเนอะ ในฤดูใบไม้ผลิก็จะมีซากุระบาน และในฤดูใบไม้ร่วงก็จะถูกย้อมไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ให้บรรยากาศแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูเลยล่ะ 

A : งั้นรีบไปกัน ! ไปถ่ายรูปเช็คอินตรงนั้นกันเถอะ >_< !

K : จริงๆ แล้วเนี่ย ในฮิดะทาคายามะมีอะไรให้ดูชมเยอะแยะเลยแหละ รีบไปที่เขตเมืองเก่ากันเถอะ !

▪ ย่านเมืองเก่า (古い町並)

A : ตึกรามบ้านช่องแบบญี่ปุ่นโบราณเรียงรายแบบนี้ เหมือนกับว่าหลุดเข้ามาอยู่ในยุคเอโดะ (1603 - 1868) เลยเนอะ !

K : แถมแต่ละร้านยังมีบรรยากาศเฉพาะตัวแตกต่างกันไปด้วยนะ อยากลองแวะทุกที่เลยล่ะ ! ว่าแต่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ไหม ? เหมือนว่าจะมาจากข้างหน้าเนอะ ?

A : ต้องมาจากร้านนี้แน่เลย ! ชอบพวกเครื่องหอมนี่นา เลือกที่ชอบมาอันนึงนะเดี๋ยวซื้อให้เป็นของขวัญ >< !

▪ โนโตยะ (Notoya・香舗 能登屋)

ที่ร้านเครื่องหอมแห่งนี้มีสินค้ามากมายทั้งธูปหอม ถุงหอม และอื่นๆ รวมกว่า 150 รายการ แต่ละอย่างเองก็มีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะบริเวณไหนก็สัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของร้านทั้งนั้น

และของฝากที่ขอแนะนำ ได้แก่ สินค้าลิมิเต็ดของที่นี่ซึ่งก็คือ ที่วางธูปลายตุ๊กตา 'ซารุโบโบะ' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮิดะทาคายาม่านั่นเอง

สินค้าในภาพด้านบนอาจจะดูเหมือนกล่องขนม แต่จริงๆ แล้วข้างก็คือเครื่องหอมนั่นเอง ระวังอย่าเผลอรับประทานเข้าไปซะล่ะ ! สินค้าน่าสนใจเช่นนี้ก็เป็นหนึ่งในของฝากแนะนำเช่นกัน !

K : ดูชอบสินค้าของที่นี่มากกว่าฉันซะอีกนะเนี่ย ฮ่าๆ ลายตาจนเลือกไม่ได้เลยสินะ ?

A : นอกจากจะมีธูปหอมสำหรับใช้ในห้องแล้วยังมีสำหรับวางในรถด้วยนะ ! ซื้อไปเยอะๆ เลยดีไหมน้า 

K : ถ้าไม่ได้ซื้อจะต้องเสียใจทีหลังแน่ๆ !

A : นั่นสินะ อยากไปดูร้านค้าอื่นด้วย ไม่มีเวลามามัวคิดแล้วล่ะ

 

※ห้ามถ่ายรูปภายในร้าน ภาพถ่ายในบทความนี้ได้รับการอนุญาตแล้ว

K : ในย่านเมืองเก่านี่มีร้านขายซาลาเปาเนื้อฮิดะเยอะแยะเลยเนอะ อยากลองกินซะแล้วสิ...
A : ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องลองทานอาหารประจำท้องถิ่นหน่อยแล้วล่ะ ! ลองซื้อสองอันที่รสไม่เหมือนกันดูดีไหม ?
K : ตัวแป้งก็นุ้มนุ่ม ไส้ก็อัดแน่นไปด้วยเนื้อเลยล่ะ ! พอบิแบ่งครึ่งแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆ ของเนื้อฮิดะโชยมาทันทีเลย~ ได้กินของอร่อยพลางเดินดูบรรยากาศเมืองเก่าแบบนี้นี่ดีจังเลยน้า ~

A : ว่าแต่หนาวจังเลยเนอะ... เมื่อกี้ลองเสิร์จดูแล้วเหมือนว่าแถวนี้จะมีคาเฟ่ดีๆ เยอะแยะเลยล่ะ ไปดื่มกาแฟร้อนๆ สักแก้วกันเถอะ !

▪ คัตสึเทะ (Katsute・喫茶去かつて)

ร้านค้าในบ้านไม้โบราณอายุกว่า 150 ปีแห่งนี้ ให้ทั้งบรรยากาศบ้านไม้แสนอบอุ่น กับกลิ่นอายความโมเดิร์นไปพร้อมๆ กัน ภายในร้านมีทั้งที่นั่งแบบเคาน์เตอร์และที่นั่งบนเสื่อญี่ปุ่น ไม่ว่าจะนั่งที่ไหนก็ขอรับรองว่าจะพึงพอใจกับการบริการอันไร้ที่ติของที่นี่อย่างแน่นอน

ทันทีที่เข้าไปในคาเฟ่ก็จะพบกับสินค้าออริจินัลสุดงดงามของทางร้านวางเรียงรายอยู่ สัมผัสได้ถึงเซนส์ความหรูหราของทางร้านเลยทีเดียว

นอกจากเมนูกาแฟต่างๆ แล้ว อีกเมนูที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ก็คือ เซ็ตชาเขียวกับวาราบิโมจิ (800 เยน) ส่วนเมนูแนะนำจากทางร้านก็คือชานมโฮจิที่มีขายเฉพาะในหน้าหนาวเท่านั้น !

K : ชาโฮจิเนี่ยเป็นชาญี่ปุ่นแท้ๆ ที่นอกจากจะดื่มง่ายไม่ขมแล้วยังรสเข้ม แถมยังหอมมากๆ พอได้ดื่มนมผสมชาโฮจิแล้วก็รู้สึกว่าไม่หนาวแล้วเนอะ

A : ความเหนียวนุ่มและรสหวานอ่อนๆ ของวาราบิโมจิก็เข้ากับชาโฮจิได้กำลังดีเลยล่ะ เรียกว่าเป็นของหวานสไตล์ญี่ปุ่นสำหรับผู้ใหญ่ก็ว่าได้

K : มีคนกล่าวไว้ว่า 'ชีวิตก็คือการมอบความสุขให้กับตนเอง' ก็คือความสุขในช่วงเวลานี้ ในคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นแห่งนี้เองสิน้า ~

A : อย่านั่งเพลินจนลืมเวลาซะล่ะ ! ไม่งั้นจะไม่มีเวลาไปเดินดูร้านอื่นนะ !

▪ ร้านของใช้เบ็ดเตล็ดและเสื้อผ้าสไตล์ญี่ปุ่น 'อาโอะ' (Ao・青)

A : ถึงจะเดินพ้นจากถนนซันมาจิมาแล้ว แต่ก็ยังมีร้านค้าน่าสนใจอยู่เต็มไปหมดเลยเนอะ !

K : ร้านทางขวาร้านนั้นดูน่าสนใจดีนะ ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ รีบไปดูกันเถอะ ~

'อาโอะ' ร้านที่ดูเรียบง่ายทว่ามีของดีๆ อยู่ทั่วทั้งร้านรอให้คุณค้นพบ ที่นี่ขายข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันโดยผสมผสาน '和 (วะ)' หรือก็คือความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปด้วยนั่นเอง ไม่ว่าชิ้นไหนก็มีคุณภาพดี และมีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น

สิ่งที่อยู่ในขวดนมในภาพด้านบนก็คือน้ำหอมดับกลิ่น (1,080 เยน) มีกลิ่นซากุระ, ดอกเจอร์เรเนียม และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 5 กลิ่น ที่ช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อใช้หมดแล้วจะนำขวดนมไปใส่ดอกไม้ หรือจะนำไประดับบ้านก็สวยเช่นกัน

ส่วนเข็มกลัดไม้ในภาพก็คือของทำมือจากเหล่าช่างฝีมือแห่งทาคายาม่านั่นเอง แต่ละชิ้นจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป ให้ความรู้สึกพิเศษไม่ซ้ำกัน

 

K : ดีจังที่แวะร้านนี้ >_< ดูจากข้างนอกแล้วไม่โดดเด่นสะดุดตา แต่มีสินค้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเยอะแยะเลย แค่วันแรกก็ซื้อของมาเต็มไปหมดแล้ว  

A : จะว่าไปนั่งบัสก็ดีอย่างนี้แหละนะ จะซื้อของมากแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวล ~ 

 

※ ห้ามถ่ายรูปภายในร้าน ภาพถ่ายในบทความนี้ได้รับการอนุญาตแล้ว

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ กัชโชซึคุริ (เที่ยวอิสระประมาณ 1 ชั่วโมง)

K : ฮิดะทาคายาม่าสนุกมากเลย ! ดีนะที่กลับไปทันเวลานัด 

A :  ที่ต่อไปรับรองว่าจะต้องตกตะลึงแน่นอน ! เป็นที่ที่ผมอยากไปมาตลอดเลยล่ะ 

K : ว้าว ~ งั้นบัสทัวร์นี้ก็ทำให้ความฝันเป็นจริงเลยล่ะสิ 

A : นั่นสินะ ! รีบดูวิวนอกหน้าต่างเร็ว ! สวยจนลืมไม่ลงแน่นอนเลยล่ะ !

▪ จุดชมวิวเทนชุคาคุ (Tenshukaku Observatory・天守閣展望台)

ที่นี่มีบ้านสไตล์ 'กัชโชสึคุริ' ทั้งหมด 114 หลัง ที่สามารถอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมมาตั้งแต่อดีต อัศจรรย์ราวกับเสกมนตร์เลยทีเดียว

หมู่บ้านชิราคาวาโกะกัชโชซึคุริ (Shirakawago・白川郷合掌造り) ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก มีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมกว่าล้านคนในหนึ่งปี และแน่นอนว่าการเข้าพักในบ้านทรงกัชโชสึคุริในฤดูหนาวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ณ จุดชมวิวเทนชุคาคุ (天守閣展望台) มองลงไปจะเห็นทิวทัศน์สุดตระกาลตาของหมู่บ้าน และยังสามารถชมวิวของทิวเขาฮะคุซัง (白山連峰) ที่มีบรรยากาศแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูได้อีกด้วย 

* บ้านทรงกัชโชซึคุริ (合掌造り) บ้านญี่ปุ่นที่หลังคาจะมุงด้วยมัดหญ้าฟาง หลังคามีความชันมาก รูปร่างเหมือนการพนมมือ (合掌 กัชโช แปลว่าพนมมือ)

K : จริงๆ แล้วฉันเคยมาที่นี่ตอนเด็กๆ ด้วยล่ะ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอายุเยอะขึ้น หรือเพราะเป็นคนละฤดูกาลกันนะ ทำไมถึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างขนาดนี้ !

A : ถึงผมจะมาเป็นครั้งแรก แต่วิวสวยขนาดนี้จะให้มาอีกกี่ครั้งก็ไม่เบื่อแน่นอน ! ต้นปีหน้าก็มาอีกรอบดีไหมนะ ~ อยากชมวิวตอนหิมะตกที่บ้านทรงกัชโชซึคุริจัง ต้องสวยมากๆ แน่เลย !

K : ถ้างั้น.. ซื้อตุ๊กตาซารุโบะโบะที่ช่วยขับไล่ปีศาจ กับตัวที่ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บกลับไปเป็นที่ระลึกกัน เป็นสิ่งแทนคำสัญญาด้วยว่า ไว้หิมะตกแล้วมาที่นี่กันอีกนะ ~

▪ ทางเดินชิราคาวะ (白川街道)

K : ดูสิ ! หลังคามุงด้วยฟางแบบนี้ดูเหมือนหนังสือที่เปิดคว่ำอยู่เลยเนอะ !

A : ดูแล้วเหมือนจะไม่ค่อยทนทานนะ แต่จริงๆ แล้วทนรับน้ำหนักของหิมะที่ตกทับถมได้ดีมากเลยล่ะ แถมตอนประกอบเนี่ยใช้แค่ฟางมัดกับกับต้นวิชฮาเซล (マンサク) ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวเลยล่ะ ! แค่มัดฟางก็สามารถสเสริมความแข็งแรงให้บ้านทนทั้งหิมะ ลม ฝนได้ เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีค่ามากๆ เลยล่ะนะ

K : เพราะงั้นที่นี่ก็เลยห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาดสินะ! ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบเพื่อรักษามรดกโลกให้คงอยู่สืบไปเนอะ 

K : ของที่วางขายที่นี่ดูมีความเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม ต่างกับที่ฮิดะทาคายาม่าลิบลับเลยเนอะ ! 

A : นั่นสินะ ! อย่างหมวกสานฮิดะทำมือไม่เหมือนใครอันนี้ก็น่าซื้อกลับไปเป็นของฝากสุดๆ เลย ~ 

K : มองไปทางไหนก็สวยเหมือนกับเป็นภาพวาดทั้งนั้นเลยเนอะ ! อยากมาพักในที่บรรยากาศผ่อนคลายแบบนี้บ่อยๆ จัง ~ 

A : โอ๊ะ รีบไปกันเถอะ ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วล่ะ !

อิ่มอร่อยกับซูชิสดใหม่จากอ่าวโทยาม่า

และมื้อเย็นของวันนี้ก็คือซูชิที่ใช้เนื้อปลาตามฤดูกาล สดใหม่จากอ่าวโทยาม่า แค่ใช้บริการบัสทัวร์ของบริษัทฮังคิวทราเวลก็ได้ลิ้มลองซูชิหลากหลายชนิดขนาดนี้แล้ว !

K : เนื้อปลาที่มาทำเป็นหน้าซูชิเนี่ยเขาตกสดๆ กันวันต่อวันเลยนะ เพราะงั้นถ้ามาอีกก็อาจจะไม่ได้เสิร์ฟปลาแบบเดียวกับวันนี้ก็ได้ล่ะ !

A : ไม่ได้อร่อยแค่ซูชินะเนี่ย ซุปมิโสะเองก็หวานอร่อย มีรสซุปจากปู ไม่เหมือนซุปมิโสะทั้งหมดที่เคยกินมาเลย ! 

K :  นั่นสินะ ซุปมิโสะร้อนๆ นี่เข้ากับค่ำคืนหนาวๆ แบบนี้สุดๆ ไปเลยเนอะ !

ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

ที่พักสำหรับค่ำคืนนี้คือที่ 'Royal Hotel Toyama Tonami' (ロイヤルホテル富山砺波) ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูง สามารถมองเห็นทิวเขาทาเทยามะ และชมทิวทัศน์ของที่ราบโทนามิเบื้องล่างได้ เรียกได้ว่าเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

K : มาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูหนาวแล้วก็ต้องมาแช่ออนเซ็น ! แถมที่นี่ยังเป็นแบบบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งด้วยนะเนี่ย

A : ไม่ใช่แค่นั้นนะ ข้างนอกบ่อออนเซ็นยังมีตู้จำหน่ายเครื่องดิ่มอัตโนมัติ หลังแช่ออนเซ็นเสร็จก็ต้องดื่มนมสักขวด รับรองฟินแน่นอน 

 

※ห้ามถ่ายรูปภายในบ่อออนเซ็น

【วันที่สอง】

ชาร์จพลังจากอาหารเช้าโรงแรมสุดหรู

K : ห้องก็กว๊างกว้าง เตียงก็นุ้มนุ่ม หลับสบายเต็มอิ่มเลย ~

A : ถ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วรีบไปกินอาหารเช้ากันเถอะ ! กินให้อิ่มเลยล่ะ วันนี้ยังต้องไปเที่ยวอีกทั้งวัน !

K : บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของที่นี่มีอาหารหลากหลายชนิดกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ! กาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ก็มีให้เลือกเยอะมาก

A : ระวังอย่าดื่มน้ำเยอะเกินไปนะ ! วันนี้ต้องเดินทางจากโทยาม่าไปคานาซาว่า เดี๋ยวจะอยากเข้าห้องน้ำระหว่างทางเอาซะล่ะ

K : พูดถึงที่เที่ยวในคานาซ่าว่าก็ต้องสวนเค็นโรคุเอ็น, พิพิธภัณฑ์ศิลปะศตวรรษที่ 21, ตลาดโอมิโช, ย่านฮิกาชิชายะสินะ !  

