สายของหวานไม่ควรพลาด! มาเติมน้ำตาลที่ 10 ร้านขนมหวานแนะนำในวาคายาม่า!

วาคายาม่า (和歌山・Wakayama) จังหวัดในภูมิภาคคันไซใกล้โอซาก้า ที่มีทั้งศาลเจ้า สวนสนุก และจุดชมวิวที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เมื่อเหนื่อยจากการเดินท่องเที่ยวแล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกอยากเติมพลังด้วยของหวาน ซึ่งในจังหวัดวาคายาม่านี้มีทั้งร้านขนมญี่ปุ่น ร้านขนมเค้ก ฯลฯ อยู่มากมายหลายร้านเลยทีเดียว เราจะมาแนะนำ 10 ร้านของหวานแสนอร่อยหลากหลายหมวดหมู่ให้ได้รู้จักกัน

วาคายามะ

อาหารการกิน

1. Mirokuishi Honpo Kasakuni [Koyasan]

"Mirokuishi Honpo Kasakuni" (みろく石本舗かさ國) เป็นร้านขนมญี่ป่นที่อยู่บนภูเขาโคยะ (高野山・Koyasan) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาของญี่ปุ่น คุณสามารถรับประทานขนมญี่ปุ่นแสนอร่อยได้ในส่วนคาเฟ่ของร้าน โดยเฉพาะขนมที่เก็บไว้ได้ไม่นานและยากที่จะซื้อเป็นของฝาก

แม้ว่าจะขายขนมญี่ปุ่นอยู่ตลอดทั้งปี แต่ก็มีขนมบางชนิดที่ทำขึ้นเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น หากบังเอิญได้แวะไปที่ร้านในช่วงพิเศษนี้ก็ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว! 

ขนมญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะมีรสชาติหวาน จึงช่วยคลายความเหนื่อยล้าของร่างกายให้กับผู้ที่ขึ้นมาไหว้พระบนภูเขาโคยะ ขนมทั้งหมดจะทำด้วยมืออย่างประณีต จึงดูสวยงามแตกต่างกันไปจนยากที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกขนมชิ้นไหนดี นอกจากนี้ยังมีราคาย่อมเยาตั้งแต่ 100 เยนขึ้นไป ซึ่งก็เป็นอีกเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านนี้

2. Suwaen [Kiwa]

"Suwaen" (諏訪園) เป็นร้านน้ำชาญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี สามารถรับประทานขนมและเครื่องดื่มชามัทฉะได้ภายในร้าน ในช่วงหน้าร้อนจะมีเมนูน้ำแข็งไสรสมัทฉะที่มีท็อปปิ้งเป็นถั่วแดง ชิราทามะดังโกะ (ขนมที่ทำจากแป้งสีขาวปั้นเป็นก้อนกลมๆ คล้ายโมจิ) ฯลฯ รสชาติอันสดชื่นของมัทฉะจะนี้ช่วยคลายความร้อนให้คุณ

ในฤดูหนาวจะมีมัทฉะร้อนๆ ให้บริการเพื่ออบอุ่นร่างกาย สำหรับคนที่ไม่ชอบรสขมของมัทฉะ ก็ขอแนะนำมัทฉะลาเต้ (ชามัทฉะใส่นม) ที่อร่อยกลมกล่อม แม้แต่เด็กๆ ก็ดื่มง่าย

และเพราะว่าเป็นร้านขายชาโดยเฉพาะ จึงสามารถลิ้มลองชารสต่างๆ ภายในร้านได้ ทั้งชาที่มีรสชาติออกหวาน รสชาติออกขม หรือชาที่มีกลิ่นหอม ฯลฯ  ใบชาที่เบาและเก็บได้นานนั้นเหมาะที่สุดสำหรับการซื้อเป็นของฝาก

3. Amano Nagomidokoro cafe Kyakuden [Kaseda]

"Cafe Kyakuden" (cafe 客殿) เป็นร้านกาแฟที่มีบรรยากาศแบบย้อนยุค เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้านิอุตสึฮิเมะ (丹生都比売神社) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกโลก จึงสามารถแวะมาได้ในระหว่างท่องเที่ยว ทั้งยังมีบริการเมนูอาหารกลางวัน หรือจะรับประทานเพียงแค่ของหวาน หรือเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียวก็ได้เช่นกัน

เมนูของหวานนั้นมีทั้งชุดโมจิย่างที่เสิร์ฟโมจิแบนพร้อมมัทฉะ และชุดขนมเค้กสูตรของทางร้านที่จัดจานอย่างสวยงาม

บรรยากาศภายนอกที่แลดูเหมือนศาเลเจ้านั้นดูโอ่อ่าจนนึกไม่ถึงว่าจะเป็นร้านกาแฟเลยทีเดียว ภายในร้านยังมีข้าวของเครื่องใช้โบราณหลงเหลืออยู่ เป็นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม ส่วนใหญ่ร้านจะไม่ค่อยแน่น จึงสามารถพักผ่อนได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ

4. Nankishirahama Olive & Gelate Kobo [Shirahama]

"Nankishirahama Olive Garden" เป็นสวนผลิตมะกอกแห่งแรกในวาคายาม่า คุณสามารถลิ้มลองไอศครีมเจลาโต้ที่ทำจากมะกอกที่ปลูกโดยปราศจากยากำจัดวัชพืชใดๆ ทั้งสิ้นได้ ที่คาเฟ่ "Nankishirahama Olive & Gelate Kobo" (南紀白浜オリーブ&ジェラート工房) ที่อยู่ติดกับสวนแห่งนี้

นอกจากจะมีไอศครีมเจลาโต้รสมะกอกแล้ว ยังมีรสบ๊วยญี่ปุ่น รสส้ม ฯลฯ อีกหลากหลายที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น จะนั่งที่ระเบียงในวันที่อากาศร้อน หรือนั่งในร้านในวันที่อากาศหนาวก็ได้เช่นกัน

เพราะเป็นสวนมะกอก จึงแน่นอนว่ามีบริการขายมะกอก หลังจากที่เพลิดเพลินไปกับของหวานและการซื้อของแล้ว หากลองออกไปเดินเล่นที่สวนมะกอกจะสามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกได้ไกลออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ค่อยๆ ผ่อนคลายไปกับลมทะเลและธรรมชาติที่ร่มรื่นก็เป็นการพักผ่อนที่ดีไปอีกแบบ

5. Petora no Sato [Shirahama]

"Petora no Sato" (ペトラの里) เป็นคาเฟ่ริมทะเลที่บริการอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น เมนูของหวาน "Petora Punch" (ペトラパンチ) นั้นมีท็อปปิ้งเป็นบ๊วยญี่ปุ่นที่ผลิตในเมืองวาคายาม่า ความเปรี้ยวของบ๊วยนั้นเข้ากับความหวานของไอศครีมและผลไม้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

เมื่อมาที่นี่ คุณจะสามารถลิ้มลอง น้ำ "Jabara" หนึ่งในพืชตระกูลส้ม (citrus) ที่แม้แต่ในจังหวัดวาคายาม่าเองก็ยังปลูกได้แค่บางพื้นที่ รสชาติสดชื่นและขมนิดๆ นี้ให้ความชุ่มชื่นกับคอที่แห้งผากได้ดีเลยทีเดียว

บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ทำเอง ซึ่งนอกจากจะมีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์และโต๊ะแล้ว ยังมีที่นั่งแบบเสื่อญี่ปุ่นที่สามารถถอดรองเท้าขึ้นไปนั่งพักผ่อนได้ และที่นั่งที่สามารถแช่เท้าในน้ำร้อนไปพร้อมๆ กับดื่มกาแฟรสชาติกลมกล่อมก็ให้บรรยากาศที่แปลกใหม่ไปอีกแบบเช่นกัน

6. Humpty Dumpty [Kainan]

"Humpty Dumpty" (ハンプティ・ダンプティ) เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ขนมเค้กชื่อดังในจังหวัดวาคายาม่า ที่บริการอาหารจานหลักพร้อมสลัด เครื่องดื่มไม่อั้นและขนมเค้กสไตล์บุฟเฟ่ต์ในราคาเพียง 2,000 เยน สามารถรับประทานได้อย่างเต็มที่โดยไม่จำกัดเวลาในวันธรรมดา ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์นั้นจำกัดเวลาไว้ที่ 2 ชั่วโมง

ขนมเค้กรสละมุนที่ทำขึ้นโดยไม่ใช้สารปรุงแต่งและสารกันบูดใดๆ ทั้งสิ้น ขนมแต่ละชิ้นจะถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จึงสามารถทดลองได้หลายชนิด สำหรับคนที่ไม่มั่นใจที่จะทานแบบบุฟเฟ่ต์ก็สามารถสั่งเป็นจานเดี่ยวได้เช่นกัน เมนูยอดนิยมคือชิฟฟ่อนเค้ก

สำหรับคนที่คิดว่า ไหนๆ มาถึงญี่ปุ่นแล้วก็ควรที่จะชิมเมนูแบบญี่ปุ่น ก็ขอแนะนำเค้กมัทฉะที่ท็อปปิ้งด้วย "Gyuhi" (求肥) สีขาวและสีชมพูที่ทำจากการนวดแป้งโมจิเข้ากับน้ำตาล เป็นวัตถุดิบที่มักจะใช้ในขนมญี่ปุ่น ความหวานของ Gyuhi นั้นเข้ากับรสชาติขมนิดๆ ของมัทฉะได้อย่างดีเลยทีเดียว

7. WANOKA COFFEE [Kii-Shinjo]

ที่ "WANOKA COFFEE" (和の香珈琲) คุณสามารถลิ้มลองบามคูเฮน (Baumkuchen) (เค้กขอนไม้ ลักษณะเป็นวง) ที่อบเสร็จใหม่ๆ ได้ ซึ่งจะมีทั้งบามคูเฮนที่ท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตามฤดูกาล ท็อปปิ้งด้วยมัทฉะหรือถั่วแดงเป็นสไตล์ญี่ปุ่น หรือแบบรวมรสที่สามารถทดลองหลายๆ รสชาติได้ทีละนิด

นอกจากนี้ คุณยังสามารถดื่มกาแฟกลิ่นหอมที่ชงแบบสูญญากาศ (ไซฟ่อน) ทีละแก้วได้ที่ร้านนี้ ร้านนี้มีกาแฟหลากหลายประเภท บางประเภทก็หาดื่มได้ยาก หรือหากไม่ดื่มกาแฟก็สามารถสั่งเป็นชาหรือน้ำผลไม้ได้เช่นกัน

สำหรับกาแฟลาเต้ร้อนและมัทฉะลาเต้ร้อนนั้นจะเสิร์ฟด้วยลวดลายลาเต้อาร์ตที่น่ารักจนแทบไม่กล้าดื่ม มีลายหลากหลายทั้งแพนด้า หมี สิงโตและอื่นๆ การนั่งลุ้นระหว่างรอว่าจะได้รับลวดลายอะไรบนถ้วยก็เป็นความสนุกไปอีกแบบ

8. Tama Cafe [Kishi]

นายสถานี Kishi (貴志) ของจังหวัดวาคายาม่าอาจจะเป็นนายสถานีที่น่ารักที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็เป็นได้ เพราะเขาไม่ใช่คนแต่เป็นแมวพันธุ์ Mike ที่ชื่อ "ทามะ" คุณสามารถไปเยี่ยมชมนายสถานีนี้ได้ ! โดยมี "Tama Cafe" (たまカフェ) เปิดให้บริการในห้องนั่งรอ เสิร์ฟทั้งไอศครีมรูปแมว และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ

มีบริการไอศครีมถ้วยเล็กๆ ขนาดกำลังดีสำหรับรับประทานระหว่างรอรถไฟที่ถูกตกแต่งเป็นรูปแมวโดยมีหูเป็นอัลมอนด์และตาเป็นช็อกโกแลตชิพ กาแฟมอคค่าที่วาดลวดลายรอยเท้าแมวบนฟองครีม คุกกี้รูปหางแมว ฯลฯ อีกหลายเมนู เป็นร้านที่คนรักแมวหรือคนที่ชอบอะไรน่ารักๆ ไม่ควรพลาด

ตัวสถานี Kishi เองนั้นก็ได้สร้างขึ้นให้มีรูปร่างคล้ายแมว หากโชคดีก็อาจมีโอกาสได้เห็นรถไฟรูปแมวด้วยเช่นกัน เป็นสถานีที่มีแต่แมว และเป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศแม้ว่าจะอยู่ห่างจากตัวเมืองวาคายาม่าก็ตาม

9. Ms Cafe [Wakayama-shi]

"Ms Cafe" เป็นร้านกาแฟที่ถูกสร้างขึ้นติดกับแกลเลอรีในเขตวาคายาม่า มีเมนูของหวานและเครื่องดื่มมากมาย ชีสเค้กของที่นี่จะทำโดยใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้เนื้อเค้กมีสีสันของผักและผลไม้ที่สวยงามน่ารับประทานไม่เหมือนที่อื่น

จานและถ้วยกาแฟที่ใช้ในร้านถูกคัดสรรมาอย่างดี ขนมปังและแยมที่ใช้ก็ทำจากร้านในท้องถิ่น แต่ละเมนูมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปจึงเหมาะสำหรับรับประทานรองท้องยามหิว

สามารถดื่มชากาแฟไปพร้อมๆ กับชมศิลปะ และเพราะอยู่ติดกับแกลเลอรี่ ภายในร้านจึงมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาเยือนเป็นกลุ่มเล็กๆ

10. South West cafe Fruit Bar [Wakayama]

คงมีหลายคนที่อยากจะดื่มคลายเหนื่อยเพื่อปิดท้ายวัน คุณสามารถดื่มค็อกเทลที่ทำจากผลไม้สดที่ปลูกในวาคายาม่าได้ที่ "South West cafe Fruit Bar" แห่งนี้ ทั้งยังมีบริการเครื่องดื่มที่ปราศจากแอลกอฮอล์สำหรับเด็กและคนที่คออ่อนอีกด้วย

ผลไม้ที่ใช้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เมนูของหวานในฤดูร้อนที่ชื่อ "Momo no Bakudan" (桃の爆弾) ที่แปลว่าระเบิดลูกพีชนั้นทำโดยใช้ลูกพีชทั้งลูก โดยจะซ่อนลูกเชอรี่ไว้ข้างในลูกพีชอีกที แค่ฟังชื่อเมนูก็อยากลองชิมเลยทีเดียว

หากต้องการที่จะรับประทานผลไม้หลายๆ ชนิดก็ขอแนะนำเครื่องดื่ม "วาคายาม่าพันช์" (Wakayama Punch) ซึ่งก็แน่นอนว่าผลไม้ที่ใช้ในเครื่องดื่มนี้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลเช่นกัน

ทีนี้เราก็ได้ทำความรู้จักกับร้านขนมหวานแนะนำใน "จังหวัดวาคายาม่า" กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านไหนก็อยู่ใกล้กับสถานีและจุดท่องเที่ยว จึงสามารถแวะไปได้อย่างสะดวก มาชาร์จพลังด้วยของหวานแล้วออกเที่ยวอย่างสดชื่นกันดีกว่า

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร