10 ที่เที่ยวแนะนำในโทโฮคุ ขุมทรัพย์อันงดงามแห่งธรรมชาติและวัฒนธรรมญี่ปุ่น!

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) มีธรรมชาติอันสวยงามและสมบัติทางวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่มากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยที่ท่องเที่ยวเปี่ยมล้นเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นสวนฮิโระซากิ (弘前公園) ที่เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่ง หรือช่องเขานารุโกะ (鳴子峡) ที่เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากนี้ถ้าอยากจะไปกินลมชมวิวที่หนึ่งในสามจุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอย่างมัตสึชิมะ (松島) เยี่ยมชมบ้านพักซามูไรหลายแห่งที่คาคุโนะดาเตะ (角館) หรือไปเที่ยวเมืองออนเซ็นย้อนยุคที่เรียงรายไปด้วยเรียวกังไม้อย่างกินซังออนเซ็น (銀山温泉) ล้วนแล้วแต่น่าสนใจทั้งนั้น ในบทความนี้เราจะพาคุณไปดูที่เที่ยวแนะนำจากจังหวัดทั้ง 6 ของภูมิภาคโทโฮคุกัน!

โทโฮคุ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอาโอโมริ เพลินกับธรรมชาติและวัฒนธรรม!

เยียวยาใจไปกับลำธารใสและป่าเขียวขจีที่ "ช่องเขาโออิราเสะ"

ช่องเขาโออิราเสะ (奥入瀬渓流) เป็นหนึ่งในจุดชมวิวยอดนิยมในจังหวัดอาโอโมริ รังสรรค์ขึ้นด้วยน้ำตกที่ไหลกระทบหินผา ต้นไม้ใหญ่น้อยสีเขียวขจี และหินรูปทรงแปลกตา ไม่ว่าจะในฤดูกาลไหน คุณก็สามารถมาเพลินเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามได้ที่นี่


ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่ต้นไม้เริ่มมีสีเขียวสดใส ส่วนในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ไม่ว่าจะแบบใดก็ล้วนสวยงามน่าจับตาและดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ชมดอกซากุระจากปราสาทฮิโรซากิ จุดชมดอกไม้ยอดนิยมในอาโอโมริ

ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城) เป็นจุดชมซากุระชื่อดังของจังหวัดอาโอโมริ สร้างขึ้นโดยทายาทรุ่นที่สองของตระกูลฮิโรซากิซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดน ในปี 1611 ถูกใช้เป็นที่พำนักของเหล่าขุนนาง และเป็นศูนย์กลางของระบบศักดินามากว่า 260 ปี
ส่วนสวนฮิโรซากิในปัจจุบันนั้นเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป ผู้คนจะหนาแน่นเป็นพิเศษในช่วงเดือนเมษายนที่ต้นซากุระกว่า 2,600 ต้น พร้อมใจกันบานสะพรั่งทั่วทั้งสวน!


ยิ่งไปกว่านั้น ตัวปราสาทหลักที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1810 กับ 3 ป้อมปราการ และ 5 ประตูปราสาทที่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิม ได้รับการยกย่องให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นอีกด้วย

ใครชอบประวัติศาสตร์เชิญทางนี้! สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอิวาเตะ

ชูซอนจิ มรดกแห่งความรุ่งโรจน์ของโอชู ฟูจิวาระ

วัดชูซอนจิ (中尊寺) เป็นส่วนหนึ่งของฮิระอิสึมิ (平泉) ซึ่งถูกยกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปี 2011 วัดชูซอนจิเป็นวัดโบราณที่ก่อตั้งในปี 850 และในภายหลังคิโยฮิระ (清衡) ซึ่งเป็นทายาทรุ่นแรกของตระกูลโอชู ฟูจิวาระ (奥州藤原) ก็ได้ใช้เวลาราว 20 ปีสร้างหอคอยวัดขนาดใหญ่เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากสงครามภูมิภาคโทโฮคุในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 11


จุดเด่นที่สุดของที่นี่คืออาคารทอง (金色堂) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1124 ภายในและภายนอกของอาคารแห่งนี้ประดับไปด้วยทองคำเปลวทั่วทั้งหลัง และเป็นอาคารหลังเดียวจากการก่อสร้างครั้งแรกที่ยังลงเหลืออยู่ด้วย


ซังโคโซะ (讃衡蔵) เป็นคลังที่เก็บสมบัติประจำชาติและสมบัติทางวัฒนธรรมไว้กว่า 3,000 ชิ้น ลองแวะไปเยี่ยมชมส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเฮอันอันงดงามกันดู!

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดมิยากิ ทัศนียภาพงดงามที่ธรรมชาติเป็นผู้รังสรรค์!

เพลิดเพลินกับวิวสวยๆ ของหมู่เกาะในอ่าวมัตสึชิมะ

มัตสึชิมะ (松島) เป็นหนึ่งในสามจุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นร่วมกับอามาโนะฮาชิดาเตะในเกียวโต และมิยาจิม่าในฮิโรชิม่า มัตสึชิมะมีเกาะกว่า 260 เกาะ ตั้งอยู่ในอ่าวมัตสึชิมะที่รายล้อมไปด้วยคลื่นสงบงดงาม ลองไปนั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะและชื่นชมเกาะอันมีเอกลักษณ์เหล่านี้ดู!


คุณสามารถมองเห็นวิวของอ่าวมัตสึชิมะในหลากหลายมุมได้จากจุดชมวิวมัตสึชิมะชิไดคัง (松島四大観) ซึ่งตั้งอยู่ตามสี่ทิศเหนือใต้ออกตกของมัตสึชิมะ


สัญลักษณ์ประจำมัตสึชิมะคืออาคารโกะไดโด (五大堂) ซึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1604 โดยดาเตะ มาซามุเนะ (伊達政宗) นักรบในยุคเซนโกคุซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของภูมิภาคโทโฮคุ โดยปัจจุบันโกะไดโดได้รับการแต่งตั้งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติแล้วเรียบร้อย


มัตสึชิมะเป็นจุดที่มีสิ่งน่าสนใจมากมาย ดังนั้นใช้เวลาของคุณไปกับการเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันตระการตาเถอะ!

ช่องเขานารุโกะ จุดชมวิวที่มีหินลึกลับตั้งตระหง่าน

ช่องเขานารุโกะ (鳴子峡) ตั้งอยู่ในเมืองโอซากิ (大崎) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดมิยากิและมีพรมแดนติดกับจังหวัดยามากาตะ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของแม่น้ำไดยะ (大谷川) ซึ่งแตกออกมาจากแม่น้ำเอะไอ (江合川) และไหลจากทางตอนเหนือไปยังภาคกลางของจังหวัด เกิดเป็นช่องเขารูปตัว V ยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร โดยผาที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 100 เมตรเลยทีเดียว


หากเดินไปตามเส้นทางชมธรรมชาตินารุโกะเคียวโอฟุคาซาวะ (鳴子峡大深沢) ในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมก็จะได้เพลิดเพลินกับความเขียวขจี ในขณะที่หากไปในปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนก็จะได้ดื่มด่ำกับใบไม้เปลี่ยนสีสดใสแทน!


คุณสามารถมองเห็นสะพานโอบุคาซาวะ (大深沢橋) จากหอชมวิวของช่องเขานารุโกะได้ด้วย ลองแวะมาสักครั้งรับรองว่าไม่เสียเที่ยว!

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอาคิตะ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมของทางเหนือ!

Little Kyoto แห่งมิจิโนะคุ! บ้านพักซามูไร คาคุโนะดาเตะ

ในพื้นที่เล็กๆ รัศมี 2 กิโลเมตรแห่งนี้มีทั้งบ้านพักซามูไรและอาคารเก่าแก่อื่นๆ จำนวนมากตั้งเรียงรายกันอยู่ ดึงดูดให้ผู้ที่ชื่นกลิ่นอายของยุคก่อนมาเยี่ยมเยือนทั้งจากในญี่ปุ่นและจากต่างประเทศ 
ถนนสายหลักที่ผ่านหน้าบ้านพักซามูไรได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเขตอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ที่สำคัญของประเทศ และยังได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีในฐานะทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอีกด้วย


คุณสามารถเพลินเพลินกับฤดูทั้งสี่ ตั้งแต่ซากุระ พืชพรรณเขียวขจี ใบไม้เปลี่ยนสี ไปจนถึงหิมะขาวโปรยปรายได้ที่นี่ แต่หากถามถึงฤดูที่นิยมที่สุดก็จะเป็นฤดูซากุระ โดยซากุระจะเริ่มบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี เกิดเป็นทิวทัศน์อันงดงามจากสีสันของต้นชิดาเระซากุระ (ซากุระพันธุ์กิ่งย้อย) ที่ตัดกับรั้วสีดำของบ้านพักซามูไร เรียกนักท่องเที่ยวมาได้จากทั่วสารทิศ!

ตะลึงไปกับบรรยากาศทุกฤดูกาลที่นิวโตะ ออนเซ็นเคียว

นิวโตะ ออนเซ็นเคียว (乳頭温泉郷) เป็นที่รู้จักในฐานะออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดอาคิตะ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานิวโตะ (乳頭山麓) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบทาซาวะ (田沢湖) ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

ในออนเซ็นแห่งนี้มีบ่อน้ำพุร้อนและโรงแรมถึง 7 แห่ง ตั้งอยู่ในป่าเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นบุนะ (บีชญี่ปุ่น) ไม่ว่าจะบ่อน้ำพุร้อนไหนก็สามารถลงแช่ได้ตามใจชอบแต่ละบ่อมีแหล่งที่มาและคุณสมบัติของน้ำต่างกัน ทำให้มีบรรยากาศที่แตกต่างกันด้วย การลองวนแช่หลายๆ บ่อก็เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว

นอกจากนี้ที่นี่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม จึงมีอะไรให้ชมเพลินๆ ตาอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นในฤดูกาลไหน

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดยามากาตะ เงียบสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติ!

รำลึกอดีตไปกับไฟตะเกียงและควันน้ำร้อนที่กินซังออนเซ็น

โรงแรมไม้อายุนับร้อยปีที่ตั้งเรียงรายริมแม่น้ำกินซัง รวมเป็นย่านออนเซ็นที่เรียกกันว่ากินซังออนเซ็น (銀山温泉) ที่นี่เป็นหนึ่งในออนเซ็นรีสอร์ทที่ดีที่สุดในจังหวัดยามากาตะ มีเสน่ห์ของบรรยากาศเมืองย้อนยุค ทั้งยังมีสถาปัตยกรรมที่แปลกตา ไม่ว่าจะเป็นอาคารไม้ ทางเดินที่ปูด้วยหิน ไปจนถึงแสงสลัวของตะเกียงไฟที่ล้อมรอบเมืองในยามค่ำคืน คุณจะรู้สึกราวกับว่าได้เดินทางย้อนเวลากลับไปเมื่อ 100 ปีที่แล้วเลยทีเดียว


ฤดูที่เราแนะนำที่สุดในการไปเยือนกินซังออนเซ็นก็คือฤดูหนาว แสงไฟตะเกียงและควันจากน้ำร้อนจะผสานกับภาพเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาว เกิดเป็นทิวทัศน์งดงามราวกับอยู่ในห้วงฝัน

วัดริฉะคุจิกับทัศนียภาพอันน่าตะลึง

วัดริฉะคุจิ (立石寺) ก่อตั้งขึ้นในปี 860 โดยพระอาจารย์จิคาคุ (慈覚大師) ซึ่งเป็นพระในนิกายเทนไดหรือเทียนไถ ตัววัดได้รับความเคารพนับถือมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเชื่อกันว่าว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทนของภูมิภาคโทโฮคุอีกด้วย


สิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น อาคารกลางคมปงจูโด (根本中堂) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมบัติชาติ ประตูนิโอ (仁王門) อาคารโกะไดโด (五大堂) และ อาคารไคซันโด (開山堂) ล้วนสร้างบนพื้นผิวภูเขาที่ลาดชัน ทำให้วัดริฉะคุจิมีอีกชื่อเรียกทั่วกันว่ายามะเดระ (山寺) ที่แปลว่าวัดภูเขา


กวีชื่อดังของญี่ปุ่น มัตสึโอะ บะโช (松尾芭蕉) ผู้แต่งบทกวี “โอคุ โนะ โฮโซมิจิ” (Back Roads to Far Towns - 奥の細道) ก็ได้มาเยือนที่วัดแห่งนี้ และยังกล่าวถึงในกลอนที่รู้จักกันแพร่หลายว่า

“สงบสงัด เสียงจักจั่นซึมลึกสู่ศิลา” (閑さや 岩にしみ入る 蝉の声) สื่อว่าที่นี่เงียบสงบมาก 


นอกจากนี้ โกะไดโดที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผายังถือเป็นที่ประดิษฐานของเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้า (五大明王) และเป็นที่ที่พระอาจารย์จิคาคุใช้ขอพรให้ประเทศมีความสงบและเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดฟุกุชิมะ เต็มอิ่มกับทัศนียภาพและออนเซ็น

ย้อนเวลาไป 400 ปี? โออิจุกุ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในฟุกุชิมะ

โออิจุกุ (大内宿) ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาบริเวณเมืองชิโมะโกะในเขตมินามิไอซึ สร้างขึ้นเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ตามแนวไอซึคิชิไคโด (会津西街道) ซึ่งเป็นทางหลวงที่เชื่อมระหว่างเมืองไอซึวากามัตสึกับเมืองอิมะอิจิและเมืองนิกโก้แห่งจังหวัดโทชิกิ

ตามทางหลวงมีบ้านส่วนตัวกว่า 30 หลัง ที่ใช้หลังคามุงจาก (หลังคาที่ทำจากพืชเช่นหญ้าแฝกญี่ปุ่น) เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนให้เห็นถึงสภาพของเมืองพักแรมในสมัยนั้น ในปี 1981โออิจุกุยังได้ถูกกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่สำคัญของญี่ปุ่นอีกด้วย

คุณสามารถเห็นบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายบนถนนทั้งสองฟากได้ชัดเจนจากจุดชมวิวมิฮาราชิได (見晴台) บนเนินเขายูโดโนะ (湯殿) ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมด้วย

ไปเที่ยวโทโฮคุกันดีกว่า!

ภูมิภาคโทโฮคุเต็มไปด้วยธรรมชาติและฤดูกาลทั้งสี่ให้คุณได้เพลินเพลิน ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหนก็มีวิวสวยๆ ที่แตกต่างกันให้ชมเสมอ ดังนั้นจะไปซ้ำกี่รอบก็ไม่มีเบื่อ! อย่าลืมเอาบทความนี้ไปส่องเลือกสถานที่ที่อยากไปเที่ยวกันนะ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร