คัดสรรมาอย่างดี! 20 สถานที่แนะนำสำหรับลิ้มรสอุด้งและจุดท่องเที่ยวจากทากามัตสึ จังหวัดคากาวะ

หากจะพูดถึงของกินขึ้นชื่อของจังหวัดคากาวะ (Kagawa) แล้วล่ะก็ จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากอุด้งนั่นเอง นอกจากอุด้งแล้วถ้าจะพูดถึงทากามัตสึ (Takamatsu) ก็จะนึกไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติอีกมากมายขึ้นมา จุดท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ว่าจะท่องเที่ยวกันเป็นแก๊งกับเพื่อนๆ หรือท่องเที่ยวแบบมีเด็กๆ ไปด้วย ไปกันทั้งครอบครัวหรือจะไปคนเดียวก็เที่ยวได้สนุกไม่แพ้กัน สำหรับครั้งนี้จะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ที่อยู่ใกล้สถานี และจุด Exclusive ต่างๆ อันมีเสน่ห์ของเมืองนี้ให้ทุกคนได้รับทราบกัน

Takamatsu

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

10 จุดท่องเที่ยวคัดสรรมาแนะนำให้คุณในทากามัตสึ

1. สวนสาธารณะ Ritsurin Koen

"สวนสาธารณะ Ritsurin Koen" นั้นได้รับการระบุเป็นสวนสาธารณะเลื่องชื่อประจำประเทศ โดยมีพื้นที่ของสวนที่ได้รับประกาศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติกว้างใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ตัวสวนนั้นยังคงลักษณะดั้งเดิมตั้งแต่ช่วงต้นสมัยเอโดะโดยรักษาทิวทัศน์ที่ไดเมียวผู้ครองแคว้นได้เคยเยื้องย่างชื่นชมความงามของสวนแห่งนี้ทั้งสี่ฤดูได้เป็นอย่างดี ที่พลาดไม่ได้เลยคือการชมใบไม้แดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากสวนแห่งนี้

สวนสาธารณะ Ritsurin Koen นั้นเปิดให้บริการตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นเป็นต้นไป หากจะรับประทานอาหารเช้าก็ขอแนะนำร้าน "Hanazono Tei" ที่อยู่ภายในสวน ซึ่งเราสามารถที่จะดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของสวนไปพร้อมๆ กับรับประทานข้าวต้มยามเช้าในราคาเพียง 1,300 เยนเท่านั้น การรับประทานอาหารเช้าในบรรยากาศอันเงียบสงบทำให้เรามีพลังในการใช้ชีวิตไปอีกทั้งวันเลยทีเดียว การมาเริ่มต้นวันใหม่ที่สวนสาธารณะ Ritsurin Koen ก็ถือเป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยนะคะ

2. ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน Shikokumura

"ศูนย์เรียนรู้ชุมชม Shikokumura" มีอีกชื่อเรียกว่า "พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน Shikoku" โดยยังได้รับการประกาศเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมประจำชาติอีกด้วย จากทางเข้าไปจนถึงทางออกใช้เวลาเดินร่วม 2 ชั่วโมง คงต้องขอแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่เดินสบายๆ น่าจะดีกว่า ภายในยังมีส่วนพิพิธภัณฑ์ที่เหล่าบรรพบุรุษได้รวบรวมเอาองค์ความรู้หรือการประยุกต์วิถีต่างๆ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเอาไว้ทำให้นึกไปถึงการใช้ชีวิตในอดีตอีกด้วย 

ภายในศูนย์การเรียนรู้ชุมชน Shikokumura ยังมีการจัดแสดงผลงานทางศิลปะเอาไว้เป็นจำนวนมาก และยังเป็นจุดท่องเที่ยวแนะนำสุดๆ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะได้มาเห็นธรรมชาติ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ซึ่งมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไปในสี่ฤดู นอกจากนี้ระหว่างทางยังมีห้องดื่มชา มีพิพิธภัณฑ์อาคารสไตล์ยุโรปที่ยกเอาอาคารมาตั้งไว้ที่นี่ไปจนถึงคาเฟ่ที่ใช้บ้านโบราณของชาวบ้านมาตั้งโดยมีอุด้งให้รับประทานอีกด้วย ภายในจึงสามารถเพลิดเพลินได้โดยไม่เหนื่อยล้าเท่าไหร่นัก

3. ถ้ำ Onigashima

ถ้ำ Onigashima นั้นเป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงจากตำนานโมโมทาโร่มาก่อน เมื่อเดินทางถึงเราจะได้พบกับผาหินสมดั่งคำร่ำลือที่ว่าเป็นเกาะที่ยักษ์อาศัยอยู่ (Onigashima) ในระยะสายตาทันที ที่บริเวณยอดของเกาะนั้นเราจะได้พบกับยักษ์ออกมาต้อนรับ เด็กๆ อาจจะเห็นแล้วตกใจก็เป็นได้!? หากลองเดินลัดเลาะขึ้นไปด้วยอารมณ์นักสำรวจดูล่ะก็คงจะสนุกไม่น้อย 

เกาะ Onigashima นั้นยังเป็นที่รู้จักในฐานะที่เล่นน้ำทะเลของทากามัตสึอีกด้วย บริเวณหาดทรายมีทรายขาวสุดลูกหูลูกตาจนได้รับเลือกเป็น "100 สถานที่แนะนำสำหรับเล่นน้ำทะเล" อีกด้วย แน่นอนว่าวิวแถบนี้ยังควรค่าแก่การเป็นผลงานขวัญใจช่างภาพอีกด้วย เนื่องจากตัวหาดนั้นจะต้องเดินทางไปด้วยเรือเฟอร์รี่เท่านั้นทำให้มีนักท่องเที่ยวไม่มากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหาดส่วนเลยทีเดียว ช่วงฤดูร้อนก็ยังมีการตั้งอาคารชั่วคราวเรียงรายกันไปตามริมหาดอีกด้วย

4. เกาะ Yashima

"เกาะ Yashima" ที่ทั้งเกาะถูกลงทะเบียนเป็นสมบัติทางธรรมชาติประจำชาติ ที่บริเวณยอดเกาะมีรูปทรงคล้ายกับหลังคาที่ลอยอยู่บนทะเล Setouchikai จึงได้รับการตั้งชื่อว่าเกาะ Yashima (เกาะหลังคา) จากจุดชมวิวของเกาะ Yashima นั้นยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่ว่ากันว่ามีความสวยสดงดงามที่สุดในจังหวัดคากาวะอีกด้วย 

เส้นทางขับรถเที่ยวของเกาะ Yashima นั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยใบหน้าของธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มให้เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของฤดูทั้งสี่ฤดูให้คุณได้สัมผัสอย่างเพลิดเพลิน บริเวณเนินเขาของเกาะ Yashima ที่เชื่อมไปจนถึงยอดเขานั้นได้รับการประกาศเป็น "ทิวทัศน์แหล่งชุมชนประจำชาติ" โดยเป็นทางเดินเขาระยะทางราว 3.7 กิโลเมตรที่คิดค่าบริการในการเดินผ่าน ปัจจุบันได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า "Yashima Skyway" จากกิจกรรมการเสนอชื่อก่อนหน้านี้
เป็นจุดท่องเที่ยวที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับให้คู่รักไปเดทกัน

5. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Shin Yashima

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Shin Yashima นั้นตั้งอยู่บนความสูงเทียบจากระดับน้ำทะเลที่ 300 เมตรบนยอดเกาะ Yashima โดยอยู่ในพื้นที่ของสวนสาธารณะ Setouchikai Kokuritsu Koen ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีไอดอล "พะยูนแมนนาทีอเมริกัน" ซึ่งถือเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยจะนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของญี่ปุ่นอีกด้วย อย่าลืมหาเวลาไปเยี่ยมน้องกันนะคะ

ส่วนการแสดงโลมาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Shin Yashima นั้นจะไม่เรียกว่าการแสดงโลมา แต่จะใช้คำเรียกว่าการเล่นละครเวทีโลมาแทน เหตุผลที่ต้องเรียกแบบนี้นั้นว่ากันว่าเป็นเพราะเหล่าโลมาที่แสดงควบคู่ไปกับสตาฟในชุดซามูไรนั้นมีฟอร์มการแสดงเรียกเสียงหัวเราะไม่แพ้นักแสดงจอแก้วกันเลยทีเดียว!? ท้ายการแสดงจะมีการแตะมือหรือถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเป็นแฟนเซอร์วิสให้อีกด้วย เด็กๆ คงปลื้มไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

6. ร้านอุด้ง Chikusei

ถ้าถามหาร้านคินุอุด้งดังๆ แล้วล่ะก็ชื่อ "Chikusei" คงเป็นชื่อต้นๆ ที่ต้องแนะนำเลยทีเดียว เอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้านนี้คือความรวดเร็วทันใจและการให้ลวกเส้นอุด้งได้เอง พอได้เป็นคนลวกเองเราจึงสามารถเลือกความแข็งของเส้นอุด้งได้ตามใจชอบ ร้านเปิดให้บริการช่วงเวลาอาหารเที่ยงเท่านั้นจึงหนีไม่พ้นการเข้าคิวแน่นอน หากตั้งใจจะไปเก็บแต้มร้านนี้แล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้ไปตั้งแถวรอตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดร้านกันนะคะ

เราสามารถเลือกท็อปปิ้งเป็นเทมปุระได้อีกด้วย โดยเทมปุระจะถูกทอดตามลำดับที่ได้มีการสั่งออเดอร์เข้าไปคงความกรุบกรอบเอาไว้ให้รับประทานกันหลังทอดใหม่ๆ ท็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเทมปุระไข่ออนเซ็นและลูกชิ้นปลาชิคุวะที่มักมีลูกค้าเลือกมาคู่กัน! ทั้งสองท็อปปิ้งราคาสมเหตุสมผลที่ 100 เยนเท่านั้น เนื่องจากทางร้านขายเพียงจำนวนจำกัดเท่านั้น โปรดเลือกเวลาไปเข้าคิวกันให้ดีๆ นะคะ

7. ร้านชาญี่ปุ่น Kanmichaya Budo no Ki

"ร้านชาญี่ปุ่น Kanmichaya Budo no Ki" เป็นร้านที่สามารถรับประทานของประจำถิ่นของคากาวะ "Anmochi Zoni" ได้ โดย Anmochi Zoni นั้นคือโมจิที่สอดไส้ถั่วแดงหวานแล้วนำไปใส่ในซุปมิโสะขาว ตัวซุปมิโสะมีแครอทและหัวไชเท้าเป็นผักต้มเบาๆ ที่มีรสชาติของโมจิไส้ถั่วแดงหวานๆ เค็มๆ ประกอบในซุป ลองสักครั้งแล้วจะติดใจแน่ๆ ค่ะ นอกจากนี้ในร้านเองยังมีขายเป็นเซตของฝากสำหรับนำกลับไปทำรับประทานเองที่บ้านได้อีกด้วย 

นอกจากนี้ช่วงฤดูร้อนทางร้านยังทำน้ำแข็งไสอีกด้วย เสิร์ฟเมื่อไหร่ตกใจเมื่อนั้น ถ้วยน้ำแข็งไสขนาดเท่าหัวคนโปะด้วยน้ำแข็งไสราดน้ำหวานชาเขียวมัทฉะที่ทางร้านทำขึ้นเอง ข้างในมีทั้งโมจิลูกกลมและวุ้น Kanten แถมยังมีไอศครีมวานิลาและชาเขียวมัทฉะซ้อนอยู่บนถั่วแดงชั้นล่างสุดอีก ดูไปดูมาก็เหมือนจะเป็นกล่องสมบัติให้เด็กๆ ได้เปิดหาสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินในการรับประทานอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ

8. โรงอาบน้ำพุร้อน Gyoki no Yu

"โรงอาบน้ำพุร้อน Gyoki no Yu" นั้นถูกสร้างเอาไว้ข้างๆ "สถานีพักรถ Shionoe" โดยมีสถานะเป็นโรงอาบน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจังหวัดคากาวะ ห้องอาบน้ำส่วนตัวที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น หรือจะเป็นอ่างอาบน้ำร้อนไม้ อ่างอาบน้ำร้อนกลางแจ้ง อ่างอาบน้ำร้อนหินก็สามารถให้บริการคุณได้อย่างเพลิดเพลิน เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเข้าไปพักผ่อนกันแบบครอบครัว มาคลายเหนื่อยที่นี่กันนะคะ

ที่นี่ยังมีอีเวนท์ให้เข้าร่วมมากมายให้แนะนำ ได้แก่ ช่วงเดือนเมษายนมี "เทศกาลชมดอกซากุระ" สายพันธุ์ Someiyoshino และช่วงเดือนมิถุนายนมี "เทศกาลชมหิ่งห้อย" ซึ่งคุณจะได้เห็นหิ่งห้อยกว่า 2,000 ตัวบินสวนกันไปมา ส่วนในเดือนสิงหาคมจะเป็น "เทศกาลออนเซ็น" เพื่อสักการะเทพเจ้าแห่งสายน้ำ และเดือนพฤศจิกายนจะเป็น "เทศกาลชมใบไม้แดง" ซึ่งมีเหล่านักท่องเที่ยวมากมายมารวมตัวกัน

9. ร้านอาหาร Tenkatsu สาขาใหญ่

ร้านอาหาร Tenkatsu เป็นที่ที่คุณจะได้ลิ้มลองเมนูของดีจังหวัดคากาวะที่ชื่อว่า Besuke Nabe โดย Besuke นั้นหมายถึงปลาไหลทะเล Anago ขนาดใหญ่ ที่นี่มีการปรุงรสด้วยสูตรและวัตถุดิบเฉพาะตัวก่อนจะตีไข่ใส่ลงไป วิธีการรับประทานเหมือนสุกี้ยากี้เลยทีเดียว แต่เนื่องจากเป็นเนื้อ Anago จึงเบาและร่วนจนแทบละลายในปาก 

นอกจาก Besuke Nabe แล้ว เมนูซูชิ Anago ก็ได้รับความนิยมเช่นกันค่ะ โดยเราสามารถเลือกว่าจะย่าง ที่จะได้กลิ่นอันหอมหวลของปลาที่ถูกกริล หรือเลือกที่จะทำแบบนึ่ง ที่ให้สัมผัสอันนุ่มนิ่มเข้ากับรสชาติของซอสเป็นอย่างดี ขอแนะนำให้ไปรับประทานในช่วงกลางวันที่มีโปรโมชั่นราคาพิเศษค่ะ

10. ฟาร์ม Shinonoe Fujikawa

"ฟาร์ม Shinonoe Fujikawa" เป็นฟาร์มเล็กๆ ในอำเภอทากามัตสึ โดยที่นี่เราสามารถเข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายทั้งการปิ้งบาร์บีคิวหรือทำพิซซ่า ทำชีสโมซาเรล่า ทำเนยเหลว ทำคัตเตจชีส ทำไอศครีมได้ การจะเข้าไปใช้บริการต้องจองล่วงหน้าจึงจำเป็นต้องวางแผนให้ดีนะคะ

ส่วนที่เด็กๆ มักชื่นชอบคือจุดทำไอศครีม โดยไอศครีมที่ทำด้วยตัวเองมีรสชาติเข้มข้นถูกใจแน่ๆ หากเป็นคู่รักที่มาเดทขอแนะนำให้ลองทำพิซซ่าดูค่ะ เป็นอาหารที่ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ได้ที่บ้านก็คงตื่นเต้นพอสมควรทีเดียว หน้าพิซซ่าใช้ผักสดๆ มาเป็นท็อปปิ้งอีกด้วย ไหนๆ ก็มาเที่ยวแล้วอยากให้ไปลองกันดูนะคะ

5 จุดท่องเที่ยวแนะนำใกล้สถานี Takamatsu

1. ตรอก Kitahama alley

"ตรอก Kitahama alley" ใช้เวลาเดินจากสถานี JR Takamatsu เพียง 10 นาที ตัวสถานที่เป็นอาคารเอนกประสงค์ที่ได้รับการปรับปรุงมาจากโกดังเก่า ที่นี่คุณจะได้พบกับร้านขายของ ร้านอาหารให้ช็อปปิ้งในสไตล์เรโทร อีกทั้งยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจในฐานะจุดแวะชมที่น่าสนใจของเมืองทากามัตสึอีกด้วย 

alley หมายถึงตรอกหรือทางลัดซึ่งให้อารมณ์เหมือนเรากำลังเดินเข้าฐานลับ สถานที่นั้นอยู่ใกล้กับสถานี Takamatsu ซึ่งสามารถรับลมทะเลนั่งชิลฆ่าเวลาได้อย่างเต็มที่ การเดินทางก็ไม่ได้ลำบากอะไรจึงเป็นจุดท่องเที่ยวที่เหมาะจะแวะเข้าไปเดินเล่นช่วงสั้นๆ กันค่ะ

2. ร้านอุด้ง Merikenya

ร้านอุด้ง Merikenya เป็นร้านอุด้งที่อยู่ใกล้สถานี Takamatsu มากจนไม่มีทางหลงแน่นอน ภายในร้านมีพื้นที่กว้างขวาง แม้จะมีสัมภาระเยอะก็ไม่ใช่ปัญหา จึงมักได้รับความนิยมจากเหล่าลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัวหรือมีเด็กมาด้วย ร้านเริ่มเปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้า จะแวะเป็นที่รับประทานอาหารเช้าก็เหมาะ ไปลองทานอุด้งเป็นอาหารเช้าแล้วเที่ยวให้เต็มที่กันไปเลยหนึ่งวันนะคะ

ร้านอุด้ง Merikenya มีเส้นอุด้งที่ใหญ่รสสัมผัสนุ่มเด้ง ตัวซุปเองก็มีความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมรสออกหวานนิดๆ ส่วนต้นหอม แป้งทอด Tenkasu ขิงนั้นสามารถตักได้ไม่อั้นอยากให้ไปลองเครื่องเคียงหลายๆ แบบเทียบรสชาติกันนะคะ ท็อปปิ้งที่แนะนำคือเทมปุระที่เอาไปจุ่มลงในซุปอุด้งเพิ่มรสชาติให้รับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อยขึ้นอีกค่ะ

3. ประภาคาร Setoshirube

"ประภาคาร Setoshirube" เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของประภาคาร Takamatsuko Tamamo Boha ตัวประภาคารนี้เป็นประภาคารแก้วแห่งแรกของโลกซึ่งใช้บล็อคแก้วกว่า 1,600 ชิ้นในการก่อสร้างขึ้นมาเป็นตัวประภาคาร เมื่อมีการส่องไฟจากภายในจะทำให้เห็นตัวประภาคารเป็นแสงสีแดงขึ้นมา ทางเดินไปยังประภาคารให้บรรยากาศย้อนยุคเหมาะสำหรับไปเดินเล่นเดทใต้แสงไฟสุดโรแมนติคอีกด้วย 

ชื่อประภาคาร Setoshirube นั้นมีที่มาจากการย่อคำว่าทะเล Setouchikai และ Michishirube (ป้ายบอกทาง) เข้าด้วยกัน ยิ่งรอบข้างยิ่งมืดเท่าไหร่ตัวประภาคารส่องแสงสีแดงยิ่งเพิ่มพูนความสวยงามโดดเด่นขึ้นมากเท่านั้น สมาคมรังสรรค์ความโรแมนติคแห่งญี่ปุ่นถึงกับขนานนามให้ว่า "ประภาคารแห่งความรัก"  รวมถึงได้รับการรับรองจากสำนักงานรับรองทัศนียภาพยามราตรีว่าเป็นหนึ่งในสามของ "สุดยอดประภาคารทิวทัศน์งดงามที่สุดของญี่ปุ่น" อีกด้วย

4. คาเฟ่ North shore KAGAWA

"คาเฟ่ North shore KAGAWA" เป็นคาเฟ่ที่ทุกโต๊ะนั่งสำหรับลูกค้าหันหน้าเข้าหาทะเล Setouchikai ภายในร้านกว้างขวางมีโต๊ะสำหรับลูกค้าถึง 100 ที่นั่ง ด้านที่ติดทะเลนั้นเป็นบานกระจกแผ่นใหญ่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งไม่อึดอัดอีกด้วย หรือถ้าเลือกนั่งที่ริมระเบียงรับลมทะเลอาหารมื้อนั้นก็คงอร่อยไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

อาหารของที่นี่โดยหลักๆ เป็นอาหารสไตล์ฮาวายเพื่อสุขภาพซึ่งใช้ผลไม้และผักสดๆ มาเป็นวัตถุดิบในเมนูที่มีทั้งแพนเค้ก แซนด์วิช สลัด หรือจะเป็นอาซาอิโบวล์ (พืชตระกูลเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง) การจัดเรียงก็สวยงามเหมาะให้เก็บภาพสวยๆ ของเหล่าช่างภาพ โดยเฉพาะสาวๆ คงปลื้มไม่น้อยกับหน้าตาอาหารที่นี่นะคะ

5. ตึกระฟ้า Sun port Takamatsu

"ตึกระฟ้า Sun port Takamatsu" ถือเป็นอาคารระฟ้าที่มีความสูงมากที่สุดในชิโกกุ (Shikoku) โดยใช้เป็นอาคารเอนกประสงค์สำหรับเป็นอีเวนท์ฮอลล์และมีออฟฟิศให้เช่าอยู่ภายใน สถานที่แนะนำคือ "ภัตตาคารลอยฟ้า" ที่คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์อันสวยงาม รวมไปถึง "Ramen port" ที่คุณจะได้ลิ้มลองกับรสชาติอันหลากหลายของอาหารแต่ละประเภทอีกด้วย 

ตัวอาคารมีความสูงราว 151 เมตร ขนาด 30 ชั้น โดยจุดชมวิวที่ชั้นบนสุดนั้นสามารถมองลงมาเห็นวิวอันสวยงามของเมืองทากามัตสึเปิดให้ใช้บริการได้โดยไม่คิดค่าเข้า ที่สำคัญกำแพงทุกด้านเป็นกระจกสร้างประสบการณ์ความประทับใจไม่รู้ลืมกับการชมวิวให้คุณได้อย่างแน่นอน เหล่านักท่องเที่ยวที่มารวมตัวที่นี่นั้นเรียกได้ว่าทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว

5 จุดท่องเที่ยวสุด Exclusive แห่งเมืองทากามัตสึ

1. ศูนย์การเรียนรู้เยาวชน Sanuki Kodomo no Kuni

"ศูนย์การเรียนรู้เยาวชน Sanuki Kodomo no Kuni" นั้นตั้งอยู่ไม่ห่างจากสนามบิน Takamatsu เท่าไรนัก ภายในมีศูนย์จำลองต่างๆ ให้สามารถเข้าไปใช้บริการได้แม้วันฝนตก และยังมีสตูดิโอศิลปะที่ใช้กระดาษและไม้เป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์ผลงานหรือจะเป็นสตูดิโอดนตรี สตูดิโอวิทยาศาสตร์และสตูดิโอคอมพิวเตอร์รวมทั้งหมด 4 สตูดิโอให้สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ ที่อาคารยังมีโถงใหญ่เพื่อเยาวชนที่สามารถชมเครื่องบินบินขึ้นและลงได้อีกด้วย

ที่นี่ยังมีท้องฟ้าจำลอง หรือมุมเครื่องเล่นเด็กให้วิ่งเล่นเท้าเปล่าอีกด้วย ถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะมีการจัดเตรียมสไลเดอร์ทางน้ำให้เด็กๆ ได้มาเล่นน้ำกับผู้ปกครองได้อีกด้วย

2. โรงงานทำเส้นอุด้ง Ishimaru Seimen Udonmaru

ที่ "โรงงานทำเส้นอุด้ง Ishimaru Seimen Udonmaru" นั้นเป็นโรงงานที่สามารถเข้าทัศนศึกษาวิธีการทำเส้นอุด้ง Ishimaru ซึ่งเป็นของดีเมืองคากาวะได้โดยไม่เสียค่าเข้า เพียงทำการจองล่วงหน้าเราก็จะสามารถเข้าชมขั้นตอนการทำเส้นคินุอุด้งตั้งแต่ต้นไปจนถึงชิมเส้นอุด้งที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีวีดีทัศน์ให้ชมเนื้อหาต่างๆ และร้านของฝากให้ได้ช็อปปิ้งอีกด้วย 

ระยะเวลาในการทัศนศึกษานั้นใช้เวลาราว 60 นาที ที่บริเวณทางเข้ามีกังหันน้ำขนาด 5 เมตรสร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย สัญลักษณ์อันโด่งดังของ Ishimaru Seimen ซึ่งเริ่มก่อตั้งธุรกิจการทำแป้งทำอาหารนั้นถูกนำมาแสดงเป็นแบบจำลองอยู่ภายในนี้ทั้งหมดเสมือนตอนเริ่มก่อตั้งกิจการ ที่จุดถ่ายรูปที่ระลึกนั้นมีการระบุวันที่เอาไว้ให้อย่างชัดเจน อย่าลืมเตรียมกล้องไปเก็บภาพที่ระลึกกันนะคะ

3. โรงเรียนสอนทำอุด้ง Nakano Udon Gakko

 

"โรงเรียนสอนทำอุด้ง Nakano Udon Gakko" นั้นมีห้องเรียนนวดแป้งทำเส้นอุด้ง โดยเริ่มกระบวนการตั้งแต่ผสมนวดแป้งด้วยมือ ยืดแป้งด้วยไม้กลิ้ง และตัดแบ่งเป็นเส้นเอาไปต้มให้สุกโดยใช้เวลาทั้งหมดราว 60 - 90 นาที สำหรับเส้นอุด้งที่ทำขึ้นเองนั้นสามารถนำกลับบ้านไปเป็นของฝากได้อีกด้วย 

เพียงเพิ่มเงินแค่ 200 เยนก็สามารถใส่สาหร่ายยูกลีนาที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในฐานะอาหารเพื่อสุขภาพลงในเส้นอุด้งได้อีกด้วย นอกจากห้องเรียนทำเส้นอุด้งแล้วยังมีภัตตาคารและร้านขายของฝากประจำชิโกกุให้ได้เลือกช็อปกันอีกด้วย ภายในตัวอาคารโรงเรียนมีทางเดินแบบลาดเอียงซึ่งครอบครัวที่มีเด็กอ่อนก็สามารถใช้รถเข็นเด็กได้อย่างสะดวกอีกด้วย

4. สวนสาธารณะ Aji Ryu-Osan Koen

"สวนสาธารณะ Aji Ryu-Osan Koen" เป็นสถานที่ที่ออกแบบให้คุณได้เพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์ของ Seto สัมผัสกับธรรมชาติ และเพลิดเพลินกับศิลปะได้อย่างจุใจ  ข้างในมีผลงานศิลป์มากมายจัดแสดงเอาไว้อย่างกลมกลืนไปกับทิวทัศน์อันสวยงามของ Seto ที่จะมาสร้างความปลอดโปร่งภายในจิตใจของนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย 

ที่นี่เพิ่งเปิดในเดือนเมษายน ค.ศ. 2016 จึงถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก ตั้งอยู่บนยอดเขา Ryu-Osan (สูงกว่าระดับน้ำทะเล 239 เมตร) นอกจากจะมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล Setouchikai แล้วยังสามารถชื่นชมกับทัศนียภาพของหมู่เกาะต่างๆ ในจังหวัดคากาวะได้ทั้งกลางวันกลางคืนอีกด้วย

5. บริษัทรถไฟฟ้า Takamatsu Kotohira Denki Tetsudo (Kotoden)

หากจะใช้บริการรถไฟฟ้าในคากาวะละก็ต้องนึกถึง "Kotoden" ซึ่งจัดจำหน่ายตั๋ววันแบบ One-day pass ให้การท่องเที่ยวใน Takamatsu นั้นไม่ต้องใช้รถยนต์เช่าเลย ขบวนรถไฟฟ้านั้นมีเพียง 4 ตู้โดยสารเล็กๆ น่ารักๆ ในสไตล์ย้อนยุค แต่ตู้โดยสารมีจำนวนน้อยแบบนี้ต้องวางแผนเวลาใช้งานให้จังหวะดีๆ ไม่งั้นคนคงจะแน่นน่าดูเลยทีเดียว 

ที่สำคัญคือตู้โดยสารนั้นมีการเปลี่ยนดีไซน์ไปตามแต่ละฤดูกาล บางวันก็มีมาสคอตของ Koto-chan และ Kotomi-chan ทำหน้าที่เป็นนายสถานีเดินรถให้เด็กๆ ปลื้มปริ่มอีกด้วย!  ส่วนการ์ด IC ของที่นี่มีชื่อว่า "IruCa (イルカ)" เก็บเป็นของที่ระลึกสักใบไหมคะ?

วิถีท่องเที่ยวที่รวบรวมทั้งศิลปะและอารหารเลิศรสเอาไว้ด้วยกัน

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 20 สถานที่แนะนำสำหรับท่องเที่ยวจากทากามัตสึ สมเป็นจังหวัดแห่งอุด้งจริงๆ เลยนะคะ มีร้านอุด้งเยอะแยะจนไม่รู้จะเลือกไปลองที่ร้านไหนกันเลยทีเดียว ของดีเมืองนี้ไม่ได้แค่เส้นอุด้งเท่านั้นหรอกนะคะ ยังมีอาหารท้องถิ่นอื่นๆ อีกมากมายในจังหวัดคากาวะที่รอให้เราไปลองชิมกัน เมื่อท้องอิ่มก็มีแรงเที่ยวได้อย่างเต็มที่ จะเป็นงานศิลป์หรือทะเล ภูเขา ธรรมชาติก็ล้วนแล้วแต่เป็นเสน่ห์ของจังหวัดคากาวะทั้งนั้นเลย ที่สำคัญไม่ต้องใช้รถก็สามารถเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วยค่ะ ถ้ามีโอกาสลองวางแผนไปเที่ยวกันดูนะคะ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร