15 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในชินจูกุที่น่าสนใจ ควรแวะไปให้ได้!

ชินจูกุ (新宿) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว ที่มีสถานีรถไฟขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และเป็นเมืองที่มีผู้คนสัญจรไปมามากมายในทุกๆ วัน ถึงจะบอกว่าที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อแต่ก็อาจจะมีหลายคนที่นึกภาพไม่ค่อยออกว่ามีอะไรให้เที่ยวได้บ้าง แต่ถ้าจะเปลี่ยนขบวนแล้วนั่งรถไฟฟ้าผ่านไปเฉยๆ มันก็น่าเสียดายแย่! เพราะว่าที่ชินจูกุมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายหลายแห่ง และได้รับความนิยมจากทั้งในและต่างประเทศ ที่นี่มีทั้งย่านจอแจที่คึกคัก และสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ที่ต่างกันจนคิดว่าใช่เมืองเดียวกันจริงๆ รึเปล่า ก็ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนเร้นในชินจูกุ ถ้าอย่างนั้นแล้วก็มาดูแหล่งท่องเที่ยวแนะนำกันเถอะ!

ชินจูกุ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

1. ศาลาว่าการกรุงโตเกียว (東京都庁舎)

รูปร่างยอดตึกสองยอดของศาลาว่าการกรุงโตเกียว (The Tokyo Metropolitan Government Building 東京都庁舎) แห่งนี้เป็นที่คุ้นเคยของผู้คนในพื้นที่ คนญี่ปุ่นที่ไม่ได้เกิดในภูมิภาคคันโตก็มักจะมีโอกาสเคยมาทัศนศึกษากันบ้างแล้ว จากห้องชมวิวจะสามารถกวาดสายตาชมเมืองโตเกียวได้ทั่ว ถ้าจะมาที่นี่เพื่อออกเดทก็ดีเหมือนกัน วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสในช่วงฤดูหนาวนั้นขึ้นชื่อว่าสามารถมองไปได้ไกลถึงภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว ห้องชมวิวที่ชั้น 45 มีคาเฟ่และมุมขายของที่ระลึกตั้งอยู่ด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับการแวะมาพักผ่อนระหว่างการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถเข้ามาที่นี่ได้แม้จะเป็นวันหยุดทำการ และยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพาเด็กๆ มาด้วย นักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศก็แวะมาเยือนมากมายเลยทีเดียว

2. ย่านชินจูกุโกลเด้นไก (新宿ゴールデン街)

เมื่อพูดถึงชินจูกุก็ต้องนึกถึงย่านคาบูกิโจ (Kabukicho 歌舞伎町) ที่เป็นย่านบันเทิง ไม่ว่าจะดื่มหรือเที่ยวเล่นก็จะพลาดย่านชินจูกุโกลเด้นไก (Shinjuku Golden Gai 新宿ゴールデン街) แห่งนี้ไปไม่ได้เลย บางท่านอาจจะมีความรู้สึกว่า "น่ากลัว" "กลัวโดนไถเงิน" แต่ร้านที่มือใหม่ก็เข้าไปใช้บริการได้ก็มีอยู่หลายร้านเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีร้านที่คนในวงการบันเทิงและผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรมต่างๆ เคยมาใช้บริการอยู่หลายร้าน และยังมีบริเวณที่คงเหลือกลิ่นอายจากสมัยโชวะ (Showa 昭和) อยู่ด้วย ถ้ามีร้านที่คุ้นเคยสักร้าน เจ้าของร้านหรือพนักงานก็จะแนะนำร้านอื่นให้รู้จักมากขึ้นไปอีก ยังไงก็ลองมาดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมการดื่มที่ลึกซึ้งกันได้เลย

3. พิพิธภัณฑ์ซามูไร (サムライミュージアム)

พิพิธภัณฑ์ซามูไร (The Samurai Museum サムライミュージアム) ที่จัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับซามูไรไม่ว่าจะเป็นหมวกซามูไรและดาบญี่ปุ่นแห่งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะตั้งอยู่ในย่านคาบูกิโจ ชินจูกุ! ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาเยือนมากมาย จึงคึกคักไปด้วยผู้คนจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถทดลองเป็นซามูไรโดยการสวมหมวกและเกราะซามูไรแล้วถือดาบได้ด้วย จึงเป็นสถานที่ที่เมื่อพาผู้คลั่งไคล้ในซามูไรมาก็จะคึกคักขึ้นมากๆ อาจจะมีบางคนที่ตอนแรกคิดว่าค่าเข้าชมตั้ง 1,800 เยนแต่สถานที่กลับ "คับแคบ" อยู่บ้าง แต่คุณค่าในตัวของสะสมนั้นถือว่าคุ้มค่าแน่นอน ใครที่ชื่นชอบเรื่องประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

4. ศาลเจ้าคุมาโนะ (熊野神社)

เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่กลางเมืองในย่านนิชิชินจูกุ (Nishi-Shinjuku 西新宿) หมู่ 2 โดยเชื่อกันว่าในสมัยมุโรมาจิ (Muromachi 室町) (1333-1573) เทพทั้งสิบสององค์ได้ย้ายจากสามศาลเจ้าคุมาโนะ (three great shrines of Kumano 熊野三山) ในคิชู (Kishu 紀州) มาประดิษฐานที่นี่ จนในปัจจุบันก็ได้กลายมาเป็นเทพคุ้มครองแห่งชินจูกุ ที่ใต้ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หนาทึบ ท่านจะได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ราวกับอยู่ในโอเอซิสกลางเมือง อีกาสามขายาตะการาสึ (Yatagarasu 八咫烏) ที่เป็นทูตของเทพเจ้าก็มีชื่อเสียงมากในศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่รู้จักขึ้นมาเนื่องจากทีมชาติฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่นเคยมานมัสการแล้วแข่งชนะด้วย เรียกได้ว่าเป็นพาวเวอร์สปอต (จุดรวมพลังบวก) กลางเมืองที่คาดหวังได้ถึงผลบุญที่ช่วยเรื่องโชคในการแข่งขันได้อย่างดี

5. สวนชินจูกุเกียวเอ็น (新宿御苑)

สวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen National Garden 新宿御苑) แห่งนี้เป็นสวนสาธารณะสุดกว้างใหญ่ที่แผ่กว้างตั้งแต่เขตชินจูกุไปจนถึงเขตชิบูย่า (渋谷) เลยทีเดียว ในสถานที่ที่เดินเท้า 10 นาทีจากสถานีชินจูกุมาได้นี้ มีโอเอซิสกลางเมืองที่มีธรรมชาติแผ่กว้างปรากฏอยู่ ท่านจะมาเดินเล่นในสวนที่มีดอกไม้ในแต่ละฤดูเบ่งบาน วิ่งออกกำลังกาย หรือมาออกเดทก็แนะนำทั้งสิ้น ในพื้นที่ที่กว้างใหญ่ของที่นี่มีทั้งสวนสไตล์ญี่ปุ่น สวนสไตล์อังกฤษ และสวนสไตล์ฝรั่งเศสตั้งอยู่ ซึ่งจะทำให้เพลิดเพลินได้ต่างกันไปทุกครั้งที่มาเยือน ถ้าอยู่กลางเมืองแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยก็ลองแวะมาที่นี่ดูนะ

6. ชินโอคุโบะโคเรียนทาวน์ (新大久保コリアンタウン)

เมื่อลงรถไฟที่สถานี JR ชินโอคุโบะ (JR 新大久保駅) พื้นที่รอบๆ ก็จะมีบรรยากาศที่เหมือนอยู่ต่างประเทศ ที่นี่คือโคเรียนทาวน์ที่เกิดเป็นรูปร่างขึ้นมาจากการที่มีผู้คนจากประเทศเกาหลีย้ายเข้ามาอยู่ ร้านยากินิคุ (เนื้อย่าง) แบบแท้ๆ ก็มีอยู่มากมาย ผู้คนจากหลากประเทศในทวีปเอเชียที่มาเยือนได้มาเปิดร้านที่นี่ จึงมีร้านที่จัดจำหน่ายสินค้าจิปาถะ และวัตถุดิบสำหรับทำอาหารอินเดีย/เนปาลอยู่ทั่วไป แม้แต่วัตถุดิบสุดแปลกจากเอเชียที่หาซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้ เราก็อาจหาเจอได้จากที่นี่ เรียกได้ว่าเป็นย่านแนะนำทั้งสำหรับผู้คลั่งไคล้ความเป็นเกาหลีและผู้ที่ชื่นชอบอาหารพื้นเมืองเป็นอย่างยิ่ง

7. ศาลเจ้าฮานะโซโนะ (花園神社)

ศาลเจ้าฮานะโซโนะ (The Hanazono Shrine 花園神社) แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับที่ว่าการเขตในชินจูกุ และยังเป็นที่รู้จักโด่งดังว่าเป็นศาลเจ้าที่จัดเทศกาล Tori no Ichi (酉の市) ในเดือนพฤศจิกายนอีกด้วย เป็นที่รู้จักในด้านเทพารักษ์แห่งชินจูกุมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้แต่ในปัจจุบันนี้เองก็ยังเป็นสถานที่ที่มีผู้เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงและผู้เกี่ยวข้องกับร้านอาหารใกล้ๆ แวะมาเยือนมากมาย เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการค้าขายและการแสดง จึงต่างก็มีนักธุรกิจและผู้บริหารแวะมาเยือน นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าที่ช่วยให้มีลูกและจับคู่ผูกสัมพันธ์ รวมถึงเทพเจ้าที่ช่วยระงับความโกรธอยู่ด้วย เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าที่คึกคักไปด้วยผู้คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ระหว่างที่เดินเล่นก็ลองแวะมาพักผ่อนที่นี่เพื่อรับพลังบวกดูสักครั้งกันนะ

8. ย่านกล้องชินจูกุทางออกตะวันตก (新宿西口カメラ街)

เมื่อลงรถไฟที่สถานี JR ชินจูกุทางออกตะวันตกจะพบย่านนี้ที่มีร้าน Yodabashi Camera (ヨドバシカメラ) ตั้งอยู่ เป็นย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไปจนถึงอะไหล่กล้อง เรียกได้ว่าถ้าได้มาที่นี่จะต้องได้พบกับชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าครบทุกชนิดแน่นอน แม้จะเป็นอะไหล่ส่วนที่หายากหน่อยแต่ถ้าเป็นที่นี่ก็หาเจอได้แน่ๆ อีกทั้ง บริเวณรอบๆ ยังมีร้านอาหารที่สวยเก๋อยู่ด้วย ทำให้แม้แต่คนที่ไม่ใช่ผู้คลั่งไคล้กล้องก็มาสนุกไปกับการดื่มชาชมวิวได้ ในปัจจุบันนี้มีลูกค้าจากต่างชาติที่มาตามหาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตในญี่ปุ่นที่นี่ด้วยเช่นกัน

9. Meiji Jingu Gaien Park (明治神宮外苑)

สวนเมจิจิงกูไกเอ็น (Meiji Jingu Gaien Park 明治神宮外苑) เป็นสวนสาธารณะสุดกว้างใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสถานที่ที่สามารถเล่นสเก็ตน้ำแข็งในลานสนามกีฬาได้ ฯลฯ มันตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ครอบคลุมตั้งแต่เขตชินจูกุไปจนถึงเขตมินาโตะ (港区) ซึ่งไม่เพียงแค่ใช้ซ้อมกีฬาต่างๆ หรือรับชมการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในฐานะที่เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่นอีกด้วย ในส่วนของอาคารภาพวาดนั้นมีห้องเรียนซึ่งเป็นสถานที่สำหรับถ่ายทอดวัฒนธรรมอย่างเช่นการวาดภาพ พิธีชงชาแบบญี่ปุ่น การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น และการเต้นรำแบบญี่ปุ่น เป็นต้น แม้ว่าที่นี่จะให้ความรู้สึกที่ค่อนไปทางด้านกีฬาก็จริง แต่ก็เป็นสถานที่ที่เพลิดเพลินได้ตามรสนิยมและช่วงอายุที่หลากหลาย ภายในสวนสาธารณะมีร้านอาหารและคาเฟ่ตั้งอยู่ด้วย แม้จะเดินจนเหนื่อยก็สามารถมาพักผ่อนหย่อนใจได้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่สามารถมาเดินได้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

10. ประติมากรรม LOVE [ชินจูกุไอแลนด์ทาวเวอร์ (新宿アイランドタワー)]

ประติมากรรม LOVE เป็นสถานที่ขึ้นชื่อแห่งใหม่ในชินจูกุ เป็นประติมากรรมลอยตัวสีแดงที่สะกดเป็นคำว่า LOVE ซึ่งเป็นที่พูดถึงจากการที่เคยปรากฏอยู่ในละครโทรทัศน์ เมื่อออกมาจากชินจูกุทางออกตะวันตก จะพบมันตั้งอยู่ที่หน้าอาคารชินจูกุไอแลนด์ทาวเวอร์ (Shinjuku Island Tower 新宿アイランドタワー) ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับนัดพบอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีคำบอกเล่าที่ว่าเมื่อลอดผ่านประติมากรรม LOVE ตรงระหว่างตัวอักษร V กับ E ไปได้ ความรักก็จะราบรื่น ส่วนคู่รักที่จับมือแล้วลอดผ่านไปด้วยกันก็จะได้แต่งงานกัน บางคนอาจจะรู้สึกเคอะเขินที่จะพาคนรักไปที่ประติมากรรม LOVE แต่ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยวถึงที่นี่แล้วล่ะก็ ลองแวะมาสนุกสนานกันสักนิดก็ไม่เลวเหมือนกัน

11. ศาลเจ้าไรเด็นอินาริ (雷電稲荷神社)

ศาลเจ้าไรเด็นอินาริ (Raiden Inari Shrine 雷電稲荷神社) เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ที่ชินจูกุ หมู่ 4 แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะได้รับการนมัสการร่วมกันกับศาลเจ้าฮานะโซโนะ (Hanazono Shrine 花園神社) ก็ตาม แต่ก็ยังมีประตูโทริอิและตัวศาลเจ้าให้เข้าไปสักการะกันได้ มีคำบอกเล่ากันว่าในช่วงที่ Minamoto no Yoshiie (源義家) ได้เดินทางปราบปรามโอชู แล้วได้เจอพายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำจนต้องมาพักอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ จากนั้นก็มีสุนัขจิ้งจอกสีขาวปรากฏตัวขึ้น ทำให้พายุฝนฟ้าคะนองสงบลงในทันทีทันใด ศาลเจ้าไรเด็นจึงถูกสร้างขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทั้วประเทศ และมีการประดิษฐานเทพสายฟ้าเอาไว้เพื่อเป็นการปกป้องตัวเองจากฟ้าผ่า แม้ว่าที่นี่จะตั้งอยู่ในพื้นที่แคบๆ ตรงด้านหลังโรงเรียนมัธยมปลายชินจูกุประจำกรุงโตเกียวซึ่งอาจเผลอเดินผ่านไปได้ง่ายๆ ก็ตาม แต่ถ้ามองประตูโทริอิสีแดงเป็นจุดสังเกตก็คงยากที่จะหลงทางได้

12. พิพิธภัณฑ์โรงละครอนุสรณ์ Tsubouchi แห่งมหาวิทยาลัยวาเซดะ (早稲田大学坪内博士記念演劇博物館)

เมื่อพูดถึงมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเขตชินจูกุ ก็ต้องมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda Univeristy 早稲田大学) ที่ตั้งอยู่ในย่านทาคาดะโนะบาบะ (Takadanobaba 高田馬場) ซึ่งภายในเขตมหาวิทยาลัยนั้นมีพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการละครตั้งอยู่ และเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ด้วย โดยมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าเอ็นปาคุ (Enpaku 演博) ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1928 เพื่อเป็นอนุสรณ์การครบรอบอายุ 70 ปีของศาสตราจารย์ Tsubouchi Shoyo (坪内逍遙) นักวรรณคดีอังกฤษผู้สร้างประโยชน์ให้กับการออกนิตยสาร "Waseda Bungaku (早稲田文学)" ที่พิพิธภัณฑ์นี้มีทั้งจัดงานอีเวนต์เกี่ยวกับศิลปะการละครในหลายแขนงไปจนถึงจัดเวิร์กช็อปด้วย ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการละครตั้งแต่เชกสเปียร์ไปจนถึงละครหุ่นญี่ปุ่นสามารถเพลิดเพลินได้อย่างแน่นอน

13. โอโมอิเดะโยโกโจ (思い出横丁) [ย่านร้านค้าชินจูกุทางออกตะวันตก]

"โอโมอิเดะโยโกโจ (Omoide Yokocho 思い出横丁)" แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงทางออกตะวันตกของสถานีชินจูกุ ซึ่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงเรื่องเก่าๆ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในชื่อยากิโทริโยโกโจ (Yakitori Yokocho やきとり横丁) เนื่องจากมีร้านยากิโทริ (ไก่เสียบไม้ย่าง) ตั้งอยู่หลายร้าน และอีกชื่อคือ Shomben Yokocho (ションベン横丁) โดยมีต้นกำเนิดมาจากตลาดมืดในช่วงหลังสงคราม มีร้านสไตล์ชาวบ้านๆ ที่มาดื่มเหล้าได้ในราคาถูกตั้งเรียงรายอยู่มากมาย เป็นสถานที่ที่สะดวกต่อการกินยากิโทริไปพลางๆ แล้วดื่มเหล้าเบาๆ สักแก้วเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมนุษย์เงินเดือนที่เลิกงานแล้ว หรือนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความรู้สึกเก่าๆ ต่างก็มารวมตัวกันที่ตรอกซอยอันเปี่ยมด้วยความรู้สึกในสมัยโชวะกันมากมาย

 

14. ศาลเจ้าอานะฮาจิมังงู (穴八幡宮)

"ศาลเจ้าอานะฮาจิมังงู (Anahachimangu Shrine 穴八幡宮)" เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ที่ย่านนิชิวาเซดะ (Nishi-Waseda 西早稲田) ในชินจูกุ โดยศาลเจ้านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ Minamoto no Yoshiie ได้ชนะศึกกลับมาจากการออกปราบปรามโอชู แล้วได้นำดาบและหมวกซามูไรกลับมาเก็บไว้ที่ดินแดนแห่งนี้ ในสมัยเอโดะ ได้เกิดปาฏิหารย์ขึ้นบ่อยครั้งอย่างเช่นการขุดค้นพบรูปปั้นเทพทองคำ จึงได้กลายเป็นสถานที่สวดอธิษฐานของตระกูลโชกุน ตัวศาลเจ้าเองก็ถูกบูรณะให้มีรูปลักษณ์ที่วิจิตรงดงาม ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินสูงเล็กๆ ตั้งแต่ประตูโทริอิสีแดงไปจนถึงอาคารประดิษฐานพระประธานของศาลเจ้าต่างก็อยู่บนบันไดหินที่ค่อนข้างสูงชัน จากการที่มีการขุดพบทรัพย์สมบัติจึงกล่าวกันว่าที่นี่เคยเป็นสุสานโบราณมาก่อน แม้ที่นี่จะตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัย แต่เมื่อลอดผ่านประตูโทริอิเข้าไปก็จะพบกับพื้นที่เงียบสงบแผ่กว้างอยู่ อีกทั้งยังเชื่อกันว่าที่นี่มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องความสำเร็จด้านการงานและการประสบโชคลาภอีกด้วย

15. Robot Restaurant (ロボットレストラン)

ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านคาบูกิโจ ชินจูกุ ซึ่งจะมีหุ่นยนต์ที่ใช้ค่าก่อสร้างรวม 1 หมื่นล้านเยนมาสร้างความสนุกต่อหน้าลูกค้า โชว์หุ่นยนต์ที่มีไฟประดับระยิบระยับออกมาร่ายรำถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ เป็นสถานที่ที่เน้นโชว์เป็นหลักมากกว่าการรับประทานอาหาร ที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนญี่ปุ่น ที่นั่งจึงเต็มไปด้วยลูกค้าที่มาจากแต่ละประเทศ แม้จะเป็นวันธรรมดาก็มีลูกค้าเต็มร้านอยู่บ่อยครั้ง ถ้าตัดสินใจว่าจะมาที่นี่ก็ต้องจองที่ไว้เลย ถ้าท่านมีโอกาสแวะมาที่ย่านคาบูกิโจ ชินจูกุแล้วอยากสนุกไปกับอะไรที่สมกับความเป็นเมืองนี้ แต่มีงบไม่มากสักเท่าไรก็เหมาะที่จะมาใช้บริการร้านนี้มาก มาใช้เวลาอันแสนสนุกจนแทบลืมเวลาไปกับค่ำคืนอันแสนคึกคักกันเถอะ

การท่องเที่ยวที่สมกับความเป็นชินจูกุที่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนขบวนรถไฟ

เป็นอย่างไรกันบ้าง อาจจะมีสถานที่ขึ้นชื่อใหม่ๆ ในชินจูกุที่ยังไม่รู้จัก รวมถึงสถานที่ชื่อดังแต่ยังไม่เคยแวะไปอยู่ด้วย การที่มีทั้งทัศนียภาพสไตล์เมืองใหญ่ และธรรมชาติที่กว้างใหญ่แผ่กว้างไปทั่วนั้นถือเป็นมนต์เสน่ห์ของชินจูกุ ตอนที่มาเปลี่ยนขบวนรถไฟก็ลองลงรถไฟระหว่างทาง แล้วมาค้นหาสถานที่ที่ถูกใจกันเถอะ

 

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร