10 อันดับโรงแรมหรูหราในชินจูกุที่ต้องลองไปพักสักครั้ง

“ชินจูกุ” ย่านใจกลางโตเกียวซึ่งนับวันจะมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไปทุกที ที่นี่ยังเป็นแหล่งกำเนิดห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าครบวงจรขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีโรงแรงหรู ซึ่งมีเฉพาะแค่ในพื้นที่นี้เท่านั้น เราขอแนะนำโรงแรมหรูหราคุณภาพสูง ซึ่งได้ทำการคัดเลือกมาเป็นอย่างดีในย่านชินจูกุนี้ ไปดูกันเลยค่ะ !

ชินจูกุ

ที่พัก

1. JR Kyushu Hotel Blossom Shinjuku (JR九州ホテルブラッサム新宿)

JR Kyushu Hotel เป็นเครือโรงแรมที่แผ่ขยายมาจากคิวชู ซึ่ง Blossom Shinjuku ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นโรงแรมยอดเยี่ยมโดย “มิชลินไกด์โตเกียว 2016” เราขอแนะนำห้องพรีเมี่ยมสวีทบนชั้น 15 และ 16  หน้าต่างห้องขนาดใหญ่ที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นอิสระ ด้วยดีไซน์อันละเอียดอ่อน ทั้งยังมี “ผ้าขนหนู Imabari” คุณภาพสูงจัดเตรียมไว้ ห้องหรูหราในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้การเดินทางยังสะดวกสบาย เดินเท้าจาก “สถานีชินจูกุ” เพียง 3 นาทีเท่านั้น

ห้องดีลักซ์สวีท (38 m²)

ห้องพรีเมี่ยมสวีท (38 m²) พร้อมห้องน้ำเปิดเห็นวิว

2. Hyatt Regency Tokyo (ハイアット リージェンシー 東京)

Hyatt เป็นโรงแรมที่เข้ามาเปิดตลาดในญี่ปุ่น เมื่อเข้าไปในโถงล็อบบี้จะพบโคมไฟระย้าวาววับดูยิ่งใหญ่ตระการตา ร้านอาหารชั้นสูงและสปานั้นช่างสมเป็น Hyatt นอกจากนี้ “รีเจนซี่คลับ” ซึ่งสามารถใช้บริการได้เมื่อมาพักที่ห้องคลับรูมก็ได้รับการตอบรับอย่างท่วมถ้น ห้องสวีท (71 ㎡-112 ㎡) ซึ่งมี 18 ห้องนั้นมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยดูแลบริการ ไม่ว่าใครก็คงอยากจะลองไปพักห้องแบบนี้ดูสักครั้ง !

ห้องคลับดีลักซ์ เตียงใหญ่

ห้องอาบน้ำของห้องเพรสซิเดนเชี่ยลสวีท ล้อมรอบด้วยกระจกให้ความรู้สึกเปิดกว้างและหรูหรา

3. Hilton Tokyo (ヒルトン東京)

ที่นี่เปิดทำการเนื่องจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 1964 และได้ย้ายมาที่ที่ตั้งปัจจุบันในปี 1984 สืบทอดการบริการอันสุภาพใส่ใจในรายละเอียดมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นที่กล่าวขานว่าพนักงานที่นี่ต่างร่วมแรงร่วมใจวางแผนเซอร์ไพรส์ในวันที่ระลึกครบรอบต่างๆ อีกด้วย ผู้เข้าพักสามารถมองเห็นวิวกลางคืนอันสวยงามจากเอ็กเซ็คคิวทีฟเลานจ์ และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวกลางคืนของตึกระฟ้าในชินจูกุได้จากห้องซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์อาหารเช้าที่ได้รับความนิยม ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกสบาย เดินเท้าเพียง 10 นาทีจากสถานีชินจูกุเท่านั้น

ห้องจูเนียร์สวีท ในบรรยากาศเปิดโล่งสบายด้วยหน้าต่างทั้ง 2 ด้าน

ทาวเวอร์สวีท (66 ㎡)

4. Keio Plaza Hotel (京王プラザホテル)

โรงแรมหรูเก่าแก่ตัวแทนของญี่ปุ่น เปิดบริการมายาวนานตั้งแต่ปี 1971 บรรยากาศสะอาดสะอ้านหรูหราซึ่งผ่านการดูแลอย่างเรียบร้อย ซึ่งยังคงเหมือนกับเมื่อตอนเปิดกิจการนั้นเป็น “ที่สุดของพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ” ดึงดูดใจผู้คนทั่วโลกจนกระทั่งถึงตอนนี้ โรงแรมนี้ยังใส่ใจลึกซึ้งไปกับรายละเอียดชั้นหนึ่ง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายใน อาหารและการบริการ ห้องแนะนำคือห้องชั้นคลับฟลอร์ การเดินทางก็แสนสะดวก เดินเท้าเพียงแค่ 5 นาทีจากสถานีชินจูกุ

ห้องชั้นสูง คลับฟลอร์ Premier Grand (71.0 m²)

จากคลับเลานจ์สามารถเพลิดเพลินไปกับวิวพาโนรามาของความสูง 160 เมตร เหนือพื้นดิน

5. Park Hyatt Tokyo (パーク ハイアット 東京)

เห็นแค่รูป ก็ทำให้อ้าปากค้างได้เลยทีเดียว กับโรงแรม Park Hyatt โรงแรมหรูขนาดเล็ก ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์สำหรับเป็นที่หลบไปพักผ่อนได้ดีกว่าแม้แต่โรงแรมในเครือ Hyatt ด้วยกันเอง ห้องมีทั้งหมดมากกว่า 42 ชั้น ไม่ว่าชั้นไหนๆ ก็กวาดตาชมวิวเมืองโตเกียวได้ พื้นที่ห้องกว้างโดยเฉลี่ยเกิน 50 ㎡ สมกับชื่อ Park Hyatt การจิบชายามบ่ายที่ “Peak Lounge” บนชั้น 41 นั้นเป็นที่นิยมสำหรับแขกสุภาพสตรี และแม้ว่าที่ตั้งค่อนข้างจะอยู่ห่างไกลออกไปสักหน่อย แต่ก็มีบริการรถบัสรับส่งฟรีจากด้านข้างตึก Shinjuku L Tower ไปยังโรงแรม

ห้องดิโพลแมทสวีท (160 ㎡) ในห้องมีแม้กระทั่งเปียโนแกรนด์

6. Hotel Century Southern Tower (小田急ホテルセンチュリーサザンタワー)

ห้องของโรงแรมนี้แม้จะเป็น “ลิมิเต็ดเซอร์วิส” ไม่มีมินิบาร์และรูมเซอร์วิสไว้คอยบริการ แต่ที่นี่มีบรรยากาศน่าอยู่และสะดวกสบายมาก เป็นโรงแรมซึ่งเป็นที่นิยม เนื่องจากสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวอันตระการตาของโตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวสกายทรีได้ และที่นี่ยังได้รับรางวัล “3 ดาวดำ” จาก “การจัดอันดับโรงแรมน่าพัก” ใน “โตเกียวมิชลินไกด์ 2009 ฉบับภาษาญี่ปุ่น” อีกด้วย ที่นี่ตั้งอยู่ในทำเลอันยอดเยี่ยม เดินเท้าจากรถไฟ JR สถานีชินจูกุเพียงแค่ 3 นาที หรือจากรถไฟใต้ดินสถานีชินจูกุเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น

ห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ (70-80 ㎡)

วิวใจกลางเมืองใหญ่อันสวยงาม สูงจากพื้นดิน 100 เมตร

7. SHINJUKU GRANBELL HOTEL (新宿グランベルホテル)

ที่นี่เป็นโรงแรมที่ได้รับรางวัลแบล็คพาวิลเลี่ยนประเภทโรงแรมใน “มิชลินไกด์โตเกียว 2016” ห้องดีไซเนอร์ (ทุกห้อง) ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นมาจากเหล่าผู้พัฒนาชั้นหนึ่งของทั้งในประเทศและต่างประเทศ โรงแรมแห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างสูงจากแขกต่างประเทศ ทิวทัศน์ยามค่ำคืนซึ่งโดดเด่นไปด้วยแสงไฟอันงดงามของชินจูกุที่มองจาก “Roof top bar & terrace G” บนชั้น 13 นั้น ไม่ควรพลาดที่จะไปชม โดยเฉพาะห้องสวีทซึ่งมี 4 ห้องภายใน ไม่ว่าใครก็อยากจะลองไปพักดูสักครั้ง !

เดอะ วิลล่าสวีท (62 ㎡)

8. HUNDRED STAY Tokyo Shinjuku (ハンドレッドステイ東京新宿)

โรงแรมหรูหราสำหรับการพักอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่นี่ควบเอาความเป็นโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ไว้ด้วยกัน แน่นอนว่าสามารถเข้าพักเพียง 1 คืนได้ และมีชุดของใช้ในโรงแรม (ยี่ห้อ Jurlique และ L’Occitane) ถูกจัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ห้องสปาอันหรูหราก็กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องด้วยราคาอันสมเหตุสมผล ไม่ลองมอบวิวกลางคืนที่งดงามจากห้องบนชั้นสูงเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์คนสำคัญดูหน่อยหรือ ? อีกทั้งยังมีสแตนดาร์ดฟลอร์และพรีเมี่ยมฟลอร์ไว้บริการ สำหรับท่านที่อยากดื่มดำกับความหรูหราอย่างเต็มที่ ขอแนะนำพรีเมี่ยมฟลอร์

ห้องพรีเมี่ยม (55.38 m²)

ห้องพรีเมี่ยมสกายเด็ค (26.05-31.11 ㎡)

9. Hotel Gracery Shinjuku (ホテルグレイスリー新宿)

Hotel Gracery Shinjuku เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่สูงจากพื้น 130 เมตร (30 ชั้น) บนตึก SHINJUKU TOHO BLDG แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชินจูกุ ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นบนที่ตั้งเดิมของโรงละคร Koma Theater ในปี 2015 เป็นโรงแรมหรูหราสำหรับผู้ที่ชื่นชอบก๊อตซิล่า มีห้องพัก “ก๊อตซิล่ารูม” ให้ได้สัมผัสโลกของก๊อตซิล่า ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องจะพบกับบรรยากาศราวกับว่าหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ! ไม่ลองไปสัมผัสโลกของก๊อตซิล่าที่มีอยู่จริง และมีแค่ที่นี่ที่เดียวในโลกดูหน่อยหรือ ?

มีห้องพัก 2 แบบคือ “ก๊อตซิล่ารูม” และ “ก๊อตซิล่าวิวรูม”

ชมก๊อตซิล่าในขณะรับประทานอาหารเช้า

10. Rihga Royal Hotel Tokyo (リーガロイヤルホテル東京)

ที่นี่รวบรวมความเป็นยุโรปคลาสสิคไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้องโถงภายในที่ทำให้นึกถึงยุโรปยุคก่อน สวนอันสวยงามกว้างใหญ่กว่า 1 หมื่นสึโบะ ( 33,060 m²) การตกแต่งภายในอันปราณีต ถือเป็นโรงแรมหรูหราอย่างแน่นอนที่สุด เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดเล็ก (126 ห้องพัก) ทำให้การบริการอันละเอียดอ่อนใส่ใจกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของโรงแรมแห่งนี้ ร้านอาหารหรือบาร์ภายในตัวโรงแรมก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี คุณภาพสูงสมกับความเป็นโรงแรมหรูหรา นอกจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งฟรีจาก “สถานีทากาดะโนะบาบะ” มายังโรงแรม หรือหากเดินทางโดยแท็กซี่จาก “สถานีชินจูกุ” จะใช้เวลา 20 นาที

ห้องรอยัลสวีท (222.1 m²)

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

ค้นหาร้านอาหาร