A : ทุกที่ที่พูดมาเนี่ยเราจะไปทั้งหมดในวันนี้แหละ ! อดใจรอไม่ไหวแล้วล่ะสิ 

สัมผัสเสน่ห์แห่งคานาซาว่าได้ ณ สถานที่เหล่านี้

▪ สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen・兼六園)

©สมาพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอิชิคาว่า

และที่เที่ยวแรกในคานาซาว่าก็คือ 'สวนเค็นโรคุเอ็น' หนึ่งในสามสวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น !

สวนแห่งนี้โด่งดังทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น ด้วยทิวทัศน์อันสวยงามที่แตกต่างกันไปใน 4 ฤดูกาล ทั้งซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้เขียวขจีในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และ 'ยูคิสึริ' ในฤดูหนาวนั่นเอง

*ยูคิสึริ (Yukitsuri・雪吊) คือ วิธีป้องกันพืชพันธ์ุจากพายุหิมะวิธีหนึ่งของญี่ปุ่น โดยใช้เชือกหรือฟางเป็นโครงสร้างค้ำจุนต้นไม้หรือพุ่มไม้ไว้

K : รู้ไหมว่าสัญลักษณ์นิ้วมือแทน 'เลขหก' ของไต้หวันกับญี่ปุ่นนั้นไม่เหมือนกัน ? 'เค็นโรคุเอ็น' แปลว่า 'สวนแห่งคุณลักษณะทั้งหก' นั่นเอง งั้นมาชูนิ้วเป็นเลขหกแบบไต้หวันถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเถอะ ! 

A : สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวนเค็นโรคุเอ็นก็คงจะเป็น 'โคมไฟหินโคโตจิ' (徽軫灯籠) สินะ ? อยากเห็นมานานแล้ว ไปทางนี้ก่อนได้ไหม ?

K : ได้อยู่แล้ว อยู่ใกล้บ่อน้ำคาซุมิกะ (霞ヶ池) สินะ เคยอ่านหนังสือท่องเที่ยวมาเห็นว่าภาพสะท้อนของโคมไฟหินบนผิวน้ำนี่เป็นจุดถ่ายรูปที่พลาดไม่ได้เชียวล่ะ !

K : จริงด้วย ! น่าเสียดายจังเลยเนอะที่วันนี้หิมะไม่ตก ดูรูปนี้สิ ถ้าหิมะตกแล้วก็จะสวยขนาดนี้เลยล่ะ ! 

©สมาพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอิชิคาว่า

A : ในรูปไม่เหมือนภาพที่เห็นตอนนี้เลย แต่สวนเค็นโรคุเอ็นเนี่ยก็แสดงให้เห็นถึงความ 'วาบิซาบิ' ของญี่ปุ่นได้อย่างดีเลยเนอะ

K : นั่นสินะ ! แต่พอได้เห็นรูปหิมะทับถมหนาขนาดนี้แล้วก็เริ่มรู้สึกถึงข้อดีของการนั่งบัสขึ้นมาเลยล่ะ แค่นึกภาพว่าถ้าต้องขนสัมภาระเดินกลางหิมะแบบนี้ก็รู้สึกลำบากแล้ว  

* วาบิซาบิ (侘・寂) คือ แนวคิดเกี่ยวกับความสวยงามและคุณค่าของความเรียบง่าย ความไม่สมบูรณ์แบบและความไม่จีรังของสิ่งรอบๆ ตัว เช่น แต่ละฤดูกาลที่ต่างก็มีความงดงามในแบบเฉพาะของตัวเองในเวลาที่จำกัด

▪ พิพิธภัณฑ์ศิลปะศตวรรษที่ 21 (21世紀美術館)

ผู้ถ่ายภาพ : Shu Watanabe
สนับสนุนโดย : พิพิธภัณฑ์ศิลปะศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า

เดินไปไม่ไกลจากสวนเค็นโรคุเอ็นแล้วจะพบกับ 'พิพิธภัณฑ์ศิลปะศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า' หนึ่งในสถานที่ที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะร่วมสมัย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ให้บรรยากาศที่ไม่เหมือนที่อื่นใด เริ่มจากผลงานที่โด่งดังไปทั่วโลก 'Swimming Pool' โดยศิลปิน Leandro Erlich, ลักษณะภายนอกของตัวอาคารที่แปลกใหม่ และผลงานศิลปะนอกตัวอาคารอีกมากมาย

'Klangfeld Nr.3 für Alina' อีกงานศิลปะชื่อดังโดยศิลปินชาวเยอรมัน Florian Claar ประกอบด้วยท่อยาว ส่วนคล้ายเครื่องดนตรีทูบาทั้งหมด 12 ท่อที่กระจัดกระจายไปบนพื้นดิน โดยแต่ละท่อจะมีคู่ที่เชื่อมต่อกันจากใต้ดินซึ่งสามารถส่งเสียงไปถึงได้ หรือก็คือทั้งหมด 6 คู่นั่นเอง คู่ของมันอาจจะไม่ใช่ท่อที่อยู่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นคุณจึงสามารถส่งเสียงไปถึงที่ที่คุณคาดไม่ถึง หรืออาจจะได้ยินเสียงแปลกๆ จากอีกฟากฝั่งของท่อก็เป็นได้ ! 


K : ได้ยินเสียงใครสักคนด้วยล่ะ !


A : ไหนๆ ขอลองบ้างดีกว่า 〜


K : ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ซื้อบัตรแล้วเข้าไปชมงานศิลปะ 'Swimming Pool' กันไหม ?

'Swimming Pool' ผลงานของศิลปินชาวอาร์เจนตินา  Leandro Erlich นี้จะเรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยก็ว่าได้


ถ้ามองลงไปจากผิวน้ำก็จะเห็นภาพของผู้คนที่เดินไปมาได้อย่างอิสระใต้น้ำ แต่ถ้ามองขึ้นไปจากด้านล่างก็จะเห็นภาพน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์ส่องประกายระยิบระยับ ให้ความรู้สึกราวกับว่าอยู่ใต้น้ำจริงๆ ! 

K : ถ่ายรูปเหมือนว่ากำลังลอยอยู่ในน้ำให้เอาไหม ?


A : โอ้โห เหมือนกับว่าอยู่ในน้ำจริงๆ เลยนะเนี่ย !


K : อยากไปดูงานจัดแสดงอื่นๆ จัง แต่เวลาไม่พอแน่ๆ เลย...


A : ไม่เป็นไรหรอก ! ไว้มาดูใหม่ครั้งหน้าก็ได้ นอกจากงานจัดแสดงถาวรอย่าง Swimming Pool แล้ว ก็ยังมีนิทรรศการที่เปลี่ยนใหม่เรื่อยๆ เลยนะ การที่ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะได้ดูผลงานแบบไหนเนี่ยก็น่าตื่นเต้นดีไม่ใช่เหรอ ? 


K : พูดโน้มน้าวเก่งจังเลยนะเนี่ย ~ ถ้างั้นรีบกลับไปที่จุดรวมพลกันเถอะ จะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว 

▪ ตลาดโอมิโช (Ohmi-cho Market・近江町市場)

'ตลาดโอมิโช' เรียกได้ว่าเป็นห้องครัวแห่งคานาซาว่า อยู่คู่กับชาวเมืองคานาซาว่ามากว่า 300 ปี ตั้งแต่ยุคสมัยเอโดะ มีร้านค้ามากมายทั้งอาหารทะเล, ผัก, ผลไม้, ขนม และอื่นๆ เสียงเรียกลูกค้าที่แสนจะมีชีวิตชีวาของพ่อค้าแม่ค้าที่นี่จะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ไม่มีวันลืมจากทริปนี้อย่างแน่นอน

ตลาดโอมิโชแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ เป็นสถานที่ประจำใจของชาวท้องถิ่นมาโดยตลอด และบอกได้เลยว่าเป็นที่ที่ผู้ชื่นชอบการกินห้ามพลาดเป็นอันขาด !!! ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลที่นั่งทานในร้านอย่างไคเซ็นด้ง (ข้าวหน้าอาหารทะเล) หรือซื้อกินหน้าร้าน จะแบบไหนก็ขอรับรองว่าอร่อยแน่นอน !

A : ทั้งๆ ที่เป็นตลาดขายอาหารทะเล แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยเนอะ แถมยังดูสะอาดมากๆ เลยด้วย ! สมแล้วที่เป็นญี่ปุ่น !

K : แบบนี้ก็กินได้อย่างวางใจเลยเนอะ ! ร้านไหนๆ ก็น่าอร่อยทั้งนั้นเลย เลือกไม่ถูกแล้วสิเนี่ย

▪ อิคิอิคิเท สาขาโอมิโช (Iki Iki-tei・いきいき亭 近江町店)

A : ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ มาเลือกร้านอาหารกันเถอะ ! เมื่อกี้ลองหาดูแล้วร้านนี้ได้คะแนนสูงมากเลยล่ะ

K : มาคานาซาว่าแล้วก็ต้องลองกิน 'ปูคะโน' (加能カニ) ! ตอนนี้เป็นฤดูกาลของปูซะด้วย ไคเซ็นด้งก็น่ากินนะ หน้าปลาหลายชนิดเลย สั่งอาหารคนละอย่างกันแล้วมาแบ่งกันกินกันเถอะ !

A : มินิไคเซ็นด้งหน้าปลาตามฤดูกาลหลากชนิด ราคา 1,500 เยน ไม่แพงเลยนะเนี่ย !

K : ส่วนข้าวหน้าปู (3,500 เยน) ของผมก็มีขายจำกัดช่วงเวลา แถมถ้าวันไหนลมแรงก็จะไม่มีขายด้วยนะ แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ !

K : เมื่อกี้ลองถามพนักงานว่าทำไมถึงแยกข้าวกับหน้าอาหารทะเลไว้คนละชามกัน เขาบอกว่าเพราะจะทำให้อาหารทะเลไม่อุ่นเร็วล่ะ ! หรือจะเอามาจัดวางบนข้าวทำเป็นดงบุริ (ข้าวหน้าท็อปปิ้งต่างๆ) ก็ยังได้ ! ไอเดียดีมากเลย

A : อั้มม ~ เนื้อปลาดิบให้รสสัมผัสดี อร่อยมากๆ เลย ของสดใหม่ก็ดีแบบนี้ล่ะน้า ~

เดินเล่นกินลมชมวิวที่ย่านฮิกาชิชายะ (เที่ยวอิสระประมาณ 40 นาที)

หลังทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้วก็เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง และแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าสู่ย่านฮิกาชิชายะ (Higashi Chaya・ひがし茶屋)

ที่นี่เป็นย่านที่ให้บรรยากาศของยุคเอโดะ มีบ้านไม้สองชั้นสไตล์ญี่ปุ่นโบราณตั้งเรียงราย ไฟถนนสุดเรโทร และยังมีเหล่า 'เกอิชา' หรือสตรีญี่ปุ่นผู้ให้ความบันเทิงแก่แขกที่มาเยือน ที่นี่มีกฏห้ามเปิดร้านอาหารแผงลอยหรือเดินทานเป็นอันขาด เพื่อคงไว้ซึ่งความสวยงามของสถานที่นั่นเอง ดังนั้นที่นี่จึงให้ความรู้สึกสงบเงียบกว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อยู่บ้าง

K : ถึงจะไม่ได้ใส่ชุดกิโมโนอยู่ แต่ก็รู้สึกเหมือนว่าข้ามเวลากลับไปในสมัยก่อนเลยนะเนี่ย !

A : ความสวยงามแบบเรียบง่ายเนี่ยแหละ ที่ทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนวันละหลายหมื่นคน 

K : แถวนี้มีร้านค้าสำหรับคนรักหนังสือเยอะแยะเลย อาจจะหาซื้อของฝากดีๆ จากที่นี่ได้ด้วยเนอะ !

A : จะว่าไป ชื่อเมืองคานาซาว่า (金沢) มีคำว่าทอง (Kin・金) อยู่ด้วย เหมือนว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับทองด้วยหรือเปล่านะ ? 

K : ใช่แล้วล่ะ กล่าวกันว่าคานาซาว่าเป็นเมืองที่ผลิตทองคำเปลว 98% ของญี่ปุ่นเลยล่ะ ที่ที่เรากำลังจะไปเป็นร้านทองคำเปลวพอดีเลย ลองไปถามกันเถอะ ! 

▪ ฮาสุคะ สาขาหลัก (Hazuka・箔座本店)

ร้านทองคำ 'ฮาสุคะ' ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านฮิกาชิชายะ ที่นี่เป็นที่ตั้งของ 'ห้องชงชาทองคำ' (黄金の茶室) ที่สร้างโดยเหล่าสุดยอดช่างฝีมือ และใช้ 'ทองคำเปลวเอ็นสึคิ' (縁付金箔 ทองคำเปลวคุณภาพสูงสำหรับซ่อมแซมทรัพย์สมบัติของชาติ) กว่า 40,000 แผ่น ! ถ้าโชคดีคุณอาจจะได้ชมช่างฝีมือกำลังทำทองคำเปลวผ่านกำแพงกระจกใสก็เป็นได้ !

K : หลังจากฟังการบรรยายที่ห้องชงชาทองคำแล้ว จะได้ลองดื่มชาใส่ทองคำเปลวด้วยนะ สุดยอดไปเลย !

A : ทองคำเปลวที่ลอยอยู่บนผิวชาที่กินได้จริงๆหรอ !? แบบว่าดูหรูหราจังเลย

K : ทองคำเปลวนี้ถูกผลิตมาแบบพิเศษให้สามารถทานได้น่ะ เพราะฉะนั้นสบายใจได้ !

K : ดูสิๆ ! มีสินค้าที่ใช้ทองคำเปลวขายอยู่เยอะแยะเลย 

A : ป้ายตรงนั้นเขียนว่าที่ร้านฮาสุคะสาขาใหม่มีทาโกยากิใส่ทองคำเปลวขายด้วยล่ะ ! อยากลองกินจังเลย !

K : มันมีชื่อว่า 'ทาโกยากิทองคำ' (金の多幸焼) จริงๆ เลยแหละ เชื่อกันว่ากินแล้วจะช่วยให้โชคดี ถ้าได้มาที่คานาซาว่าอีกจะซื้อให้หลายๆ ชิ้นเลย ! 

A : อื้ม ! ไว้มากันใหม่นะ ! ชอบคานาซาว่าสุดๆ ไปเลยล่ะ >_<

※'ทาโกยากิทองคำ' มีขายที่ 'ฮาสุคะ คินโนะเอนกิยะ' (Hazuka Kin no Engi-ya) ที่ย่านฮิกาชิชายะ

ความประทับใจไม่รู้ลืมก่อนกลับ !

บัสทัวร์ใหม่ล่าสุดจากบริษัทฮังคิวทราเวลจะไม่เหมือนกับทุกๆ วันเดย์บัสทัวร์ที่ผ่านมา เพราะในครั้งนี้คุณจะได้มีโอกาสนั่งรถไฟชินคันเซ็นด้วย ! ท่องเที่ยวภูมิภาคโฮคุริคุสุดตระการตา แถมยังได้พักในโรงแรมพร้อมบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง ! ไม่ต้องวางแผนวิธีเดินทางอันซับซ้อน ไม่ต้องกังวลกับสัมภาระหนักๆ นั่งบัสที่ทางเราจัดเตรียมให้ได้อย่างสบายใจ ทางเราจึงขอแนะนำทัวร์นี้สำหรับคุณและครอบครัว หรือคนสำคัญของคุณ !   

จองได้ที่นี่ ! :《จากโตเกียว》บัสทัวร์ 2 วัน 1 คืน ทาคายาม่า・ชิราคาวาโกะ・คานาซาว่า

วันออกเดินทาง : 25 พฤศจิกายน 2561 - 28 มีนาคม 2562

ค่าใช้จ่าย : 55,000 เยน - 59,000 เยน

จุดนัดพบ : สถานีโตเกียว (Tokyo station)

เวลานัดพบ : แต่ละกลุ่มอาจแตกต่างกัน (ไม่ต่ำกว่า 4 ท่าน)

**ทัวร์สิ้นสุดการรับสมัครแล้ว

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร