แนะนำ 10 ของหวานและอาหารสำเร็จรูปต้องไปลองซื้อที่ MUJI

MUJI เป็นร้านที่ไม่ใช่ว่าได้รับความนิยมแค่เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะบริษัทค้าปลีกเฉพาะทางที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อันหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงอาหาร ผลิตภัณฑ์ของ MUJI เป็นที่รักของหลายๆ คนในด้านการออกแบบที่เรียบง่าย ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สูงและราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากนั้นในบรรดาผลิตภันฑ์ต่างๆ ของ MUJI ยังมีอาหารที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและเหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 ขนมหวานและอาหารสำเร็จรูปของ MUJI ที่ทางทีมงานของ Tsunagu Japan ได้ทดลองกินด้วยตนเองและอยากจะแนะนำให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ลิ้มลอง หากมีโอกาสเดินทางมาญี่ปุ่นในครั้งต่อไป ลองมองหาร้าน MUJI และเลือกซื้อของกินอร่อยๆ ติดไม้ติดมือกันเถอะ

ทั่วประเทศ

ช็อปปิ้ง

เกี่ยวกับแบรนด์ "MUJI" (無印良品)

สำหรับแบรนด์ "MUJI" อาจจะเป็นร้านที่หลายคนอาจจะพึ่งเคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก หรืออาจจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างแต่ไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นร้านที่ขายสินค้าอะไรกันแน่ ถึงแม้ว่าร้าน MUJI จะมีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นก็จริง แต่กลับเป็นแบรนด์ขายสินค้าปลีกที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

MUJI นั้น นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันทั่วไป ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงของใช้ในครัวเรือน เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งร้านค้าที่ได้รับการบริหารงานโดยตรงภายใต้ชื่อร้าน MUJI ได้เปิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1983 ที่ประเทศญี่ปุ่น และในปี 1991 ที่ลอนดอน ต่อมาได้เปิดสาขาในเอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ อีกมากมาย และในปี 2016 ได้กลายเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าปลีกจากญี่ปุ่นรายแรกที่เข้าเปิดสาขาในประเทศอินเดีย 

จนถึงปัจจุบันร้าน MUJI มีมากกว่า 400 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น และมีมากกว่า 500 สาขาในต่างประเทศ จึงทำให้เราสามารถพบเห็นสินค้าจาก MUJI ได้จากทุกที่ในโลก

MUJI มีปรัชญาขององค์กรว่า "มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่มีต้องโดดเด่น เรียบง่าย และประหยัดทรัพยากร" ซึ่งสินค้าของ MUJI เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการออกแบบที่เรียบง่าย และกลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างกลมกล่อม นอกจากนี้ยังตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นจึงมีบรรจุภัณฑ์มากมายที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ด้วยแนวคิดต่างๆ ที่สะท้อนออกมาจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงสามารถอธิบายชื่อแบรนด์ 無印良品 (Mujirushi Ryohin หรือ MUJI) ที่แปลว่า "สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ" ได้เป็นอย่างดี

มีสินค้ามากมายวางจำหน่ายอยู่ภายใต้แบรนด์ MUJI จนอาจจะทำให้หลายคนสงสัยว่าควรจะซื้ออะไรดี ถ้ามีโอกาสได้มาญี่ปุ่น แล้วอยากจะซื้อสินค้าจากแบรนด์ญี่ปุ่นคุณภาพดีกลับไปเป็นของฝาก บทความนี้จะเป็นตัวช่วยของคุณเอง! ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับอาหารที่ควรเลือกซื้อให้ได้ จากผลิตภัณฑ์มากมายของ MUJI!

ขนมทานเล่น

1. สตรอว์เบอร์รี่แช่ไวท์ช็อกโกแลต (45 กรัม, ราคา 490 เยนรวมภาษี)

ขนมชนิดแรกที่เราอยากแนะนำให้คุณได้รู้จักนี้เป็นขนมที่นำสตรอว์เบอร์รี่ทั้งเม็ดไปผ่านกระบวนการ Free Drying แล้วนำไปแช่ในไวท์ช็อกโกแลต เนื่องจากไม่มีกระบวนการคัดแยกขนาดจึงอาจทำให้มีเม็ดขนาดใหญ่และเล็กคละกันไป แต่รับรองได้ว่ามีรสชาติอร่อยเหมือนกันทุกเม็ดอย่างแน่นอน ด้วยขั้นตอนการตากแห้งที่ยังคงรักษาสารอาหารและวิตามินจากผลไม้ไม่ให้หายไป จึงสามารถรู้สึกได้ถึงความหวานและกลิ่นหอมราวกับทานผลไม้สดเลยทีเดียว

สิ่งนี้เองที่ทำให้มันแตกต่างจากขนมที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ของที่อื่น เพราะขนมของ MUJI ชิ้นนี้คุณจะได้กลิ่นอันหอมหวนของสตรอเบอร์รี่กระจายอยู่ทั่วปาก สตรอว์เบอร์รี่และไวท์ช็อกโกแลตที่ผสมกันเป็นหนึ่งเดียว จนทำให้แยกไม่ออกเลยว่าตอนนี้กำลังทานสตรอว์เบอร์รี่อบแห้งผสมไวท์ช็อกโกแลต หรือเป็นช็อกโกแลตรสสตรอว์เบอร์รี่กันแน่ นอกจากนี้ความเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่กับความหวานของช็อกโกแลตก็ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ถึงขนาดที่แม้แต่คนที่ไม่ชอบทานขนมหวานยังต้องหลงรักอย่างแน่นอน

2. สตรอว์เบอร์รี่เคลือบไวท์ช็อกโกแลต (50 กรัม, ราคา 290 เยนรวมภาษี)

ขนมชนิดนี้คือขนมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ MUJI โดยผลิตจากสตรอว์เบอร์รี่อบแห้งกับไวท์ช็อกโกแลต ที่เมื่อใส่เข้าไปในปากชั้นของไวท์ช็อกโกแลตสีขาวจะละลายและความหวานของนมจะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก เสริมทับด้วยรสเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

หากมองด้วยสายตาอาจจะคิดว่ารสชาติค่อนข้างหวาน แต่ด้วยความเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รี่ที่มาตัดได้อย่างลงตัวทำให้ไม่หวานมากจนเกินไป นอกจากนี้ไวท์ช็อกโกแลตที่เคลือบยังมีความหนาถึง 5 มิลลิเมตร จึงทำให้รสหวานและเปรี้ยวผสานกันได้อย่างลงตัว เพื่อให้สามารถสัมผัสรสชาติอร่อยภายในปากได้อย่างเต็มที่ จึงขอแนะนำให้ทานทั้งเม็ดภายในคำเดียว

3. บามคูเฮงรสอุจิมัทฉะ (ราคา 150 เยนรวมภาษี)

บามคูเฮง (Baumkuchen) เป็นขนมเค้กที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น บามคูเฮงจะมีลักษณะเด่นอยู่ตรงที่รูปร่างที่เหมือนวงปีของลำต้นต้นไม้ อย่างไรก็ตามบามคูเฮงของ MUJI ได้วางจำหน่ายเป็นขนมที่มีชั้นซ้อนกันตามลักษณะเด่นของบามคูเฮงในรูปทรงแท่งยาว เนื่องจากสามารถทานได้ด้วยมือเดียวโดยไม่ต้องใช้ส้อม จึงเหมาะแก่การเป็นของว่างรองท้องเมื่อรู้สึกหิวในขณะทำงาน หรือจะเป็นขนมกินเล่นสำหรับเด็กๆ ก็ดีเช่นกัน

ทันทีที่เปิดถุงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของมัทฉะ ถึงแม้ว่าจะแลดูมีเนื้อสัมผัสที่แข็งและกระด้าง แต่ภายในนั้นอ่อนนุ่มเหมือนขนมคัสเตลลาที่แทบจะละลายในปากทันที รสชาติของมัทฉะที่นวดลงในแป้งนั้นมีรสขมเล็กน้อย และไม่หวานมากจนเกินไป พร้อมกลิ่นอันหอมหวนที่ถึงแม้จะใส่ไว้ในตู้เย็นก็ยังอร่อยไม่เปลี่ยน ขอแนะนำว่าหากมีโอกาสควรจะลองชิมให้ได้สักครั้ง

4. ขนมสายไหม (4 ชิ้น, ราคา 150 เยนรวมภาษี)

หากมองด้วยตาเปล่า อาจจะสงสัยว่านี่คือขนมอะไรกันแน่ แต่จริงๆ แล้วนี่คือขนมสายไหม (ขนมที่นำน้ำตาลมาละลายให้เป็นไหมเส้นเล็ก) เป็นขนมหวานที่ทำสดใหม่วางขายในร้านอาหารริมทางตามงานเทศกาล และเป็นขนมที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในขณะที่ขนมสายไหมที่เราเห็นทั่วไปจะมีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร แต่ขนมสายไหมของที่ MUJI นั้น มีขนาดเล็กกระทัดรัดเพียงแค่ 10 เซนติเมตรเท่านั้น ตัวขนมผลิตจากน้ำตาลทรายแดงที่ไม่มีการใช้สารเติมแต่งหรือกลิ่นคาราเมลสังเคราะห์ใดๆ ทั้งสิ้น

ผิวขนมสายไหมที่ละลายหายไปภายในไม่กี่วินาทีเมื่อสัมผัสกับปลายลิ้นอาจจะทำให้คนที่ไม่เคยทานขนมสายไหมมาก่อนแปลกใจได้ เนื้อสัมผัสและความหวานนี้ทำให้มันเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ที่ชอบรับประทานขนม ดังนั้นจึงเหมาะกับการซื้อเป็นของฝากให้เด็กเล็กเป็นอย่างมาก

5. ช็อกโกแลตลูกเกดหมักไวน์ (40 กรัม, ราคา 290 เยนรวมภาษี)

ขนมชนิดนี้คือลูกเกดหมักไวน์เคลือบช็อกโกแลตตามที่ได้เห็นจากชื่อของขนม หากได้ลองกินเข้าไปเพียงหนึ่งคำ ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติหวานอันหรูหราของไวน์โนเบิลในทันที

การผสมผสานของลูกเกดที่มีสัมผัสนุ่มหนึบเมื่อเคี้ยว กับรสชาติอันอ่อนโยนของโกโก้ และรสฝาดบวกกับรสหวานกำลังดีของไวน์สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น อย่างไรก็ตาม ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นี้อาจจะทำให้มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบก็เป็นได้ แต่ด้วยความแปลกและดูดี สำหรับคนที่ต้องการมอบขนมที่ดูพิเศษให้เป็นของฝากนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดูดีไม่น้อย

6. ข้าวโพดอบกรอบเคลือบช็อกโกแลต (73 กรัม, ราคา 99 เยนรวมภาษี)

ขนมข้าวโพดอบกรอบเคลือบด้วยช็อกโกแลตที่มีรูปร่างเหมือนแคปซูลนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ตัวข้าวโพดอบกรอบเนื้อแน่นสัมผัสกรอบอร่อยพร้อมรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลต รสชาติหวานกับความเค็มนิดๆ ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกอยากทานต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมอบให้เพื่อนหรือคนรัก ใช้เป็นขนมในงานโฮมปาร์ตี้กับครอบครัว หรือจะทานเพลินๆ ระหว่างดูหนังที่บ้านก็เหมาะมากเช่นกัน

7. ชีสอบขนาดพอดีคำ (37 กรัม, ราคา 250 เยนรวมภาษี)

ชีส ถือว่าเป็นขนมขบเคี้ยวยอดนิยมในหมู่นักดื่ม ที่สามารถพบได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ซึ่ง MUJI เองก็มีสินค้า "ชีสอบขนาดพอดีคำ" ซึ่งผลิตจากเชดด้าร์ชีสจากฮอกไกโด ความยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร วางลงบนแผ่นเนื้อปลาและนำไปอบ ชีสที่ละลายเยิ้มจากการอบนั้น แค่มองด้วยตาก็สัมผัสได้ถึงความอร่อยแล้ว

เมื่อได้ลองทานก็จะได้รสสัมผัสที่แตกต่างกัน 2 อย่าง นั่นคือเนื้อชีสหนานุ่ม กับเนื้อปลาแผ่นบางเคี้ยวเพลิน ชีสที่นำไปอบมีกลิ่นหอม เหมาะกับการนำไปเป็นของแกล้มระหว่างการดื่มแอลกอฮอลล์ต่างๆ อย่างเช่น เบียร์ เหล้าสาเก โดยเฉพาะไวน์ ซึ่งเป็นรสชาติที่หากได้ลองรับประทานแล้วก็แทบจะหยุดไม่ได้เลยทีเดียว ถ้าหากเคยลองซื้อชีสจากในร้านสะดวกซื้อเพื่อนำมาแกล้มกับเครื่องดื่มแล้ว ก็ควรที่จะลองชีสย่างของที่ MUJI ดูสักครั้ง เพราะถ้าหากมาถึงญี่ปุ่นแล้วไม่ได้ลองจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน

8. โฮจิฉะลาเต้รสเข้มข้น (120 กรัม, ราคา 350 เยนรวมภาษี)

เครื่องดื่มเพียงชนิดเดียวที่เราจะนำมาแนะนำในบทความนี้คือ โฮจิฉะลาเต้ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างชาโฮจิและนมได้อย่างลงตัว ความหวานของนมกับความหวานของอ่อนโยนของชาโฮจิและความฝาดเล็กๆ ที่คงเหลืออยู่ที่ปลายลิ้นหลังจากดื่ม ทำให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อยลึกล้ำ

คุณเลือกปรับระดับความหวานได้ด้วยการใส่ปริมาณผงตามต้องการ ซึ่งสามารถใส่น้ำร้อนเพื่อทำเครื่องดื่มร้อน หรือเพิ่มน้ำแข็งเพื่อทำเป็นเครื่องดื่มเย็นก็ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นหากเพิ่มนมอีกสักเล็กน้อยก็จะยิ่งทำให้รสชาติอ่อนนุ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นคุณจึงจะสามารถเพลิดเพลินไปกับวิธีการดื่มได้หลากหลายวิธี หรือจะซื้อเม็ดไข่มุกมาเสริมแล้วดื่มด่ำไปกับรสชาติของชานมไข่มุกจากชาโฮจิสไตล์ญี่ปุ่นก็ดีไม่ใช่น้อย

อาหารกึ่งสำเร็จรูปและอาหารพร้อมทาน

1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนาดเล็ก รสไก่ (120 กรัม/4 ห่อ, ราคา 120 เยน)

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนาดเล็กนี้ เป็นไซส์ที่เหมาะสำหรับเวลาที่หิวเพียงเล็กน้อย หรือจะใช้เพื่อเป็นของว่างสำหรับเด็กๆ ก็ได้เช่นกัน เนื่องจากเส้นมีการปรุงรสมาแล้วจึงสามารถทานได้เลยทันที หรือจะเพลิดเพลินไปกับรสชาติของบะหมี่แสนอร่อย เพียงเติมน้ำร้อนแล้วรอสักครู่ ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกมากๆ

ถึงจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เส้นบะหมี่ก็มีความเหนียวนุ่มและมีรสชาติของไก่สุดกลมกล่อม ราคาค่าตัวสำหรับ 1 แพ็ค 4 ห่อ อยู่ที่ 120 เยน เนื่องจากตัวบะหมี่มีการปรุงรสแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้รสชาติเข้มหรือจืดเกิดไป โปรดเติมน้ำร้อนตามวิธีการปรุงที่ระบุไว้ด้านหลังซอง

2. แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเกน (180 กรัม/ปริมาณ 1 คนทาน, ราคา 350 เยนรวมภาษี)

ผลิตภัณฑ์ชิ้นสุดท้ายที่เราอยากแนะนำนี้เป็นแกงกะหรี่พร้อมทานที่เข้ากันได้ดีกับข้าวหรือขนมปัง พร้อมรับประทานได้ง่ายๆ เพียงแค่นำไปอุ่น เป็นเมนูที่คนญี่ปุ่นต่างชื่นชอบ แม้ว่าแกงกะหรี่ปรุงสำเร็จพร้อมทานนี้จะมีหลากหลายยี่ห้อวางขายในท้องตลาด แต่ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของ MUJI นั้นก็ได้รับความนิยมเนื่องจากราคาที่สมเหตุสมผล และรสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆ ของแกงกะหรี่ แกงกะหรี่สำเร็จรูปของ MUJI นี้มีหลากหลายรสชาติให้เลือก ทั้งแกงกะหรี่เนื้อ แกงกะหรี่คีม่า หรือแม้แต่แกงเขียวหวาน แต่รสชาติที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเกน ที่ใส่มะเขือเทศ 3 ชนิดเพื่อเพิ่มรสชาติเปรี้ยวหวาน พร้อมเม็ดมะม่วงหิมพานต์และเนยกี (เนยใสที่นำเนยมาสกัดไขมันส่วนเกินต่างๆ ออกจนได้เป็นน้ำมันคุณภาพสูง) เพื่อเพิ่มความกลมกล่อม ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีการเพิ่มปริมาณเนื้อไก่ให้เพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อนอีกด้วย

กลิ่นหอมของลูกซัด (Fenugreek, เครื่องเทศที่มักใช้เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหาร) ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร รสเบาๆ ของเนื้อไก่ ความหวานเปรี้ยวของมะเขือเทศ และความเผ็ดของเครื่องแกงเข้ากันได้เป็นอย่างดี เป็นแกงกะหรี่รสชาติเรียบง่ายที่ไม่ว่าใครก็สามารถอร่อยและเพลิดเพลินได้

วิธีการเตรียมก็สุดแสนจะง่ายดาย คุณสามารถอุ่นร้อนได้ด้วยวิธีการใส่ถุงลงไปในน้ำร้อนโดยไม่ต้องตัดเปิดถุงก่อน หรือจะตัดห่อจากนั้นนำแกงใส่จานแล้วอุ่นร้อนก็ได้เช่นกัน และคงจะดีไม่น้อยหากได้รับประทานแกงกะหรี่อุ่นๆ ในช่วงวันที่อากาศหนาวๆ คู่กับขนมปังหรือโรตีนานหอมกรุ่น หากมีโอกาสอย่าลืมหาโอกาสลองชิมแกงกะหรี่แสนอร่อยจาก MUJI กันให้ได้ล่ะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร