10 จุดท่องเที่ยวรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ! ผ่อนคลายฟินๆ ที่ริมทะเลสาบ

คาวากุจิโกะเป็นที่เที่ยวบริเวณตีนเขาของภูเขาไฟฟูจิ มีจุดท่องเที่ยวมากมายสำหรับคนที่อยากเที่ยวพักผ่อนและเติมพลัง ไม่ว่าคุณจะอยากผ่อนคลายด้วยการฟังดนตรี ชมวิวทะเลสาบหรือฟังเสียงเจื้อยแจ้วของนกน้อยที่อยู่ในป่าก็สามารถทำได้ที่นี่ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีถ้ำธรรมชาติสำหรับชมค้างคาว และสวนสนุกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย ที่นี่จึงเหมาะสำหรับทริปเที่ยวของครอบครัวเช่นกัน!

ยามานาชิ

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

พิพิธภัณฑ์ดนตรีคาวากุจิโกะ (河口湖オルゴールの森美術館)

พิพิธภัณฑ์ดนตรีแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามในพื้นที่บริเวณรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ เป็นเหมือนสวนที่จัดแสดงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับดนตรีโดยเฉพาะ คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์พิศวงจากเครื่องดนตรีที่เล่นได้ด้วยตัวเองที่มีอยู่มากมายเป็นคอลเลกชั่น ไม่ว่าคุณจะมีเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงหรือทั้งวันก็สามารถเพลิดเพลินไปกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ ที่นี่ยังถูกสร้างแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกและมีสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสวยงาม ให้บรรยากาศราวกับเป็นเมืองยุโรปย่อส่วนเลยทีเดียว

หากคุณมีเวลาไม่มาก เราแนะนำให้เข้าไปชมโซนจัดนิทรรศการก่อนเลย เพราะที่นี่มีออร์แกนเต้นรำที่นับเป็น 1 ในออร์แกนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเครื่องดนตรีอัตโนมัติที่เล่นได้ด้วยตัวเองอีกมากมาย รวมถึง Orchestrion ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอัตโนมัติประเภทหนึ่งซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อนำไปใช้บนเรือไททานิก และสำหรับคนที่มีเวลาเหลือเฟือ คุณก็เลือกได้เลยว่าอยากไปชมสวนกุหลาบอันสวยงามหรือไปเริ่มที่โซน "Musical Automata Salon" ซึ่งมีเครื่องดนตรีอัตโนมัติหลากหลายประเภทจากประเทศยุโรปจัดแสดงอยู่ก็ได้ บางชิ้นมีอายุมากกว่า 200 ปีเลยทีเดียว 

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีร้านขายของที่ระลึกที่ขายทั้งเอจไวน์รสดี กล่องดนตรีน่ารักๆ และช็อกโกแลตจากร้านที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ศาลเจ้าฟูจิโอมุโระเซ็นเก็น (冨士御室浅間神社)

หากคุณอยากได้ที่เที่ยวที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและอยู่ใกล้ทะเลสาบคาวากุจิโกะ เราขอแนะนำให้แวะไปที่ "ศาลเจ้าฟูจิโอมุโระเซ็นเก็น" ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่ตระกูลทาเคดะ (武田) ผู้ปกครองเขตไค (甲斐 หรือจังหวัดยามานาชิในปัจจุบัน) ให้ความเคารพนับถือในช่วงยุคเซ็นโกคุ (戦国時代 ค.ศ. 1467 - 1568) ในปัจจุบัน ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นและเป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุที่สำคัญมากมาย เช่น ใบเขียนคำอธิษฐานของ "ทาเคดะ ชินเก็น"  (武田信玄 ผู้ปกครองเขตไค) ที่ขอพรให้คลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย และ "บันทึกของคัตสึยามะ" (勝山記) ซึ่งเป็นบันทึกข้อมูลของพื้นที่แถบนี้โดยละเอียด

จากที่คุณเห็นในข้อมูลด้านบน เทพเจ้าประจำศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องการให้พรเกี่ยวกับการคลอดบุตรอย่างปลอดภัยและชีวิตหลังแต่งงานที่มีความสุข นอกจากนี้ ท่านยังเป็นเทพแห่งการเดินทางค้าขายและความเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคโมโมยามะ (桃山時代 ค.ศ. 1583 - 1600) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นับเป็นศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่รอบภูเขาไฟฟูจิเลยทีเดียว

ในเดือนเมษายนของทุกๆ ปี ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีการจัดเทศกาลยาบุซาเมะ (流鏑馬 เทศกาลนักรรบขี่ม้ายิงธนู) ซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาในแบบฉบับของตระกูลทาเคดะที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสักการะเทพเจ้าอีกด้วย

สวนสาธารณะโออิเคะ (大池公園)

ภายในสวนเต็มไปด้วยต้นป็อปลาร์ มีวิวของภูเขาไฟฟูจิอยู่ทางทิศใต้และทางทิศเหนือก็มีภาพของทะเลสาบคาวากุจิโกะที่แผ่กว้างไปจนสุดสายตา ที่นี่ตั้งอยู่ใกล้กับ "พิพิธภัณฑ์อัญมณียามานาชิ" (山梨宝石博物館) และ "โรงสมุนไพรคาวากุจิโกะ" (河口湖ハーブ館) โดยมีลานจอดรถให้บริการอยู่ด้วย

สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับแวะพักรับประทานอาหารกลางวัน คุณสามารถเดินจากสวนไปยังริมทะเลสาบคาวากุจิโกะได้ และหากเป็นช่วงฤดูร้อน คุณก็สามารถให้เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำได้อีกด้วย ช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปียังมีการจัด "ดอกไม้ไฟฤดูหนาว เริงระบำเหนือทะเลสาบ" (冬花火 湖上の舞) ทำให้ผู้คนมารวมตัวกันสร้างความครึกครื้นให้กับสวนแห่งนี้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะ (河口湖美術館)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งนี้อยู่ใกล้กับทะเลสาบคาวากุจิโกะ ด้านในมีทั้งผลงานในธีมภูเขาไฟฟูจิและผลงานของศิลปินที่มีความเกี่ยวข้องกับภูเขาไฟฟูจิจัดแสดงอยู่มากมาย เช่น อย่าง "Fuji" (富士) ผลงานเลื่องชื่อของ อาดาจิ เก็นอิจิโร่ (足立源一郎) หรือ "Shinsetsu Hikaru" (新雪光る) ของ โอคาดะ โคโย (岡田紅陽)  นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเวียนที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กับการจัดแสดงผลงานศิลปะระดับโลก รวมถึงงานเวิร์กชอปต่างๆ อีกมากมายด้วย 

ทางพิพิธภัณฑ์เองยังมีการจัดงานประกวดภาพถ่ายภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งคุณก็สามารถไปเลือกซื้อภาพจากผลงานที่เคยรับรางวัลได้ในร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์ได้อีกด้วย ที่บริเวณทางเข้ายังมีคาเฟ่ที่จำหน่ายเมนูอาหารแบบพิเศษที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามงานนิทรรศการที่มาจัดแสดงอยู่ในขณะนั้นด้วย ด้านนอกอาคารก็มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่แผ่ขนานไปกับป่าสนและมีทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิเป็นพื้นหลัง หากได้เอาผลงานภายในพิพิธภัณฑ์มาเทียบกับของจริงดูก็คงจะน่าสนใจไม่น้อย

หมู่บ้านหลังคามุงจากจำลอง "ไซโกะ อิยาชิโนะซาโตะ เนมบะ" (西湖いやしの里根場)

อีกหนึ่งสถานที่แนะนำสำหรับพาเพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยว ที่นี่เป็นเมืองจำลองของหมู่บ้านหลังคามุงจากที่เคยมีอยู่ทั่วบริเวณริมทะเลสาบไซโกะ (西湖) ภายในหมู่บ้านมีการจำลองสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ตัวอย่างเช่น อาคารสำหรับเผาถ่านและกระท่อมกังหันน้ำ รวมถึงกิจกรรมเปิดประสบการณ์ให้คุณได้สัมผัสกับงานหัตถกรรมและชิมอาหารท้องถิ่นอย่าง "โฮโท" (ほうとう เมนูเส้นที่เป็นอาหารท้องถิ่นของจังหวัดยามานาชิ) และอุด้งที่นวดเส้นกันสดๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมี "ร้านฮิโนะมิยะ" (火の見屋) ที่คุณสามารถไปเช่าชุดเกราะและชุดกิโมโนมาใส่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย ภายในหมู่บ้านนี้มีแม่น้ำไหลผ่าน และในวันเสาร์ - อาทิตย์ ก็จะมีการแสดงการทำเครื่องจักสาน ลองแวะมาชมจุดท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นพื้นเมืองแห่งนี้กันดูนะ

สวนสาธารณะโออิชิ (大石公園)

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะ ทำให้คุณสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างเต็มตา ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดเที่ยวลับๆ ที่คุณสามารถชมภาพภูเขาไฟฟูจิกลับหัวได้ด้วย และในช่วงกลางเดือนมิถุนายนไปจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมก็จะมีการจัด "เทศกาลสมุนไพรคาวากุจิโกะ" (河口湖ハーブフェスティバル) อีกด้วย

ฝั่งหนึ่งของสวนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดใสจนได้รับสมญานามว่า " 1 ใน 100 สุดยอดวิวทิวทัศน์ฟูจิประจำฝั่งคันโต" (関東の富士見百景) ในบางเวลา ภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบจะถูกย้อมเป็นสีฟ้าเข้มจนดูราวกับเป็นบรรยากาศในโลกแห่งเทพนิยาย

ในช่วงฤดูนี้นอกจากจะมีดอกลาเวนเดอร์แล้ว ยังมีพืชสมุนไพรและดอกบีโกเนียรวมถึงดอกไม้ชนิดอื่นให้ชมอีกมากมาย และหากคุณไปตอนต้นเดือนกรกฎาคมก็จะได้ชมเทศกาลดอกไม้ไฟครั้งใหญ่ ที่จัดอยู่ใกล้ๆ กับสวนแห่งนี้ด้วย

ศูนย์การใช้ชีวิตธรรมชาติคาวากุจิโกะ (河口湖自然生活館)

ศูนย์นี้ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะโออิชิ เป็นสถานที่ที่คุณสามารถเข้าชมได้ฟรีๆ ภายในอาคารมีคอร์สเปิดประสบการณ์ให้คุณได้ลองทำแยมหลากหลายรสชาติ และยังสามารถซื้อแยมบลูเบอร์รี่แฮนด์เมดอันโด่งดังได้นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเคาน์เตอร์ให้บริการเก็บผลไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งในช่วงฤดูร้อนก็จะมีเชอร์รี่และบลูเบอร์รี่ให้คุณไปเก็บด้วย

ที่นี่มีร้านคาเฟ่ที่หันหน้าไปทางภูเขาไฟฟูจิ ทำให้คุณสามารถชื่นชมทัศนียภาพไปในระหว่างที่ค่อยๆ ละเลียดซอฟท์ครีมรสบลูเบอร์รี่ยอดฮิตได้ ทุกเมนูของที่นี่จะมาเป็นชามใหญ่ๆ รับรองว่าอร่อยจุใจและอิ่มท้องได้ทุกจาน

สวนชมนกป่า "ไซโกะ ยาโจโนะโมริ" (西湖野鳥の森公園)

สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของนกป่ากว่า 60 ชนิด เช่น ยามาการะ (ヤマガラ) และ เมจิโระ (メジロ) สามารถเข้าชมได้ฟรีโดยไม่มีการคิดค่าบริการ คุณสามารถเข้าไปชมนกป่าธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดและภายในสวนก็มีจุดวางอาหารนกซึ่งคุณสามารถไปซื้อจากที่ "จูไคแกเลอรี" (樹海ギャラリー) มาให้อาหารนกได้อีกด้วย

ในส่วนของ "จูไคแกเลอรี" ยังมีเอกสารและการจัดแสดงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์ป่าตามธรรมชาติในละแวกใกล้เคียง รวมถึงห้องชมนกซึ่งมีกล้องส่องทางไกลให้ใช้ด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีโซนเปิดประสบการณ์ให้คุณได้ลองทำรังนกจำลองและงานแกะสลักต่างๆ ได้ และในฤดูหนาวก็จะมีการจัด "เทศกาลจูเฮียวมัตสึริ" (樹氷祭り เทศกาลที่มีการแสดงดอกไม้ไฟฤดูหนาวและเดินชมน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างจนเป็นรูปต่างๆ) สวนแห่งนี้ยังมีที่ให้ปิ้งบาร์บีคิว ซึ่งคุณสามารถไปใช้เวลาแสนสุขร่วมกับครอบครัวได้ด้วย

ถ้ำค้างคาวไซโกะ (西湖コウモリ穴)

จุดท่องเที่ยวแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสัตว์ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดอย่าง "ค้างคาว" ที่นี่เป็นถ้ำหินลาวาที่ทอดตัวยาวไปตามแนวตีนเขาของภูเขาไฟฟูจิ มีระยะทางรวมกว่า 350 เมตร และได้รับการสถาปนาให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติประจำชาติญี่ปุ่น

ในอดีต ที่นี่เคยมีเหตุให้เหล่าค้างคาวลดจำนวนลง เนื่องจากการพัฒนาสภาพแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียง แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ค้างคาวที่เหลืออยู่จนเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากค้างคาวแล้วที่นี่ยังมีหินงอกหินย้อยและหินชั้นในถ้ำแบบต่างๆ ที่เปิดให้เป็นจุดเที่ยวชมด้วย จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของที่นี่ คุณจะรู้ได้เลยว่าภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับไปจริงๆ

นอกจากนี้ ความมืดสลัวภายในถ้ำยังให้อารมณ์เหมือนเป็นการผจญภัยด้วย แต่ก็ต้องระวังอย่าส่งเสียงดังจนเกินไป เพราะจะทำให้เจ้าค้างคาวตกใจจนบินหนีกันไปหมด

ฟอเรสท์ แอดเวนเจอร์ ฟูจิ (フォレストアドベンチャー・フジ)

"Forest Adventure" เป็นชื่อที่มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "ป่าแห่งการผจญภัย" และก็อย่างที่ชื่อมันบอก คือ ที่นี่เป็นธีมปาร์คกลางแจ้งที่ต้องอาศัยพื้นที่ป่าในการเล่น โดยคุณจะได้ใช้อุปกรณ์นิรภัยในการปีนป่ายไปตามต้นไม้ใหญ่

สำหรับเด็กๆ ตั้งแต่ประถมหนึ่งขึ้นไป ธีมปาร์คแห่งนี้ก็มีบริการ "Discovery Course" (ディスカバリーコース) ที่เปิดให้เด็กเข้าร่วมได้โดยต้องมีผู้ปกครองไปด้วย สร้างฟีลการผจญภัยแบบพ่อ - ลูกหรือแม่ - ลูกได้เป็นอย่างดี แต่ละคอร์สก็จะมีหัวข้อที่แตกต่างกันออกไป โดยจะใช้เวลาเพียงรอบละ 2 - 3 ชั่วโมงเท่านั้น

ในส่วนของ "Adventure Course" อันนี้จะค่อนข้างยากและเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ผู้เข้าร่วมสามารถเล่น "Tarzan Swing" อันน่าตื่นเต้นได้ และนอกจากการผจญภัยใน Forest Adventure แล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมที่หาเล่นได้ยาก อย่าง "Laser Tag" เกมจำลองการเอาชีวิตรอดที่ใช้ปืนเลเซอร์เป็นอุปกรณ์ในการเล่น และ "Pump Track" การแข่งขันสเก็ตบอร์ดและจักรยาน BMX รอบป่า แค่มาที่นี่คุณก็สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวได้อย่างสนุกสนาน

เที่ยวคาวากุจิโกะ สัมผัสกับความอ่อนโยนของธรรมชาติ

เป็นอย่างไรกันบ้าง? นอกจากจุดท่องเที่ยวที่เราเสนอไปในข้างต้นแล้ว ช่วงฤดูร้อนของคาวากุจิโกะยังมีการจัดเทศกาลสมุนไพรและเป็นช่วงเวลาที่ทุ่งลาเวนเดอร์กำลังออกดอกบานสะพรั่งอีกด้วย ยังไงก็หาโอกาสแวะไปเที่ยวคาวากุจิโกะกันให้ได้นะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทาง เฟซบุ๊ก  ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

 


บทความนี้ได้รับอนุญาตให้ทำการแปลและเผยแพร่จาก SPIRA (ในอดีตคือ Relux Magazine)
คุณสามารถจองโรงแรมผ่าน Relux (บริหารจัดการโดย SPIRA) ได้ ที่นี่!!

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

สิ่งที่น่าไปสัมผัส

ที่พัก

ช็อปปิ้ง

ค้นหาร้านอาหาร