15 สินค้าขายดีที่ Laox ตั้งแต่ของฝาก เครื่องสำอาง ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า!

"จะช็อปที่ไหนดีเมื่อมาญี่ปุ่น?" "ที่ไหนเหมาะกับการเลือกซื้อของฝาก?" "อยากช็อปให้คุ้มค่าที่สุด!" สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสงสัยที่ชาวต่างชาติจำนวนมากมักมีกันในขณะที่มาท่องเที่ยวญี่ปุ่น สิ่งที่จะมาช่วยตอบโจทย์เรื่องน่าปวดหัวเหล่านั้นก็คือ Laox ร้านรวมสินค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่ทั้งคุณภาพดีและได้รับความนิยมสูง เสน่ห์อันดับหนึ่งของร้านนี้คือการนำเสนอสินค้าและบริการของญี่ปุ่นที่ได้รับคำชมจากทั่วโลก ตั้งแต่เครื่องสำอง เสื้อผ้า อาหารเสริม ของใช้ในชีวิตประจำวัน เกม ไปจนถึงของฝาก ในลักษณะที่ "คำนึงถึงมาตรฐานของลูกค้าชาวต่างชาติ" "ถูกเท่าที่จะถูกได้" และ "มีให้เลือกอย่างหลากหลาย" ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปพบกับ 15 สินค้ายอดนิยมของ Laox ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี!

Laox ร้านรวมสินค้าปลอดภาษีขวัญใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

Laox ในอดีตเคยเป็นที่รู้จักในฐานะร้านขายเครื่องไฟฟ้าราคาปลีกรายใหญ่ที่จำหน่ายสินค้าจำพวกเครื่องเสียงและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ปัจจุบันได้กลายมาเป็น "ร้านรวมสินค้าปลอดภาษี" ที่ตั้งแต่รายการสินค้า ไปจนถึงรูปแบบการบริการ มีลักษณะที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วญี่ปุ่น นอกเหนือจากสินค้านานาชนิดที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันของลูกค้าแล้ว ยังมีบริการต่างๆ อยู่มากมายเพื่อให้ลูกค้าสามารถช็อปได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการยกเว้นภาษี มีพนักงานที่พูดได้หลายภาษาประจำอยู่ตลอดเวลา หรือแม้แต่มีพนักงานที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเครื่องสำอางได้

พิเศษสำหรับผู้อ่าน tsunagu Japan คลิกที่นี่เพื่อรับคูปองลดราคา 15%!

 

วิเคราะห์เจาะลึก 15 สินค้าขายดีของ Laox และเคล็ดลับสู่ความนิยม

กระเป๋าเดินทาง ความจุ 94.5 ลิตร (Laox) / 5,000 เยน (ไม่รวมภาษี)

กระเป๋าเดินทางออริจินัลของ Laox พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากได้ที่ใส่ของหลังจากช็อปเสร็จ เป็นสินค้าสุดคุ้มที่ขายออกเป็นเทน้ำเทท่า หากเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีความจุเดียวกันจากแบรนด์อื่นๆ แล้ว มักจะมีราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 30,000 เยน ในขณะที่กระเป๋าเดินทางใบนี้สามารถซื้อได้ในราคาเพียง 5,000 เยน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมมันจึงขายดีขนาดนี้ กล่าวกันว่าในหนึ่งวันขายออกถึง 40 - 50 ใบ สาเหตุที่มันสามารถขายในราคาที่ถูกอย่างถล่มทลายเช่นนี้ได้ก็เป็นเพราะได้ทำการผลิตครั้งละมากๆ ในคราวเดียว

ร่มพับ / 2,500 - 3,500 เยน (ราคาตลาด)

เคียงคู่ไปกับกระเป๋าเดินทาง ในปัจจุบันร่มพับของญี่ปุ่นได้กลายมาเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ "แผนการตลาดที่แสดงถึงจุดยืนของผู้ใช้" ซึ่งปรับเข้ากับผู้คนได้หลายวัย หลายรสนิยม และหลายสไตล์ ทำให้มันเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งยังมีเสน่ห์ที่เด่นชัดเป็นดีไซน์ที่เก๋ไก๋ ประสิทธิภาพการใช้งานสูง และคงทนยาวนาน

นอกจากนี้ การบูมของตลาดร่มในญี่ปุ่นนี้ก็เป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่ก่อนเมื่อพูดถึงร่มแล้ว ก็มักจะเป็นร่มแบบง่ายๆ ที่มีสีโทนเดี่ยวอย่างดำหรือเงินล้วน ปัจจุบันได้มีดีไซน์ที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่แบบที่ดูน่ารักๆ ไปจนถึงแบบที่ดูหรูหรา ด้านประสิทธิภาพในการกันแดดเองก็เพิ่มขึ้นไปจนถึง 99% และได้เป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย ในสภาพอากาศฤดูร้อนญี่ปุ่นซึ่งมีแดดแรงและร้อนชื้นนั้น ร่มถือว่าเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยเมื่อออกไปท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่วางแผนจะมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูร้อน ขอแนะนำให้ซื้อร่มไว้สักคันเพื่อป้องกันอาการเมาแดด

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเป็นร่มกันแดดที่สามารถใช้กันฝนได้ หรือร่มกันฝนที่สามารถใช้กันแดดได้ ก็ล้วนแต่เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ประเภทของมันนั้นก็ได้หลากหลายขึ้นในทุกๆ ปีเช่นกัน

Stainless Mini Bottle MMZ-A352/A502/A602 (Tiger) 2,380 เยน/2,680 เยน/3,280 เยน (ไม่รวมภาษี)

แม้ว่ากระบอกสแตนเลสจะเป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากที่หลงใหลในคุณภาพ ความปลอดภัย และความทนทานของกระบอกสแตนเลสที่ผลิตในญี่ปุ่น และตัดสินใจซื้อไว้ครอบครอง กระบอกน้ำสแตนเลสของ Tiger นั้นมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นคือ น้ำหนักที่เบา (ไซส์ 0.35 ลิตรหนักประมาณ 170 กรัม, ไซส์ 0.5 ลิตรหนักประมาณ 190 กรัม, ไซส์ 0.6 ลิตรหนักประมาณ 230 กรัม) และปากกระบอก (กว้างประมาณ 4.4 ซม.) อันลื่นไหลที่มีทั้งความสะอาดของสแตนเลสและให้สัมผัสที่ดีในขณะดื่ม มีดีไซน์ที่เหมาะกับการพกพาออกไปข้างนอก เป็น "Dream Gravity Bottle" ที่เบาเหมือนฝัน และให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังถือมันอยู่ในสภาวะที่ไร้แรงโน้มถ่วง 

Laox วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Tiger ทั้งแบบที่ผลิตในญี่ปุ่นและแบบที่ผลิตในเวียดนาม ในส่วนของแบบที่ผลิตในญี่ปุ่นนั้น แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าของเวียดนามอยู่เท่าตัว แต่ก็เต็มไปด้วยเซอร์วิสและความเอาใจใส่มากมาย ตัวอย่างเช่น แม้ว่าจะกลับไปที่ประเทศของตัวเองแล้วก็ยังสามารถรับบริการหลังการขายได้อยู่ ด้วยเหตุนี้เองแบบที่ผลิตในญี่ปุ่นจึงได้รับความนิยมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Hair Dryer nanocare EH-NA5B (Panasonic) 15,800 เยน (ไม่รวมภาษี)

ไดร์เป่าผม อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการดูแลผมในชีวิตประจำวัน ยิ่งผมยาวมากเท่าไรก็ยิ่งใช้เวลามากในการทำให้แห้ง แต่ก็เช่นเดียวกับการแปรงฟันและการดูแลผิว หากละเลยเพียงนิดเดียวก็อาจส่งผลต่อสุขภาพของมัน สิ่งที่จะมาช่วยปกป้องผมแสนสำคัญนี้ก็คือ "nanocare" ไดร์เป่าผมที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของญี่ปุ่น ซึ่งใช้ประโยชน์จาก "nanoe" ที่มีน้ำอยู่ภายในมากกว่าอิออนประจุลบทั่วไปถึงกว่า 1,000 เท่า หัวเป่าแห้งเร็วจะทำให้ผมคุณแห้งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งยังมอบความชุ่มชื้นที่ซึมลึกสู่ผม ทำให้ผมสวยงาม สุขภาพดี และไม่จับตัวกันเป็นก้อน

อีกทั้งยังมีโหมดเป่าเย็นและเทคนิคเป่าเย็นสลับอุ่นที่จะช่วยป้องกันความแห้งอันเป็นสาเหตุของความเครียดทางผิวหนัง ทำให้ผมของคุณดูเงางาม เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าระหว่าง AC100-120 V กับ AC200-240 V ได้ตามสถานที่ที่ใช้ จึงเป็นคุณสมบัติที่น่าชื่นใจสำหรับชาวต่างชาติอีกด้วย

LAMDASH Linear Shaver 5 ใบมีด (Panasonic) / เริ่มต้นที่ 29,800 เยน (ไม่รวมภาษี)

การโกนหนวด เรียกได้ว่าเป็นการดูแลบุคลิกขั้นพื้นฐานที่สุดของผู้ชาย หากพูดถึงปัญหาเกี่ยวกับการโกนหนวดที่ผู้ชายจำนวนมากต้องพบเจอแล้วล่ะก็ มักจะเป็นเรื่องการโกนไม่เกลี้ยง รู้สึกเจ็บเวลาโกน และสร้างบาดแผลให้กับผิวโดนไม่ตั้งใจ อะไรๆ ก็ดูไม่ได้ดั่งใจไปหมด สิ่งที่จะเข้ามาช่วยขจัดความกลุ้มใจในชีวิตประจำวันดังกล่าวก็คือ "LAMDASH" เครื่องโกนหนวด 5 ใบมีด เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Panasonic ที่สามารถโกนหนวดได้ลึกถึงราก สิ่งนี้ได้ฉีกกรอบของเครื่องโกนหนวดที่เราเคยรู้จัก และเกิดเป็นบูมที่ใหญ่มากขึ้นในญี่ปุ่น ด้วยเทคโนโลยีลับเฉพาะ Panasonic ได้สร้างมอเตอร์แนวราบที่เร็วที่สุดในโลก ซึ่งสามารถโกนได้ถึงกว่า 14,000 ครั้งต่อนาที แม้ว่าหนวดหนาๆ ก็สามารถโกนให้เกลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนหัวที่เครื่องไหวได้อย่างอิสระนั้นมีประสิทธิภาพในการติดแน่นกับผิวหนัง เข้ากับได้พอดีกับบริเวณส่วนโค้งของใบหน้า การันตีได้ว่าจะไม่มีหนวดเคราหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันก็ยังอ่อนโยนต่อผิว ให้ความรู้สึกในการโกนที่เรียบลื่น ทำให้สามารถโกนหนวดทุกเช้าได้อย่างมีความสุข และเสร็จเรียบร้อยโดยไร้เรื่องกังวลใดๆ ประสิทธิภาพชั้นสูงที่เป็นไปได้เพราะเทคโนโลยีญี่ปุ่นนี้ จะมอบความรู้สึกในการโกนที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนให้กับคุณ

Photo PLUS EX (YAMAN) / 32,000 - 47,000 เยน (ไม่รวมภาษี)

ซีรีย์เครื่องนวดหน้า "Photo PLUS" ที่สาวๆ ญี่ปุ่นในปัจจุบันยกให้เป็นสุดยอดของเครื่องนวดหน้า ซีรีย์นี้เป็นเครื่องนวดหน้าที่ได้รับการพัฒนาโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้ากับเครื่องนวดหน้าที่ใช้ตามครัวเรือน โดยมีผู้พัฒนาเป็น YAMAN ผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับความงามชั้นแนวหน้าที่อยู่ในวงการมาแล้วกว่า 40 ปี ได้ครอบครองรางวัลต่างๆ ไว้มากมาย ตั้งแต่การที่มียอดขายรวมของซีรีย์พุ่งสูงเกินกว่า 2 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งตลาดเครื่องนวดหน้าอยู่ในอันดับ 1 (ปี 2018) ได้รับการเลือกจากแอร์ญี่ปุ่น 100 ท่านให้เป็นเครื่องนวดหน้าอันดับ 1 (ปี 2018) และตั้งแต่ที่เริ่มเปิดตัวในปี 2016 ก็ได้ครองอันดับ 1 ในส่วนแบ่งตลาดเครื่องนวดหน้าที่จำหน่ายอยู่ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ๆ เรื่อยมา เรียกได้ว่าเป็นเครื่องนวดหน้าที่เป็น 1 ในวงการนี้ ทั้งยังได้รับความพึงพอใจสูงสุดและน่าจับตามองที่สุดในปัจจุบัน

นี่เป็นเครื่องมือดูแลผิวหน้าแบบออลอินวันที่สามารถทำได้ 5 อย่างในเครื่องเดียว พร้อมไปด้วยความสามารถ 5 โหมด ได้แก่ โหมด "CLEAN" ที่จะช่วยดูดสิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขน โหมด "MOISTURE" ที่ใช้อิออนช่วยพาสารเสริมความงามให้ซึมซับลงสู่ชั้นผิว โหมด "EMS UP" ที่จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้เต่งตึงและมีชีวิตชีวาขึ้น โหมด "RF LED" ที่จะช่วยอบอุ่นผิวหน้าลงไปถึงภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และโหมด "COOL" ที่จะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาเย็นและละเอียดอ่อนอีกครั้ง
เป็นเครื่องนวดหน้ามหัศจรรย์ที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า "ไม่ว่าวันนั้นจะเหนื่อยมาแค่ไหน หากได้ใช้เรื่องนี้ก่อนนอนแล้ว ก็จะรู้สึกดีและมีกำลังใจที่จะสู้ในวันต่อไป" มีคุณภาพที่สูงจนอาจทำให้กิจวัตรประจำวันในการดูแลผิวของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว หากมีโอกาสแล้วไม่ควรพลาดที่จะลองสัมผัสให้ได้สักครั้ง

Perfect Whip u (Shiseido Sengan Senka) / 398 เยน (ไม่รวมภาษี)

"Perfect Whip u" สินค้ายอดนิยมที่ตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายในปี 2009 ก็ได้ครองตำแหน่งสินค้าขายดีอันดับ 1 ในตลาดผลิตภัณฑ์ล้างหน้ามาตลอด 10 ปี ฟองขนาดไมโครที่เข้มข้นสูงจะแทรกเข้าไปภายในรูขุมขนและรอยเหี่ยวย่น ดูดเอาสิ่งสกปรก และขจัดต้นเหตุของความสกปรกและผิวแห้งกร้านที่สะสมอยู่ในผิว ทั้งยังมีสารสกัดจากไหมธรรมชาติ Silk Essence (เซริซิน, ไฮโดรไลซ์ซิลค์, กลีเซอรีน) กรดโซเดียมอาเซติลไฮยารูรอน และกรดโซเดียมไฮยารูรอน ที่จะช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าที่ล้างเสร็จใหม่ๆ กลายเป็น "ผิวโฉมใหม่" ที่สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พิเศษสำหรับผู้อ่าน tsunagu Japan คลิกที่นี่เพื่อรับคูปองลดราคา 15%!

ANESSA Perfect UV Skincare Milk <โลชั่นนมกันแดด> 60 มล. SPF50+ <สำหรับทั้งใบหน้าและร่างกาย> (Shiseido) / 3,000 เยน (ไม่รวมภาษี)

"Perfect UV Skincare Milk" มีส่วนผสมของสกินแคร์อยู่ถึง 50% และสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายต่อผิวได้ เป็นสินค้าชั้นยอดที่สามารถตอบสนองความต้องการของเหล่าสาวๆ ที่ว่า "ไม่อยากโดนแดดเผา แต่ก็อยากให้มันดีต่อผิวด้วย"

ผลิตภัณฑ์นี้มีการใช้เทคโนโลยี "Aqua Booster" อันน่าทึ่งที่เมื่อสัมผัสกับน้ำหรือเหงื่อแล้ว ก็จะทำให้ชั้นป้องกัน UV นั้นแข็งแกร่งขึ้นไปอีก การันตีได้ว่าจะสามารถปกป้องร่างกายจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีสารบำรุงผิวซึ่งถูกคัดสรรมาอย่างดี ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวและดูแลรักษาความเสียหายจากผิวแห้ง เมื่อทาลงไปแล้วก็ไม่จับตัวเป็นก้อนสีขาวๆ แต่จะกระจายไปอย่างนุ่มลื่น ทั้งยังไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ อ่อนโยนต่อผิวและรู้สึกสบายผิวเมื่อใช้

แม้ว่าจะติดแน่นทนถึงขนาดที่เช็ดด้วยผ้าก็ไม่ออก แต่ก็สามารถล้างออกได้ง่ายๆ ด้วยสบู่ การดูแลหลังการใช้จึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาถึงญี่ปุ่นเพื่อซื้อตุนเก็บไว้ และเป็นสินค้าขายดีที่ขายออกจนติดเบสต์เซลเลอร์เลยทีเดียว

Crash Diamond Eyes (KATE) / 1,200 เยน (ไม่รวมภาษี)

"Crash Diamond Eyes" จาก KATE ผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้ขอบตาของคุณส่องประกายใสด้วยสีออโรราและกากเพชรบริสุทธิ์เม็ดโต, "Glitter Color" กากเพชรเม็ดใหญ่สีโปร่งใส กับ "Polarized Color" ที่เปล่งประกายแสงและสีอันน่าหลงใหล

ด้วยผลิตภัณฑ์เซตนี้จะช่วยให้ขอบตาของคุณสวยงามและโดดเด่นด้วยความสว่างไสวราวกับประกายของเพชร ประกอบด้วยสองเฉดสี คุณจึงสามารถปรับสีและความเป็นประกายได้ดั่งใจ เพื่อขอบตาที่เฉียบคมและมีความสมดุล

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ "ส่องสว่างอย่างบริสุทธิ์" เป็นแฟชั่นที่กำลังมาแรงทั้งเสื้อผ้าและเครื่องสำอางในญี่ปุ่น หรือก็คือเครื่องประดับที่ดูโปร่งใสกำลังเป็นเทรนด์อยู่ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าและกระเป๋าที่ทำจากวัสดุ PVC หรือกำไลข้อมือและต่างหูที่ดูโปร่งใส รวมไปถึงแฟชั่นผมทรงหน้าม้าแบบบาง เพื่อให้เข้ากับเทรนด์แฟชั่นดังกล่าวนี้ เครื่อสำอางแต่งตา ก็เริ่มเน้นการเมคอัพให้โดดเด่นไปด้วยความเงางามและส่องประกายแทนที่การเน้นวอลลุ่มให้ดูมีอิมแพค และได้กลายมาเป็นที่นิยมมากกว่า

ผลิตภัณฑ์ 2 เฉดสีนี้มีวิธีการใช้งานที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น "ทาทับ" คือการทาทั้ง 2 สีซ้อนกันเพื่อให้เกิดเป็นขอบตาที่ส่องประกายอย่างมีสไตล์ หรือ "ทาล่างบน" คือการแยกทาขอบตาล่างและบนเพื่อให้เกิดเป็นขอบตาที่สวยงามดูมีสไตล์ นับแต่ที่เริ่มมีเทรนด์เมคอัพเช่นนี้ในญี่ปุ่น ก็ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติอย่างมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากโซนเอเชีย และหนึ่งในสาเหตุของความนิยมนี้ก็คือผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้นี่เอง

Designing Eyebrow 3D (KATE) / 1,100 เยน (ไม่รวมภาษี)

"Designing Eyebrow 3D" จาก KATE สินค้าชื่อดังที่คนชอบเครื่องสำอางทุกคนต้องรู้จัก เป็นฝุ่นเขียนคิ้ว 3 สี เข้ม กลาง อ่อน ที่จะช่วยสร้างคิ้วและเงาขอบจมูกที่ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ แม้ว่าราคาจะแสนถูกเพียง 1,100 เยน แต่คุณภาพเป็นเลิศ ให้สีที่ทนนานและมีแปรงที่คงทน เรียกได้ว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยชนิดที่ใช้ง่ายเป็นพิเศษก็คือผงฝุ่นสีเบจเฉดที่สว่างที่สุด เพียงแค่ใช้แปรงแบบหนาทาลงไปบนคิ้วทั้งหมด ก็จะได้คิ้วที่ดูมีสีนุ่มนวลขึ้น

Medical Use Lip Balm (DHC) / 598 เยน (ไม่รวมภาษี)

เมื่อเร็วๆ นี้ ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่มีปัญหาริมฝีปากแห้ง "Medical Use Lip Balm" เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีในฐานะลิปบาล์มเบอร์ 1 เพียงทาครั้งเดียว ก็จะเป็นชั้นป้องกัน และช่วยให้ริมฝีปากที่แห้งแตกกลับมาเงางามและชุ่มชื้นอีกครั้ง มีส่วนผสมหลักๆ เป็นสารสกัดว่านหางจระเข้ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ สารสกัดชะเอม และวิตามินอีที่มีคุณสมบัติช่วยคงความชุ่มชื้น ทั้งยังไร้สารแต่งกลิ่นแต่งสี จึงสามารถใช้ได้ทุกวันอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ปัญหาที่มักพบในลิปบาล์มก็คือ "ทาแล้วอยู่ไม่นาน หากไม่ทาซ้ำบ่อยๆ ก็จะกลับมาแห้งอีก" คุณสมบัติ "แค่ทาแบบง่ายๆ ก็ติดคงทน" และ "ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นยาวนาน" จึงถือเป็นจุดเด่นที่สุดของผลิตภัณฑ์นี้ กล่าวกันว่าสาเหตุที่ทำให้มันติดแน่นทนนานก็คือ ส่วนผสมของน้ำมันที่มีลักษณะใกล้เคียงกับไขผิวหนังของมนุษย์นั่นเอง

นอกจากนี้ DHC Medical Use Lipbalm ยังสามารถใช้เป็นรองพื้นเครื่องสำอางให้กับริมฝีปากได้ ซึ่งเป็นข้อดีที่หาไม่ได้ในลิปบาล์มอื่นๆ มีคนจำนวนไม่น้อยที่พอทาลิปสติกแล้วริมฝีปากก็จะยิ่งแห้งเข้าไปอีก ในสถานการณ์ดังกล่าว หากทา DHC Medical Use Lipbalm รองไว้ก่อน แล้วทาลิปสติกทับ ก็จะช่วยป้องกันอาการริมฝีปากแห้ง ทั้งยังทำให้ลิปสติกออกสีสวยได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ หากทาทับเบาๆ ลงบนลิปสติก ก็สามารถช่วยเพิ่มความเงางามให้กับริมฝีปากได้เช่นกัน สามารถใช้ได้ทั้งก่อนและหลังเมคอัพ เป็นสินค้าที่มีแฟนๆ อยู่ทั่วโลกไม่ใช่เพียงแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น

Mire Biscuit รสเกลือตากแห้ง (Nomura Irimame Kakoten) / 250 เยน

ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศไหนก็ต้องเคยรู้สึกว่า "ไหนๆ ก็มาเที่ยวต่างประเทศแล้ว อยากลองเมนูเด็ดหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของพื้นที่นั้นๆ ดูสักครั้ง" กันทั้งนั้น สินค้าใน Laox ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็คือ "Mire Biscuit" ขนมขวัญใจประชาชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี เป็นคุกกี้ที่ทำขึ้นโดยแป้งสาลีที่คัดสรรมาอย่างดีและเกลือตากแห้งคุณภาพสูงที่เกิดจากการตกผลึกด้วยลมและแสงอาทิตย์นี้ เกิดเป็นรสชาติที่ลงตัว ทันทีที่รับประทาน รสเค็มกำลังดีจะแผ่ซ่านไปทั่วปาก เมื่อกัดลงไปก็จะเปลี่ยนเป็นรสหวานอันนุ่มลึก ประกอบกับรสสัมผัสที่กรุบกรอบ อร่อยจนหยุดไม่ได้เลยทีเดียว

KitKat Series (Nestle) / 350 - 800 เยน (ราคาตลาด)

KitKat เริ่มวางขายในปี 1973 แม้กระทั่งในปัจจุบันที่มีขนมญี่ปุ่นหลากหลายชนิดวางขายอยู่ทั่วโลก ก็ยังสามารถคงตำแหน่งขนมญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักอันดับ 1 ได้อย่างขาดลอย มีชนิดของสินค้าอยู่อย่างหลากหลายตั้งแต่รสพื้นฐานอย่างช็อกโกแลต รสยอดนิยมอย่างมัทฉะ ไปจนถึงรสประจำฤดูกาลต่างๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีซีรี่ส์ของฝากยอดนิยมอีกกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็น KitKat ลิมิเต็ดเฉพาะในพื้นที่ต่างๆ มีรสชาติท้องถิ่นเฉพาะตัว ตัวอย่างเช่น รสวาซาบิ รสสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก และรสสาเกญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้จะมีรสชาติและแพคเกจที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และในกล่องก็จะแยกเป็นชิ้นเล็กๆ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำไปฝากเพื่อน คนในครอบครัว หรือเพื่อนที่ทำงาน อีกทั้งยังสามารถเลือกที่จะใส่ข้อความลงไปได้ จึงไม่เพียงแต่เป็นของฝากเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นสิ่งการถ่ายทอดความรู้สึกได้อีกด้วย

หากเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อของฝากอะไรดีในระหว่างท่องเที่ยว ขอแนะนำให้ลองเลือก KitKat รุ่นลิมิเต็ดที่ดูหรูหรานิดๆ เนื่องจากมีทั้งความอร่อยและดูน่าสนใจสุดๆ อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ยากในประเทศอื่นอีกด้วย อีกเกร็ดน่าสนใจคือ "KitKat" ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงใกล้เคียงกับ "คิตโตะคัตสึ (ต้องชนะแน่นอน)" ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมมอบให้กันในฐานะของนำโชคเวลาก่อนการสอบหรือการแข่งขันที่สำคัญๆ นั่นเอง

Hanan Chocolate (Rock Confectionery) / 900 เยน (ไม่รวมภาษี)

"ญี่ปุ่นมีร้านที่รองรับวีแกน มังสวิรัติ และฮาลาลค่อนข้างน้อย" หลายๆ คนอาจจะมีทัศนคติต่อญี่ปุ่นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเคยหรือไม่เคยมาญี่ปุ่นก็ตาม จึงเป็นเรื่องลำบากเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ต้องการหาของฝากที่รองรับฮาลาลในญี่ปุ่น

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ สนามบินใหญ่ๆ อย่างสนามบินนาริตะและสนามบินฮาเนดะจึงได้สร้างมุมสำหรับจำหน่ายสินค้าที่ได้รับการรับรองฮาลาลขึ้นมา ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อตามย่านที่มีชาวต่างชาติพลุกพล่านอย่างกินซ่าและอาซากุสะเองก็ได้จัดมุมลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านอาหารรายใหญ่ๆ ก็ได้ผลักดันเมนูฮาลาล กล่าวได้ว่าความเข้าใจของญี่ปุ่นที่มีต่อฮาลาลนั้นกำลังรุกหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

Laox ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ร้านรวมสินค้าปลอดภาษี" ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น ด้วยบริการที่เอาใจใส่ชาวต่างชาติ ก็ได้มีการจัดมุมฮาลาล และมีเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างยิ่ง

ในบรรดาของฝากฮาลาลมากมายที่ Laox สิ่งที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษก็คือ "Hanan Chocolate" มีการนำคำว่า "Hanan" ซึ่งเป็นภาษาอาราบิกที่มีความหมายว่า "ความเอาใจใส่" หรือ "ความอ่อนโยน" มาใช้ ช็อกโกแลตรสหวานนี้อัดแน่นไปด้วยความต้องการที่จะเป็น "ความเอาใจใส่" ให้กับใครสักคน คิดค้นขึ้นโดยเหล่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ประกอบไปด้วย 3 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ "มิลค์ช็อกโกแลต" "ไวท์ช็อกโกแลต" และ "ดาร์กช็อกโกแลต" ทั้งยังมีรูปร่างที่ดูคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้นึกถึงญี่ปุ่นอีกด้วย

แน่นอนว่าสามารถนำไปเป็นของฝากให้กับผู้นับถืออิสลามได้ เพราะใช้นมจากถั่วเหลือง การผลิตน้ำตาลก็ไม่ใช้ถ่านจากกระดูกสัตว์ และมีแคลอรี่ที่ค่อนข้างต่ำ หากคุณเป็นผู้ที่ใส่ใจในสุภาพแล้ว เราก็อยากแนะนำให้ลองลิ้มรสความอร่อยที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่นี้ดูสักครั้งเช่นกัน

Frixion Ball Pen / 200 - 1,000 เยน (ราคาตลาด)

เครื่องเขียนของญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมไปทั่วโลกจากความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ ในปัจจุบันมีสินค้าที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษคือ "Frixion Ball Pen" ปากกาที่ "เพียงถูก็ลบได้" เป็นปากกาลูกลื่นที่ฉีกกรอบที่เคยมีมาทั้งหมด โดยมี "Frixion Ink" นวัตกรรมใหม่ที่เพียงแค่เปลี่ยนอุณหภูมิก็สามารถทำให้หมึกไร้สีได้ หมึกนี้มีการกำหนดอุณหภูมิที่จะทำให้สีจางหายไปไว้ เมื่อถูด้วยยางลบพิเศษที่อยู่บริเวณท้ายด้ามปากกา ความร้อนจากการเสียดสีก็จะทำให้สีของหมึกก็จะเปลี่ยนเป็นไร้สี จึงสามารถลบสิ่งที่เขียนลงไปแล้วได้ สิ่งนี้ต่างกับ "ปากกาลบได้" ในอดีตที่ใช้วิธีลบด้วยยางลบ และเนื่องจากสีหมึกเปลี่ยนได้โดยใช้ความร้อนจากการเสียดสี จึงมีข้อดีคือไม่เหลือเศษยางลบทิ้งไว้

นอกจากนี้ ยังต่างกับดินสอและดินสอกดที่มักทิ้งร่องรอยจากการลบไว้บนสมุด ในขณะที่ Frixion Ball Pen นั้นสามารถลบได้อย่างหมดจดโดยแทบไม่เหลือร่องรอยทิ้งไว้ เป็นหนึ่งในเคล็ดลับในความนิยมของปากกาแท่งนี้นั่นเอง แต่ก็ควรระวังไม่นำมันไปใช้กับเอกสารสำคัญอย่างหนังสือสัญญาต่างๆ

หลากหลายเซอร์วิสสำหรับนักท่องเที่ยว เฉพาะที่ Laox เท่านั้น!

พนักงานของ Laox สามารถรองรับได้ถึง 21 ภาษา ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อังกฤษ จีน หรือเกาหลี (ขึ้นอยู่กับสถานการณ์) ในส่วนของคำอธิบายสินค้านั้นโดยพื้นฐานจะอธิบายเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ และจีน ซึ่งมักจะได้รับคำชมว่าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ เพราะพนักงานที่นี่เข้าใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เป็นที่จับตามองจากความใส่ใจในรายละเอียดของการให้บริการต่างๆ ที่ก้าวนำสภาพตลาดญี่ปุ่นในปัจจุบันซึ่งมีการส่งเสริมด้านอุปกรณ์รองรับภาษาต่างประเทศ

นอกจากนี้ "ร้านรวมสินค้าปลอดภาษี" อย่าง Laox ก็ยังสามารถใช้บริการขอยกเว้นภาษีได้ที่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั่นเอง 

ร้านแต่ละร้านใน Laox ก็ยังมีเครื่องแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศติดตั้งไว้ สกุลเงินที่รองรับได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หยวนจีน วอนฮ่องกง บาทไทย ดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์ไต้หวัน ดอลลาร์ฮ่องกง และรวมไปถึงเยนญี่ปุ่น (แน่นอนว่ารองรับเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่างบัตรเครดิตและคิวอาร์โค้ดด้วยเช่นกัน) อีกทั้ง Laox หลายสาขา โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในโตเกียว ก็มักตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว จึงสามารถแวะไปสอบถามข้อมูลต่างๆ ก่อนหรือหลังการช็อปปิ้งได้อีกด้วย

สินค้าราคาสุดคุ้ม + ปลอดภาษี + คูปองลดราคา = ช็อปได้แบบถูกขึ้นไปอีก!

รายชื่อร้านสาขาของ Laox:
ภาษาญี่ปุ่น: https://www.Laox.co.jp/Laox_store/stores/
ภาษาอังกฤษ: https://www.Laox.co.jp/Laox_store/en/stores/

Laox ตอบโจทย์ทุกการช็อปที่ญี่ปุ่น!

จะเห็นได้ว่า Laox ทั้งเอาใจใส่ชาวต่างชาติ และนำเสนอสินค้าด้วยบริการที่ยอดเยี่ยม นอกจากจะมีสินค้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างครบครันแล้ว ก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยบริการหักภาษีสมกับที่เป็น "ร้านรวมสินค้าปลอดภาษี" และตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอีกด้วย

พิเศษสุด! คูปองพิเศษสำหรับผู้อ่าน tsunagu Japan ทุกคน ไม่ว่าคุณจะมาญี่ปุ่นกี่ครั้ง หรือไม่เคยมาเลยก็ตาม หากได้ลองแวะไปที่ Laox ก็รับรองได้ว่าคุณจะพบกับสินค้ามากมาย ตั้งแต่สินค้าชื่อดังไปจนถึงสินค้ายอดนิยมแบบลับๆ ตอบรับความต้องการที่หลากหลาย อดใจไม่ให้ช็อปก็คงจะไม่ได้เลยทีเดียว!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

รับส่วนลดมากมายในญี่ปุ่น ที่นี่!

เกี่ยวกับนักเขียน

Keisuke
Keisuke Tsunekawa
เป็นคนญี่ปุ่นที่ชอบหลีกหนีจากชีวิตในเมืองโตเกียวเป็นครั้งคราว เพื่อค้นพบเส้นทางใหม่ๆ รวมถึงท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้รู้สึกว่าได้สนุกกับการเชื่อมโยงกับสิ่งที่แตกต่างไปจากที่เคยทำเคยเห็นในชีวิตประจำวัน
  • แผนการท่องเที่ยวคัดสรรค์โดยนักเขียน tsunagu Japan!

ค้นหาร้านอาหาร